อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 30 ก.ย. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 30 ก.ย. 57

โรสเล่าถึงตัวเองตอนยังเป็นเรือยศ มาทำงานเป็นคนสวนที่อลิซคาบาเรต์ อลิซเห็นหน่วยก้าน...ทองทาแทรกขึ้นว่าโรสอยู่คณะคาบาเรต์นี่เองถึงได้เต้นสุดยอดมาก ตนเห็นวันก่อน

“เทียบกับเธอไม่ได้หรอก” โรสชี้ไปที่รูปผลงานของทองทาที่แขวนบนผนัง

“ถ้าไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ผมอยากรู้เรื่องของคุณ เล่าให้ฟังได้ไหมครับ”

“อยากรู้ไปทำไม”

“ก็เอ้อ ขอโทษนะฮะ ผมแค่ อยากรู้ ผู้ชายทั้งแท่งเป็นกุหลาบอลังการแบบนั้นได้ไง”


โรสมองทองทาหัวจดเท้าแล้วถาม “เธอเป็นพวกไหน รู้จักตัวเองหรือยัง”

ทองทาตอบอ้อมแอ้มว่า พอรู้...โรสจึงเล่าเรื่องในอดีตเมื่อสิบปีก่อน ตั้งแต่ออกจากทหาร ตนก็มาอยู่ที่คาบาเร่ต์ ครั้งนั้นอลิซเรียกตนไปพบให้มานั่งทานข้าว

ร่วมโต๊ะ ถามไถ่เรื่องทางบ้าน ตนบอกความจริงว่ามาหาเงินส่งไปเลี้ยงลูกกับพ่อแม่ เมื่ออลิซรู้ว่าตนไม่มีเมียก็ให้บัตรเอทีเอ็มไว้กดค่าเทอมและค่าใช้จ่ายส่งให้ลูก อลิซเป็นคนทำให้รู้จักความเป็นตัวตน

“คืนนั้นฉันเมา ตื่นมาอีกที ที่ห้องพี่อลิซ”

“ตอนเมา สูตรสำเร็จเลยสิท่า ผมโคตรกลัวเลย ผมกลัวจริงๆนะ ตอนเรียนที่โรงเรียนบัลเล่ต์ มีรุ่นพี่พยายามมอมเหล้าผมด้วย ดีนะ...ไม่เชื่อเขา” ทองทายิ้มๆทำนองรอดตายมาได้ แต่ก็อดถามโรสอีกไม่ได้ว่า “แล้วคุณชอบเลยหรือฮะ...เอ้อ...ขอโทษครับ”

โรสไม่ตอบแต่บอกว่า อลิซให้ทั้งบ้านและรถ ให้ทุกอย่าง เขาเป็นทุกอย่างในชีวิตตน ถ้าไม่มีอลิซ ตนคงเข็นรถขายผลไม้อยู่ริมถนน...ทองทาแย็บถามไม่ได้กลับไปยุ่งกับผู้หญิงอีกหรือ...โรสนึกย้อนไปถึงพนักงานสาวขายตั๋วที่มาติดพันตน พยายามเย้ายวนเป่าหูว่าจะทนฝืนธรรมชาติอยู่ทำไม ตนได้บอกเธอว่า ตนมีพี่อลิซอยู่แล้ว มันไม่ใช่แค่บุญคุณ แต่มันทำให้ตนรู้จักตัวเอง รู้ว่าตนเป็นอย่างไร หญิงสาวผงะถอยทองทาตั้งใจฟัง แล้วถามตอนนี้อลิซอยู่ไหน คณะคาบาเร่ต์ยังอยู่หรือเปล่า โรสเศร้าลง

“เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ พี่เขา...ตายที่โรงพยาบาล วันนั้นโลกมันมืดไปเลย พินัยกรรมพี่เขายกเงินให้ฉันก้อนหนึ่ง”

“ยกเงินให้เลยหรือ พี่อลิซรักพี่โรสมากเลยนะนี่” ทองทาทึ่ง โรสให้ดูรูปอลิซในกระเป๋า

“ฉันก็รักเขา เขาเป็นพี่ เป็นคนรัก เป็นทุกอย่าง ฉันทำคาบาเร่ต์ต่อ ต้องขึ้นแสดงแทน ใช้ชื่อโรสกุหลาบราตรี รู้จักกันทั้งพัทยา ฉันดังมากนะยุคนั้น” เห็นทองทา ฟังอย่างสนใจจึงเน้น “เธอเต้นเพราะชอบ แต่เราเต้นเพื่อให้มีกิน ให้มีที่ยืนในสังคม ทำได้สองปีเศรษฐกิจทรุดนักท่องเที่ยวหาย ต้องปิดตัว ก็เลยหนีเข้ากรุงเทพฯมาทำร้านอาหาร”

“ดีขึ้นใช่ไหมฮะ”

