อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 1 วันที่ 23 ก.ย. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 1 วันที่ 23 ก.ย. 57

เนื้อนางสงสัย แต่ไม่ทันถาม คำฝายก็ตอบแทนว่าหมื่นหล้าคงกลัวเนื้อนางถูกหลอกเหมือนแม่ เห็นท่าทางกับสายตาหยาดเยิ้มของผู้จัดการคนใหม่แล้ว หมื่นหล้าคงนึกกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

“เนื้อนาง...อย่าอยู่ใกล้หนานไตร อย่าทำตัวสนิทสนม” หมื่นหล้าย้ำอีก

“จ้ะตา...เนื้อนางจะอยู่ห่างๆหนานไตร”

“จำไว้นะเนื้อนาง...คนเมืองเปิ้นไม่เหมือนเรา เปิ้นมาแล้วเปิ้นก็ไป เหมือนนายห้างฝรั่งพ่อเอ็ง”

แววตาชอกช้ำของผู้เป็นตาทำให้เนื้อนางอดสงสารไม่ได้ ยิ่งเขาพูดเรื่องเก่าๆยิ่งสะท้อนใจ


“จันทร์เป็งแม่เอ็งเป็นตัวอย่าง ช่างฟ้อนคุ้มหลวง... งามจนผู้ชายจะฆ่ากันตาย แต่สุดท้าย...พ่อเอ็งก็ทิ้งมันกลับเมืองฝรั่งไปแล้วหายหัว ทิ้งเมียทิ้งลูก แม่เจ้ามันถึงตรอมใจตาย ถ้ารักตา...สัญญาสิเนื้อนาง อย่าอยู่ใกล้หนานไตร”

“จ้ะ...สัญญา...เนื้อนางรักตา เชื่อตา เนื้อนางจะไม่ทำตัวสนิทสนมกับหนานไตรให้ตาไม่สบายใจ”

แม้จะอยู่ฉลองจนดึกดื่นกับเหล่าคนงาน หนานไตรก็ตื่นมาคุมงานแต่เช้าได้อย่างสบายๆ สายตาคมเข้มของผู้จัดการคนใหม่มองรอบๆปาง เห็นเหล่าคนงานพื้นเมืองหลากหลายชาติพันธุ์มารวมตัวกันทำหน้าที่ต่างๆ แสงคำกับอินมองมาแบบหยั่งเชิง ไม่รังเกียจแต่ก็อดตั้งแง่ไม่ได้ กลัวคนเมืองจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทนงานหนักไม่กี่วันก็เปิดกลับเมืองแทบไม่ทันเหมือนที่ผ่านมา ต่างจากม่อนดอย ที่ชื่นชอบผู้จัดการคนใหม่มาก จนถึงกับกล้าไปกอดคอ

หนานไตรไม่ถือสาอาการตีสนิทของม่อนดอย เอ่ยเสียงเข้มถึงเรื่องสำคัญ “ผมขอย้ำกับทุกคน นโยบายบริษัทปางหิมวัต จะไม่มีการตัดไม้เถื่อนและทำลายป่า เราจะตัดไม้ตามสัมปทานที่หลวงอนุญาตเท่านั้น แล้วจะปลูกเพิ่มให้มากกว่าที่ตัดไป ป่าไม้คือทรัพยากรที่สำคัญเท่าชีวิต พวกเราจะไม่เป็นคนทำลายสมบัติของแผ่นดิน”

แสงคำกับอินเบ้หน้า ไม่ตื่นเต้นกับอุดมการณ์ของผู้จัดการคนใหม่มากนัก คนก่อนหน้านี้ก็พูดแบบนี้ทุกคน คนงานอื่นได้แต่ทำหน้าจ๋อย ยกเว้นหมื่นหล้า พยักหน้ารับคำนิ่งๆ และม่อนดอยที่เห็นดีเห็นงามกับหนานไตรไปทุกเรื่อง

ooooooo

การทำงานครึ่งวันแรกของผู้จัดการคนใหม่ผ่านไปได้ด้วยดี คนงานหนุ่มๆให้ความร่วมมือตามที่หมื่นหล้าสั่ง แต่ที่ออกนอกหน้าเป็นพิเศษ คือสร้อยฟ้า รัญจวนและกำปุ้ง ที่แย่งกันเอาอกเอาใจจนหนานไตรแทบไม่ต้องขยับไปไหน

