อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ต.ค. 57

รัญจวนรีบบอก “เราโดนไล่ออกจากคณะพ่อบุญน่านแล้ว” เนื้อนาง คำฝายมองแปลกใจ
กำปุ้ง รีบเล่าต่อ “ประกายมันบ้าอำนาจ หาเรื่องเฆี่ยนเราทุกวัน หลังงี้แตกยิ่งกว่าลายแทง เราทนไม่ไหว....”

“เลยขอกลับมาพึ่งเนื้อนาง” สร้อยฟ้าต่อ
สามคนมองพ่อเลี้ยง ยกมือไหว้ น้ำตาไหลพราก กำปุ้งวิงวอน “พวกเราไม่รู้เรื่องจริงๆ จะให้สาบานวัดไหนก็ได้ ที่บากหน้ามาก็เพราะหมดทางไปแล้ว”


“ถ้ารับกลับเข้ามา พวกเธอก็ต้องหาเรื่องกลั่นแกล้งเนื้อนางอีก” ณไตรไม่อยากรับ
รัญจวนสัญญา “ไม่ทำแล้วจ้ะ พวกเราไม่กล้ากับเนื้อนางแล้ว”
ม่อนดอยส่วยหน้า “ไม่เชื่อ!! ไม่มีสัจจะในหมู่โจร”
กำปุ้งขอร้อง “แต่เราไม่ใช่โจร เนื้อนาง .. นึกว่าเห็นแก่เพื่อนเก่าเถอะนะ”
สามคนมองขอความเห็นใจ ณไตรมองเนื้อนาง สีหน้าเนื้อนางลำบากใจมาก

ในกระท่อม หมอเทพทัตกำลังประคองแขไขเข้ามานั่ง “อาบน้ำแล้ว สดชื่นขึ้นมั้ย”
แขไขนั่งลงที่ปลายเตียง สีหน้าเหม่อลอย ไม่ตอบอะไร
“เดี๋ยวผมขอตรวจนิดเดียวนะครับ” หมอเทพทัตเดินไปเปิดกระเป๋ายาที่วางไว้
แขไขหันไปมองหมอเทพทัตช้าๆแล้วก้มมองขาที่ไม่ได้ล่ามโซ่ไว้
หมอเทพทัตกำลังรื้อหูฟัง เข็มฉีดยา ปรอทวัดไข้ออกมา แขไขดึงโซ่บนพื้นขึ้นมาไว้ในมือ หมอเทพทัตหยิบของยืนขึ้น แขไขก้าวเข้ามาประชิด เอาโซ่รัดคอหมอเทพทัต หมอเทพทัตดิ้น พยายามดึงโซ่ออก แขไขรัดแรงอีกที หมอเทพทัตหมดสติ ร่วงลงไปกองกับพื้น แขไขปล่อยโซ่ลงที่พื้นข้างหมอเทพทัต แววตาแขไขกระด้าง
เสียงแขไขเอ่ยออกมาช้าๆ เย็นเยียบ ฟังดูน่าสะพรึงกลัว “เนื้อ .. นาง”
เนื้อนางมองพวกรัญจวนที่ยังรอคอยคำตอบ “ฉันเห็นแก่พวกเธอไม่ได้หรอก ตอนนี้ที่ปางมีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน”
กำปุ้งทำหน้าตาไม่รู้เรื่องถามขึ้น “มีเรื่อง!! ปางมีเรื่อง มีเรื่องอะไรกันหรือคะ เลือดนี่ใช่มั้ยคะ”
“ยิ่งมีเรื่อง ยิ่งต้องให้เราอยู่ช่วยเนื้อนางนะคะ พ่อเลี้ยง” รัญจวนรีบหันไปขอร้องณไตร
“ถ้าพวกเธอสัญญาตรงนี้ว่าจะไม่ก่อเรื่องให้เนื้อนางรำคาญใจอีก”
3 คนรับปาก “สัญญาค่ะ”
สร้อยฟ้ายืนยัน “จะให้สาบานด้วยก็ได้”
“สาบาน!! คำสาบานจากปากเน่าหนอนของพวกแกน่ะเหรอ” คำฝายไม่เชื่อ
ม่อนดอยท้า “กล้าสาบานมั้ย .. สาบานให้ฟ้าผ่าตาย” ทั้งสามคนตกใจ
ณไตรพูดขึ้น “นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว”
“สาบานค่ะ ขอให้ฟ้าผ่าตาย ถ้าแกล้งเนื้อนาง”
เนื้อนาง คำฝาย ม่อนดอย ณไตรมองสามคนที่รับปากเสียงแข็งขัน
รัญจวนรีบ “ขอบคุณมากนะคะพ่อเลี้ยงที่เวทนาสาวน้อยตาดำๆสามคน”
สร้อยฟ้าด้วย “ขอบคุณเนื้อนางด้วยจ้ะ”
“ขอบคุณ อี.... “ กำปุ้งเห็นคำฝายถลึงตาจ้อง “คำฝาย เพื่อนรัก” สามคนย่อตัวลงไหว้ สวยงาม
“ม่อนดอย พาสามคนนี้ไปหาเรือนพัก”
“ไป ลุก เร็วๆ ใครช้านอนโรงช้าง”
สามคนร้องวี๊ดว้าย รีบวิ่งตามม่อนดอยออกไป
เนื้อนางมองหน้ากับคำฝายยังไม่ค่อยวางใจ

