อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 7 ก.ย. 57

อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 7 ก.ย. 57

ริวก้าวเข้ามาในชุดเจ้าบ่าวที่สง่างาม เมกุมิ สะกิดให้มายูมิหันไปมอง ริวกับมายูมิหันมาเจอกัน ต่างคนต่างอึ้งมองกัน ที่เห็นอีกฝ่ายในชุดแต่งงาน
“วันนี้คุณ...”
“ผมหล่อมาก และคู่ควรกับเจ้าสาวที่สวยที่สุด”

มายูมิอมยิ้มเขิน ๆ ริวยื่นมือไปรอ
“พร้อมจะเป็นโอะคะมิซังของผมรึยัง”
“ฉันพร้อมมานานแล้วค่ะ”
มายูมิยื่นมือไปจับมือริว ก่อนควงแขนริวเดินออกไปด้วยกัน ท่ามกลางสายตาปลาบปลื้มของเพื่อนสาวและน้องสาว


บริเวณประกอบพิธีแต่งงานแบบชินโต ริวกับมายูมิคอยต้อนรับแขกที่เข้ามาในงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คัตสึ เซกิ ลูกน้องโอะนิซึกะคอยพาแขกไปนั่งบริเวณที่จัดไว้
ฮารุกับชุนเดินทางมาร่วมงาน ริวกับมายูมิก้มศีรษะแสดงความขอบ ฮารุกับริวยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ฮารุชำเลืองมองมายูมิ ชื่นชม
ความสวยสง่าของมายูมิด้วยสายตา มายูมิยิ้มตอบตามมารยาท ยืนยันมิตรภาพที่ให้ฮารุได้เพียงเพื่อน
อาคิโกะกับไทชิ มาแสดงความยินดีกับริวและมายูมิ อาคิโกะกุมมือมายูมิ ยิ้มให้มายูมิด้วยความจริงใจ

ขณะพูดคุยกัน อาคิโกะหันไปจัดเสื้อไทชิให้เข้าที่ ยิ้มหวานให้ไทชิ มายูมิสะกิดริวมองสายตาหวานของอาคิโกะกับไทชิ รู้ว่าทั้งสองกำลังเริ่มสานสัมพันธ์หัวใจต่อกัน

ฮิโระก้าวเข้ามา ริวกับมายูมิรีบก้มศีรษะต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม
“ขอบคุณท่านผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่ ที่ให้เกียรติมางานแต่งงานของเรา”
“งานสำคัญของคนสำคัญที่ช่วยกวาดล้างอิทธิพลเถื่อนในบ้านเมืองผมต้องมาร่วมยินดีแน่นอน”
“ลุงอิจิโร่เคยสอนผมว่า อยากเห็นคุณธรรมของใคร ให้ดูตอนเขามีอำนาจ วันใดที่ท่านฮิโระหลงลาภยศ จนลืมดูแลความสงบสุขของประชาชน โอะนิซึกะไม่ปล่อยท่านไว้แน่”
ริวจ้องฮิโระ แววตาจริงจัง ฮิโระไม่ตอบ ยิ้มในหน้า เมื่อถึงช่วงพิธีการ ทุกคนในงานเฝ้ามองการประกอบพิธีด้วยความยิ้มแย้มยินดี ริวกับมายูมิ ยิ้มให้กันด้วยหัวใจพองโตและมีความสุขมาก

เมืองตากอากาศที่สดใส... ริวพามายูมิไปเดินเที่ยวหมู่บ้านสวยงาม ไทชิ คัตสึ เซกิ เป็นองครักษ์คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ เพื่อปล่อยให้ริวกับมายูมิได้โรแมนติกกัน
ริวกับมายูมิแวะชิมราเมนชื่อดังเจ้าหนึ่ง โดยสั่งราเมนชามเดียวทานด้วยกัน ริวเป็นคนคีบป้อนมายูมิและตัวเอง ทานกันไป แกล้งกันไปอย่างสนุก
มายูมิเลือกซื้อของฝากมากมาย เห็นขนมก็แวะชิม เห็นของขายก็อยากได้ แล้วต้องตกใจ ยิ้มอาย ๆ เมื่อหันไปเห็นว่า ริว ไทชิ คัตสึ เซกิ ช่วยกันถือของมากมายหลายถุงเดินตามเธอ

