อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 29 ส.ค. 57

อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 29 ส.ค. 57

ยูจิยืนซุ่มเงียบอยู่มุมหนึ่ง แอบฟังอาคิโกะกับไทชิคุยกัน อาคิโกะเห็นอาการไทชิ จึงเข้าไปช่วยประคองแขนที่บาดเจ็บ น้ำเสียงอ่อนลง
“เจ็บแผลเหรอ ฉันขอโทษ”
“ไม่เป็นไร”

ไทชิตอบเสียงเรียบ วางตัวนิ่ง อาคิโกะขยับเข้าใกล้ไทชิอย่างมีจริต สายตาหวานแฝงเจ้าเล่ห์
“เธอบาดเจ็บเพื่อปกป้องโซเรียวขนาดนี้ โอะนิซึกะจะต้องเห็นความดีและเกรงใจเธอ”
“องครักษ์ทุกคน..ยินดีสละชีวิตเพื่อโซเรียวโดยไม่หวังรางวัลตอบแทน ถ้าจะให้ฉันพาไปเยี่ยมโซเรียว...ฉันขอปฏิเสธ”
อาคิโกะปรี๊ด โกรธที่ไทชิรู้ทันและขัดใจ


“เธออิจฉาที่ฉันรักริว ก็เลยกีดกันฉันใช่มั้ย”
“หัวใจโซเรียวมีแต่คุณมายูมิ สิ่งที่เธอคิดกับโซเรียว มันเป็นไปไม่ได้ ฉันเตือนในฐานะเพื่อน อย่าทำตัวไร้ค่าในสายตาคนอื่นอีกเลย”
ไทชิเจ็บปวดกับการยืนยันความเป็นเพื่อนอาคิโกะ ก่อนเดินผละไปอย่างเจ็บช้ำ
“กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องนะไทชิ...ไทชิ”
ยูจิก้าวออกมาหาอาคิโกะ ทันทีที่ไทชิเดินลับไป
“คุณอาคิโกะ คุโด ใช่มั้ยครับ”
อาคิโกะหันขวับมองยูจิ สงสัยว่ายูจิเป็นใคร

อาคิโกะยิ้ม ๆ มีท่าทีเกรงใจยูจิ หลังจากที่รู้ว่ายูจิเป็นใคร
“เคยได้ยินสาว ๆ หลายคนพูดถึงผู้กองมานาน เพิ่งจะมีโอกาสเจอตัวจริง”
“ตำรวจธรรมดาอย่างผม คงไม่มีเสน่ห์เท่าริว โอะนิซึกะ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตระกูลดังหรอกครับ”
อาคิโกะหรี่ตามองยูจิ นึกสงสัย
“ผู้กองมีธุระอะไรกับฉันกันแน่คะ”
“ธุระของผม คล้ายกับความต้องการของคุณ”
“ยังไง”
“คุณอยากเข้าไปเยี่ยมริว ผมก็อยากเข้าไปสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
“ริวยังไม่ฟื้น คงให้ข้อมูลผู้กองไม่ได้”
“ผมถึงได้มาขอให้คุณส่งข่าวให้ผมทราบทันทีที่ริวฟื้น”
ยูจิบอกความต้องการตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม อาคิโกะครุ่นคิด ยังไม่ค่อยไว้ใจยูจิ

โคจิ มาซาโตะ คาซูมะ ปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด
“เป็นไปได้มั้ย ที่ฮารุจะวางแผนตลบหลังโซเรียวหลังการเจรจา”
“ฮารุเป็นคนตรงไปตรงมา คงไม่ทำอะไรที่ไร้เกียรติในถิ่นของตัวเองหรอก”
มาซาโตะครุ่นคิด หนักใจ
“ถ้าไม่ใช่มิอุระ แล้วจะเป็นใคร”
“เรามีศัตรูรอบด้าน แต่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดใครได้ น่าเจ็บใจจริง ๆ” คาซูมะหนักใจ
“ตอนนี้ชีวิตโซเรียวสำคัญที่สุด หวังว่าโซเรียวจะไม่ยอมแพ้ฟื้นขึ้นมาโดยเร็วนะ”
โคจิทอดถอนใจทั้งสามสบตากัน เป็นห่วงริว
อายะโกะ ฟุมิโกะ ช่วยกันจัดเสื้อผ้าและของใช้ใส่กระเป๋าใบขนาดกะทัดรัดให้มายูมิเอาไปโรงพยาบาล ทั้งสองใบหน้าหมองเศร้า เสียใจกับการบาดเจ็บของริว