แต่คนที่ผู้จัดการหนุ่มสนใจมากกว่าใคร เห็นจะหนีไม่พ้นเนื้อนาง นางฟ้อนคนสวยที่เขาติดตาตรึงใจตั้งแต่แรกเห็น เขาพยายามจะขอนั่งร่วมโต๊ะด้วย แต่สาวเจ้าก็ทำเฉยเมยและขอตัวกลับไปทำงานดื้อๆ คำฝายจำต้องลุกตามเพื่อนรุ่นน้องอย่างเซ็งๆ หนานไตรจะตามไปถามให้รู้เรื่อง แต่พวกสร้อยฟ้าก็ปรี่มาขวางเสียก่อน

“ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกจ้ะ เนื้อนางมันไม่เหมือนผู้หญิงแถวนี้ ชอบทำตัวแปลกกว่าคนอื่น”

“ผมก็เห็นเนื้อนางเขาปกตินะ”

“ผู้จัดการมาใหม่จะรู้อะไรล่ะคะ เนื้อนางมันชูคอเพราะถือว่าพ่อเป็นฝรั่ง แต่ที่จริงแม่มันน่ะถูกทิ้ง ตรอมใจตาย หมื่นหล้าน่ะอุตส่าห์หวังว่าหลานจะได้ดิบได้ดีไปเป็นแหม่มเมืองฝรั่ง สุดท้ายก็โตมาตามป่าตามดอย” รัญจวนเสริม

กำปุ้งกลัวน้อยหน้า ต้องร่วมวงนินทากับเขาด้วย “คำฝายนั่นเป็นเด็กกำพร้าค่ะ หมื่นหล้าเอามาเลี้ยงให้เป็นขี้ข้าเนื้อนาง ผู้จัดการหนานไตรมาใหม่ อยากรู้จักใครลึกซึ้งถึงต้นตระกูล...ถามพวกเราได้”

หนานไตรไม่ได้ถามอะไรหลังจากนั้น แต่ตั้งใจว่าจะหาโอกาสทำความรู้จักกับเนื้อนางให้ได้

เวลาเดียวกันที่เรือนเนื้อนาง...หญิงสาวเจ้าของเรือนตั้งหน้าตั้งตาจัดสมุนไพรในกระจาด คำฝายตามไปซักถามถึงท่าทางแปลกๆก่อนหน้า แต่กลับถูกเนื้อนางแหวใส่ โทษฐานทำตัวญาติดีกับหนานไตร

“พี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ตั๋วต่างหากทำตัวน่าเกลียด วิ่งหนีหนานไตรมา เขาจะหาว่าเราเกลียดเขา”

“เขาจะคิดยังไงก็เรื่องเขา แต่ตาสั่งแล้ว อย่าไปยุ่งกับเขา อย่าเข้าใกล้”

“พ่ออุ๊ยหมื่นหล้าก็เห็นตั๋วเป็นเด็กวันยังค่ำ กลัวแต่ตั๋วจะถูกหลอก คนเมืองอาจไม่ขี้จุ๊เหมือนกันทุกคนก็ได้”

“ยังไงฉันก็เชื่อตา พี่คำฝายก็ต้องเชื่อด้วย เรารู้จักหนานไตรเพราะว่าเขามาทำงานที่นี่เท่านั้น อย่าทำตัวตีสนิท”

ฟากหนานไตรนั่งรถจี๊ปตรวจงานรอบปางตลอดบ่าย และถือโอกาสซักถามม่อนดอยถึงเรื่องทั่วๆไป เพื่อสร้างความสนิทสนม ม่อนดอยช่างพูดอยู่แล้ว เห็นผู้จัดการคนใหม่อัธยาศัยดีเลยเต็มใจคุยด้วย โดยเฉพาะสาเหตุที่หนานไตรย้ายมาทำงานในป่ากลางดอย ทั้งที่เป็นคนเมืองแท้ๆ หนานไตรตอบยิ้มๆ

“จะคนที่ไหนก็เหมือนกันล่ะ ฉันเบื่อคำว่าคนเมือง คนในเวียงเต็มที ขอเป็นชาวบ้านธรรมดาๆดีกว่า”

“อูย...คิดประหลาดนะแกเนี่ย แต่แบบนี้มันค่อยคบกันได้หน่อย”

ระหว่างที่หนานไตรพยายามปรับตัวเข้ากับคนงานในปาง...ศรีวัลลา แม่นายใหญ่แห่งบ้านหิมวัต แม่แท้ๆ

