อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 29 ก.ย. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 29 ก.ย. 57

เสียงร้องของทองทาสะกดทุกคนในร้าน แม้แต่โรส บุญมาและสมศรียังชะงักค้างในสิ่งที่ทำอยู่ ย้งยี้ถึงกับเพ้อ
“นังโรส...ใครอ่ะ หล่อแมนแฮนซั่มน่าขยี้ขยำให้หนำใจ นี่ฉันไม่ได้ทะลุไปแดนกิมจิเจอซุปตาร์เกาหลีใช่ไหม”

ชงโคอ้าปากค้าง ทองทาเดินเข้ามาจูงมือหนูมาลีให้ลุกขึ้นร่วมร้องเพลงไปกับเขา ทั้งสองเต้นรำ ร้องเพลงคู่กันอย่างกลมกลืน ทำให้คนในร้านตะลึงพรึงเพริด...

สมศรีถึงกับอุทาน

“อย่างกับกิ่งทองใบหยก”...บุญมาเห็นด้วย


จบเพลงทั้งทองทาและหนูมาลียังยืนสบตากันอย่างใกล้ชิด คนในร้านปรบมือเกรียวกราว โรสเขวี้ยงขวดน้ำไปกลางเวที ตะโกนว่าจะยืนชิดกันอีกนานไหม... ทั้งสองผละออกจากกันเขินๆ

หลังจากนั้นทองทาเดินมาล้างมือหลังร้าน หนูมาลีตามมาถามว่าเสียงร้องตนเป็นอย่างไรบ้าง ทองทาตอบว่าก็ดี หนูมาลีให้ช่วยวิจารณ์จริงจัง เขาย้อนถามพร้อมจะฟังหรือ เธอพยักหน้า

“ไม่มีแก้วเสียง ไม่มีทักษะ ไม่มีเทคนิค เธอไม่เคยเรียนร้องเพลง ไม่เคยเรียนเต้น เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการร้องเพลงและเต้นเลย”

“แต่ฉันเคยชนะประกวดร้องเพลงทุกปีที่อำเภอ”

“แต่นี่เวทีระดับประเทศ เธอจะชนะได้ยังไง พี่ไม่เห็นทาง”

หนูมาลีหน้าเสีย อ้างคนเราถ้ามีความพยายามมันต้องชนะ ทองทาถามที่ร้านคาราโอเกะมีคนร้องเพลงดีเยอะไหม เธอบอกว่ามีทุกคืน ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งบอกเป็นลูกค้าประจำร้องเพลงดี

ทองทาถอนใจพยายามอธิบาย “อืม...มีใครไม่เคยฝันเป็นดารานักร้องบ้าง ใครๆก็ฝัน แล้วชีวิตจริงมันมีกี่คน หนึ่งเปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลย คนที่เหลือก็มาจบอยู่ที่คาราโอเกะนี่ไง”

“ฉันนึกว่าพี่เป็นเทวดาที่จะมาช่วยฉันเสียอีก พี่สอนฉันได้ไม่ใช่หรือ”

“สอนได้ แต่พี่เรียนตั้งแต่กี่ขวบรู้ไหม...7 ขวบ ส่วนคนอื่นๆที่เข้ารอบ อย่างนายภูมิ ดูก็รู้ว่าเรียนตั้งแต่เด็ก แล้วคนไม่มีพื้นฐานอย่างเธอ มีเวลาเท่าไหร่ แค่สามเดือน...”

“พี่จะว่าฉันฝันเฟื่องอีกคนแล้ว”

“เธอยังเด็ก เธอดูทีวีเห็นแต่ดารา เธอก็นึกว่าต้องเป็นดารา มันไม่จริงหรอกนะหนูมาลี ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ กลับไปเรียนหนังสือเถอะหนูมาลี...เชื่อพี่” พูดจบทองทาเดินจากไป

โรสแอบฟังหน้านิ่ง มองลูกสาวที่ยืนน้ำตาคลอ...

ooooooo

วันต่อมา โยทะกากับบรมแวะมาดูเบลหรือบุษบาบัณเรียนร้องเต้น เห็นว่าเธอตั้งใจจริงก็โล่งใจ เพราะมีทีมกล้องของรายการตามมาเก็บภาพด้วย โยทะกานึกได้ว่าทีมกล้องไปถ่ายกลุ่มหนูมาลีบ้างหรือเปล่า บรมบอกว่าส่งไปแล้วเห็นเอาแต่เสิร์ฟอาหาร ไม่มีอะไรน่าถ่าย