“ฉันอยู่บ้านโอะนิซึกะมาตั้งแต่ยังสาวเห็นการเข่นฆ่ากันแทบทุกวัน สมาชิกในบ้านล้มตายไปทีละคน จนเหลือคุณริวเป็นทายาทคนเดียว ไม่นึกเลยว่าคุณริวจะ...”
อายะโกะจุกในลำคอ เศร้า พูดไม่ออก ฟุมิโกะเลื่อนมือไปกุมมืออายะโกะ พูดปลอบ
“โซเรียวเป็นคนดี บรรพบุรุษโอะนิซึกะจะต้องคุ้มครองโซเรียวนะจ๊ะป้า”
อายะโกะพยักหน้ารับรู้ เศร้า ๆ โคจิเลื่อนประตู ยืนอยู่นอกห้อง ไม่ก้าวเข้ามา
“จัดกระเป๋าไปโรงพยาบาลให้คุณมายูมิเสร็จรึยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“แล้วคุณมายูมิอยู่ไหน”

โรงซ้อมเคนโด้ บ้านโอะนิซึกะ มายูมิอยู่ในชุดซ้อมเคนโด้นั่งนิ่งเงียบอยู่กลางโรงซ้อมคนเดียวท่าทางสง่างาม เข้มแข็ง ข้างกายมีดาบไม้วางอยู่หนึ่งอัน คิดถึงสิ่งที่ริวบอก
“ว่าที่นายหญิงของโอะนิซึกะจะต้องแข็งแกร่ง ช่วยเหลือตัวเองได้ ฝีมือต่อสู้ของคุณคราวก่อนถือว่าใช้ได้ แต่ยังต้องฝึกเพิ่ม”
มายูมิคว้าดาบไม้ลุกขึ้น ก่อนกำดาบไม้ตวัดฟาดอากาศตรงหน้า วาดดาบไม้ ตีโต้กลับ เสมือนกำลังฝึกซ้อมกับริวในความคิด
“ประสานใจให้เป็นหนึ่งเดียว... แล้วมันจะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง”
มายูมิหมุนตัว ตวัดดาบไม้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ขณะที่กำลังหมุนดาบไม้ตวัดฟาดอากาศตรงหน้าอีกครั้ง จู่ ๆ ก็ชะงักเมื่อภาพหวานของเธอกับริวปรากฏขึ้น ทำให้เสียจังหวะ ดาบไม้หลุดมือกระเด็นไป มายูมิเครียด สับสน ก่อนทรุดตัวลงกับพื้น คิดถึงริวที่ให้คำมั่นสัญญาหน้าฮารุในไนต์คลับ
“มายูมิมีค่ายิ่งกว่าลมหายใจของผม ผมพร้อมจะดูแลเธอด้วยชีวิต”
ภาเหตุการณ์ที่ริวกระโดดคว้าตัวเธอหลบกระสุนของทาคาโอะ เกิดขึ้นในใจ
“มายูมิ ระวัง”
เสียงปืนดังก้องในความคิด เปรี้ยง...! มายูมิสะดุ้งเฮือก ตกใจ น้ำตารินไหลด้วยความรู้สึกที่กัดกินในใจ
“ฉันผิดเอง ฉันมองไม่เห็นความรักของคุณ กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายไปแล้ว ให้โอกาสฉันแก้ตัวอีกครั้งนะคะริว คุณต้องฟื้นนะคะ”
มายูมิปล่อยโฮ น้ำตาแห่งความอ่อนแอหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ร่ำร้องด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เสียใจเกินเยียวยา

ทางเข้าโรงซ้อมเคนโด้ โคจิยืนนิ่งมองมายูมิอยู่เงียบ ๆ เฝ้าดูอาการของมายูมิด้วยความเป็นห่วง และเศร้า เสียใจกับการบาดเจ็บของริวเช่นกัน
สำนักงานตำรวจ...มาซารุจ้องฮารุเขม็ง คาดคั้นถาม

“โอะนิซึกะถูกทำร้ายในถิ่นมิอุระ แต่คุณจะปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง”
ฮารุตอบอย่างเบื่อหน่ายและหงุดหงิด
“ไนท์คลับมิอุระไม่ใช่เขตหวงห้าม ใครๆ ก็เข้าออกก็ได้ทั้งนั้น”
“แก้ตัวได้ดี” เคนจ้องหน้า พูดกวนๆ
“ผมไม่จำเป็นต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ทำ” ฮารุเสียงแข็ง
“ตามรูปคดี...เหมือนเป็นการล้างแค้นส่วนตัว” เคนบอก
“ผมเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่อันธพาล” ฮารุหันไปหามาซารุ “ผมขอตัวก่อนนะ...เพราะถ้า
ตำรวจมีหลักฐานว่าผมทำผิดป่านนี้ผมคงอยู่ในห้องขังแล้ว”
ฮารุลุกขึ้นอย่างไม่เกรงใจมาซารุ กำลังจะกลับ
“ให้ความร่วมมือได้แค่นี้ หวังว่าตำรวจจะจับตัวคนร้ายตัวจริงได้ซะที”
ฮารุกับมาซารุจ้องหน้ากันเขม็ง ไม่ยอมซึ่งกันและกัน

