อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 1 วันที่ 24 ก.ย. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 1 วันที่ 24 ก.ย. 57

หนูมาลีร้องไห้โฮบอกทองทาให้พาตนออกไปจากที่นี่ โรสเสียงเฉียบ “ถ้าอยากจะหางานหาบ้าน ฉันมีบ้านมีร้านอาหาร แกก็มาทำงานที่ร้านฉัน จะหาเงินไปประกวดบ้าบอนั่นก็ตามใจ อ้อ เรียกฉัน พี่โรส เหมือนอีชงโค ไม่ต้องเรียกเป็นอย่างอื่น ในเมื่อไม่อยากเรียกก็ไม่ต้องเรียก”

“เอ้อ หนูมาลี ตอนนี้เพิ่งเจอกัน ต่างคนต่างตกใจ ใจเย็นกันก่อนนะ ไปบ้านพ่อก่อน แล้วค่อยคุยกับพ่อนะ” ทองทาเตือน

โรสโวย “เอ๊ะ หูหนวกหรือไง ก็บอกว่าฉันไม่ได้อยากเป็นพ่อมัน มันหาว่าฉันเห็นแก่ตัว ก็ถูกแล้วนี่ มันรู้จักอาย แล้วคิดว่าฉันไม่อายหรือ”


“หนูไม่ได้อาย หนูแค่...”

“ค่าแรงวันละสามร้อย ทำงานวันละแปดชั่วโมง น้ำไฟค่าอาหารฟรี เด็กมอหกอย่างแก หาราคานี้ไม่ได้หรอก ไปคิดดู ถ้าตกลงก็ไปช่วยนังชงโคล้างแก้วข้างหลังร้าน แล้วตามมันกลับไปบ้านได้เลย” พูดจบโรสเป็นฝ่ายเดินหนี แก้วเดินตามงงๆ

มาถึงหลังสตูดิโอ โรสนั่งสงบสติอารมณ์ แก้วเข้ามานั่งข้างๆ โรสเอ่ยปากเล่าโดยไม่ต้องถาม ว่าแม่หนูมาลีเป็นเพื่อนสนิทชื่อรำเพย...โรสเล่าเรื่องในอดีต ว่ารำเพยเรียนเก่งเป็นหัวหน้าห้อง ต้องรับผิดชอบงานจึงกลับบ้านเย็นพร้อมกัน บางวันรำเพยไม่มีข้าวกลางวันมากิน เขาก็แบ่งให้เธอเพราะสงสารที่รำเพยมีพ่อเลี้ยงใจร้าย ชอบแย่งเงินแม่ไป ความสงสารของเขาทำให้กลายเป็นความผูกพันห่วงใยกันและกัน จนกระทั่งคืนวันลอยกระทง ด้วยความคึกคะนองอยากลองว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ และความเหงาเปล่าเปลี่ยวของรำเพยทำให้เกิดเรื่องขึ้น

“ก็แค่ครั้งเดียว แต่รำเพยเกิดท้อง คลอดลูกตอนเรียนจบพอดี แล้วรำเพยก็หนีเข้ากรุงเทพฯ ทิ้งลูกไว้ให้แม่เขา...แม่รำเพยถูกพ่อเลี้ยงทุบตีที่หาภาระมาให้ จนต้องให้เด็กแก่สถานสังคมสงเคราะห์” โรสจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี วันที่ตัวเขาวิ่งตามรถสถานสงเคราะห์เพื่อขอลูกคืน ยืนยันว่าตนเป็นพ่อเด็ก ภาพตนชงนมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ทำงานสารพัดเพื่อหาเงิน โรสยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ รำพึงออกมา “หนูมาลีโตแล้วสวยด้วยนะ”

“เขาคือเจ้าของจดหมายปึกนั้นใช่ไหม ในห้องพี่ จดหมายที่พี่ไปรับทุกอาทิตย์” แก้วถาม

“เขาเรียนเก่งมากนะหนูมาลีน่ะ ที่หนึ่งมาตลอด เป็นหัวหน้าห้องเหมือนแม่เขาเลย”

“ไปดุเขาซะใหญ่โต ที่แท้ก็รักเขามาก ดูหน้าสิ” แก้วเห็นโรสยิ้มเมื่อพูดถึงลูก

“เมื่อกี้เขาเอารูปตอนพี่เป็นทหารเกณฑ์มาให้พี่ดูด้วย เหมือนพกไว้ตลอด”

“ไม่น่ามาเจอกันในสภาพแบบนี้เลย ไม่เหมือนในละครเลยเนอะ พ่อลูกต้องโผเข้ากอดกันไม่ใช่หรือ”