ขณะที่โรสนั่งคิดบัญชีอยู่ หนูมาลีเข้ามาขอเบิกเงินล่วงหน้า เพื่อเอาไปเรียนร้องเต้นที่โรงเรียนของมิกซ์กับแมกซ์ เขาลดราคาให้ 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือห้าหมื่นบาท โรสตะลึง แต่พอหนูมาลีพูดอีกว่า จะขอยืมแสนห้า เพื่อให้การะเกดกับชงโคได้เรียนด้วย โรสก็ปรี๊ดแตก

“ฮู้ย...ไปขูดเอาที่ต้นไทรหน้าร้านเถอะ คงมีเทวดาตกลงมาพร้อมขวานเงินขวานทองให้แกไปขาย ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก”

พอดีแก้วยกข้าวกับน้ำมาให้โรส หนูมาลีจึงถามขึ้นว่าเงินเดือนเขาเท่าไหร่ โรสแหวใส่อย่ามาหาเรื่องแก้ว เขาไม่เกี่ยว หนูมาลีเหวี่ยง

“ไม่ใช่พี่แก้ว งั้นก็ผู้ชายก่อนหน้านี้ เดือนๆหนึ่งร้านนี้ขายได้เป็นแสนๆ พี่จะไม่มีเงินได้ยังไง พี่ไม่อยากให้ฉันก็บอกมาเถอะ” หนูมาลีสะบัดหน้าจะเดินไป

โรสเรียกไว้ “เดี๋ยว หยุดยืนเฉยๆก่อน ยืนตรงนี้แหละ...แกจะด่าว่าฉันซ่อนแกไว้ที่บ้านหลังเขา แล้วออกมาเสวยสุขกับผู้ชายอยู่ที่กรุงเทพฯใช่ไหม...ในเมื่อฉันซ่อนแกไว้จากความสุขสงบไม่ได้ ที่จริงแกก็โตแล้ว ถึงเวลาที่แกจะเรียนรู้ได้แล้ว” โรสดึงลิ้นชักจากโต๊ะออกมาแล้วขึ้นไปยืนบนโต๊ะ เทเอกสารในนั้นรดหัวหนูมาลี เธอตกใจมากถามอะไรกัน โรสตะเบ็งเสียง

“หนี้ของฉัน...ในขณะที่ฉันทำงานหนัก ก่อสร้าง ทำไร่ ล้างจาน แกกำลังนั่งนอนดูทีวี ฝันเฟื่องเป็นดารา แกดูเอกสารพวกนี้ ดูซะให้เต็มตา รับรู้ให้เต็มสองหูฉันติดหนี้ธนาคารเป็นล้าน”

“หนี้! พี่ติดหนี้หรือ!” หนูมาลีหยิบเอกสารมาดู เป็นสลิปจ่ายเงินเป็นงวดๆ

“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงนะนังชะนีหน้าสวย”

หนูมาลีตะลึง แก้วมองอย่างเศร้าใจ...หนูมาลีวิ่งออกมานั่งร้องไห้เสียใจ การะเกดปลอบว่าเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็มีหนี้กัน หนูมาลีบ่นว่าไม่มีเงินก็เท่ากับหมดหวัง ชงโคดึงมือถือตัวเองออกมาบ่นเซ็งๆ มือถือก็พัง ความหวังอยากมีบ้านมีรถก็หมดกัน ยิ่งทำให้หนูมาลีสะอื้น

เช้าวันใหม่ การะเกดตกใจเมื่อเห็นว่าหนูมาลีเก็บเสื้อผ้าหายไปจากห้อง รีบมาบอกโรส โรสตกใจเพราะทะเลาะกันคราวก่อนรุนแรงกว่านี้ ยังไม่หนี คราวนี้ทำไมถึงไป แก้วช่วยโทร.หา หนูมาลีไม่รับสาย แต่จู่ๆก็มีข้อความส่งกลับมาว่า

“ไม่ต้องห่วงหนู หนูแค่ออกมาอยู่กับเพื่อน” โรสเชื่อว่าหนูมาลีต้องไปอยู่บ้านทองทา ถามการะเกดรู้ที่อยู่ไหม เธอส่ายหน้า ชงโคบอกว่าตนมีเบอร์โทร.ของอธิ อ้างชอบสะสมเบอร์ผู้ชาย การะเกดสบถ กล้าชะมัด ชงโค สวน ยุคนี้ด้านได้อายอด...แต่แล้วมือถือกลับพังเปิดไม่ได้