แขไขเดินมานอกกระท่อม เอ่ยขึ้นซ้ำๆ “เนื้อนาง เนื้อนาง” แขไขมองทาง แล้วเดินตัวตรงไปทางในปาง

เนื้อนางหมุนตัวจะเดินขึ้นเรือน แต่มองไปเห็นแสงคำกำลังเดินออกมาจากป่า
คำฝายถามขึ้นเสียงไม่พอใจ“หายหัวไปไหนมา ไอ้แสงคำ เห็นมั้ยเนี่ยะถึงขนาดมันเอาเลือดมาสาดแล้ว”
แสงคำมองตกใจคราบเลือดบนพื้น เนื้อนางมองสงสัยแสงคำถามซ้ำ “อ้ายแสงคำหายไปไหนตั้งแต่เช้ามืด ม่อนดอยบอกว่าอ้ายไปหาพ่อเลี้ยง”
“อ้าย“
ณไตรรีบรับสมอ้าง “แสงคำไปดูไม้ให้ผม”
“ไปดูไม้อะไรกันทุกวัน วันก่อนก็เพิ่งไปดู”
“ไม้ในป่ามันสำคัญมากกว่าชีวิตคนเหรอ ไอ้แสงคำ ถึงต้องทิ้งเนื้อนางไป แล้วถ้าเกิดไม่ได้แค่สาดเลือด มันขึ้นมาฆ่าเนื้อนางอีก” คำฝายต่อว่า
แสงคำเผลอเถียงทันที “มันไม่มาแล้ว”
“ใครไม่มา” เนื้อนางรีบถาม
แสงคำรู้ว่าพลาดตอบไปเพราะคิดถึงว่าเป็นแขไข
ณไตรรีบดึงความสนใจ ทำเสียงขึงขังไม่พอใจ “จะซักแสงคำไปทำไม ในเมื่อแสงคำไปทำตามคำสั่งผม”
เนื้อนาง คำฝายจ้องมองณไตร ณไตรหน้าตานิ่ง หันไปทางแสงคำ “รีบไปจดรายละเอียดเรื่องไม้ที่เรือนสำนักงาน ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันดูเอง”
“ครับ พ่อเลี้ยง” แสงคำรีบเดินออกไป คำฝายมองแล้วเดินตามแสงคำไปไม่ลดละ
เนื้อนางหันมาทางณไตร “อ้ายแสงคำท่าทางแปลกๆตั้งแต่มีผีแขไข”
ณไตรเถียงทันที “ผมบอกแล้วว่าเรื่องผีแขไขมันไม่มีจริง”
“ถ้าไม่มีจริง ทำไมต้องรีบไล่อ้ายแสงคำไปด้วย” เนื้อนางมองคาดคั้น หวังต้อนณไตรให้จนมุม