โรสหุบยิ้ม “คงอาย สภาพอย่างเรา คำว่าพ่อมันสูงเกินไป ต่อให้ลูกมันอนุญาต คนทั้งโลกก็คงไม่อนุญาต พี่ทำใจได้” โรสร้องไห้โฮออกมาด้วยความอัดอั้นน้อยใจ

แก้วดึงโรสมากอด บอกให้ร้องออกมาให้หมด ไม่ต้องทำเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้...อีกมุมหนึ่ง หนูมาลีนั่งร้องไห้จะทำอย่างไรดี ทองทาบอกว่าถ้าถามตน ตนว่าไม่มีใครดีกับเราเท่าพ่อแม่เรา หนูมาลีตัดสินใจลุกขึ้น ทองทางงจะไปไหน หนูมาลีเดินมาหาชงโคในครัว

“ฉันชื่อหนูมาลี ฉันตกลงกับเอ้อ...พี่โรสแล้ว ฉันจะทำงานกับเขา ฉันช่วยจ้ะ”

ชงโคมองหนูมาลีที่ดึงแก้วไปล้าง จึงบอกล้างไปให้หมด ตนจะออกไปเต้น ทองทายืนยิ้มกับการตัดสินใจของหนูมาลีที่เลือกอยู่กับพ่อ...เสร็จจากงาน ชงโคพาหนูมาลีซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับมาร้านคาราโอเกะ หนูมาลีถามนี่หรือร้านพี่โรส ชงโคพยักหน้า “เออ เห็นข้างนอกก็สวยดี แต่ข้างใน เฮ้อ...มีเรื่องอึ้งทึ่งเสียวอีกเยอะ อยู่ไปก็รู้เอง ทางโน้นบ้านพักเด็กเสิร์ฟ ตามฉันมา”

โรสยืนมองอยู่ในบ้าน แอบดีใจที่หนูมาลีเลือกอยู่กับตน กลับมากับชงโค...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองทานั่งอ่านหนังสือ ป้าแตงทำความสะอาดบ้าน มีรถแล่นมาจอด ป้าแตงเห็นสาวสวยเหมือนนางงาม นึกได้ว่าชื่อ โยทะกา...ทองทาได้ยินยิ้มแต้ ป้าแตงแซวตาเยิ้มเชียว

“รักแรกของผม” ทองทาพึมพำ แล้วนึกถึงอดีตตอน 8 ขวบ ชอบการเต้นมาแต่เด็ก หันไปเห็นในทีวี โยทะกาสวมสายสะพายนางงาม เดินชมสวนเพื่อให้กล้องบันทึกภาพ เธอหยิบดอกไม้มาทัดหู ทองทาเห็นแล้วเคลิ้มหลงใหล

โยทะกาเดินยิ้มเข้ามา ทองทาถาม หาตนเจอได้อย่างไร เธอบอกว่าถามจากเพื่อนเป็นสิบคน ทองทาบ่นซ่อนตัวไม่ได้อีก โยทะกาเดินดูรูปที่ติดบนผนัง จำได้หมดชี้ “นี่บัลเล่ต์ที่นิวยอร์ก นี่ละครบรอดเวย์ นี่คอนเทมโพรารี่แดนซ์ที่ญี่ปุ่น แหม...อายุเท่านี้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ พี่ภูมิใจแทนเธอจริงๆ”

“ในโลกนี้ คงมีแต่พี่โยที่สนใจเรื่องของผม ผมไม่มีค่าอะไรในสายตาคนอื่น”

โยทะการู้ว่าทองทาน้อยใจจึงเปลี่ยนเรื่องคุย...

ทั้งสองเดินชมสวน โยทะกาถามเรื่องงาน ทองทาเด็ดดอกไม้ส่งให้เธอทัดหู เธอส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้ทำแบบนั้นนานแล้ว เธอชมบ้านสวย

ทองทาถอนใจ “อยู่เมืองนอกมานาน กลับมาเมืองไทยตั้งใจจะมีบ้านที่มีสวนสวยๆ วันๆปลูกต้นไม้ ชักเบื่อๆกับแสงสีบนเวที”

โยทะกาถามปลูกต้นไม้นี่หรือ ทองทาตอบว่าใช่ ต้นไหนเพาะได้เยอะ ป้าแตงกับลุงต๋อยก็จะเอาไปขาย ได้เงินมาแบ่งกันสามคน โยทะกาทึ่ง เกิดอะไรขึ้น เจอกันคราวก่อนเขายังไม่หมดอาลัยตายอยากอย่างนี้ ทองทาเองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเบื่อๆ โยทะกาชวนไปช่วยงานที่ออฟฟิศ