ด้านหนูมาลีหอบกระเป๋ามาบ้านทองทา เข้าช่วยป้าแตงลุงต๋อยทำงานในสวนและงานบ้าน พอทองทาตื่นมาเจอแปลกใจ หนูมาลีบอกว่า ตนเคยอ่านประวัติครูเพลงลูกทุ่ง เขาให้เด็กมาทำงานในบ้านแลกกับการสอนร้องเพลง ตนจะทำแบบนั้น ทองทาปฏิเสธลั่น...หนูมาลีเดินตามตื๊อ ยินดีทำงานทุกอย่างแลก ทองทาไม่ยอมอ้างชอบอยู่คนเดียว หนูมาลีขอไปอยู่กับป้าแตงก็ได้ ทองทาอ่อนใจอธิบาย เรียนไปก็ไม่ชนะ เพราะระยะเวลาเรียนไม่พอ หนูมาลีจึงเอาช้อนตักน้ำขึ้นมาเทลงให้เขาดู และหยิบฟองน้ำมาชุบน้ำบีบ

“ช้อนตักน้ำได้แค่นี้ หนูมาลีเหมือนฟองน้ำ ไม่ต้องมีใครจับตัก ไม่ต้องใช้เวลานาน ก็สามารถเรียนรู้ได้เหมือนฟองน้ำนี่จริงๆนะ มันไม่ได้สำคัญที่เวลา มันสำคัญที่ความหิว...หิวความรู้ หิวโอกาส หนูมาลีหิว หิวในสิ่งที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ทั้งจังหวัดน่านไม่มีโรงเรียนสอนเต้น ไม่มีโรงเรียนสอนร้องเพลง โอกาสมันไม่ได้มีทุกคนนะพี่”

ทองทาลำบากใจ หนูมาลีรำพันตนมีแขนขาเหมือนคนเมือง แต่สิ่งที่พวกตนไม่มีคือโอกาสและสิ่งที่น่ากลัวกว่าขาดโอกาสคือการกีดกัน การดูถูกจากคนเมือง ทองทาแย้งไม่ใช่กีดกัน แต่มีเหตุผลที่ตนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้ที่บอกไม่ได้ หนูมาลียืนกรานจะทำงานบ้านงานสวนให้เขาจนกว่าเขาจะใจอ่อน ทองทาเซ็งกับความดื้อของเธอ

หนูมาลีเดินไป ทิ้งกระเป๋าและมือถือไว้ ทองทาเกรงโรสจะเป็นห่วงจึงโทร.หา...โรสตั้งใจจะไปแจ้งความ ถ้ายังแจ้งไม่ได้ก็จะถามหาหมวดอธิ พอเห็นชื่อหนูมาลีโทร.มาก็รับสายโวยทันที “นังบ้า แกเป็นบ้าไปแล้วหรือ ฉันโทร.หาแกเป็นร้อยหน ทำไมไม่รับสาย...หา”

“ผมเอง ทองทา จำผมได้ไหมครับคุณพ่อ”

โรสแว้ดว่าตนไม่ได้เป็นพ่อเขา ทองทาสะดุ้ง “ครับพี่โรส เอ้อ หนูมาลีอยู่ที่นี่ฮะ ที่บ้านผม เขาทิ้งมือถือไว้ ผมเลยแอบโทร.หา”

โรสอึ้ง...ไม่นานเขาแอบมาที่บ้านทองทา เห็นหนูมาลีกำลังขุดดินฟันหญ้า ก็บ่นจะทำบ้าอะไร ทองทากระซิบ ขุดขนาดนั้นคงปลูกผักกินได้ทั้งปี...จากนั้น

ทองทากับโรสแอบนั่งคุยกัน ทองทาบอกเรื่องที่หนูมาลีมาขอร้อง แต่ตนปฏิเสธ เธอจึงลงไปทำสวนและจะอยู่เรือนแม่บ้าน

“เห็นเขาแล้ว นึกถึงใครคนหนึ่ง” โรสเปรยขึ้น ทองทาถามว่าใคร “ตัวฉันเอง ตอนอายุเท่าเขา ออกจากทหารใหม่ๆ...”

โรสเล่าถึงตัวเองตอนยังเป็นเรือยศ มาทำงานเป็นคนสวนที่อลิซคาบาเรต์ อลิซเห็นหน่วยก้าน...ทองทาแทรกขึ้นว่าโรสอยู่คณะคาบาเรต์นี่เองถึงได้เต้นสุดยอดมาก ตนเห็นวันก่อน

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 29 ก.ย. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