บุญลือลอบเข้ามาในปางไม้ ในเอวมีปืน เดินลัดเลาะในป่า มองหาแขไข ปิงเดินตามหลัง
“ดูให้ทั่ว ถ้าเจอมันในป่านี้ แสดงว่าแขไขที่เราเห็น .. มันไม่ใช่ผี” บุญลือเดินนำปิงมองหาไปรอบๆ

เนื้อนางขยับเข้ามาจ้องณไตรใกล้ขึ้น “คุณบอกเนื้อนางได้มั้ยพ่อเลี้ยง มีอะไรอยู่ในป่า มันเกี่ยวกับที่ผีหน้าเหมือนแขไขเข้ามาบีบคอเนื้อนางใช่มั้ย”
“เนื้อนาง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่คุณจะสงสัยผมกับแสงคำ คุณต่างหากที่กำลังตกอยู่ในอันตรายที่สุด”
“เนื้อนางรู้ว่าผีแขไขอยากฆ่าเนื้อนาง ไม่ว่าจะผีจริงหรือผีปลอม เนื้อนางก็ระวังตัวอยู่แล้ว แต่ถ้ามีอะไรที่เนื้อนางจะช่วยคุณกับอ้ายแสงคำเรื่องนี้ได้เนื้อนางก็อยากช่วย เพราะมันหมายถึงการล้างมลทินให้ตัวเนื้อนางด้วย”
ณไตรฟังแล้วจับไหล่เนื้อนางเบาๆ “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม เนื้อนาง ... ผมต้องดูแลคุณ ถึงคุณจะบอกว่าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องการผม ผมก็จะไม่ห่างจากคุณ ผมอยากให้คุณรู้ว่ามันคือความภูมิใจที่ผู้ชายคนนึงได้ปกป้องผู้หญิงที่เป็นหัวใจของตัวเอง” ณไตรมองเนื้อนาง ทอดเสียงอบอุ่น จนเนื้อนางอ่อนลงอย่างเข้าใจความเป็นห่วงของณไตร
แสงคำเดินเร็วผ่านสะพานข้ามบึง คำฝายเดินตามติด จนแสงคำต้องหันมาถาม “ตามมาทำไม”
“มาเตือนแกไง พ่ออุ๊ยหมื่นหล้าฝากเนื้อนางไว้กับข้ากับแก ชีวิตเนื้อนางเจ็บช้ำมามากแล้ว ข้าไม่อยากเห็นเนื้อนางต้องเจ็บเพราะไว้ใจคนผิดอีก”
“ฉันก็รักเนื้อนางไม่น้อยกว่าแกหรอก คำฝาย ทุกอย่างที่ทำอยู่ก็เพื่อเนื้อนาง”
“แล้วทำไมถึงบอกเนื้อนางไม่ได้”
“มันยังไม่ถึงเวลา อีกไม่นานหรอกคำฝาย ใครที่ทำร้ายเนื้อนางมันต้องชดใช้”
คำฝายมองเห็นแสงคำที่มีความเป็นห่วงเนื้อนางเต็มเปี่ยมก็ตัดสินใจหันหลังกลับไป แสงคำมองคำฝายที่เดินห่างไปด้วยสายตาที่มีความลับ