ของหนานไตรหรือชื่อจริงๆว่าณไตร กำลังบ่นกับจันตา สาวใช้คนสนิท โกรธที่ลูกชายคนโตกล้าหือ หนีไปซ่อนตัวในปาง ไม่ยอมอยู่เจอว่าที่เจ้าสาวที่เธอเตรียมไว้ให้ ธรรพ์ลูกชายคนเล็ก น้องชายแสนดีของณไตร ผ่านมาได้ยิน ก็แก้ต่างแทนพี่ชายว่าคงอยากทำงานพิสูจน์ตัวเองมากกว่า ที่สำคัญ...นี่เป็นคำสั่งของพ่อเลี้ยงอินถาปู่ของชายหนุ่มทั้งสอง

“แล้วทำไมพี่ชายแกต้องเชื่อปู่ ระหว่างแม่กับปู่ที่นอนเป็นผักเน่า พี่ชายแกต้องฟังแม่นะธรรพ์”

น้ำเสียงและท่าทางเกรี้ยวกราดของแม่ทำให้ธรรพ์เลือกจะเงียบ ไม่อยากเถียงให้แม่อารมณ์ขุ่นมัวไปกว่านี้

“จะให้แม่แบกหน้าไปตอบนายพลยศกรกับคุณหญิงมาลัยว่ายังไง เขากำลังพาลูกสาว...ว่าที่พี่สะใภ้แกมาที่นี่”

ธรรพ์กับจันตาเข้าหน้าศรีวัลลาไม่ติด และไม่ทันพูดอะไร บัวผุดสาวใช้อีกคนประจำบ้านหิมวัตก็มารายงานว่าครอบครัววิชิตภูบาลมาถึงแล้ว ศรีวัลลาปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม และลากลูกชายคนเล็กไปรับแขก!

ยศกรกับมาลัย นายพลใหญ่กับคุณหญิงตระกูลวิชิตภูบาล มองหน้าหล่อเหลาของธรรพ์ แล้วเข้าใจผิดว่าเป็นณไตร ศรีวัลลาพูดเซ็งๆว่าธรรพ์คือลูกชายคนเล็ก ส่วนณไตรลูกชายคนโตไปทำงานด่วนที่ปาง จังหวะเดียวกัน... แขไข วิชิตภูบาล ลูกสาวคนโตของยศกรกับมาลัยก็เข้ามา ธรรพ์ถึงกับตะลึงในความสวยและกิริยางดงามจนแทบลืมหายใจ

ธรรพ์ต้องตั้งสติครู่ใหญ่ กว่าจะปรับสีหน้าเป็นปกติ เมื่อต้องรับไหว้จากแขไข ศรีวัลลามองว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งหมายมั่นปั้นมือให้แต่งงานกับณไตรด้วยแววตาชื่นชม แต่ไม่ทันทักอะไร ก็มีหญิงสาวอีกคนเดินหน้าบึ้งเข้ามาเสียก่อน

ดาวเด่นหญิงสาวหน้าตาดีแต่ขาวซีดอย่างคนอมโรค หลานสาววัยสิบหกของยศกรกับมาลัยนั่นเองที่มาสบทบ เธอหน้าบึ้งเมื่อได้ยินมาลัยแนะนำว่าเป็นหลานห่างๆ มาเยี่ยมบ้านที่เมืองเหนือเลยขอมาด้วย เมื่อได้อยู่ตามลำพังเฉพาะสมาชิกครอบครัววิชิตภูบาลในห้องรับแขกบ้านหิมวัต ก็อดบ่นไม่ได้ เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเล็ก ไม่ใช่หลาน

มาลัยอารมณ์เสียทันทีที่ได้ยินลูกสาวคนเล็กตัดพ้อ สวนกลับเคืองๆ “ฉันบอกกี่ครั้งแล้วดาวเด่น แกอย่าเรียกฉันว่าแม่ เด็กขี้โรคอย่างแก ฉันยกให้เป็นลูกหม่อมป้าหญิงไปแล้ว แกต้องเรียกฉันว่าคุณหญิงน้า”

“คุณหญิงก็อย่าดุยายดาวนักเลยน่ะ ลูกก็คงลืมๆบ้าง” ยศกรพยายามไกล่เกลี่ย

มาลัยส่ายหน้าไม่ยอม ความเชื่อในวันวานยังฝังใจ “ลืมไม่ได้สิคะ หมอดูท่านกำชับหนักหนา ถ้าเราจะพ้นเคราะห์ ก็ต้องยกลูกสาวให้คนอื่น รู้อย่างนี้ฉันไม่น่าพาแกมาด้วยเลย พาลูกแขมาคนเดียวก็ดีแล้ว”

