อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 2 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 2 ต.ค. 57

บุญมาถามหนูมาลี ดูทีวีวันละกี่ชั่วโมง เธอตอบตั้งแต่เปิดสถานียันปิดสถานี “ก็บ้านอยู่หลังเขา ปู่เป็นอัลไซเมอร์ ย่าก็หูตึง จะให้คุยกับจิ้งจกหรือไงล่ะ แต่ถึง ดูทีวี หนูมาลีก็สอบได้ที่หนึ่งนะ เรียนเก่งมาก ข่าวทุกข่าว รายการสอนหนังสือทุกอันดูหมด”

ย้งยี้สรุปเพราะวีทีบอกเลยเชื่อว่าแก้วมาหลอกโรส หนูมาลีทำท่าเสี่ยตา ชี้นิ้วร้องถูกต้องแล้วครับ บุญมาประชดเชื่อเขาหมด หนูมาลีพยักหน้า สมศรีถามถ้าพวกตนบอกว่าแก้วเป็นคนดีจะเชื่อไหม หนูมาลีให้เล่าเรื่องของแก้วมาก่อน เพราะที่ตนรู้ แก้วหรือใครทำให้พ่อตนกลายเป็นแบบนี้ ตนจำได้เมื่อก่อนพ่อแมนทั้งแท่ง...ย้งยี้หยิบรูปถ่ายหมู่คณะคาบาเร่ต์ให้ดู


“ไม่ใช่แก้วหรอก นี่พี่อลิซเจ้าของคณะคาบาเร่ต์ นี่ฉัน...เต้นที่นี่เป็นแดนเซอร์หนุ่มหล่อ”

บุญมาชี้ตัวเองในรูป เป็นนักดนตรี ส่วนสมศรีเป็นแม่ครัว สมศรีเล่าต่อว่าโรสเป็นคนสวน ต่อมากลายเป็นสามีเจ้าของคณะ...หนูมาลีชี้นี่เองต้นเหตุ ย้งยี้สบถ

“โฮ้ย...อีหนอนโทรทัศน์ ของพวกนี้มีใครทำใครได้เล่า มันเป็นมาตั้งแต่ดีเอ็นเอ โมเลกุล อะตอม นาโน ฮิปโปโปเตมัสแล้วย่ะ”

ทุกคนย้ายมานั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราว ย้งยี้ บุญมาและสมศรีช่วยกันเล่าให้หนูมาลีเข้าใจในตัวโรส ที่มีทุกอย่างได้เพราะได้โอกาสจากอลิซ หนูมาลียังถามแล้วหนี้เกิดจากใคร ย้งยี้อธิบายเพราะเศรษฐกิจซบเซา คาบาเร่ต์เจ๊ง แต่เพราะโรสอยากให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆ จึงไม่เที่ยวเตร่ ด้วยที่ความรู้น้อยจึงลงทุนผิดๆถูกๆ ทำให้เกิดหนี้สิน... หนูมาลีพอจะเข้าใจแล้วแต่อยากรู้ว่ารู้จักแก้วตอนไหน ย้งยี้บอกว่าตอนที่อลิซตาย ตนเองยังเกาะโรสแจเพราะหวังอยากได้เป็นผัว หนูมาลีหน้าง้ำ ย้งยี้โวย ตนเป็นลูกเสี่ยโรงสีเชียวนะ หนีออกจากบ้านมาเป็นนางโชว์ เพราะใจรัก

“ทั้งงามทั้งล่ำอย่างพ่อแก น่ากินจะตาย ฉันนึกไปไง เห็นพี่อลิซแบบนั้น เรืองยศก็ต้องชอบสาวๆสวยๆอย่างฉันเหมือนกันล่ะน่า”

“สุดท้ายก็กินได้แค่ช่างทำฉากชื่อไอ้แอ๊ด เพราะโรสดันไปได้กับครูสอนฟิตเนสของตัวเอง” บุญมาเล่าแทน หนูมาลีจึงรู้แล้วว่าแก้วเป็นครูสอนฟิตเนส

ย้งยี้ย้ำว่าโรสกับแก้วรักกันมาก เป็นเงาตามกัน แม้โรสจะเหวี่ยงจะวีน แก้วไม่เคยเถียงสักคำ คอยเอาใจใส่ดูแล คิดแล้วตนน่าจะโปะยาสลบเอามาเป็นของตัวเองเสียก่อน สมศรีว่าทั้งสองเป็นเนื้อคู่กัน บอกหนูมาลีอย่าไปอิจฉาเลย หนูมาลีเคือง ไม่ยุ่งก็ได้

