อ่านละคร ทรายสีเพลิง ตอนอวสาน(1) วันที่ 7 ก.ย. 57

อ่านละคร ทรายสีเพลิง ตอนอวสาน(1) วันที่ 7 ก.ย. 57

ทรายกับดวงตาหันมามองป้าอุทิศ
“อ้าว ..ฉันนึกว่าพี่ทิศ ไปวัดกับคุณเสาว์ คุณศกแล้วเสียอีก”
“ยังค่ะ ..พี่รอส่งคุณกับคุณทราย”
ป้าอุทิศยื่นรูปสติ๊กเกอร์ที่ลูกศรถ่ายคู่กับทราย “คุณทรายเคยทิ้งมันลงถังขยะ ..แต่ป้าแอบเก็บไว้ให้ค่ะ”
ทรายมองรูปสติ๊กเกอร์ที่ทรายถ่ายคู่กับลูกศร ทรายรู้สึกอึ้ง นึกถึงตอนที่ลูกศรชวนถ่ายสติกเกอร์

ลูกศรหันไปเห็นตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ “เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ทราย เราไปถ่ายสติ๊กเกอร์กันเถอะนะคะ”
ทรายไม่อยากถ่าย “เด็กไปรึเปล่าศร”
“ไม่หรอกค่ะ”
ลูกศรดึงมือทรายไปที่ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ ทรายทำหน้าหงุดหงิดจำใจเดินตามลูกศร



ทรายนึกถึงตอนที่ทรายเดินมาส่งลูกศรที่ถือถุงใส่เสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่ช๊อปปิ้งมาที่หน้าบ้าน
ลูกศรยกมือไหว้ทราย “ขอบคุณพี่ทรายอีกครั้งนะคะ “
“เลิกขอบคุณได้แล้วน่า เข้าบ้านเถอะ พี่กลับล่ะ”
“เดี๋ยวค่ะพี่ทราย” ลูกศรหยิบสติ๊กเกอร์ใส่กระเป๋ายื่นให้ทราย “แบ่งกันเก็บไว้นะคะพี่ทราย”
ทรายมองสติ๊กเกอร์อย่างแอบระอา “ศรเก็บไว้เถอะ”
“ศรมีแล้วค่ะ พี่ทรายเก็บไว้เถอะค่ะ”
ทรายมองลูกศรที่ยังยื่นให้ ทรายจึงจำเป็นต้องรับสติ๊กเกอร์ใส่กระเป๋า

ทรายมองรูปสติ๊กเกอร์อย่างเสียใจ ป้าอุทิศเอารูปสติ๊กเกอร์ใส่มือทราย “คุณลูกศรรักคุณทรายนะคะ ..แม้คุณลูกศรจะรู้ว่าคุณทรายรู้สึกยังไง แต่คุณศรก็พร้อมจะรักและเทิดทูนคุณทราย เพราะคุณทรายคือพี่สาว”
ทันใดนั้นมีสายลมแผ่วเบาพัดผ่านทราย เหมือนเป็นสัญญาณจากลูกศรจะบอกอะไรกับทราย ทรายนึกถึงที่ลูกศรเคยบอกกับทรายก่อนหน้านั้น
“ถ้าลืมไม่ได้ ขอแค่อย่าเอาความโกรธ ความเกลียด มาทำร้ายตัวเองมากขึ้น เราห้ามคนอื่นทำร้ายเราไม่ได้ แต่เราห้ามตัวเองได้ ..ใช้ความเข้าใจและให้อภัยเขา ศรเชื่อว่าการให้อภัย จะชนะความโกรธ ความเกลียดทุกอย่างได้”
ทรายกำรูปสติ๊กเกอร์แน่นด้วยหัวใจที่เจ็บ แล้วโผเข้ากอดป้าอุทิศ
ป้าอุทิศอวยพร “โชคดีนะคะ”
ทรายยกมือไหว้ป้าอุทิศที่อกป้าอุทิศ ป้าอุทิศกอดทรายอีกครั้ง
“ไปกันเถอะทราย” ดวงตาชวน
ทรายหันไปมองบ้านใหญ่ที่เงียบเหงา มีความหม่นหมองปกคลุมไปทั้งบ้าน ทรายมองด้วยสายตารู้สึกผิด ดวงตาจับมือเหมือนเป็นกำลังใจให้ทราย จูงทรายเดินออกไป
“แม่คะ ..ทรายยังกลับอเมริกาไม่ได้ค่ะ”
ดวงตาหันมามองทรายคล้ายกับอยากจะถามว่าทำไม”
ทรายขับรถของโรงแรมที่ดวงตาพักเข้ามาจอดที่วัด ทรายนั่งอยู่ในรถโดยมีดวงตานั่งอยู่ข้างๆ ทรายมองไปทางศาลาวัดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
ดวงตาเอื้อมมือไปจับมือปลอบลูก “ไหวไหมลูก ?”
ทรายพยักหน้าช้าๆ “วันแรกที่ทรายกลับมาเมืองไทย ..ทรายมาที่นี่ “
ทรายนึกไปถึงวันแรกที่ทรายกลับมาเมืองไทย และทรายมาที่วัดนี้
ในวันนั้นทรายนั่งรถโรงแรมแต่งดำนั่งหลังรถ มองไปเห็นที่ปล่อยควันของเมรุ มีควันไฟลอยขึ้นมา ประมาณว่าเพิ่งเริ่มเผาจริง