ดาวเด่นส่ายหน้าเอือมๆ โพล่งออกไปแบบไม่กลัว ใครได้ยินว่าแม่ตั้งใจพาแขไขมาหาผัว มาลัยปรี๊ดแตก อยากจะตีให้หายแค้น แต่ยศกรกับแขไขห้ามไว้ ไม่อยากให้คนอื่นมาได้ยินให้อายเปล่าๆ มาลัยถอนใจหนักหน่วง จำต้องผละไปแบบเสียไม่ได้ ดาวเด่นมองตามนิ่งๆ...ไม่เห็นจะสนใจเพราะคิดว่าตัวเองพูดความจริง

ooooooo

ธรรพ์เลยต้องรับหน้าดูแลแขไขแทนณไตรที่ไปหมกตัวที่ปาง ศรีวัลลาย้ำให้ดูแลว่าที่พี่สะใภ้อย่างดี เพราะครอบครัววิชิตภูบาลเคยมีบุญคุณกับครอบครัวหิมวัต ธรรพ์ยิ้มพอใจมากที่จะได้ใกล้ชิดแขไข ใจลอยไปไกลจนแทบไม่ได้ยินตอนแม่เตือนให้เตรียมลากตัวพี่ชายคนโตออกจากปางให้เร็วที่สุด

ด้านหนานไตรหรือณไตร...เพียรเข้าหาและทำความรู้จักกับเนื้อนางอย่างไม่ย่อท้อ อย่างเช่นวันนี้ ที่เขาพยายามจะคุยกับเธอเรื่องอาหารพื้นเมือง แต่เนื้อนางกลับไม่ยอมเข้าใกล้หรือเสวนาด้วยจนเขาเริ่มหงุดหงิด

“ทำไมต้องคอยหนีผมล่ะเนื้อนาง ผมอยากรู้จัก...อยากเป็นเพื่อนกับทุกคน”

เนื้อนางไม่ทันโต้ คำฝายก็โผล่หน้ามาเสียก่อน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นผู้จัดการหนุ่ม เนื้อนางหมั่นไส้เลยผละจากไปดื้อๆ ทิ้งหน้าที่ทำอาหารให้เพื่อนรุ่นพี่หน้าตาเฉย หนานไตรหรือณไตรได้แต่มองตามจ๋อยๆ จนคำฝายต้องปลอบให้ใจเย็นๆ เนื้อนางไม่ใช่คนใจร้ายหรือใจแข็ง อีกไม่นานผู้จัดการหนุ่มคงได้รู้จักมากกว่านี้แน่ๆ

แต่ถึงคำฝายจะปลอบใจมากแค่ไหน หนานไตรก็ไม่สบายใจ แอบตามดูเนื้อนางห่างๆ ยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นเธอหยอกล้อกับพลายน้อย แล้วต้องหุบยิ้มทันควัน เมื่อเห็นแสงคำเข้ามาหาหญิงสาวพร้อมหนังสือภาษาอังกฤษ

“นี่อ้ายแสงคำแอบไปซื้อมาจากในเวียงเลยเหรอจ๊ะ”

“อ้ายเห็นเล่มเก่ามันตกน้ำ อ้ายก็บ่รู้หรอกว่ามันเรื่องอะไร เห็นปกเหมือนๆกัน เนื้อนางก็รู้ว่าอ้ายอ่านบ่ออก”

“ก็อ้ายแสงคำมีเนื้อนางคอยอ่านให้แล้วนี่จ๊ะ ขอบใจนะจ๊ะ...มีแต่อ้ายแสงคำคนเดียวที่รู้ใจเนื้อนาง”

หนานไตรหน้าบึ้ง ไม่พอใจ หึงที่ควาญช้างหนุ่มได้รับความสนิทสนมจากเนื้อนาง ยิ่งแสงคำอุ้มเธอนั่งบนหลังพลายน้อย ยิ่งหัวเสีย ตัดสินใจทำบางอย่างและผลุนผลันออกจากตรงนั้นทันที

อารมณ์ใจร้อนของหนานไตรหรือณไตร ทำให้เขาบึ่งรถจี๊ปคู่ใจไปถึงบ้านหิมวัตในเวลาไม่นาน แอบเข้าไปห้องสมุดประจำบ้านและหยิบหนังสือภาษาอังกฤษออกมาหนึ่งเล่ม แต่คงรีบร้อนไปหน่อย เลยไม่ทันระวัง ถูกธรรพ์ แขไขและดาวเด่นเห็นเข้าเสียก่อน แขไขตะลึง ประทับใจในความหล่อของณไตรตั้งแต่แรกเห็น แต่ชายหนุ่มกลับมองมาแบบไม่รู้สึกอะไรเลย ขอตัวกลับปางและย้ำไม่ให้น้องชายบอกแม่ว่าตัวเองแอบกลับมา

