อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[1] วันที่ 23 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[1] วันที่ 23 ต.ค. 57

“เออๆๆๆ ก็ได้ๆ พอใจกันหรือยัง” โรสโดนทุกคนคะยั้นคะยอจนต้องยอมรับการเข้ารักษา
ทุกคนมีสีหน้าดีขึ้น
“ไปเลยครับ เดี๋ยวนี้เลย ผมพาไป ผมพาไปเอง” ทองทารวบรัดกลัวโรสเปลี่ยนใจ
หนูมาลีมองหน้าโยทะกา สีหน้าอ่อนลง

โยทะกาเดินมาที่หน้าร้าน ระหว่างรอโรสแต่งตัว หนูมาลีเดินตามมา “หนู...เอ้อ” มาลีอึกอัก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกันอย่างไร
“ไม่ต้องฝืนพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด ไม่อยากเรียก ไม่อยากเจอหน้าฉัน ก็ไม่ต้องฝืน เราจะอยู่กันแบบนี้ ฉันทำใจได้แล้ว”
“หนูฝากพ่อด้วย พ่อไม่มีวันรับเงินใคร เงินพี่แคที่ เงินที่ร้าน เขาจะไม่ยอมแตะ เขาจะยอมรับเงินจากคุณคนเดียว”
โยทะกาพยักหน้า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ ดีขึ้น


ที่ร้านเซอร์ไพรส์ ร้านยังไม่เปิด ทั้งหมดเตรียมตัวกันก่อน การะเกดนั่งเช็ดจาน อธินั่งอยู่ด้วยช่วยกัน
“เรื่องของพี่โรส เฮ้อ เศร้าเนอะ ชีวิตกำลังจะดีอยู่แล้วเชียว” อธิเอ่ยอย่างเห็นใจ
“โชคดีที่พี่โรสกับหนูมาลีเข้าใจกันแล้ว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าอยากจะบอกรักใคร รีบบอกเสียก่อนจะสายเกินไป” การะเกดมองหน้าอธิ เรียกกำลังใจให้ตัวเองต้องบอกเขาให้ได้ “... ต้องใช้ความกล้า!”
“ใช่ ....นี่ไง พี่ถึงอยากกลับไปทำงานที่บ้าน จะได้อยู่ใกล้พ่อแม่”
การะเกดตัดสินใจ มองอธิแล้วเดินขึ้นไปเวที การะเกดเริ่มร้องเพลงรักของทองทาที่เคยใช้ร้องบอกหนูมาลี ตั้งใจให้อธิรู้เรื่องความในใจของตน สายตาของการะเกดพุ่งมาที่อธิ แต่อธิก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดแต่เรื่องของโรส
ชงโคฟังเพลงแล้วเข้าใจ ยิ้มออกมา เดินมาบอกอธิ “ที่พี่ทองทาสอน .... เพลงมีไว้บอกรักคนอื่น”
“พ่อพี่จะเป็นโรคอะไรหรือเปล่านะ ชงโค” ชงโคอึ้งหันมามอง นี่อธิ ยังไม่รู้เรื่องอีกรึ อธิยังคิดนั่นนี่อยู่
“เกดเขาร้องเพลง ฟังสิ” ชงโคสะกิดเตือน
อธิทำมือส่งไปที่เวที “เพราะมากจ้า...” ชายหนุ่มยังหมกมุ่นเป็นห่วงพ่อแม่ “คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาเป็นโรคแล้วไม่บอกอย่างนี้ทุกคนไหมอ่ะ”
ชงโคโมโห ตบหน้าผากอธิ การะเกดสะดุ้งตาม หยุดร้องทันที
“เฮ้ย ตบเหม่งพี่ทำไม” อธิร้องไม่เข้าใจที่อยู่ดีๆ โดนทำร้าย
“นี่ไง ถึงต้องมีคนปากหมาอย่างฉัน เพราะมีคนโง่อย่างพี่นี่ไง ผู้หญิงเขาร้องเพลงบอกรักพี่ ส่งสายตาจนจะถลนออกมานอกเบ้าแล้วยังไม่รู้เรื่องอีก ฮ่วย!” ชงโคโวยออกมาไม่ได้ดั่งใจ
อธิตะลึงมองไป แล้วค่อยๆ เดินไปหาที่เวที การะเกดก้มหน้าอาย “การะเกด บอกรักพี่หรือ” อธิวิ่งขึ้นไปบนเวที นั่งคุกเข่าจับมือ “การะเกด จริงหรือ”
“เมื่อก่อนเกดอ่อนแอเกินไป แต่หลังจากเรื่องของวานิช เรื่องหนูมาลี มันสอนเกดหลายอย่าง เป็นเด็กเสิร์ฟก็ทะเยอทะยานได้”
“แปลว่า เกดชอบพี่แล้ว ไม่ได้รังเกียจพี่เหมือนเมื่อก่อน”
“เกดไม่เคยรังเกียจ แค่กลัวว่าจะถูกหลอกเล่นน่ะค่ะ แต่พี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พี่รักและห่วงใยเกดจริงๆ ถ้าเกดไม่ฉวยโอกาสนี้ไว้”
ชงโคเอ่ยแทรก “ฉันก็จะงาบพี่อธิเอง!”
การะเกดหัวเราะ “ใช่ค่ะ ผู้หญิงคนอื่น คงต้องได้พี่อธิไปแน่ๆ พี่สนใจคนอื่นหรือยังคะ เกดช้าเกินไปหรือเปล่า”
“ไชโยๆๆ” อธิเดินเข้าไปหอมแก้มการะเกด ขอบคุณ “ขอบคุณมาก ขอบคุณ ไม่ๆ พี่ไม่มีคนอื่น พี่รักแต่การะเกดคนเดียว! รักแต่การะเกดคนเดียว!”
ชงโคหัวเราะขำทั้งคู่มีความสุขไปด้วย