ริวกับมายูมิล่องเรือในเมืองซาวาร่า มายูมินั่งอยู่ตรงเก้าอี้ท้ายเรือ พิงศีรษะบนไหล่ของริว เหม่อมองผิวน้ำที่พลิ้วไหวไปกับสายลม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ริวโอบกอดมายูมิอย่างอบอุ่น มีความสุข หญิงสาวพูดออกมาเบาๆ
“ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนความฝัน...”
“ฝันร้ายที่กลายเป็นดี”
“ความรัก เปลี่ยนฝันร้ายตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาของฉันให้กลายเป็นความจริงที่มีความสุข”
“ผมเคยเป็นรอยฝันที่สร้างความเจ็บปวดให้คุณ แต่นับจากวันนี้ ผมจะทำให้คิมิมีความสุขตลอดไป”
“เวลาเปลี่ยน ใจคุณอาจเปลี่ยน”
“ขอให้เชื่อมั่นในตัวผม”
มายูมิส่ายหน้า ริวสลด คิดว่ามายูมิไม่เชื่อ
“ฉันเชื่อหัวใจของเราค่ะอะนะตะ เพราะเราคือหัวใจเดียวกัน”
มายูมิยิ้มหวาน มองริวด้วยความรักล้นหัวใจ เขารวบเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วก้มลงจุมพิตอย่างแผ่วเบา มายูมิหลับตานิ่งไม่ขัดขืนท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติที่โอบล้อมทั้งสองไว้อย่างอบอุ่น

บ้านโอะนิซึกะ วันใหม่...ริวอยู่ในห้องทำงานเปิดหีบไม้โบราณที่วางบนโต๊ะทำงาน ค้นหาเอกสารบางอย่างในนั้น มายูมิเปิดประตูห้องเดินเข้ามา ริวจึงละสายตาจากงานมายิ้มให้
“กลับจากฮันนีมูนก็งานยุ่งเลยนะคะ”
“อยากมีลูกเป็นโขลง ก็ต้องขยัน”
“เห็นฉันเป็นแม่ช้างเหรอ”
“ฟาดงวงฟาดงาเก่งแบบนี้ ให้ตำแหน่งราชินีช้างเลย...โอ๊ย”
ริวร้องลั่น เมื่อถูกมายูมิบิดจมูกด้วยความหมั่นไส้
“นี่แน่ะ...โทษฐานที่กัดเมีย ว้าย...”
ริวรวบตัวมายูมิมากอดฟัดอย่างเอาคืน
“ร้ายนักต้องปล้ำให้เข็ด เอ๊ะ หรือไม่เข็ดเพราะชอบให้ปล้ำ”
“อิตาบ้า อิตาทะลึ่ง”
มายูมิทั้งดิ้น ทั้งทุบริวริวพยายามหลบ จนชนหีบไม้ตกลงพื้น หีบไม้คว่ำ เอกสารในหีบกระจัดกระจายออกมา
“ตายจริง เอกสารสำคัญทั้งนั้น”
มายูมิรีบก้มลงเก็บ ดึงหีบไม้ที่คว่ำลงพื้นขึ้นมา”
“โชคดีที่หีบไม้ของบรรพบุรุษคุณไม่บุบสลาย เอ๊ะ”
“มีอะไร”
ริวมองตามมายูมิ เห็นใต้หีบไม้มีช่องลับเปิดอ้าออกเล็กน้อย เป็นช่องขนาดมือสอดเข้าไปได้ มายูมิล้วงมือเข้าไปหยิบ ได้กระดาษหลายชิ้นติดมือออกมา ริวคลี่กระดาษออกทีละแผ่น จนแผ่นสุดท้าย ริวตะลึงงัน
“พ่อผมเป็นลูกบุญธรรมของคุณปู่ ผมไม่ใช่โอะนิซึกะ”

มายูมิตกใจ แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ริวกับมายูมิคุยกันในสวนสาธารณะ ริวยังคงสับสน มึนงงกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้