ณไตรกลับไปนานแล้ว แขไขยังยืนเหม่อเคลิ้มฝันถึงใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม ดาวเด่นเฝ้ามองด้วยแววตาเฉยชา ไม่ชอบหน้าชายหนุ่มนัก เพราะไม่เห็นเขาจะสนใจพี่สาวเลยแม้แต่น้อย แขไขยิ้มบางๆ บอกไม่ต้องห่วง มาลัยสอนเคล็ดลับมากมายให้เธอมัดใจว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม ดาวเด่นเบ้หน้า ไม่ชอบเลยที่พี่สาวทำท่าจะจับผู้ชาย

“ดาวเด่น...น้องอย่าพูดหยาบคาย คุณแม่อยากให้พี่มีคู่ชีวิตที่เหมาะสมกันต่างหาก”

“ดาวไม่ชอบ...พี่แขไขแต่งงานเมื่อไหร่ ดาวเด่นก็จะเป็นหมาหัวเน่า”

ดาวเด่นโวยเหมือนคนจะโดนทิ้ง แขไขต้องกอดปลอบด้วยความสงสาร “ไม่หรอกจ้ะ...พี่ยังรักน้องเหมือนเดิม แต่งงานกันแล้ว พี่จะให้พี่ณไตรพาน้องดาวไปรักษาตัวที่เมืองนอกนะ น้องดาวจะได้หายจากโรคเลือดจาง”

อ้อมกอดของแขไขไม่ได้ให้ความมั่นใจเหมือนที่พูด ดาวเด่นได้แต่มองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น...กลัวเหลือเกินว่าพี่สาวจะหลงว่าที่คู่หมั้นหนุ่มจอมเฉยชาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนลืมน้องสาวอย่างเธอ

ooooooo

หนานไตรกำหนังสือภาษาอังกฤษที่แอบไปเอาจากบ้านเมื่อคืนก่อน มามอบให้เนื้อนางเช้าวันต่อมา หวังเอาความดีความชอบเหมือนที่แสงคำได้จากเธอบ้าง แต่ไม่ยอมบอกความจริงว่าเอาหนังสือมาจากไหน

“ผมจัดของบนเรือน เจอมันในตู้ เห็นเป็นภาษาอังกฤษเลยเอามาให้ คำฝายบอกว่าคุณชอบอ่านหนังสือ”

หนานไตรโกหกหน้าตาย เนื้อนางยังไม่กล้ารับ สุดท้ายเขาก็จับยัดใส่มือเธอจนได้ เนื้อนางตกใจจะดึงมือกลับ แต่เขาไม่ยอมปล่อย เนื้อนางขอร้อง ผู้จัดการหนุ่มถึงยอม แต่ไม่วายขอเสียงอ่อนให้เธออ่านให้ฟังบ้าง เนื้อนางทำท่าจะอ่าน แล้วเปลี่ยนใจขอตัวไปเก็บสมุนไพรดื้อๆ แต่คราวนี้หนานไตรไม่ยอมหลีกทางง่ายๆ

“ทำไมคุณต้องคอยหนีผมเนื้อนาง ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า”

เนื้อนางปฏิเสธเสียงเบา พยายามเดินหนีแต่เขายืนขวางไว้ แสงคำผ่านมาเห็นก็ย่างสามขุมหาผู้จัดการหนุ่ม พร้อมดึงเนื้อนางมาหลบข้างหลังอย่างหวงแหน หนานไตร เห็นควาญช้างหนุ่มกุมมือเนื้อนางก็อดหงุดหงิดไม่ได้

“ผมคุยกับเนื้อนาง ผมจริงใจ อยากเป็นเพื่อนกับทุกคนที่นี่”

“นายเพิ่งมาใหม่ ยังไม่รู้ว่าเราต้อนรับเพื่อนกันยังไง”

“ก็บอกผมสิแสงคำ ผมจะได้รู้ว่าคนในปางนี้จะยอมรับผมเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

วิธีต้อนรับเพื่อนใหม่ของคนงานหนุ่มในปางทำให้เนื้อนางหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่สบายใจที่แสงคำกับหนานไตรจะประกาศศึกวางมวยกัน โดยมีเธอเป็นต้นเหตุ สร้อยฟ้า กำปุ้งและรัญจวนเฝ้ามองการประลองตรงหน้าด้วยท่าทีตื่นๆ ไม่เข้าใจศักดิ์ศรีบ้าๆของพวกผู้ชายเลย ว่าจะใช้กำลังท้าต่อยท้าตีกันเพื่ออะไร

กองเชียร์ถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย หมื่นหล้ายืนมองนิ่ง ถอนใจเบาๆเมื่อเห็นท่าทีกระวนกระวายของหลานสาว

