อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10 วันที่ 10 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10 วันที่ 10 ต.ค. 57

เนื้อนางจ้องณไตรด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจและเจ็บช้ำ “พ่อเลี้ยง … ณ...ไตร”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเนื้อนาง” ณไตรมองเนื้อนางที่แสนพรหมยังโอบอยู่ แล้วเอ่ยทักด้วยเสียงห่างเหิน เย็นชา
สายตาเนื้อนางเจ็บช้ำแต่ก็ฝืนทน หันไปยิ้มกับแสนพรหม “เนื้อนางขอตัวก่อนนะจ๊ะ” เนื้อนางเบี่ยงตัวออกจากแสนพรหม ณไตรมองเนื้อนางที่เดินห่างออกไป

“เดี๋ยวฉันตามไปให้รางวัลจ้ะ”
ณไตรได้ยินแล้วพยายามสะกดความโกรธที่พลุ่งพล่านเต็มอก เอ่ยถามเจ้าแสนพรหม “เมียเจ้าคนนี้ ... เนื้อนาง ไม่ทราบว่าเจ้าได้ตัวมาจากที่ไหนครับ”


เนื้อนางเดินเร็วออกมาหยุดในมุมหนึ่ง น้ำตาเนื้อนางทะลักทะลายออกมาเมื่อคิดถึงณไตร
คำฝายที่เดินมา พอมองเห็นเนื้อนางก็รีบวิ่งเข้ามา “เนื้อนาง ... ตั๋วร้องไห้ ใครทำอะไรตั๋ว เนื้อนาง บอกพี่ ใครทำอะไรตั๋ว”
“หนานไตร พี่คำฝาย ..แขกของเจ้า....คือหนานไตร”
“จริงก่อ มันอยู่ข้างในใช่มั้ย พี่จะไปด่ามัน” คำฝายจะพุ่งเข้าไป
เนื้อนางรั้งคำฝายไว้ “ไม่มีประโยชน์หรอกพี่คำฝาย เค้าไม่รู้จักเรา”
“มันจะไม่รู้จักได้ยังไง เนื้อนาง ตั๋วเป็นเมียมันทั้งคน”
“เค้าไม่ใช่หนานไตรอีกแล้ว เค้าเป็นพ่อเลี้ยงณไตร เค้ามอง เค้าทักเนื้อนางเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน”
คำฝายแค้น “ไอ้หนานไตร”
“เค้าหมดรักเนื้อนาง สิ้นความผูกพัน สิ้นเยื่อใยต่อกันหมดแล้ว”
คำฝายสายตาเจ็บใจหนานไตร เนื้อนางสะอื้น น้ำตาหยดเป็นสายด้วยความระทมขมใจ

ณไตรถือแก้วเครื่องดื่มทรงสูงมอง รอคำตอบจากเจ้าแสนพรหม
“เนื้อนางเนี่ยะ เหมือนฟ้าประทาน ช้างเผือกในป่ายังไงยังงั้นเลยพ่อเลี้ยง” ณไตรกำแก้วแน่น มองแสนพรหมที่ยังไม่หยุดอวด “นวล เนียน ไร้ราคี ไฝฝ้าในร่มผ้าไม่มีสักเม็ด”
ณไตรโกรธสุดทน บีบแก้วแตกจนคามือเศษแก้วตกกระทบพื้น
“พ่อเลี้ยง” เจ้าแสนพรหมตกใจ
ณไตรมองมือที่มีรอยแก้วบาดเป็นแผลยาวไม่มากด้วยแววตาเฉยชา ไม่รู้สึกเจ็บที่กายเลย
“ใครอยู่แถวนี้ มาดูพ่อเลี้ยงหน่อยเร็ว” แปงที่รออยู่ห่างรอรับใช้ รีบวิ่งเข้ามา “ทำแผลก่อนเถอะ พ่อเลี้ยง”
“ไม่เป็นไรครับ แผลแค่นี้เอง ผมขอตัวกลับก่อน” ณไตรกำมือแน่น ยิ้มให้แสนพรหม “ผมคงต้องขออนุญาตเจ้ามาที่นี่อีกนะครับ”
“มาเลย คุ้มเจ้าแสนพรหมยินดีต้อนรับพ่อเลี้ยงณไตรทุกเวลา มาพักผ่อนชมของสวยๆ งามๆ ในคุ้มผมได้ตามสบาย แต่เว้นเนื้อนางไว้คนนึงนะ ห้ามเลยคนนี้ ... ผมหวงมาก” เจ้าแสนพรหมหัวเราะระรื่น ต่างกับหนานไตรที่หน้านิ่ง ระงับอารมณ์เต็มที่ หันหลังเดินออกไป แสนพรหมมองด้วยสายตาเบิกบานมีความสุขที่สุด