“หนี้เยอะกว่าเก่าอีก” จู่ๆโรสก็ลุกขึ้นลากลับทองทารีบถามไม่ไปหาหนูมาลีก่อนหรือ โรสเปรย “ฉันเจอหนูมาลีครั้งสุดท้ายตอนเขาเป็นเด็ก ฉันลืมว่าตอนนี้เขาโตแล้ว”

ทองทาถามเขายอมให้หนูมาลีเข้าประกวดไม่ค้านแล้วหรือ โรสตัดสินใจ อยากดูลูกบ้าของลูกสาวสักตั้งว่าจะบ้าไปถึงไหน แล้วกำชับทองทาอย่าบอกว่าตนมาวันนี้...ทองทาจะบอกโรสว่าตนสอนหนูมาลีไม่ได้เพราะตนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้าของรายการ โรสตัดบท ที่เล่าเรื่องอลิซให้ฟังเพราะอยากขอร้อง ทองทาเข้าใจว่าจะเตือนไม่ให้เมาต่อหน้าเกย์ แต่โรสโพล่ง

“เราทุกคนโตขึ้นเพราะได้โอกาสจากใครคนหนึ่งเสมอ อย่าปฏิเสธที่จะให้โอกาส เพราะมันอาจจะเป็นแค่โอกาสครั้งเดียวในชีวิตเขา...ฉันและครอบครัวฉัน มีวันนี้ได้เพราะพี่อลิซให้งานทำ ให้ความเมตตา เธอลองคิดดูอีกทีนะ” โรสเชื่อใจทองทาเพราะคิดว่าเป็นพันธุ์เดียวกับตน

ทองทาอึ้งพูดไม่ออก...คืนนั้นหนูมาลีทำงานสวนจนปวดเมื่อยไปหมด ลุงต๋อยกับป้าแตงจัดข้าวกับน้ำมาให้กิน หนูมาลีชวนคุยเป็นคุ้งเป็นแควแต่ทั้งสองไม่ตอบเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย วางหมอนผ้าห่มไว้ให้เธอที่หน้าระเบียงบ้าน เพราะหวังอยากให้เธอกลับบ้านไป

ooooooo

เช้าตรู่วันใหม่ ทองทาในชุดวอร์มมาปลุกหนูมาลี เธออิดออดบ่นขอนอนอีกหน่อยเพราะเมื่อยมาก ยุงก็กัดนอนไม่ค่อยหลับ ทองทาชวนไปวิ่งด้วยกัน หนูมาลีต่อรองขออยู่ทำอาหารเช้าไว้รอเขากลับจากวิ่ง ขอนอนอีกสักชั่วโมง ทองทาเสียงกร้าวขึ้น

“ไม่...ตื่นได้แล้ว เป็นนักร้องน่ะ ร่างกายต้องพร้อม ต้องวิ่งทุกวันให้ปอดมันขยาย ให้เส้นเสียงแข็งแรง ให้กล้ามเนื้อมีกำลัง” เห็นหนูมาลียังงัวเงีย “โอเค! ไม่วิ่งใช่ไหม ไม่วิ่งก็ไม่วิ่ง ไม่เรียนก็ไม่เรียน” ทองทาวิ่งออกไป

สักครู่หนูมาลีสะดุ้งพรวดขึ้นเพิ่งนึกได้ “พี่ยอมสอนหนูแล้วหรือ ไชโย...หนูมีครูแล้ว พี่ทองทาสอนหนูแล้ว คอยด้วยพี่ ขอเปลี่ยนเสื้อก่อน พี่ๆ” หนูมาลีค้นเสื้อในกระเป๋ารีบไปเปลี่ยน

ระหว่างวิ่ง ทองทาถามว่า คนจะประสบความสำเร็จอยู่ที่ไหน หนูมาลีตอบว่าอยู่ที่เงินตัวเดียว ทองทาเน้น เงิน เทคโนโลยี ความทุ่มเท หนูมาลีสำทับว่าใช่เลย แต่ทองทากลับบอกว่าผิดหมด อยู่ที่ร่างกาย เพราะถ้าป่วย อายุสั้น มีสามอย่างที่ว่าก็ไม่มีความหมาย หนูมาลีอึ้งเห็นจริง

“กฎข้อที่หนึ่ง รักร่างกายตัวเอง ฝืนตื่นเช้า ฝืนออกกำลัง” หนูมาลีท่องกฎตาม...ทองทาเริ่มให้หนูมาลีวอร์มเสียง กำชับให้ทำแบบนี้ทุกวัน อยากขยายเส้นเสียงต้องฝึก หญิงสาวรับคำ

“เรามีเวลาไม่มาก เมื่อเทียบกับคนอื่น สัญญาแล้วนะว่าจะเป็นฟองน้ำ”