คืนนั้นขณะที่แขกเต็มร้าน โรสได้รับโทรศัพท์ ระเบิดอารมณ์ออกมา “เอ๊ะ ก็บอกแล้วว่าถ้ามีจะให้ทันที เงินนะไม่ใช่ต้นไม้ เก็บไว้ดอกมันก็ไปงอกที่กระเป๋าเจ๊ เรื่องอะไรจะเก็บไว้ล่ะ เข้าใจกันมั่งสิ เออ...ไม่คุยก็ไม่ต้องคุย ทำอย่างกับฉันอยากคุยกับเจ๊นักนี่”

ทุกคนรวมทั้งหนูมาลีหน้าตื่น ซูซี่เสนอให้เปิดห้องคาราโอเกะให้ตนอีกห้อง จะหาลูกค้าเพิ่มให้ โรสโวยว่าไม่...หนูมาลีจึงบอกว่าพรุ่งนี้พวกตนสามคนจะทำข้าวกล่องไปขายที่ตลาดช่วยหาเงิน ชงโคบ่นอุบจะเอาเวลาที่ไหน หนูมาลีไม่สนใจขอให้ช่วยซื้อของสดเพิ่มให้ด้วย โรสแขวะ รู้จักคุณข้าวแดงแกงร้อนบ้างก็ดี ตกจากบันไดดาวจะได้มีอาชีพทำกิน หนูมาลีเซ็งที่ไม่ให้กำลังใจกันบ้าง

ooooooo

วันต่อมา หนูมาลี การะเกดและชงโคช่วยกันทำข้าวกล่องแต่เช้ามืด แล้วรีบมาที่บ้านทองทาให้ทันเจ็ดโมงเช้า เห็นทองทากับอธิทะเลาะแย่งเสื้อกัน ชงโคตาค้างบ่นเสียดาย กินกันเองซะแล้ว อธิร้องลั่น “เฮ้ย! ไม่ใช่ๆนะน้อง อย่าเข้าใจผิด”

หนูมาลีรีบบอก คนกันเองไม่ต้องอาย ความจริงก็เหมาะสมกันดี ทองทายิ้มขำๆ...หนูมาลีบอกทองทาว่า ตั้งแต่วันนี้พวกตนจะผลัดกันมาเรียนวันละสองคน เพราะต้องแบ่งไปขายข้าวที่ตลาดหาเงินช่วยโรส ทองทาเป็นห่วงร่างกายจะไม่ไหวกัน แต่หนูมาลีรับรองว่าไหว

ระหว่างที่การะเกดขายข้าวกล่องก็เปล่งเสียงร้องเพลงเป็นการฝึกตามที่ทองทาบอกให้ฝึกทุกเช้า คนที่เดินตลาดงงไปตามๆกัน

หนูมาลีเสนอทองทาว่าพวกตนจะร้องเพลงประสานเสียงกันในการประกวด ทองทาท้วงว่ายาก อธิเห็นดีด้วย เพราะเป็นโอกาสที่สร้างความแปลกแตกต่างจากคนอื่น หนูมาลีย้ำ

“ใช่จ้ะ เล่นท่ายากไปเลย แพ้ก็แพ้ แต่ถ้าทำได้ขึ้นมา เขาจะแปลกใจมากว่าทีมสาวเสิร์ฟบ้านๆ ร้องเพลงขนาดนี้ได้ยังไง คะแนนโหวตจะมาเพียบเลย พี่ว่างั้นไหม”

ทองทาถอนใจเอาอย่างไรก็เอากัน แล้วให้แต่ละคนลองเสียง...ในขณะที่เบลเรียนร้องเต้นจนเบื่อ นีน่ากับยาหยีแอบยุให้หนีไปเที่ยวฮ่องกงตามแพลนเดิม สองวันเอง เป็นลูกสาวเจ้าของสถานียังไงก็ชนะ จะมัวเหนื่อยอยู่ทำไม เบลครุ่นคิด ครูฝึกเข้ามาให้ซ้อมต่อ โดยบอกว่าเวลาน้อย พักนานก็จะแพ้คนอื่นเขา เบลลุกขึ้นไปเรียนต่อโดยดี นีน่ากับยาหยีเซ็ง

อธิช่วยหาคลิปคู่แข่งขันมาเปิดให้ทองทาดู เพื่อจะได้รู้ความสามารถของผู้สมัครคนอื่น ทองทาแปลกใจทำไมทางรายการไม่มาถ่ายหนูมาลีกับเพื่อนๆบ้าง อธิตอบแทน

“เหตุผลง่ายมาก เขาไม่คิดว่าเราจะเข้ารอบไง แหม สาวเสิร์ฟอ่ะนะ”