ทรายลงจากรถแล้วมองไปมุมที่เคยเห็นเสาวนีย์ ศก ลูกศรและพัชระครั้งแรก
ทรายนึกถึงตรงนี้ก็พึมพำออกมา “ทรายเจอพ่อ อาเสาว์ และ ..” หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวด “น้อง ..ครั้งแรกที่นั่น”

ในวันที่เผาศพคุณย่า ทรายอยู่ในรถ มองจ้องที่ประตูวัด ในเวลาเดียวกันนั้นมีรถแล่นออกมาติดๆกัน ทรายขมวดคิ้วมองจ้อง พยายามคิดว่าจำใครได้บ้าง
คันที่ 1 หญิง ชายกลางคนนั่งออกมา
คันที่ 2 ผู้ชายหนุ่มๆขับ มีหญิงกลางคนท่าทางเป็นแม่นั่งข้าง
คันที่ 3 ผู้ชายคนเดียว แต่งชุดข้าราชการ
คันที่ 4 ศกนั่งคู่เสาวนีย์อยู่ด้านหลังมีคนขับรถรถจอด
รถจอด มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจะพูดกับศก ขณะนั้นรถจะเลี้ยวแล้ว หน้าต่างเลื่อนลง ศกพูดเบาๆ กับผู้ชายคนนั้นซึ่งยืนฟังอยู่ด้วยท่าทางนอบน้อม มองเห็นเสาวนีย์นั้งหน้าเฉยๆอยู่ข้างๆ ศกเลื่อนกระจกขึ้น รถแล่นไป
รถคันนึงแล่นตามหลัง เป็นรถของพัชระและลูกศรแล่นตามมา มีพัชระเป็นคนขับ เมื่อรถคันหน้าหยุด พัชระจึงต้องหยุดด้วย ทรายมองผ่านหน้ารถเห็นพัชระเหลียวไปคุยกับลูกศร ลูกศรตอบเบาๆ ท่าทางเศร้าน้ำตาหยด พัชระใช้หลังมือไล้น้ำตาให้
ทรายค่อยๆเดินไปที่ศาลา ไม่เหลือความผงาดกล้าแกร่งเหมือนครั้งแรกที่ทรายมาที่นี่
ทรายมองไปทางเมรุ ซึ่งถูกจัดด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ เหมือนบ่งบอกว่าลูกศรที่นอนสงบนิ่งใน โลงที่รอเผานั้น เป็นคนบริสุทธิ์ บอบบางบาง ความรู้สึกนั้นยิ่งบาดหัวใจทรายให้ยิ่งเจ็บปวด
ทรายนึกถึงวันงานเผาคุณหญิงศิริ “และวันนั้น ..เป็นครั้งแรกที่ทรายอยากเอาชนะมากที่สุดในชีวิต”

