อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 2 วันที่ 27 ก.ย. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 2 วันที่ 27 ก.ย. 57

ด้านที่ร้านคาราโอเกะ ต่างนั่งหงอยเพราะเด็กในร้านหายไปหมด ซูซี่บ่นว่าหนูมาลีร้ายนักมาเอาเด็กตนไปด้วย สมศรีก็บ่นไม่มีคนช่วยทำอาหารแบบนี้จะเสร็จทันเปิดร้านได้อย่างไร โรสโกรธสั่งเอาป้ายปิดร้านหนึ่งวันไปติด

ในห้องคอนโทรล ทุกคนยังนั่งดูจออย่างต่อเนื่อง แซนดี้เอ่ยถามโยทะกาเห็นอะไรในตัวเด็กพวกนี้บ้าง โยทะกาพึมพำ “ลูกแม่...หนูอยู่ในนี้หรือเปล่า...” ก่อนจะหันมาตอบคำถามแซนดี้ว่า เห็นว่างานคงหนักมากทีเดียว แซนดี้ยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กเหล่านั้น


“ฉันมองเห็นโชคชะตา เด็กทุกคนก็น่ารักเหมือนกัน เก่งเหมือนกัน มีฝันเหมือนกันหมด แต่โชคชะตาจะเข้าข้างใคร...”

ระหว่างนั้นกลุ่มหนูมาลี 8 คน กำลังแสดงทักษะ พวกเธอเลือกเล่นตลกให้ทีมงานบันทึกภาพเป็นการแนะนำตัวแต่ละคนไปในตัว คนดูหัวเราะงอหาย...แซนดี้วิจารณ์ว่าเหมือนตลกคาเฟ่ไม่มีคุณภาพด้านเสียงเพลง แต่บรมกลับเห็นว่า กลุ่มนี้จะเรียกเรตติ้งให้รายการ แฟนรายการต่างจังหวัดน่าจะชอบ พลันบรมรู้สึกคุ้นหน้า เกรทกับมี่ว่าเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ แซนดี้รีบจดชื่อเอาไว้

โยทะกาจำต้องนำทีมกล้องมารอรับเบลล่า ให้ช่างภาพทำข่าว กลุ่มหนูมาลีมองอึ้งๆ เสียงยาหยีบอกให้ทุกคนหลีกทางให้บุษบาบัณหรือเบลล่า หนูมาลีจำได้ว่าเธอคือลูกสาวเมืองแมนเจ้าของสถานี นักข่าวสัมภาษณ์เธอมาทำอะไร เบลล่าตอบว่ามาร่วมสมัคร เกิดเสียงฮือฮาของผู้เข้าสมัคร เบลล่ารีบบอกว่าตนจะทำตามกติกาทุกอย่าง ไม่มีการใช้เส้นสาย

“แล้วจะมั่นใจได้ยังไงครับว่ากรรมการจะไม่เกรงใจคุณเมืองแมน” นักข่าวถามย้ำ

เบลล่าไม่ตอบ ตัดบทขอตัวไปกรอกใบสมัครแล้วเบลล่าก็แกล้งโผกอดโยทะกาที่ยืนต้อนรับ ทำให้เกิดเสียงฮือขึ้นอีก ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน...แซนดี้บ่น กดดันกรรมการจริงๆ แต่บรมกลับมองเป็นกลยุทธ์เปิดตัวเรียกเรตติ้ง แซนดี้เซ็ง

“คนสมัยนี้ก็แปลก ทำตัวดีๆเก่งๆไม่เป็นข่าว ทำตัวเลวๆผิดที่ผิดทางเป็นข่าวดังชั่วข้ามคืน แล้วแบบนี้ใครมันจะอยากเป็นคนดี”...บรมยักไหล่ไม่สนใจคำพูดของแซนดี้

ด้านชงโคบ่นว่าชนะใสๆ นอนมาแน่ มีเงินเป็นร้อยล้านยังมาแย่งเงินล้านเดียวจากพวกตนอีก หนูมาลีปลอบว่า พวกเราต้องมีกำลังใจ ทุกอย่างต้องโปร่งใส แล้วชวนกันกลับบ้านไปรอดูข่าวทางทีวี ว่าแล้วทั้งแปดคนก็ไปเรียกรถขึ้นไป ทองทาวิ่งมาไม่ทันได้แต่มองอย่างเสียดาย

ooooooo

กลับมาถึงร้านคาราโอเกะเอสเคป เจอป้ายปิดร้านหนึ่งวันก็ตกใจ หนูมาลีหน้าเครียดที่ทำให้พ่อเดือดร้อนอีก พอเข้ามาในร้านเจอทุกคนนั่งหน้าตึง หนูมาลีรีบบอกว่าตนจัดการเอง

สมศรีสวน “จะจัดการยังไงไม่ทราบยะ ของสดที่ซื้อมาในตู้วันวันหนึ่งหลายบาทนะหนู”