ฮารุเดินมาตามทาง ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ชุนที่เดินมาด้วยชวนคุย
“โชคดีนะครับที่ตำรวจไม่มีหลักฐานทำอะไรเรา”
“ตราบใดที่เรายังไม่ล้ม...มาซารุก็จะหาทางเล่นงานเราอีกจนได้”
ฮารุชะงัก หยุดเดินเหมือนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จนชุนต้องหยุดเดินไปด้วย
“มีอะไรเหรอครับ”
“คนของเราเสียชีวิตในถิ่นโอะนิซึกะ...โอะนิซึกะก็ถูกทำร้ายในถิ่นเรา”
“ตำรวจมุ่งประเด็นแก้แค้นมาที่มิอุระกับโอะนิซึกะ แกคิดว่าใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้”
ชุนครุ่นคิด นึกขึ้นได้
“มิซาว่าบุกถล่มโอะนิซึกะเพื่อโยนความผิดให้เรา”
“นิสัยลอบกัด มีแต่อันธพาลไร้เกียรติอย่างไอ้ทาคาโอะที่กล้าทำ ไม่มีโอะนิซึกะกับมิอุระ...มิซาว่าก็จะครอบครองธุรกิจทั้งหมดในเมืองนี้”
ฮารุแค้น ขบกรามแน่นจนสันนูน แค้นมาก

ในห้องป้ายบรรพบุรุษโอะนิซึกะ...โคจินั่งนิ่งขรึมอยู่บนเบาะ มายูมิเปิดประตูเดินเข้ามานั่งบนเบาะข้างโคจิ สีหน้าหม่นเศร้า
“ฟุมิโกะบอกว่าอาโคจิมีเรื่องจะคุยกับฉัน”
โคจิมองดาบประจำตระกูล ที่วางเรียงกันอยู่ตรงหน้าป้ายบรรพบุรุษ พูดโดยไม่มองมายูมิ
“โอะนิซึกะ...คือสายเลือดนักรบซามูไรที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เกียรติและศักดิ์ศรีของเราได้มาจากเลือดที่เหล่านักรบพร้อมสละชีวิต เพื่อปกป้องเมืองนี้จากอำนาจชั่ว”
“การตายเยี่ยงวีรบุรุษในการต่อสู้ เป็นจุดหมายอันทรงเกียรติของนักรบ” มายูมิเปรยออกมา พอรู้มาบ้าง
“หน้าที่ของนายหญิงแห่งโอะนิซึกะก็มีเกียรติไม่แพ้กัน”
มายูมิชำเลืองมองโคจิ ไม่เข้าใจ
“เวลาที่โซเรียวออกไปจัดการอันธพาลข้างนอก นายหญิงของบ้านจะต้องเข้มแข็งเช่นเดียวกับนักรบ เพื่อปกป้องคนในครอบครัวและรักษาเกียรติยศของตระกูลแทนสามี”
“เข้มแข็งแต่โดดเดี่ยว...เพราะไม่รู้ว่าสามีจะมีชีวิตรอดกลับมารึเปล่า อย่างนั้นใช่มั้ยคะ”
มายูมิแววตาหม่นเศร้า ทั้งที่พยายามทำตัวเข้มแข็ง
“ทุกชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว...ไม่ว่าคุณมายูมิจะรู้สึกยังไง นายหญิงแห่งโอะนิซึกะก็ต้องแข็งแกร่ง เพื่อยืนเคียงข้างโซเรียวให้ได้”
โคจิหันมาสบตามายูมิ หน้าตาจริงจัง มายูมินิ่ง ไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่นั้น

ในห้องพัก...จุนโกะหยิบถ้วยน้ำชามาจิบ หันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน แล้วตกใจ
“โอนิซึกะโซเรียวถูกยิง ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อาการปางตาย”
จุนโกะลดหนังสือพิมพ์ลง ครุ่นคิดด้วยความเป็นห่วงริว เพราะอย่างน้อยเขาก็เคยช่วยเหลือเธอมาก่อน

จุนโกะเดินมาที่ทางเดินในโรงพยาบาล เข้าไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้านหนึ่ง กำลังจะถามถึงริว แต่เห็นพยาบาลยังต้อนรับคนอีกคน จุนโกะจึงยืนรีๆ รอๆ อยู่...อาคิโกะถือตะกร้าผลไม้ และกล่องขนมหลายกล่องอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล เธออยู่ในชุดเรียบหรู สวมแว่นอำพราง เพื่อให้ไม่สะดุดสายตาคนทั่วไป

อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 29 ส.ค. 57

ละคร รอยฝันตะวันเดือด บทประพันธ์: ณารา
ละคร รอยฝันตะวันเดือด บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ, จีรนุช ณ น่าน
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ดำเนินงานโดย : ยศสินี ณ นคร
ละคร รอยฝันตะวันเดือด กำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคล
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ผลิต : เมกเกอร์วายกรุ๊ป
ละคร รอยฝันตะวันเดือด แนวละคร โรแมนติก/ดราม่า/แอกชั่น
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15-22.45 น.
ละคร รอยฝันตะวันเดือด เริ่มออกอากาศตอนแรกวันพฤหัสบดี 21 สิงหาคม 2557 นี้
ละครเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด เป็นเรื่องต่อจากละครเรื่อง รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน
ที่มา ไทยรัฐ