วันงานศพคุณหญิงสิริ บนเมรุ รูปคุณหญิงสิริยังวางแอบๆ ไว้ พนักงานคนหนึ่งเก็บถาดดอกไม้จันทน์ที่วางบนโต๊ะไป เดินเร็วๆ ไปจนดอกไม้จันทน์ดอกหนึ่งหล่นลง พนักงานเดินลงไป ทรายก้าวขึ้นมา ก้มลงมองดอกไม้ดอกจันทน์ สายตาครุ่นคิด มองไปที่รูปคุณย่า แล้วทรายก็ก้าวผ่านดอกไม้จันทน์ไป
เสียงของคุณย่าในความทรงจำผุดขึ้นมาอีกครั้ง “ก็คนมันไพร่ อย่าเอาทองไปลู่กระเบื้อง ปล่อยให้มันไปคนเดียว ดวงตามันเป็นคนทะเยอทะยาน แต่แม่รู้ว่ามันเลี้ยงไม่เชื่อง ร้อยมันไว้ใช้เถอะลูก ไม่เสียหายอะไรหรอก”
ทรายเดินเข้าไปเรื่อยๆ ขณะที่เสียงคุณย่าดังก้องในหู จนไปยืนอยู่ตรงหน้า มองจ้องตากัน
“คุณย่าคะ หลานคนที่คุณย่าตีค่าเหมือนกรวดทรายอยู่ในบ้าน อยู่ตรงนี้ คุณย่าจำได้มั้ยคะ ทรายไม่ลืมชีวิตที่บ้านคุณย่าหรอกค่ะ ปมหลายปม ถูกผูกไว้ยังไม่คลี่คลาย แต่ที่แน่นอน ตอนนี้คุณย่าสนับสนุนใครไม่ได้ ขัดขวางใครก็ไม่ได้อีกแล้วค่ะ”