บุญลือนำปิงลัดเลาะมาในป่าอย่างชำนาญ “ขอให้ฉันเห็นแกอีกทีเถอะ แขไข”
แขไขกำลังเดินตาขวาง ตัวตรงทื่อเข้ามาใกล้ บุญลือกำลังจะก้าวเลี้ยวไปอีกทาง แต่เจอกับแขไขที่ยืนตาขวาง
“แขไข แก.. แกยังไม่ตายจริงๆ”
แขไขมองจ้องบุญลือ ปิงเห็นแขไขก็ถึงกับมือไม้สั่น
บุญลือสั่งทันที “จับมันสิวะ” ปิงเข้าไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ กำลังเอื้อมมือไปจับ แขไขกรีดร้องขึ้นมา ปิงตกใจ ถอยหลังวิ่งหนี
“ไอ้บ้าปิงกลับมาสิวะ นี่มันคน ไม่ใช่ผี” บุญลือหันไปด่าปิง แต่พอหันกลับมาก็เจอแขไขพุ่งเข้าบีบคอ
บุญลือไม่ยอม จับมือแขไขง้างออก แขไขสู้แรงบุญลือไม่ไหว มือหลุดจากคอบุญลือ บุญลือตบผัวะ แขไขหน้าสะบัดล้มลง บุญลือพุ่งเข้ามาคร่อมร่าง กดคอแขไข แขไขมองเห็นบุญลือที่จ้องหน้ามาใกล้
แขไขนึกออกว่าบุญลือคือคนที่ผลักตนตกเหว “แก...แกคนที่ฆ่าฉันไอ้ ... ไอ้บุญลือ”
“ใช่ กูนี่แหละฆ่ามึง ครั้งที่แล้วมึงรอด แต่ครั้งนี้มึงตาย” บุญลือกดคอ
แขไขดิ้นรนด้วยความกลัวอย่างสุดขีด “ไม่ ไม่ ... ช่วยด้วย” แขไขดิ้นรน ปัดป้อง แต่บุญลือกดคอแรง สัญชาติญาณกลัวตายของแขไขพุ่งสุดขีด
แขไขกางเล็บ จิกลากลงมากลางหน้าบุญลือ บุญลือร้องลั่น แขไขลุกขึ้น วิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว
บุญลือปิดหน้า เจ็บร้องครวญคราง พอเงยมาไม่เจอแขไข บุญลือวิ่งตามไปทันที

แขไขวิ่งหนี ล้มลุกคลุกคลาน ด้วยความกลัว
“อย่าฆ่าฉัน ... ฉันกลัวแล้ว ... ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” บุญลือวิ่งลัดเลาะตามไปทั้งๆเลือดซิบๆบนใบหน้า

หมอเทพทัตรู้สึกตัว ค่อยๆ ลุกขึ้น เอามือแตะคอที่โดนโซ่รัด มองไปรอบๆ “แขไข”
หมอเทพทัตไม่เห็นแขไขก็รีบพุ่งออกประตูไป
แขไขวิ่งหนีมาด้วยความหวาดกลัว ด้านหลังบุญลือวิ่งตาม ชักปืนออกมา

เนื้อนาง คำฝาย ม่อนดอยกำลังช่วยกันทำความสะอาด เนื้อนางสีหน้าครุ่นคิดเรื่องณไตรกับแสงคำแล้วพูดขึ้น “ที่พ่อเลี้ยงกับแสงคำไม่ยอมบอกเรา เพราะเค้าสองคนอาจจะกำลังวางแผนจับตัวฆาตกรฆ่าคุณแขไข แล้วก็ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับที่นี่กับหิมวัต ถึงไม่ให้เรื่องนี้รู้ถึงหูใครเลย”
“แต่เนื้อนางไม่ใช่คนปากโป้ง ทำไมถึงจะบอกไม่ได้”
ม่อนดอยท้วง “เนื้อนางไม่ใช่ แต่แกล่ะ แล้วคนอื่นๆ อีก มีพิรุธขึ้นมา ทีนี้ก็เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่า”
คำฝายค้อนม่อนดอยที่ให้เหตุผลจริงจัง
“พ่อเลี้ยงน่ะเค้าคิดรอบคอบ” ม่อนดอยมองเนื้อนาง “เชื่อใจพ่อเลี้ยงเถอะนะ เนื้อนาง พ่อเลี้ยงยอมเสียสละทุกอย่างให้เนื้อนางได้จริงๆ”
เนื้อนางมองม่อนดอยที่ยืนยัน แต่สายตาเนื้อนางก็ยังไม่คลายความอยากรู้