“ไม่ต้องห่วงหรอกเนื้อนาง ถ้าหนานไตรอยากเข้ากับพวกเราได้ เปิ้นก็ต้องทำให้ทุกคนยอมรับในความเก่ง”

ในที่สุดเวลาประลองก็มาถึง หนานไตรกับแสงคำก้าวมายืนคนละด้าน โดยมีหมื่นหล้าเป็นคนบอกกติกา

“ที่นี่มีประเพณีของหมู่เฮา วัดว่าป้อจายคนไหนแข็งแรง เหมาะจะเป็นผู้นำ ที่แม้แต่สัตว์ทุกตัวจะต้องก้มหัวให้”

เสียงกลองรัวดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เริ่มประลอง แสงคำวาดลวดลายท่วงท่าโบราณอย่างคล่องแคล่ว ส่วนหนานไตรตั้งรับเต็มกำลัง สองหนุ่มผลัดกันเป็นฝ่ายรับและฝ่ายรุกจนเหงื่อท่วมโทรมกาย แต่หนานไตรคงไหวตัวช้าไป เลยถูกควาญช้างหนุ่มผู้ชำนาญการซัดเสียหมอบ โชคดีที่หมื่นหล้าสั่งให้หยุด ก่อนลานประลองจะนองเลือด!

แสงคำฮึดฮัด ไม่อยากทำตามที่หมื่นหล้าขอ เนื้อนาง ต้องเอื้อมไปบีบแขนเขาเบาๆเป็นเชิงขอร้อง เลยยอมหยุดแบบเสียไม่ได้ พวกสร้อยฟ้าถลาไปดูผู้จัดการหนุ่มด้วยความเป็นห่วง แต่หนานไตรไม่สนใจแม้แต่น้อย มัวแต่มองตามแสงคำที่ไปดึงมือเนื้อนางให้เดินห่างออกไปด้วยแววตาเคืองๆ เริ่มจะหึงมากขึ้นที่เข้าถึงตัวเนื้อนางไม่ได้เลย

หนานไตรกลับขึ้นเรือนด้วยความหงุดหงิด ไม่อินังขังขอบกับการปรนนิบัติพัดวีของพวกสร้อยฟ้า มัวแต่ซักถามม่อนดอยถึงเรื่องแสงคำ ว่าเป็นใครมาจากไหน หวังจะหาทางเอาชนะพิชิตใจเนื้อนางให้ได้

เวลาเดียวกันที่ทางเดินในปาง...แสงคำพยายามเกลี้ยกล่อมเนื้อนางไม่ให้ใจอ่อนยอมคุยกับหนานไตร โดยยกเรื่องแม่ของเธอมาอ้าง เป็นห่วงไม่อยากให้เธอถูกหลอกให้ช้ำใจ เนื้อนางยิ้มตอบอย่างใจเย็น

“ไว้ใจเนื้อนางเถอะอ้ายแสงคำ เนื้อนางจะรักษากาย รักษาใจให้ดี ไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาหลอกง่ายๆ”

จบคำก็ขอตัวไปทำงานต่อ ทิ้งให้แสงคำมองตามเครียดๆ เมื่อหันมาเห็นหมื่นหล้าเดินตามมา เลยรีบบอกว่า รักเนื้อนางอย่างคนรัก ไม่ใช่แบบน้องสาว และอยากขออาสาเป็นคนดูแลเธอตลอดชีวิต

“ความรักมันเป็นเรื่องหัวใจของคนสองคน ข้าจะบังคับใจเนื้อนางได้ยังไง...ไอ้แสงคำ”

“ฉันสัญญา...ไอ้แสงคำคนนี้จะไม่ทอดทิ้งเนื้อนาง ไม่ทำให้เนื้อนางน้ำตาตก เหมือนที่นายห้างฝรั่งทิ้งแม่หญิง จันทร์เป็ง ฉันสัญญาพ่ออุ๊ย...ไอ้แสงคำจะรัก จะเทิดทูนเนื้อนางคนเดียว”

คำมั่นของแสงคำทำให้หมื่นหล้าพูดไม่ออก หนักใจเพราะรู้ดีว่าพิษรักทำร้ายคนมานักต่อนักแล้ว

ooooooo

แสงคำกลับไปพักที่เรือนพัก บีบนวดเนื้อตัวเครียดๆ อดบ่นคนเดียวไม่ได้ เพราะหมัดของผู้จัดการหนุ่ม หนักไม่ใช่เล่น ส้มปอยสาวน้อยวัยสิบหก คนงานในปางที่แอบหลงรักเขามานาน พุ่งมาหาพร้อมของกำนัลเป็นของป่าที่ตั้งใจหามาเอาใจควาญช้างหนุ่ม แต่แสงคำก็ไม่สนใจ แล้วเอ่ยปากไล่ให้ออกไปเพราะอยากอยู่คนเดียว