ที่โรงพยาบาล โรสอยู่ในชุดคนไข้เตรียมพร้อมทำเคมีแล้ว กำลังโทรศัพท์ “บอยไม่ยอมรับสายพี่”
ทองทามองอย่างเห็นใจ “เขาโทรให้ผมเป็นคนรับพี่กลับบ้านน่ะครับ”
โรสกลุ้มเรื่องบอย คราวนี้บอยคงโกรธจริง

วันรุ่งขึ้นที่ร้านเซอร์ไพรส์ มีนักข่าวมารอทำข่าวเรื่องร้านเหมือนทุกวัน บอยยืนคุยอยู่กับนักข่าว “พี่โรสเจ้าของร้านไม่สบายน่ะครับ นัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ไหมครับ”
“เอ้า ไม่สบายหรือคะ เป็นอะไรมากไหมคะ” นักข่าวถาม
ทองทาเดินพาโรสมาส่ง เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลพอดี
โรสพูดเสียงดังฟังชัดเข้ามาไม่สะทกสะท้าน “เป็นมะเร็ง!” นักข่าวได้ยินก็ตกใจ “จะมาสัมภาษณ์เรื่องร้านใช่ไหมครับ ผมยินดี ผมพร้อมให้สัมภาษณ์ ผมอยากให้ร้านเราเป็นที่รู้จักมากๆ อยากฝากร้านไว้กับทุกคน ในขณะที่ยังมีแรง”
นักข่าวทุกคนพยักหน้า โรสมองหน้าบอย บอยยังเครียดๆ ดูมึนตึง

ที่บ้านบุณฑริก ยาหยี เอาข่าวในไอแพดมาให้เบลดู “คุณเบลดูค่ะ....ดู”
เบลอ่านข่าวจากหน้าจอ “นางโชว์พ่อหนูมาลีเจอข่าวช็อกเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”
“ข่าวพาดหัวทุกฉบับเลยค่ะ”
นีน่าตอกย้ำ “วันก่อนก็ขึ้นหน้าหนึ่งเรื่องนายซีโร่จอมสร้างภาพ...นั่นก็ขึ้นอยู่หลายวัน นี่ยังจะอะไรกันอีก เบ็ดเสร็จเดือนนี้ทั้งเดือน มีแต่ข่าวเรื่องหนูมาลี”
เบลคิดแล้วเครียด “แล้วคะแนนล่ะ เอาคะแนนมาดูซิ” ยาหยีกดดูคะแนนในไอแพด
“ช้าจริง” เบลบ่นขึ้นมา รีบกดทีวีดู