ณไตรเดินเร็วเข้าไปทางกระท่อม หมอเทพทัตกำลังเดินตามหาแขไขมาจากอีกทาง
ณไตรเห็นก่อนก็วิ่งเข้าไป “ไอ้หมอ ทำไมแกไม่อยู่กับแขไข”
“แขไขหนีออกมา”
“นานหรือยัง”
“พักนึงแล้ว” ณไตรสีหน้าร้อนใจวิ่งออกหา
เทพทัตวิ่งตามไปด้วย

แขไขวิ่งหนี ด้านหลังบุญลือใกล้เข้ามา แขไขเหลียวไปมองแล้วยิ่งกลัว มองกลับมาเห็นพุ่มไม้ที่ขวางหน้า แขไขตัดสินใจพุ่งทะลุพุ่มไม้ หวังว่าจะรอด ณไตรกับหมอเทพทัตวิ่งมา เห็นแขไขพุ่งออกมาจากชายป่า สะดุดกิ่งไม้ล้มลงกับพื้น
ณไตรรีบวิ่งเข้าไปประคอง “แขไข”
หมอเทพทัตตามมาดู ด้านหลังบุญลือมองเห็นณไตรก็หลบวูบ
“มัน” แขไข ชี้ไปทางป่าที่ออกมา “มันตามมา คนที่ฆ่าฉัน มันวิ่งตามฉันมา” บุญลือเห็นแขไขชี้มาที่ตัวเอง ก็ยิ่งหลบ
ณไตรมองแล้วรีบผละมือปล่อยจากแขไข “ไอ้หมอ พาแขไขกลับไปกระท่อมก่อน”
หมอเทพทัตรีบเข้ามารับแขไขไปจากณไตร
ณไตรวิ่งเข้าไปตามที่แขไขชี้ทันที แขไขตัวสั่นกลัว หมอเทพทัตกอดไว้ให้หายตกใจ มองตามณไตรแวบเดียว แล้วรีบพาแขไขออกไปจากตรงนั้น
ณไตรวิ่ง มองระวังไปรอบๆ บุญลือที่หลบซุ่มเงียบ ยกปืนในมือขึ้นเล็งณไตร ณไตรมองระวัง เสียงเหยียบกิ่งไม้ดังมาจากด้านหลัง ณไตรกำหมัดหันไป เห็นแสงคำที่สะพายปืนเข้ามา
“ผมเอง พ่อเลี้ยง” บุญลือที่กำลังเล็งไปที่ณไตรเห็นแสงคำโผล่มา “ผมกลัวคนตาม เลยอ้อมมาอีกทาง”
ณไตรก้าวขยับไปคุยกับแสงคำ บุญลือเสียจังหวะ มองไปเห็นต้นไม้บังทั้งคู่
“แขไขหนีออกมาบอกว่ามีคนตามฆ่า อาจจะเป็นไอ้ผีแขไขตัวที่เรากำลังตาม”
“ถ้ามันเจอคุณแขไขแล้ว มันอาจจะตามไปฆ่าปิดปาก”
“แขไขอยู่กับเทพทัตสองคน”
“รีบกลับไปดูคุณแขไขก่อนดีกว่า”
ณไตรวิ่งเร็วกลับออกไปกับแสงคำ
บุญลือที่หลบอยู่เงียบค่อยๆ โผล่ขึ้นมา มองด้วยสายตาเจ็บใจ ที่เห็นณไตร แสงคำวิ่งห่างไปจนได้