ส้มปอยไม่ยอมไป อยากอยู่ใกล้ๆคอยดูแลเขาไม่ห่าง ร้อนถึงม่อนดอยซึ่งแวะมาเยี่ยมแสงคำ ต้องเป็นคนลากเธอออกไป ส้มปอยโวยวายไม่หยุด ไม่ทันมองสายตากรุ้มกริ่มของม่อนดอยที่หลงรักเธอมานานแล้ว จนเขาต้องสะกิดเรียก เอ่ยปากชวนเธอไปชมดอกไม้ป่า ส้มปอยแกล้งยิ้ม ก่อนจะตบหน้าม่อนดอยเตือนสติ

ม่อนดอยโมโห มองตามหลังส้มปอยเคืองๆ “อะไรๆก็แสงคำ มันไม่สนใจเอ็งหรอก มันรักเนื้อนางคนเดียว!”

ฟากเนื้อนางขะมักเขม้นเก็บสมุนไพรตากแห้งใส่ตะกร้าเล็กๆในเรือน เหมือนพยายามจะกลบเกลื่อนความไม่สบายใจจากการประลองเมื่อเช้า คำฝายเฝ้ามองเพื่อนรุ่นน้องตลอด อดไม่ได้เอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน ว่าดูท่าปางหิมวัตจะร้อนเป็นไฟแน่ เพราะมีเสือสองตัวอยู่ในที่เดียวกัน คือแสงคำและหนานไตร เนื้อนางไม่ชอบแหวลั่น

“พี่คำฝาย...พูดไม่คิดอีกแล้ว เราก็อยู่ส่วนเรา หนานไตรก็มาทำงานของเขา...งานของผู้จัดการ”

“แล้วคนเป็นผู้จัดการ มันบ่มีหัวใจ รักผู้หญิงไม่ได้เหรอ”

“เขาไม่ได้รัก เขาเห็นเนื้อนางหนี เขาก็แค่อยากสนุก อยากล้อเล่นกับเรา”

พูดจบก็เมินหน้าหนี ไม่อยากพูดให้เสียอารมณ์ คำฝายมองตาม ส่ายหน้าเอือมๆ เบื่อพวกปากไม่ตรงกับใจ!

ฝ่ายหนานไตรพยายามขอแก้มือกับแสงคำอีกครั้ง ไม่อยากพ่ายแพ้โดยไม่ได้ทวงศักดิ์ศรีคืน แต่ควาญช้างหนุ่มกลับไม่สนใจ ย้อนให้เก็บแรงไว้ทำงานในปางดีกว่า ถ้าไม่อยากถูกซัดจนหมอบ พวกสร้อยฟ้าเห็นเหตุการณ์ตลอด แอบซุบซิบกันใหญ่ด้วยความหมั่นไส้แสงคำ สงสัยจะอยากเป็นผู้จัดการเสียเอง ถึงได้หาเรื่องหนานไตรตลอด คำฝายได้ยินก็อดไม่ได้ แขวะเสียงเขียวว่ารำคาญพวกชอบสอดรู้เรื่องชาวบ้าน

พวกสร้อยฟ้าจะเอาเรื่อง แต่ม่อนดอยเข้ามาขวางและลากตัวไปคุยอีกมุม ว่าหนานไตรซักไซ้เขาขนานใหญ่เรื่องแสงคำ คำฝายไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แถมนึกสนุกอีกต่างหาก เพราะเข้าใจว่าผู้จัดการหนุ่มคงตกหลุมรัก เนื้อนางแน่ ถึงได้ลงทุนทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจเช่นนี้ ม่อนดอยเห็นด้วย แต่ก็แอบหนักใจแทนหนานไตรไม่น้อย...ตั้งแต่อยู่ที่นี่มา ยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนฝ่าด่านขอสับช้างของพ่ออุ๊ยไปได้สักคน!