ทองทาไม่อยากปฏิเสธโยทะกา ยอมตามเธอมาที่ตึกเอ็มเอ็มแชนแนล หน้าห้องประชุมมีแต่รูปซุปเปอร์สตาร์สี่แยกนักฝัน ขนาดเล็กและใหญ่ มีทีวีฉายโฆษณาการประกวดและรูปซีโร่เต็มไปหมด...ในห้องประชุม บรม แซนดี้และทีมงานกำลังประชุมอยู่

โยทะกาเล่าให้ทองทาฟังว่า สถานีโทรทัศน์ของเราแจ้งเกิดเพราะโปรเจกต์การประกวดสี่แยกนักฝัน ซีโร่คือศิลปินคนแรกที่ชนะการประกวด ทำให้เรตติ้งปีที่แล้วสูงมาก จึงอยากทำปีที่สองและให้ทองทามาช่วยเป็นกรรมการ ทองทาตกใจ โยทะกาว่าจะมัวปลูกต้นไม้ขายทำไม เสียดายความสามารถ ทองทาบ่น

“ไม่มีอะไรท้าทายสำหรับผมแล้ว ผมแค่อยากหยุดอยู่เฉยๆ ชีวิตนักเต้นเหนื่อยมากตั้งแต่เด็ก อยากพักบ้างอะไรบ้าง”

“ทำไมดูเศร้าๆ อายุแค่นี้เอง ทำตัวอย่างกับคนแก่ เอาสิคะ” โยทะกาแตะแขน

ทองทาจับมือเธอ “ไม่ได้เจอพี่โยมั้ง มีแต่พี่ทำให้ผมรู้สึกดี”

เมืองแมนเดินเข้ามาเสียงเข้ม “จะสวีตกันไปถึงไหน แกคงลืมสินะว่าโยทะกาเป็นเมียพ่อ”

“เขาเป็นรักแรกของผม พ่อมาแย่งไปต่างหาก พ่อแย่งทุกอย่างไปจากผม แย่งเฉพาะที่เป็นความสุขด้วย”

“ฮึ ที่แกเรียนหนังสือยี่สิบกว่าปี ฉันหมดไปกี่สิบล้าน แล้วดูตอนนี้ไม่ทำงานทำการ ลอยชายไปวันๆ”

“ชีวิตพ่อคงมีสาระมาก แฟนคนปัจจุบันอายุเท่าไหร่ ทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนแล้วคนเล่า สนุกมากไหม”

“ไอ้ทองทา! แกต้องมาช่วยงานฉัน ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องเข้าบ้าน”

“ถามสักคำไหมว่าอยากเข้าหรือเปล่า ผมเรียนจบทำงานตั้งหลายปี หาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว พ่อจะบังคับผมได้ยังไง ถามหน่อย”

เมืองแมนโวยวายด่าไอ้ลูกอกตัญญู บรมกับแซนดี้ชะงักหันมอง โยทะกาปรามจะช่วยคุยกับทองทาให้ ดันเมืองแมนเข้าไปประชุม...โยทะกาพาทองทาเข้ามาคุยในห้องทำงาน ทองทาระเบิดความน้อยใจออกมาว่า

“แม่ผมทนพ่อไม่ได้ ขอหย่าตอนผมแค่ 7 ขวบ ชีวิตผมเคยอยู่กับพ่อไม่ถึง 10 ปี แล้วสิ่งที่เขาทำกับแม่ พี่โยว่าผมจะทำงานกับเขา เจอเขาทุกวันได้จริงหรือฮะ”

โยทะกาปลอบว่าเขากลับเมืองไทยเพื่อค้นหาตัวเองไม่ใช่หรือ ถ้าเบื่อเต้นก็ลองเปลี่ยนมาสร้างนักเต้นใหม่ๆ ทองทาทึ่งที่โยทะกาเป็นเมียคนเดียวที่ทนอยู่กับพ่อตนได้นาน ทั้งที่ต้องทำงานหนัก โยทะกาบอกว่า ตนกับเมืองแมนผ่านอะไรมาด้วยกันมาก เขาก็มีส่วนดี ให้เปิดใจมองพ่อของตัวเองดูอีกที ทองทาคิดว่าพ่อของเขา มีแต่เรื่องเงิน ผู้หญิงและผลประโยชน์

“...สถานีโทรทัศน์เขา รายการของเขา มันก็เหมือนตัวเขานั่นแหละ ให้ผมตายยังดีเสียกว่ามาช่วยงานเขา” ...โยทะกาอ่อนใจ

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 1 วันที่ 24 ก.ย. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