“ค่ะ...ถามหน่อย พี่เรียนร้องเรียนเต้นเพราะอะไรคะ”

“แม่พี่เป็นบัลเล่ต์ กำลังจะไประดับโลกแต่พ่อขอให้เลิกมาแต่งงาน แม่ต้องทิ้งฝันเพราะมีพี่...พี่ก็เลยเรียนบัลเล่ต์ต่อให้แม่” หนูมาลีย้อนถามไม่ได้ชอบหรือ “ชอบสิ ตอนเด็กเต้นรำกับแม่ แม่พูดว่าการเต้นรำคือการบอกรักต่อชีวิตที่ดีที่สุด บอกรักต่อร่างกายตนเอง บอกรักคนอื่น” สายตาทองทาเจ็บปวดขึ้น “แม่ทิ้งชีวิตอันรุ่งโรจน์เพื่อผู้ชายคนนั้น แล้วผู้ชายคนนั้นก็ทรยศแม่ไปหาผู้หญิงคนอื่น ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้”

“บางทีพี่ดูเศร้าๆ เพราะมีปัญหากับพ่อนี่เองดนตรีและการเต้นช่วยพี่ได้ใช่ไหม เหมือนที่มันช่วยหนูให้หายเหงา ที่บ้านหลังเขาตอนที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่”

“อืม เราสองคนมีปัญหากับพ่อเหมือนๆกัน...ใช่ มันช่วยได้ ช่วยเราได้ทุกคน” ทั้งสองยิ้ม

หลังจากวิ่ง ทองทาพาหนูมาลีมานั่งร้านโจ๊ก เธอทานเร็วมากขึ้นชามสอง ทองทาส่ายหน้าปราม จะเป็นนักร้องต้องระวังเรื่องกิน เธอกลับสวน “จะเป็นนักร้องต้องมีความสุข การกินนี่แหละความสุข ดูพี่สิ ยังไม่ถึงครึ่งชามเลย”

ทองทาพูดพร้อมกับหนูมาลี เขาว่าโจ๊กร้านนี้ข้าวไม่หอม แต่หนูมาลีว่าไข่อร่อย ว่าแล้วเธอก็ดึงชามของเขามาจัดการเสียเอง ระหว่างนั้นทั้งสองมองออกไปนอกร้าน เห็นเด็กนักเรียนให้เงินขอทาน ทั้งสองก็พูดพร้อมกันอีก ทองทาว่าน่าสงสาร แต่หนูมาลีว่าน่ารักดี

“พี่หมายถึงขอทาน”

“หนูหมายถึงเด็กที่ให้เงินเมื่อกี้”

“นอกจากเรื่องพ่อ เราสองคนนี่ไม่เหมือนกันเลย มองคนละมุมตลอด” ทองทาบ่นหนูมาลีอ้อน “พี่อยู่กับหนูมาลี พี่จะเห็นแต่ด้านความสุข อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”

ทองทาชะงักเขินหน้าแดง หนูมาลีถามตกใจทำไม เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงไม่ใช่หรือ ทองทานิ่วหน้า นี่ยังเข้าใจว่าตนเป็นเกย์อยู่อีก...ทองทาพาหนูมาลีเดินขึ้นตึกสูงเพื่อชมวิวเมือง เธอตื่นตาตื่นใจ ทองทาให้จินตนาการ

“ดนตรีและศิลปะทุกอย่างคือการสื่อสาร สิ่งสำคัญคือจินตนาการ...หลับตาสิ ยื่นมือออกไป สัมผัสอะไรได้จากบทเพลง สัมผัสอะไรได้จากสิ่งรอบข้าง” เสียงลมพัดใบไม้ขยับ “ได้ยินไหม เสียงเบาๆสายลมที่พัดมา ความรู้สึกเบาๆที่เข้ามา ขยายมันออกมาพูดมันออกมา ความเศร้าอยู่รอบตัว เราเกิดมาเพื่อต่อสู้ เพื่อมีความฝัน” ทองทาหลับตายื่นมือออกไปเช่นกัน “แต่จะมีกี่คนที่ประสบความสำเร็จ...”

หนูมาลีเอ่ยขึ้น “ความรักอยู่รอบตัว ความเมตตา กรุณาอยู่ข้างๆฉัน รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน ยอมสอนฉัน เหนื่อยไปกับฉัน จะสำเร็จหรือไม่ก็ช่าง วันนี้ฉันมีความสุข”

ทองทาลืมตามองว่าเธอพูดถึงใคร หนูมาลียังหลับตามือยังยื่นออกน้ำตาเธอไหลรินกล่าวขอบคุณเขาอย่างจริงใจ ทองทาซึ้งใจเอื้อมมือจะจับมือเธอ แต่แล้วชะงักไว้ มองหน้าเธอยิ้มปลื้ม

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 3 วันที่ 30 ก.ย. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