ซูซี่เอ็ดเกรทกับมี่กระชากตัวไปทำงาน หนูมาลียกมือไหว้ขอโทษทุกคน โรสสะบัดหน้าเดินหนี หนูมาลีวิ่งตาม โรสมาที่ห้องลูกสาว หยิบกระเป๋ามาโยนลงสั่งให้เก็บเสื้อผ้ากลับบ้าน ตนจะไปส่งสถานีรถ หนูมาลีโต้

“คุณมีฝันคนเดียวรึไง คุณมากรุงเทพฯได้แล้วทำไมหนูถึงมาไม่ได้ล่ะคะ”

“ฉันมาทำงาน หาเงินให้แกเรียนหนังสืออย่างสุขสบาย ถ้าฉันฝันเฟื่องอย่างแก แกคงเป็นขอทานไปแล้ว”

“คนอื่นก็มาทำงานเหมือนกัน ทำไมเขากลับบ้านไปเยี่ยมลูกได้ล่ะ อย่าอ้างเลย หลงแสงสี หลงผู้ชาย...”

โรสปรี๊ดเงื้อมือขึ้น แก้วตกใจ หนูมาลีก็ตกใจรีบก้มหน้า โรสหันไปถีบพัดลมแทน ฝาพัดลมกระเด็น ทุกคนสะดุ้ง บุญมาอุทาน...เอาแล้วไง...สมศรีพรวดเข้ามาโวยหนูมาลี

“พูดจากับพ่อแม่แบบนี้ ตกนรกไปจะกลายเป็นเปรต ปากเท่ารูเข็ม”

หนูมาลียกมือไหว้ขอโทษแต่ยืนกรานไม่กลับต่างจังหวัด โรสจ้องหน้าโกรธและเสียใจสะบัดหน้าเดินไป บุญมารีบบอกให้แก้วตามโรสไป หนูมาลีรู้สึกผิด... โรสมาระบายอารมณ์ที่บ้านย้งยี้ ย้งยี้จ้างหนุ่มกล้ามใหญ่มานวดให้อยู่ แต่ก็รับฟังปัญหาของเพื่อนเสมอ ย้งยี้ให้แง่คิด

“คิดมากนะแก เด็กมันเรียนหนังสือจบมอหกแล้ว มันเรียนมหาวิทยาลัยช้าไปแค่สองปีจะเอาอะไรนักหนา...พ่อแม่ แบบพวกแก วันๆจะบังคับให้มันเอาใบปริญญา ความรู้นอกห้องเรียนมันก็สำคัญนะ เขาเรียกหาประสบการณ์ชีวิต” ย้งยี้หันไปก้อร่อก้อติกหมอนวด

“ชีวิตในเมืองหลวงไม่เหมาะกับเด็ก มีแต่ขโมย ยาบ้า แสงสี ฉันดิ้นรนซื้อให้มันทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ ก็เพื่อมันจะได้ไม่ต้องมาที่นี่ หน็อย...มาหาว่าฉันหลงผู้ชาย” โรสเข่นเขี้ยว

แก้วพยายามเอาใจชงเครื่องดื่มเย็นๆมาให้ ย้งยี้ทำตาหวานหยอด ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนเพื่อน ตนจะดื่มกินทั้งตัว แก้วยิ้มๆถอยห่าง โรสแขวะ “หมู่นี้มีไซต์ก่อสร้างมาทำสตูดิโอใหม่ ยังหิวอีกหรือ ฝุ่นปูนติดนะที่ใบหูตรงนี้น่ะ”

“อีบ้า...ไหนอ่ะ ติดจริงหรือ” ย้งยี้รีบส่องกระจก โรสถอนใจ จู่ๆย้งยี้ก็นึกคำคมขึ้นมาได้ “อย่าเอากะลาที่ชื่อว่าความหวังดี ไปครอบเด็กๆ อย่ากักขังเขาจากความผิดพลาด เพราะเขาจะโตจากมัน” ทั้งโรสและแก้วร้องโห...ย้งยี้เสียงสูงโอ่ “อาร้าย...สวย มีสมอง”

คำคมของย้งยี้ทำให้โรสได้คิด

ooooooo

เช้าวันใหม่ โยทะกานั่งท่ามกลางหนังสือพิมพ์และไอแพด ชี้ข่าวให้เมืองแมนดูว่าสถานีโดนด่าเต็มไปหมดว่าไร้จรรยาบรรณ ปั้นลูกสาวตัวเอง บางเล่มด่าว่า หน้าไม่อาย บางฉบับว่า ผู้เข้าประกวดต่อต้าน หาว่าใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือสานฝันให้ลูกสาว จะนัดชุมนุม

โยทะกาถามเมืองแมนจะเอายังไง แต่เมืองแมนกลับไม่ยี่หระ สนใจแต่อาหารเช้าบนโต๊ะ พอเธอเสียงเข้ม จึงเปรยว่า “คุณบรมพูดถูก ได้ลงหน้าหนึ่งทุกฉบับ มีเงินยี่สิบล้านยังซื้อสื่อโฆษณาระดับนี้ไม่ได้เลย พอข่าวออก ทุกคนเปิดช่องเอ็มเอ็มแชนแนลทันที จำได้ทันทีว่าช่องของเรากดเลขอะไร”