ทองทามองคลิปแต่ละคนแล้วชี้ไปที่เบล คนนี้น้องสาวคนละแม่ ตนรู้ความสามารถดี มาที่ภูมิ อธิจาระไนว่าภูมิชอบร้องเพลงโอเปร่า ชอบพ่นไฟโชว์พาว...เปลี่ยนมาที่น้อยหน่า อธิชม

“คนนี้มีดีที่สวย ร้องเพลงได้ทุกแนว แฟนคลับคนอีสานเพียบ...ส่วนคนนี้ ทิมมี่”

“ร้องดี เต้นดี หน้าตาดีครบเครื่อง...แต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น เฮ้อ” ทองทาถอนใจเป็นห่วงหนูมาลีไม่น้อย

ooooooo

วันต่อมา สาวใช้เข้ามาปลุกเบลบอกว่าครูโทร.ตามให้ไปเรียนร้องเพลง เบลโวยวายหงุดหงิดว่าเบื่อๆๆ พลันมือถือดังขึ้น เบลคว้ามากดกรอกเสียง ตนอยากนอนไม่ได้ยินกันหรืออย่างไร เสียงนีน่าดังมาว่า

“เรากำลังจะออกจากบ้านไปสนามบิน ถ้าเธอมาสนามบินตอนนี้ เราก็จะบินไปช็อปปิ้งที่ฮ่องกงตามนัด ทันเวลาพอดี”

เบลคิดหนัก ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวลงมาขึ้นรถ คนขับรถถามไปสตูดิโอใช่ไหม เธอครุ่นคิดก่อนจะตัดใจตอบว่าใช่ สีหน้าเบลเซ็งไม่รู้ว่าจะอดทนซ้อมไปได้อีกนานแค่ไหน...

ในขณะที่วันนี้เป็นหน้าที่หนูมาลีขายข้าวกล่อง เธอวอร์มเสียงร้องเพลงไปขายไป โชคดีมีคนเหมาให้ไปส่งที่บริษัทกลางเมือง หนูมาลีดีใจหอบข้าวกล่องเดินขึ้นบันไดไปชั้น 15 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว...ขากลับ หนูมาลีเดินนับเงินมาอย่างดีใจ สายตาเหลือบไปเห็นแก้วนั่งคุยกับสาวคนหนึ่งในร้าน ท่าทางสนิทสนมและมีการหยิบยื่นเงินให้ด้วย

หนูมาลีมโน “พี่แก้วแอบคบผู้หญิง นึกแล้ว...ผู้ชายคนนี้หลอกพี่โรส เอาเงินไปให้ชะนี”

ด้านทองทาสอนเรื่องการออกเสียงตามโน้ตแก่ชงโค การะเกดถูบ้านไปร้องเพลงลูกทุ่งไป อธิมองอย่างเพลิดเพลินหลงใหล ทองทาสะดุดหูเดินเข้ามาฟังใกล้ๆ เพราะเธอร้องได้ไพเราะมาก จึงแนะนำ “ทำไมไม่ประกวดด้วยเพลงลูกทุ่ง”

การะเกดตอบว่าหนูมาลีกับชงโคไม่ถนัด ชงโครีบบอกว่าตนถนัดเต้น ว่าแล้วก็เต้นสไตล์เซ็กซี่ให้ดู ทองทาถึงกับโพล่งออกมา

“คนหนึ่งถนัดเพลงลูกทุ่ง คนหนึ่งถนัดแดนซ์เซ็กซี่ มิน่าร้องเพลงประสานเสียงห่วยแตก”

“อ้าว...แล้วแบบนี้จะชนะหรือวะ” อธิแทรกขึ้น ทองทาเองก็หนักใจ

บ่ายวันนั้น หนูมาลีเอาเงินค่าข้าวมาให้โรส แล้วหยั่งเชิงถามว่าแก้วไปไหน โรสตอบว่าไปตลาด หนูมาลีเสริมแล้วไปธนาคาร โรสพยักหน้างงๆ

“แค่นั้นหรือ เขาบอกพี่แค่นั้นหรือ”

“หนูมาลี แกจะเอายังไงกับฉัน”

“วันนี้หนูเห็นพี่แก้วจับมือกับผู้หญิง ที่สำคัญ พี่แก้วเอาเงินให้ผู้หญิงคนนั้น”

โรสอึ้ง ไม่พูดอะไรออกมา...พอถึงเวลาแก้วกลับ หนูมาลีแอบมองว่าโรสจะจัดการอย่างไร ได้ยินโรสถามวันนี้ไปไหนบ้าง แก้วตอบว่าเปล่า โรสกลับบอกให้กินข้าวเสียจะได้รีบเปิดร้าน แก้วกอดโรสหอมแก้มฟอด โรสทำท่าเอียงอาย หนูมาลีอึดอัดใจอย่างมากที่ไม่เกิดอะไรขึ้น

ooooooo

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 2 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