ทรายมองไปทางเมรุด้วยสายตาเจ็บปวด รู้สึกผิด พ่ายแพ้ “ทรายไม่คิดเลยว่าวันสุดท้ายที่ทรายจะอยู่เมืองไทย ..ทรายต้องมาที่นี่มาเจอน้องเป็นครั้งสุดท้าย ..และเป็นวันที่ทรายไม่ต้องการเอาชนะใครอีก”
ดวงตาเห็นทรายเจ็บปวด ไม่เหลือความเป็นทรายที่มีแต่ความเป็นที่หนึ่งอีกต่อไป “ถ้าทรายไม่พร้อม ..ก็อย่าเพิ่งเข้าไป …”
“ทรายจะเข้าไปค่ะแม่” ทรายมองไปทางเมรูของลูกศรน้ำตาคลอ “ทรายต้องไปขอโทษน้องกับความเลวของทราย”
ทรายจะเดินไป ดวงตาจะเดินตามทรายไปแต่ต้องชะงักเมื่อทรายหันมาบอกดวงตา “แม่รออยู่ที่นี่แหละค่ะ ทรายเข้าไปคนเดียวได้”
ทรายเดินไปทางเมรุ ดวงตามองทรายอย่างห่วงใยลูก
บริเวณลานหน้าเมรุ แขกกำลังเรียงกันเดินขึ้นไปบนเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์ตรงหน้าโลงของลูกศรที่วางอยู่บนเมรุ เตรียมเข้าเมรุเผา แขกทั่วไปทยอยวางดอกไม้จันทน์จนหมด เหลือคนในครอบครัวขึ้นมาวางดอกไม้จันทน์ปิดท้าย
คุณแพรถือดอกไม้จันทน์เดินต่อท้ายแขกคนอื่นๆ ขึ้นมาบนเมรุ คุณแพรมองรูปลูกศรด้วยสีหน้าเสียใจ แล้ววางดอกไม้จันทน์ แล้วเดินออกไป
ป้าอุทิศเดินขึ้นมาต่อจากคุณแพร ป้าอุทิศเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตายิ่งเห็นรูปลูกศรยิ้มให้ ป้าอุทิศยิ่งสะเทือนใจถึงความใสซื่อดีงามของลูกศร ป้าอุทิศวางดอกไม้จันทน์ “คุณลูกศรเป็นเด็กดี ขอให้ความดีพาคุณลูกศรไปสู่สุขคตินะคะ” ป้าอุทิศเดินออกไป
พัชระเดินขึ้นมาต่อจากป้าอุทิศ พัชระถือดอกไม้จันทน์มายืนตรงหน้าโลงลูกศรแล้วมองที่รูปลูกศร ที่มีรอยยิ้ม เหมือนลูกศรกำลังยิ้มให้พัชระ บอกว่าลูกศรไม่เคยโกรธพัชระ ยังเป็นน้องสาวที่ดีของพี่เหมือนเดิม พัชระค่อยๆ วางดอกไม้จันทน์ลงบนพาน พัชระมองรูปของลูกศร “หลับให้สบายนะ …..น้องสาวของพี่” พัชระกลั้นน้ำตาแล้วรีบเดินออกไป
บุรีเดินถือดอกไม้จันทน์ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แววตาเสียใจ มองรูปลูกศร แล้วค่อยๆวางดอกไม้จันทน์ บนพาน “ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะศร ..พี่จะดูแลฌานให้เอง” บุรีวางดอกไม้จันทน์เสร็จ แล้วเดินออกไป แต่ยังไม่ลงจากเมรุ บุรีหันไปมองทางขึ้นเมรุ รอฌานเดินเข้ามา
ฌานค่อยๆ ถือดอกไม้จันทน์เข้ามาต่อจากพัชระ ฌานยังไม่พร้อมเงยหน้ามามองรูปลูกศร มองโลงของลูกศร ฌานก้มหน้ามองดอกไม้จันทน์ในมือ ฌานกำดอกไม้จันทน์แน่นด้วยความเจ็บปวดว่าถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงว่า ต่อไปนี้ ..ลูกศรไม่อยู่กับเขาแล้ว
ฌานพยายามทำใจให้เข้มแข็ง กลืนน้ำตาและกลั้นสะอื้นไว้ เขาไม่อยากให้ลูกศรเห็นเขาโศกเศร้า ฌานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองโลงศพลูกศร แล้วมองไปทางรูปลูกศร รูปลูกศรที่ยิ้มสดใส ดูเหมือนลูกศรกำลังยิ้มให้ฌาน บอกให้ฌานเข้มแข็งสดใสไว้ ฌานรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงลูกศรให้กำลังใจอยู่ข้างๆ คำพูดที่ลูกศรพูดกับฌานที่ภูเก็ต