ถึงจะถูกกันท่ามากแค่ไหน หนานไตรก็ไม่ยอมแพ้ แอบตามดูถึงหน้าเรือน เห็นเนื้อนางถือหนังสือที่ตนให้จะมาอ่าน ก็ยิ้มร่าตั้งท่าจะไปหา แต่ต้องยั้งตัวไว้ เมื่อเห็นหมื่นหล้ามาหาหลานสาวด้วยท่าทางเหมือนเป็นกังวล ยิ่งเมื่อเห็นเนื้อนางถือหนังสือที่หนานไตรเป็นคนให้ ยิ่งโมโห กระชากมาเขวี้ยงทิ้งแบบไม่ไยดี

เนื้อนางหน้าเจื่อน เสียดายหนังสือ หมื่นหล้าเลยสำทับ “อย่ารับอะไรจากหนานไตรอีก ถ้าหนานไตรกับแสงคำ มันจะแข่งขันกัน ก็ให้มันแข่งเรื่องเป็นผู้จัดการปาง แต่ต้องไม่มีเรื่องเจ้าเข้ามาเกี่ยว...เนื้อนาง”

เนื้อนางพยักหน้ารับ หมื่นหล้าออกแรงมากไปเลยไอสำลัก จนหลานสาวต้องเข้ามาพยุง

“ตาไม่รู้จะอยู่ปกป้องเจ้าได้อีกนานแค่ไหน จำไว้เนื้อนาง...ถ้าไม่อยากถูกทิ้งเหมือนแม่ อย่ามอบใจให้คนไกล”

“จ้ะตา...เนื้อนางจะไม่ทำให้ตาผิดหวัง จะไม่ทำให้ตาอายคน”

เนื้อนางกอดตาน้ำตาคลอ ไม่รู้เลยว่าหนานไตรแอบมองอึ้งๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมหมื่นหล้าถึงหวงหลานนักหนา

ooooooo

ธรรพ์รับหน้าที่ดูแลและต้อนรับครอบครัววิชิต-ภูบาลด้วยความเต็มใจ แขไขประทับใจในความสุภาพและอ่อนโยนของธรรพ์ ศรีวัลลามองทุกอย่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เช่นเดียวกับมาลัย แต่ถึงกระนั้นก็อดเสียดายไม่ได้ ที่ณไตรไม่อยู่ แม่นายใหญ่แห่งบ้านหิมวัตรีบบอกว่าลูกชายคนโตไปทำงานที่ปางไม่นาน ต้องรีบกลับมาแน่ถ้ารู้ว่าแขไขมาหามาลัยพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่วายสงสัย “หลานณไตร เรียนมาตั้งสูง ดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษ ทำไมให้ทำงานตามป่าตามดอยแบบนั้นล่ะคะ ตระกูลหิมวัตเองก็มีธุรกิจในบางกอกตั้งหลายอย่าง”

“ณไตรเขามีความคิดเป็นของตัวเอง ก็พ่อเลี้ยงอินถา...ปู่เขาน่ะสิคะ คอยให้ท้ายตั้งแต่เด็ก ถึงดื้อไม่ฟังใคร”

“โชคดีนะคะ หลานธรรพ์นี่ท่าทางรักแม่ ห่วงแม่มาก”

“ใช่ค่ะ...ยังดีนะคะที่ธรรพ์ไม่เหมือนณไตร”

ธรรพ์พยายามเอาอกเอาใจแขกสาวคนสำคัญเต็มที่ แขไขเลยได้โอกาสถามถึงอาหารโปรดของณไตร ธรรพ์แกล้งให้ทายเล่นๆ แขไขยิ้มเขิน บอกว่าเพิ่งเจอกันครู่เดียวคงเดาไม่ถูก ศรีวัลลาหูผึ่ง ซักลูกชายคนเล็กใหญ่ว่าณไตรกลับมาเมื่อไหร่ ธรรพ์เลี่ยงตอบแกนๆ ว่าพี่ชายมาเอาปืนแล้วรีบกลับไปดูงานที่ปาง แม่นายใหญ่แห่งบ้านหิมวัตส่ายหน้าเซ็งๆ แต่พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มเมื่อถามแขไขถึงลูกชายคนโต

“แขว่าพี่ณไตรเก่งมากเลยค่ะ ทั้งเก่งทั้งฉลาด”

ดาวเด่นเบ้หน้าเมื่อได้ยิน ไม่ชอบใจเลยที่แม่เจ้ากี้เจ้าการ เป็นตัวตั้งตัวตีให้พี่สาวแต่งงาน ยศกรหงุดหงิดไม่ต่างกัน เมื่อสบโอกาส ได้อยู่ตามลำพังเฉพาะสมาชิกครอบครัว เลยอดต่อว่ามาลัยไม่ได้

“นี่คุณหญิงสอนลูกให้มันดีๆหน่อย ลูกเราไม่ใช่ผู้หญิงชาวบ้านร้านตลาด ถึงต้องเร่จับผู้ชายรวยๆ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 1 วันที่ 23 ก.ย. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