เสียงข้อความเข้ามือถือ โยทะกากดดู “เรตติ้งออนไลน์มาแล้ว เพิ่มสามเท่าจากปกติ”

“นั่นไง เยี่ยมจริงๆ คุณโย มันไม่ใช่ปัญหา มันคือโอกาส” เมืองแมนชอบใจ

ด้านบุณฑริก มือหนึ่งถือหนังสือพิมพ์ อีกมือถือโทรศัพท์ โวยวายที่มาด่าหลานสาวตน ว่าเด็กเส้นเด็กนรก หน้าด้านบ้างล่ะ...ส่วนยาหยีกับนีน่าช่วยกันเช็กคอมพ์และไอแพด ช่วยกันเข้าไปกดไลค์คอมเมนต์ดีๆ ไม่ทันไรมีโทรศัพท์มาเชิญเบลล่าไปออกรายการ บุณฑริกใส่ทันที

“สัมภาษณ์เหรอคะ รายการอะไร ข่าวช่วงเย็น ประเด็นอะไรคะถ้าจะหาเรื่องด่าหลานสาว ฉันไม่ไปหรอกนะ สื่อคุณน่ะตัวดีใช้ภาษาแย่มาก...ผิดจรรยาบรรณเนี่ยคืออะไรไหนอธิบายมาซิ”

เบลล่านั่งเล่นกับแมวไม่สนใจคำด่าของใคร เปิดแมกกาซีนหาชุดสวยๆเอาไว้ใส่ออกทีวี ดีใจที่ตัวเองดัง แค่นี้ก็พอใจ

ส่วนโรส เอาของสดในตู้เย็นออกมากอง สั่งการะเกดกับชงโครับผิดชอบ ทำอาหารเอาไปขายที่ตลาด ตนไม่ยอมเสียเงินฟรีๆ ชงโคโพล่งขึ้น ถามหนูมาลีว่าเงินแปดพันค่าสมัครเมื่อวานเป็นเงินของโรสหรือเปล่า หนูมาลีถลึงตาให้เงียบ โรสหูผึ่ง

“หา! แกเบิกเงินจากบัญชีฉันไปสมัครหรือ”

หนูมาลีเอ็ดชงโค “สองครั้งแล้วนะ ถ้าแกใช้ปากผิดที่อีก โดนแปรงขัดส้วมแน่”

“ฉันพูดอะไร ฉันพูดความจริงทั้งนั้นนะ”

การะเกดช่วยปรามให้ชงโคหยุดพูด แล้วหันไปรับปากโรส จะทำกับข้าวไปขายเอง และรับรองจะต้องขายหมด...ชงโคยังไม่หยุดถามโรสไม่ไล่หนูมาลีกลับบ้านนอกแล้วหรือ หนูมาลีเอามือปิดปากชงโคดึงลากออกไป เกรงโรสจะของขึ้นอีก

บ่ายวันนั้น หนูมาลี การะเกดและชงโคช่วยกันขายข้าวกล่องที่การะเกดลงมือทำหน้าตลาด มีโทรทัศน์แม่ค้าเปิดรายการสี่แยกนักฝันที่พวกตนไปสมัคร พิธีกรรายงานสดหน้ากล้อง ว่าคณะกรรมการกำลังขะมักเขม้นตรวจเทปผู้สมัครห้าพันคน โดยมีทีมลงคะแนนจากหลายอาชีพ คะแนนจะปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ หาผู้ได้คะแนนสูงสุด 30 คน ประกาศผลให้ผู้ชมทางบ้านทราบตอน 9 โมงเช้าวันจันทร์ ขอให้ผู้สมัครทุกคนตามลุ้น...ทั้งสามสาวตื่นเต้น

ทางด้านกรรมการ เมืองแมนและโยทะกา ฟังแซนดี้กับบรมถกเถียงกัน บรมอยากให้หนูมาลีเข้ารอบแต่แซนดี้ไม่เห็นด้วย บรมมองด้านการตลาดว่าคนดูต้องชอบ เรตติ้งจะสูง แต่แซนดี้เห็นว่ามันทำให้โอกาสคนสมัครที่เก่งกว่าหลุดไป เมืองแมนตัดสินว่า ให้กรรมการที่รับเชิญมาทั้งหมดลงคะแนนวัดกัน ทั้งสองจึงยอมสงบ โยทะกาเอาคำพูดของแซนดี้มาย้ำ

“มีคนบอกฉัน เห็นเด็กเหล่านี้ เราจะได้เห็นโชคชะตา สามพันคนเหลือสามสิบคน โชคชะตาจะเป็นคนตัดสิน”...ทุกคนมองการแสดงกลุ่มหนูมาลีที่ปรากฏบนจอ

ooooooo

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 2 วันที่ 27 ก.ย. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