แขไขนั่งกลัวตัวสั่น หมอเทพทัตใส่โซ่ไว้ที่ขา ณไตร แสงคำเข้ามา แขไขนั่งคุดคู้ ณไตรเข้ามาใกล้
แขไขรีบจับแขนณไตรแน่น ละล่ำละลักบอก “มันตามฉันมา คนที่จะฆ่าฉัน มันตามฉันจริงๆ”
“คุณรู้จักเค้าใช่มั้ยครับ แขไข .. จำได้มั้ยว่าใคร”
“จำได้” ทุกคนมองอยากรู้ “มัน .. มันที่ฆ่าฉัน” แขไขส่ายหน้า เอามือปิดตาปิดหูด้วยความกลัว
“แขไขครับ ใจเย็นๆ ค่อยๆนึก ... คนที่วิ่งตามคุณ ..ชื่ออะไร” ณไตรจับมือแขไขอ่อนโยน ยิ้มให้ แขไขสงบลงมองณไตร “คนที่คุณเจอ ... คุณจำเค้าได้ เค้าชื่ออะไร”
แขไขนึก “ชื่อ”
ทุกคนมองลุ้นว่าแขไขจะพูดชื่อใครออกมา

ในป่า บุญลือกำลังเร่งเท้า ยกแขนเสื้อเช็ดหน้าที่เลือดซึม แววตาคั่งแค้น “แขไข ทำไมมึงถึงตายยากตายเย็นนัก”

แขไขแววตานึก ณไตร แสงคำ หมอเทพทัตมอง
ณไตรถามย้ำ “คนที่คุณหนีมา เค้าชื่อ”
“ชื่อ...” แขไขตัวแข็งทื่อ เกร็งไปทั้งร่างด้วยความกลัว แล้วผลักณไตร ร้องโวยวายคลุ้มคลั่ง พนมมือท่วมหัว “อย่าทำฉัน ฉันเจ็บ ฉันกลัว ... อย่าผลักฉัน อย่าฆ่าฉันอีกเลย” แขไขคลานหนี
ณไตรจะตาม หมอเทพทัตดึงเพื่อน “อย่าเพิ่งเร่งนัก ต้องมีเวลาให้สมองได้ทบทวนบ้าง คุณแขไข เธอกลัวมาก”
แขไขรีบหนีไปนั่งคุดคู้ที่มุมห้อง ซุกหน้าไม่ยอมมองใคร แสงคำเดินไปหยิบผ้าห่มบนเตียงมาส่งให้ณไตร ณไตรค่อยๆ เอาผ้าห่มให้แขไขที่กลัวจนไม่ยอมรับรู้อะไรอีก
“คุณแขไขไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่ามีคนตามมาฆ่า” แสงคำชักจะเชื่อว่ามีคนร้ายจ้องฆ่าแขไขจริง
ณไตรมองแขไขแววตาใช้ความคิด แล้วสั่งขึ้น “แสงคำ ฉันอยากให้นายเฝ้าแขไขที่นี่ ถ้าแขไขเจอคนที่ฆ่าเธอจริงๆ ตอนนี้มันก็รู้แล้วว่าแขไขยังมีชีวิตอยู่ มันต้องหาทางกลับมาปิดปากแขไข”
“แล้วเราจะเห็นว่ามันเป็นใคร” แสงคำสบตากับณไตร
ณไตรพยักหน้า แล้วหันไปสั่งหมอเทพทัต “หมอ เดี๋ยวฉันจะพาแกเดินกลับอีกทาง ต่อไปห้ามผ่านปางเด็ดขาด เรื่องแขไขยังมีชีวิตอยู่ ห้ามใครรู้ทั้งนั้น”
“พ่อเลี้ยงจะบอกเนื้อนางเรื่องผมมาเฝ้าคุณแขไขว่ายังไง”
“ฉันใช้นายลงไปติดต่องานเอกสารกับป่าไม้จังหวัดไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ ต้องค้างในเมือง” ณไตรมองแสงคำเป็นอันรู้กัน “ฉันจะเอาอาหารมาส่งที่ชายป่า นายเฝ้าแขไขอย่าให้ใครเข้าใกล้ได้อีก”
ณไตรหันไปมองสงสารแขไขที่นั่งขดตัว กลัวจับใจ