ตอนนั้น ลูกศรจับมือฌานเลื่อนลงไปแนบที่หัวใจตัวเอง “รู้สึกไหมคะพี่ฌาน ? ...หัวใจของศร...” ลูกศรจับมือฌานไปวางแนบบนหัวใจของฌาน “กับหัวใจของพี่ฌาน ..มันเต้นจังหวะเดียวกัน เพราะมันเป็นหัวใจเดียวกัน ไม่ว่าหลับหรือตื่น เราจะอยู่ใกล้หรือไกล เราอยู่เคียงข้างกันและกันเสมอ ไม่หายไปไหน”
ฌานค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมามองลูกศร ลูกศรสบตายิ้มให้ฌาน “ขอบคุณนะศร ...ที่ทำให้พี่รู้ว่า ..ผู้ชายคนนี้ ..ยังมีคนรัก”
ฌานคิดถึงคำพูดของลูกศรแล้วกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ขอบคุณนะศร ...ที่ทำให้พี่รู้ว่า ..ผู้ชายคนนี้..ยังมีคนรัก” ฌานกำดอกไม้จันทน์แน่นไม่อยากวาง เหมือนกับเป็นนัยไม่บอกลาลูกศร
บุรีเดินเข้ามายืนข้างฌาน แล้วตบไหล่ฌานอย่างเป็นห่วง “ฌาน ….”
“ฉันไม่เป็นไร ..ฉันต้องไม่ให้ศรห่วงฉัน” ฌานเช็ดน้ำตา แล้วสูดลมให้ตัวเองเข้มแข็ง แล้วเงยหน้ามองรูปลูกศรอีกครั้ง ฌานพยายาม ยิ้มทั้งๆ ที่น้ำตายังไหล “พี่รู้ว่าศรไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน ศรแค่รอพี่อยู่อีกที่หนึ่ง ศรอยู่ตรงโน้นให้สบายไม่ต้องห่วงพี่ ..พี่อยู่ได้”
ฌานวางดอกไม้จันทน์ พยายามกลั้นสะอื้น ยิ้มให้รูปลูกศรอีกครั้งเหมือนยืนยันว่าตัวเองอยู่ได้ แล้วรีบเดินออกไปก่อนจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ บุรีเดินตามฌานไป
ศกเดินพยุงเสาวนีย์ที่มีสีหน้าล่องลอย ใบหน้ามีแต่น้ำตา เข้ามายืนตรงหน้าโลงศพลูกศร เสาวนีย์กับศกมองโลงศพและรูปลูกศรด้วยความสะเทือนหัวใจ
เสาวนีย์เดินไปที่รูปลูกศร ค่อยๆ เอามือเอื้อมไปลูบรูปลูกศรอย่างอาลัย เจ็บปวด “ศร ……”
ศกเข้าไปกอดเสาวนีย์ไว้ “เข้มแข็งไว้นะคุณเสาว์ ..อย่าให้ลูกต้องเป็นทุกข์ อย่าให้ลูกห่วงเรา..เราเลี้ยงลูกให้มีความสุขมาทั้งชีวิตแล้ว ..เราต้องทำให้เขามีความสุขจน …วันสุดท้าย“
เสาวนีย์ฟังศกแล้วพยายามกลั้นสะอื้น ทำตัวเองให้เข้มแข็ง ค่อยๆ วางดอกไม้จันทน์ที่พาน เสาวนีย์ไม่ยอมวางง่ายๆ เหมือนถ่วงเวลาล่ำลาไว้ให้นานที่สุด “แม่จำได้ ..วันแรกที่แม่คลอดศร ศรเหมือนปุยนุ่น ผิวศรบอบบางอ่อนนุ่ม ..จนแม่กลัวแสนกลัวว่าลูกของแม่จะเป็นอะไรรึเปล่า ..ตอนนั้น แม่บอกกับตัวเองว่าแม่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตของแม่ ดูแลและปกป้อง ลูกสาวตัวน้อยของแม่ให้อยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง แต่.... ..สิ่งที่ทำร้ายลูกของแม่ ไม่ใช่ใครอื่น ..แต่เป็นแม่คนนี้ เพราะความอิจฉาริษยาของแม่ ความไม่รู้จักยอมรับผิด ทำให้แม่กลายเป็นคนผลักดันให้ลูกไปสู่อันตราย ..แม่ทำให้ลูกต้องตาย ..แม่ไม่ได้ตั้งใจ ยกโทษให้แม่นะลูกศร”
เสาวนีย์กำดอกไม้จันทน์แน่นพร้อมกับร้องไห้ใจจะขาด ศกกอดเสาวนีย์ แล้วจะพาเสาวนีย์เดินออกไป