พิธีกรในรายการเดอะซูเปอร์สตาร์ ยืนอยู่ข้างทีวีจอยักษ์ กำลังออกอากาศสด เป็นรายการข่าวสั้น อัพเดทคะแนนประจำวัน
พิธีกรคนแรกเอ่ย “อัพเดทคะแนนของเดอะซูเปอร์สตาร์ซีซั่นสอง ประจำวันนี้นะคะ เกิดเรื่องไม่น่าเชื่อค่ะ ตั้งแต่เช้ามา คะแนนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
พิธีกรคนที่สองกล่าวเสริม “หลังจากข่าวเรื่องพ่อของหนูมาลีเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ข้อความแสดงความเห็นใจ เอาใจช่วยหนูมาลี เข้ามาไม่ขาดสายค่ะ”
พิธีกรคนแรกอธิบายที่มาของคะแนน “แฟนๆ หลายคน อยากให้หนูมาลี ชนะเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท เพื่อเอาไปรักษาพ่อนะคะ”
พิธีกรคนที่สองสรุปผล “และนี่คือที่มาของการเปลี่ยนแปลงคะแนนวันนี้ หนูมาลีคะแนนขึ้นเป็นที่สอง แซงหน้าทิมมี่และเบลไปไกล จะเป็นรองก็แค่ภูมิ ไม่กี่พันคะแนนเท่านั้นเอง”
พิธีกรคนแรกตื่นเต้น “เกมพลิกเลยนะคะเนี่ย อีกไม่กี่วันก็จะถึงคอนเสิร์ตรอบชิงชนะเลิศแล้ว หนูมาลี ภูมิ เบลและทิมมี่ ใครจะเป็นที่ 1 ต้องติดตาม ห้ามกะพริบตาเลยนะคะ”
เบลเอาหมอนทั้งหลายเขวี้ยงใส่ทีวีทันที “อร๊าย ไม่ ไม่ไม่” กรี๊ดเสียงดังลั่นบ้าน

ที่บ้านพักของโรส โรสเริ่มมีอาการตัวซีด ใส่ผ้าโพกหัวเหมือนคนทำเคมีบำบัดทั้งหลาย แต่ยังแข็งแรง เดินมาหาบอยที่นั่งทำบัญชีอยู่ “ที่รัก กินข้าวหรือยัง บัญชีพวกนั้น พี่ทำต่อเอง ไปกินข้าวเถอะ”
บอยลุกขึ้นเดินไป ไม่รับคำ ไม่มองหน้า ดูเย็นชา มึนตึง โรสเลยดึงเข้ามากอด “จะโกรธพี่ไปนานแค่ไหน ไม่รักพี่แล้วหรือ”
“เขาบอกว่าเกย์ไม่มีรักแท้ แต่เราสองคนพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ามี เราอยู่ด้วยกันลอดเวลามาสิบปี ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยแม้แต่มองคนอื่น”
โรสกอดบอยแน่นขึ้น จูบที่แก้ม ทั้งสองกำลังจะร้องไห้ “ขอบใจจริงๆ ที่อยู่ด้วยกัน ซื่อสัตย์ต่อกันมาถึงขนาดนี้ ถ้าหนูมาลี เป็นนางฟ้า เธอคือเทวดาของพี่”
“ไม่ได้อยากเป็นเทวดา อยากเป็นแค่คนธรรมดาที่ได้ใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน ดูแลกันไปตลอดชีวิต เราตั้งใจกันไว้แบบนั้น สัญญาเอาไว้แบบนั้น แต่พี่ไม่ลังเลสักนิดที่จะทิ้งผมไป!” บอยร้องไห้ออกมาในที่สุด
“อายุเธอยังน้อย ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอต้องเริ่มชีวิตใหม่นะ”
“พูดแบบนี้อีกแล้ว ออกไป๊ ไปไหนก็ไปเลยไป ถ้าจะพูดแบบนี้จะทำตัว.แบบนี้ ออกไปเลย ออกไป” บอยสะบัดตัวออก น้อยใจมาก
โรสกอดไว้ไม่ปล่อย “พี่ไปรักษาตัวแล้ว ทำให้แล้ว พี่จะพยายามสู้ อย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ พี่ทนไม่ได้เวลาบอยโกรธพี่ มันแย่ยิ่งกว่าป่วย ยิ่งกว่าตาย อย่าโกรธกันเลยนะนะ” โรสร้องไห้กอดบอยไว้
บอยเห็นโรสร้องไห้ใจอ่อนลง กอดตอบ “อย่าตายนะ ต้องสู้นะรู้ไหม อย่ายอมตายง่ายๆ อีก เพื่อผมนะ ต้องสู้เพื่อผม”
โรสพยักหน้าร้องไห้กอดอีกฝ่ายไว้แน่น