ด้านล่างบ้านหิมวัต บุญลือก้มหน้ายืนหลบๆอยู่
วันดีเข้ามาประชิด “แกมาทำไมที่นี่ เดี๋ยวใครเห็นเข้า” บุญลือหันมามองพี่สาว วันดีเห็นรอยแผลยาวที่หน้าบุญลือแล้วตกใจ “หน้าแก”
“ฝีมือนังแขไข มันยังไม่ตายจริงๆ”
“แล้วแกฆ่ามันหรือยัง”
“ยัง .. มันหนีไปได้”
“ไอ้น้องโง่”
“อีแขไขมันเป็นบ้ามันเอาแรงมหาศาลมาจากไหนไม่รู้ แถมมีไอ้พ่อเลี้ยงกับแสงคำดูแลมันอยู่”
“พ่อเลี้ยงดูแลแขไข” วันดี คิดนิดเดียว “เรากำลังจะเดือดร้อน พ่อเลี้ยงไม่ใช่คนโง่ ถ้าช่วยแขไขไว้ก็แสดงว่าพ่อเลี้ยงกำลังควานหาตัวเรา”
“ฉันต้องทำยังไงต่อ พี่ ทั้งเนื้อนางทั้งแขไข ไอ้ปิงมันก็ปอดแหกเอาแต่วิ่งหนี ฉันคนเดียวสู้ไอ้พ่อเลี้ยงกับแสงคำไม่ได้แน่ๆ”
“ปล่อยเรื่องเนื้อนางให้ฉันจัดการ แกรีบหาทางฆ่านังแขไข”
“ทำไมเราไม่หนีไปตอนนี้ล่ะพี่ ฉันไม่อยากติดคุก”
“เราจะไม่หนี อีกนิดเดียวทุกอย่างก็จะสำเร็จ ฉันไม่มีวันล้มเลิก” วันดีแววตากร้าวกระด้าง บุญลือสีหน้าไม่แน่ใจ วันดีหันมาดุ “แกรีบไปได้แล้ว เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
บุญลือวิ่งก้มหน้าหลบออกไป
ด้านหลังบนเนิน อรองค์มาเก็บดอกไม้ มือหนึ่งกำกุหลาบสีแดงที่เพิ่งตัด อีกมือถือกรรไกร อรองค์มองลงมาเห็นด้านหลังบุญลือที่วิ่งห่างจนลับไป วันดียืนมอง อรองค์จำวันดีได้ “ป้าวันดี คุยกับใคร” อรองค์เห็นวันดีขยับจะหันกลับมา ก็รีบหลบ
วันดีหันขวับกลับมา มองไปรอบๆ รู้สึกแปลกๆ เดินเร็วขึ้นเนินมา วันดีกำลังจะเดินผ่านพุ่มไม้ แต่หยุดเท้า ค่อยๆ หันไปมอง วันดีจ้องเขม็งค่อยๆเดินเข้าไปเอามือแหวกพุ่มไม้ทันที ไม่มีอรองค์อยู่ตรงนั้น วันดีกำลังจะถอยออกมา แต่เห็นกลีบกุหลาบสีแดงตกอยู่บนพื้น 2-3 กลีบ ก้มลงหยิบกลีบกุหลาบขึ้นมามองด้วยสายตาสงสัย

อรองค์กำลังนั่งหันหลังอยู่ วันดีเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ อรองค์ฮัมเพลงไม่รู้ว่าวันดีกำลังมองจ้อง วันดีมองผ่านครูสาวไปที่กุหลาบสีแดงที่อรองค์ปักลงแจกันใกล้เสร็จ “ฉันไม่รู้ว่าครูชอบกุหลาบสีแดง”
อรองค์สะดุ้ง หันมา “มาเงียบๆ ตกใจหมดเลยค่ะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