ที่หน้าเมรุ ฌาน บุรี พัชระ เสาวนีย์ ศก คุณหญิงเพกา ป้าอุทิศ คุณแพรยืนอยู่หน้าเตาเผา มองดูเจ้าหน้าที่กำลังดันโลงของลูกศรเข้าไปในเตาเผา
เจ้าหน้าที่หยิบพานใส่ดอกไม้จันทน์ใส่ในเตาร่วมกับโลงของลูกศร ฌานมองโลงของลูกศรที่อยู่ในเตาเผา และเจ้าหน้าที่ค่อยๆ ปิดประตู ลูกศรกำลังจะจากไปไม่เหลือแม้แต่ร่างจะให้สัมผัสอีกต่อไปแล้ว ฌานร้องไห้หัวใจเจ็บปวด บุรียืนข้างฌาน มองฌานอย่างสงสารและเห็นใจ
เสาวนีย์เห็นไฟที่กำลังเผาโลงลูกศรแล้วร้องไห้โฮ เดินเข้าไปใกล้ประตูเตาเผา เหมือนจะโผเข้าไปหาลูกศกรีบเข้าไปกอดรั้งเสาวนีย์ให้ห่างจากประตูเตาไว้ เสาวนีย์ร้องไห้ใจจะขาด
ทรายถือช่อดอกไม้จันทน์อยู่ห่างจากเมรุประมาณนึง มองไปที่เมรุ มองทุกคนที่ร้องไห้ แสนเจ็บปวดโศกเศร้า มองเห็นควันออกจากปล่องเมรุ
ทรายเงยหน้ามองควันที่ลอยขึ้นจากปล่องเมรุด้วยความรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองทำ ทรายร้องไห้พร้อมพูดกับลูกศร “พี่ขอโทษนะลูกศร …พี่ไม่ได้ตั้งใจ ..ถ้าศรได้ยิน ขอให้รู้ไว้ว่าพี่เสียใจจริงๆ”
พัชระมายืนอยู่ข้างหลังทราย “คุณแพ้แล้วทราย ..” ทรายชะงัก หันไปมองพัชระ พัชระมองทรายด้วยสายตาเย็นชา “ลูกศรจากไปท่ามกลางความอาลัยรักจากคนมากมาย ..แต่คุณ .ต้องมีชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง ! เพราะฉะนั้น ..ตอนนี้คนที่กำลังโดนเผา ไม่ใช่ลูกศร ..แต่เป็นคุณ! โดนไฟที่คุณก่อขึ้นด้วยมือคุณเผาและไฟนี้มันไม่มีวันดับ มันตามแผดเผาคุณให้มอดไหม้ไปทั้งชีวิต”
“พอเถอะพัชระ ..” ทรายพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดปนสะอื้น
คุณหญิงเพกาหันมาเห็นทรายแผดเสียงตวาดลั่น “เธอมาทำไม !!! “
เสาวนีย์ ศก ฌาน บุรี คุณแพรที่อยู่บนเมรุหันมามองทรายเป็นตาเดียวกัน
คุณหญิงเพกาเดินไปคว้าดอกไม้จันทน์ในมือทราย ปาใส่ทราย “คิดว่าเล่นละครสำนึกผิด แล้วใครๆ หลงกลเธออีกเหรอ! ตอนนี้ทุกคนรู้เนื้อแท้ของเธอหมดแล้วทราย! เธอมันนางมาร! จิตใจอำมหิต! อิจฉาริษยา จนฆ่าน้องตัวเองตาย!”
ทรายยืนนิ่งให้คุณหญิงเพกาด่า โดยไม่มีทีท่าตอบโต้ บุรีที่ยืนข้างฌานเห็นคุณหญิงเพกาต่อว่าทราย จึงจะไปห้ามคุณหญิง แต่บุรีห้ามตัวเองไว้

อ่านละคร ทรายสีเพลิง ตอนอวสาน(1) วันที่ 7 ก.ย. 57

ละครทรายสีเพลิง บทประพันธ์โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละครทรายสีเพลิง บทโทรทัศน์โดย : ศัลยา สุขะนิวัตติ์
ละครทรายสีเพลิง กำกับการแสดงโดย : ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครทรายสีเพลิง ผลิตโดย : ค่าย เมกเกอร์ วาย
ละครทรายสีเพลิง ควบคุมการผลิตโดย : ยศสินี ณ นคร
ละครทรายสีเพลิง ออกอากาศทุกวันจันทร์ และอังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครทรายสีเพลิง เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2557 นี้
ที่มา ไทยรัฐ