อีกด้านหนึ่ง ในร้านเซอร์ไพรส์ หนูมาลีนั่งมองไอแพดกราฟคะแนนของตนเอง “จู่ๆ คะแนนพุ่งเป็นที่สอง ตอนเห็นครั้งแรกนึกว่าฝันไป”
“นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากนะ วันพรุ่งนี้ต้องขึ้นร้องเพลงรอบสุดท้ายแล้ว เรามาเตรียมตัวกันเถอะ” ทองทาชวน
“เข้าใจแล้วเรื่องนาทีที่ยิ่งใหญ่ แต่พ่อหนูมาลีป่วย จิตใจของหนูมาลีตอนนี้ห่อเหี่ยว หดหู่ จิตใจแบบนี้ จะร้องเพลงให้ดี มันไม่ง่ายเลยค่ะ”
โรสเดินถือกล่องเหล็กมีกุญแจล็อกที่หนูมาลี เคยอยากดูออกมาด้วย “แกรู้ไหม นาทีที่ยิ่งใหญ่ของพ่อคืออะไร”
“พ่อ...”
โรสไขกุญแจ “อยู่ในนี้ กล่องที่แกอยากรู้ว่ามันคืออะไร” โรสเปิดกล่องออก ในกล่องเป็นจดหมายตลอดสิบปีของหนูมาลี
“จดหมายของหนู ตลอดสิบปี พ่อเก็บไว้ทุกฉบับเลย”
“เป็นโรคที่ไม่มียารักษา มันทรมานนะ ยาแก้ปวดบางทีก็ช่วยไม่ได้ เวลาที่พ่อป่วย พ่อนั่งเขียนเพลง พ่อนั่งอ่านจดหมาย”

โรสเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ฟัง ช่วงเวลานั้น โรสกึ่งนั่งกึ่งนอนคลื่นไส้บนเตียง ทุกข์ทรมานจากการปวดท้อง หน้าบิดเบี้ยว เหงื่อแตกหน้าซีด โรสกินยา ดื่มน้ำ แล้วหยิบจดหมายในกล่องมาเปิดดูๆ ยิ้มออกมา สักพักโรสคิดได้ หยิบกระดาษมาเขียนเพลง
“พ่อไม่เคยเขียนจดหมายตอบแก เพราะมันเยอะจนไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร พ่อเลยเขียนมันขึ้นมาเป็นเพลง”

หนูมาลีร้องไห้ เมื่อได้ฟังว่าพ่อรักตนอย่างไร “หนูจะขึ้นคอนเสิร์ตได้ไงในสภาพแบบนี้”
“ตอนพ่อเป็นกุหลาบราตรี ทั้งทำคาบาเร่ต์ ซ่อมฉาก ซ่อมเวที ตกกลางคืนก็ต้องโชว์ ตาพ่อมองไปที่คนดู ที่เขารอดู ในหัวคิดถึงแต่ลูกน้อง คิดถึงแต่ลูก พลังมันจะมาเอง ใช้วิธีเดียวกับพ่อ หนูต้องทำได้”
“ถ้าพ่ออยากให้หนูร้องจริงๆ ก็โอเคค่ะ”
“พ่อจะเข้าทำเคมี จะดูแลตัวเองอย่างดี ระหว่างนี้ แกต้องไม่หยุดใช้ชีวิต ไม่มีพ่อคนไหน อยากดูลูกนั่งร้องไห้เพราะเราเป็นต้นเหตุ พอเถอะนะ ..พอเสียที”
หนูมาลีกอดพ่อ โรสกอดตอบ
ทองทาซาบซึ้ง “เลิกกังวลทุกอย่างตั้งใจซ้อมนะ พี่มีความเชื่อบางอย่าง พรุ่งนี้ ชัยชนะจะเป็นของหนูมาลี”
หนูมาลีพยักหน้า กลับมาฮึดสู้ๆ ใหม่อีกครั้ง เข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
และแล้วก็ถึงวันแข่งขันเดอะซูเปอร์สตาร์ ซีซั่นสอง รอบชิงชนะเลิศ บรรยากาศโดยรอบคึกคัก เต็มไปด้วยทีมงานที่เตรียมจัดสถานที่เป็นครั้งสุดท้ายของซีซั่นนี้
ตรงประตูทางเข้า ยาหยี นีน่า เดินเข้ามาในงาน นีน่าชนเข้ากับชายร่างยักษ์ที่คุยกับเบลเสร็จกำลังเดินออกไป “โอ๊ย ระวังหน่อยสิ” นีน่าโวยเข้าให้ ชายร่างยักษ์หน้าขรึม ดุ จนสองสาวหยุดเหวี่ยง
“ออกมาๆ เดี๋ยวมันกัด” ยาหยีเตือนเพื่อน ชายร่างยักษ์ค้อนนิดๆ เดินออกไป
“คนงานใหม่หรือคะ ไม่เคยเห็นหน้า” นีน่าถามเบล
“มืออาชีพเฉพาะกิจ”
“ทำอะไรคะ ... หน้าตาน่ากลัว” ยาหยีสงสัย
“ไม่ต้องรู้หรอก” เบลปิดเป็นความลับ
“เช้านี้ไม่ออกกำลังหรือคะ เห็นทุกที ต้องวิ่งก่อน” นีน่าถาม
“ฮึ ขยัน ทำงานหนักแล้วได้อะไร แค่พ่อมันจะตาย คนก็สงสารมันแล้ว ไม่ล่ะ งานพวกเธอไปถึงไหนแล้วล่ะ” เบลถามความคืบหน้ากับนีน่า
“ทิมมี่ กับนายภูมิหรือคะ เฮ้อ หาจุดอ่อนเขาไม่เจอจริงๆ ค่ะ” นีน่าเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา
“แค่นี้ก็ทำไม่ได้” เบลลุกขึ้น ปัดหนังสือลงพื้นโครม
“ดุขึ้นทุกวันเลยอ่ะ” สองสาวตัวลีบ กระซิบให้กัน
“ช่างเถอะ ฉันมีแผนสำรอง” เบลเตรียมการมาพร้อม
“แผนอะไรคะ”
เบลกระซิบบอกแผนการกับนีน่า