“ตามหลักฐานที่อยู่ในกล่องไม้ใบนั้น ทาเคชิคือสายเลือดโอะนิซึกะคนสุดท้าย แต่ผมเป็นใครก็ไม่รู้...”
มายูมิขยับเข้าหาริว แตะไหล่เขาเบา ๆ
“คุณปู่ซ่อนหลักฐานไว้มิดชิด เหมือนตั้งใจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ท่านเลี้ยงดูคุณเหมือนเป็นลูกหลานของตระกูล แสดงว่าคุณปู่ไม่เคยมอง คุณเป็นคนนอก”
“ผมไม่มีเลือดของโอะนิซึกะอยู่ในตัวแม้แต่น้อย ผมไม่มีสิทธิ์เป็นโอะนิซึกะ โซเรียว”
ร่างริวสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำ มายูมิกอดปลอบริวด้วยความเป็นห่วง
“แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ความจริง ทุกคนยังเคารพคุณในฐานะโซเรียว”
ริวนิ่ง ใบหน้าเคร่งเครียด ทุกข์ใจ เงาใครบางคนเดินผ่านไปในสวน ริวเห็น แต่ไม่อยากบอกให้มายูมิตกใจ
“ผมขอไปเดินเล่นคนเดียวสักพัก”
มายูมิยิ้มเข้าใจ
“ก็ดีค่ะ เผื่อธรรมชาติจะช่วยให้คุณดีขึ้น”
ริวรีบผละไป เพราะอยากตามเงาลึกลับไปให้ทันมากกว่า มายูมิมองตามอย่างอดห่วงไม่ได้

อีกมุมของสวนสาธารณะ...ริวเดินเข้ามา มองหาเงาลึกลับ เงาทาเคชิวิ่งผ่านหลังไป ริวหันขวับ ไม่เจอใคร เริ่มระแวง มองอย่างไม่ไว้ใจ ทาเคชิย่องมาหาริวข้างหลัง ยื่นมือไปหา ริวหมุนตัวกลับ ตั้งการ์ด เตรียมพร้อมต่อสู้
“ลอบกัดเหรอ”
ริวชะงัก เมื่อเห็นทาเคชิยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้าเขา
“ห้าวหาญมาก โอะนิซึกะโซเรียว”
ใบหน้าริวเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทาเคชิสงสัย
“เป็นอะไร”

ริวกับทาเคชิเดินคุยกัน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม
“แกคือสายเลือดโอะนิซึกะที่แท้จริง ฉันจะคืนตำแหน่งโซเรียวให้แก”
“ฉันคือคนที่ตายจากโอะนิซึกะไปนานแล้ว”
“แต่แกก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน”
“ฉันมาเพื่อบอกลา”
ริวมองทาเคชิอย่างไม่เข้าใจ
“ยามาโมโต้ตายไปแล้ว ภารกิจของฉันถือว่าเสร็จสิ้น หน้าที่ต่อไปของโซเรียวอย่างแก คือดูแลบ้านเมืองให้สงบสุข”
“อาโคจิจ้างนักฆ่าไปจัดการยามาโมโต้ ที่แท้เป็นแกเองเหรอ”
“ฉันทำหน้าที่ของสายเลือดโอะนิซึกะแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะต้องกลับไปทำหน้าที่พ่อและสามี ดูแลเซโกะกับลูก ๆ ของฉัน”
“เห็นแก่ตัว ไม่สนใจความทุกข์ของคนอื่น”
“แกไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นยิ่งกว่าพี่น้องที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย โอะนิซึกะไม่ได้สืบทอดแค่ทางสายเลือด แต่มันเป็นได้ด้วยใจ ตราบใดที่แกคิดปกป้องบ้านเมือง ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความอยุติธรรมในสังคม เลือดในตัวแกก็คือโอะนิซึกะที่แท้จริง”
ทาเคชิตบบ่าริวแมน ๆ และอำลา
“ดูแลตัวเองให้ดี ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก”
“เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่”
“มีคำโบราณกล่าวไว้ว่า ฤดูใบไม้ผลิจะเวียนมาถึงเสมอ เมื่อถึงเวลา เราต้องได้เจอกันแน่นอน”
ริวกับทาเคชิจ้องหน้ากัน สายตาที่หนักแน่น แข็งแกร่งของทั้งคู่ยังคงเต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใยระหว่างสายเลือด
“ลาก่อน เพื่อนรัก”
“ลาก่อน”
ทาเคชิกับริวจับมือกันอันเป็นสื่อความหมายของมิตรภาพที่จะมีตลอดไป

ริวเดินนำมายูมิอยู่ที่มุมๆ หนึ่ง บรรยากาศทิวทัศน์สวยงาม สีหน้าและท่าทางดูผ่อนคลายลงกว่าเดิม มายูมิเดินมายืนอยู่ข้างๆ ริวกอดเอวเธอไว้หลวมๆ หันมายิ้มให้เธอ
“ดูคุณคลายกังวลลงมาก”
“เรื่องบางเรื่อง ถ้าเปลี่ยนมุมมองในความคิด มันก็ทำให้เราสบายใจขึ้น”
“ฉันดีใจที่เห็นคุณยิ้มได้อีกครั้ง”
“มายูมิ เราผ่านหลายเรื่องราวมาด้วยกัน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ผมดีใจที่ยังมีวันนี้ วันที่มีคุณอยู่เคียงข้างผม”
“เห็นคุณยิ้มแบบนี้ เหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยเด็กๆ ที่ฉันยังเรียนมัธยม คุณยังอยู่มหาวิทยาลัย เราเจอกันครั้งแรก คุณอารมณ์ดี คุยเก่ง มีเสน่ห์ สำหรับผู้หญิง”
“มีเสน่ห์สำหรับผู้หญิงเนี่ย รวมทั้งเด็กสาวที่ชื่อมายูมิด้วยรึเปล่า”
“แล้วคุณคิดว่ามีรึเปล่าล่ะ”
“ไม่รู้ ผมคิดไม่ออก”
“ถ้าไม่มี ฉันคงไม่มายืนให้คุณกอดอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ คุณรู้มั้ยคะริว เสน่ห์ของคุณยังไม่ลดลงเลยสักนิด เสน่ห์ในตัวคุณไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่มันอยู่ที่จิตใจของคุณ”
“พูดชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ไม่กลัวผมเหลิงเหรอ”
มายูมิยิ้มๆ ไม่ตอบ
“นับวันฉันยิ่งเห็นความดีในตัวคุณมากยิ่งขึ้น คุณมีค่าสำหรับคนทุกคนที่อยู่รอบข้าง”
“นั่นเพราะว่าผมมีคุณอยู่เคียงข้าง เหมือนที่ใครหลายคนเคยบอก คนเราจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ก็ต่อเมื่อคนใกล้ตัวเราที่สุด รู้ซึ้งในความรักที่เรามีให้เขา”
“ฉันดีใจ ที่ได้รักคุณค่ะริว”
“คุณอยู่ในหัวใจของผมเสมอ มายูมิ ขอบคุณที่รักผม และอยู่เคียงข้างผมมาตลอด”
“ฉันมีชีวิตอยู่ได้ เพราะความรักและความเอาใจใส่ที่คุณมีให้กับฉันค่ะ”
“ผมสัญญาว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป”
“ฉันก็สัญญาว่าจะรัก และซื่อสัตย์ต่อคุณคนเดียวค่ะ ริวโอะนิซึกะ”

ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่งดงามและโรแมนติค...ริวกอดมายูมิแนบแน่น แทนความรักและผูกพันที่เขาและเธอมีให้กันตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อ่านละคร รอยฝันตะวันเดือด ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 7 ก.ย. 57

ละคร รอยฝันตะวันเดือด บทประพันธ์: ณารา
ละคร รอยฝันตะวันเดือด บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ, จีรนุช ณ น่าน
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ดำเนินงานโดย : ยศสินี ณ นคร
ละคร รอยฝันตะวันเดือด กำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคล
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ผลิต : เมกเกอร์วายกรุ๊ป
ละคร รอยฝันตะวันเดือด แนวละคร โรแมนติก/ดราม่า/แอกชั่น
ละคร รอยฝันตะวันเดือด ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15-22.45 น.
ที่มา ไทยรัฐ