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ หนูมาลีเดินหิ้วกระเป๋าออกมากำลังจะไปสถานี “หนูไปก่อนนะคะ”
“ทองทาไม่มารับหรือ” บอยถาม
“พี่ทองทาติดงานโปรโมท ค่ำๆ ถึงตามไปที่สถานีจ้ะ”
“เอ…. “ บอยลังเลคิดว่าไปส่งหญิงสาวดีไหม
“หนูนั่งแท็กซี่ไปได้ พี่บอยดูแลพ่อเถอะ หนูฝากด้วยนะ” หนูมาลีตัดบทก่อนเดินออกไปคนเดียว

หนูมาลีเรียกแท็กซี่แล้วขึ้นไปนั่ง ขับไปสักพัก รถจอดข้างทางเปลี่ยว
“จอดทำไมคะ” หนูมาลีถามคนขับ
คนขับคือชายร่างยักษ์ที่รับคำสั่งจากเบลมานั่นเอง “ลืมของไว้ข้างหลัง”
หนูมาลีไม่ค่อยสนใจ ฟังมือถือขยับปากซ้อมร้องเพลงต่อ ชายร่างยักษ์ที่ขับแท็กซี่ไม่ได้เดินไปข้างหลังกระโปรง แต่เดินมาเปิดประตูหนูมาลีแล้วเอายามาโปะ หนูมาลีไม่ทันตั้งตัว ดิ้นรนอยู่สักครู่ แล้วก็สลบไป ชายร่างยักษ์มองซ้ายมองขวาแล้ว รีบขับรถออกไป

ที่บ้านของบุณฑริก เบลนั่งเล่นมือถืออยู่ ยาหยี และนีน่านั่งรอ เวลา
“สิบโมงแล้ว ไปกันได้หรือยังคะ” ยาหยีเอ่ยเตือนเบล
เบลยกมือบอกสองสาวว่ารอครู่หนึ่ง กำลังส่งข้อความคุยกับเมืองแมน
“ส่งข้อความคุยกับใครไม่รู้ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” สองสาวกระซิบกันอย่างอยากรู้แกมสงสัย

อีกด้านหนึ่ง ในห้องทำงานเมืองแมน เมืองแมนนั่งแชตมือถือ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สภาพเดียวกับเบล
“คุยกันมาตั้งนาน วันนี้วันคอนเสิร์ต ยังไม่ไปเตรียมตัวอีกหรือ”
“หนูมาลี อยากเจอคุณก่อน” เบลพิมพ์ข้อความตอบ
“วันนี้มาแปลก ยอมเจอฉันแล้วหรือ”
“เราหาที่เงียบๆคุยกันได้ไหมคะ ที่คอนโดคุณก็ได้” เบลเริ่มเข้าแผน
เมืองแมนดีใจมาก คิดว่าสำเร็จแล้ว “อยากชนะการแข่งขันวันนี้ล่ะซี้ เด็กพวกนี้ ร้ายจริงๆ”
เมืองแมนพิมพ์ข้อความตอบ “ได้สิจ๊ะ”
“ตอนนี้เลยได้ไหมคะ”
“โอเค เดี๋ยวจะส่งแผนที่ไปให้”
เบลยิ้มในหน้า ดีใจที่ผู้เป็นพ่อเดินเข้าสู่แผนการของตนอย่างง่ายๆ
เมืองแมนดีใจสุดๆ ลุกขึ้นยืน “เยสๆๆๆ”
เบลหันไปบอกสองสาว “เรียบร้อย นังหนูมาลี แกไม่มีวันได้ขึ้นแข่งวันนี้แน่”

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[1] วันที่ 23 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