ที่ระเบียง เนื้อนางเดินตามคำฝาย ตรงไปห้องนอน
“พี่ไปต้มน้ำร้อนให้ก่อนนะ ตั๋วจะได้ล้างเนื้อล้างตัว” คำฝายเดินนำออกไปก่อน เนื้อนางเดินตามมาสีหน้าเศร้า ด้านล่างที่สวน เห็นณไตรกำลังจะออกไปที่จอดรถ เนื้อนางหยุดมองลงไปที่ณไตร ใต้แสงไฟวับแวม ณไตรหันกลับมา ณไตรแหงนมองเนื้อนางที่ยังอยู่ในชุดฟ้อน เนื้อนางมองลงมาสบตาณไตร
ณไตรรีบเดินมา อยากจะเอ่ยถามความข้องใจทั้งหมด “เนื้อนาง” แต่เนื้อนางสะบัดหน้า เดินเชิดหน้าเข้าไปในเรือน
ณไตรกำหมัดที่เลือดออก ปล่อยให้เลือดหยดลงพื้นหญ้าอย่างไม่รู้สึกรู้สากับความเจ็บที่มือ ณไตรหันหลัง ก้าวยาวออกไป เนื้อนางที่หลบอยู่ ขยับตัวมามอง เห็นณไตรเดินหายไปในเงามืด หยดน้ำตาแห่งความน้อยใจของเนื้อนางไหลอาบแก้ม

แขไขในชุดนอนยืนชะเง้อมอง ณไตรเดินเข้าบ้านมา แขไขพอเห็นณไตร ก็รีบขยับเสื้อผ้าให้เปิดกว้างเผยผิวขาวผ่อง ณไตรเดินมาเห็นแขไขที่ยิ้มหยาดเยิ้มรออยู่
“ไปคุ้มเจ้าแสนพรหมสนุกมั้ยคะ” ณไตรไม่ตอบ เมินหน้าหนี แขไขไม่ยอมแพ้ ขยับมาขวาง มองที่มือณไตร “มือพี่ณไตรมีเลือด” แขไขคว้ามือณไตรขึ้นมาดูแต่ณไตรไม่สน ปัดมือแขไข เดินหนี
แขไขตกใจ “พี่ณไตร” แขไขไม่ยอมแพ้ เดินตามทันที
ณไตรขึ้นเสียง “หยุดตามผมสักที” แขไขสะดุ้งตกใจ ณไตรหันมาตาวาววับ “เลิกตาม เลิกถาม เลิกกวนใจผมได้แล้ว”
“พี่ไตรโกรธใครมาคะ ทำไมต้องว่าแขด้วย แขก็มารอพี่ไตรเหมือนทุกครั้ง”
“ก็ผมพูดอยู่นี่ไง ว่าไม่ต้องรอ เข้าใจมั้ย แขไข ชีวิตคุณไม่จำเป็นต้องรอผม เสร็จงานศพคุณปู่ คุณก็ควรกลับบ้าน กลับไปใช้ชีวิตในสังคมของคุณ อย่าอยู่ที่นี่เพราะความหวังลมๆ แล้งๆ อีก” ณไตรหันหน้าเดินเร็วออกไป
แขไขตกใจที่ณไตรกราดเกรี้ยว มองตามไปด้วยสายตาไม่ยอมแพ้ “แขยอมอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ แขจะไม่มีวันกลับไปมือเปล่า”

ณไตรเข้าห้องมา ถอดสูทปาลงพื้น ด้วยความโมโหย้อนนึกตอนที่เนื้อนางฟ้อนแง้น แสนพรหมเข้าไปโอบ
ณไตรหันไปกวาดของบนโต๊ะ ทั้งกรอบรูป หนังสือ ปากกา หล่นพื้น ระเนระนาด ย้อนนึกถึงเนื้อนางที่เชิดใส่ตรงระเบียง ณไตรมองแผลมีเลือดกรังที่มือ แล้วมองไปไกลอย่างเจ็บแค้นเพราะเข้าใจว่าเนื้อนางคือเมียเจ้าแสนพรหม

เนื้อนางในชุดนอน สีหน้าทุกข์ระทมพูดกับคำฝายที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหลัง
“ต่อไปนี้ ถ้าเจอกันอีก ก็ไม่ต้องรู้จัก ไม่ต้องนึกถึงอดีต คิดเสียว่าหนานไตรที่เนื้อนางแต่งงานด้วย ตายไปแล้ว ผู้ชายคนนั้น พ่อเลี้ยงณไตร เค้าเป็นคนที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยใกล้ชิด ... ไม่เคยให้หัวใจ”

ณไตรสีหน้ากำลังหงุดหงิด แขไขเปิดประตูเข้ามา ณไตรหันขวับ
แขไขมองสภาพห้องแล้วพอจะเดาออก “เนื้อนางละซีนะที่ทำให้พี่ไตรคลั่งได้ถึงขนาดนี้”
“ออกไป แขไข” ณไตรเข้าไปดันแขไขออกไป
แขไขสะบัดตัว “แขไม่ไป เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง ทำไมคะ พี่ไตรรังเกียจอะไรแขนักหนา แขมีทุกอย่างที่ดีพร้อมกว่าเนื้อนาง ทั้งฐานะ ชาติตระกูล ความงาม แล้วทำไมพี่ไตรถึงไม่แต่งงานกับแข”
แขไขมองจ้อง ณไตรมองแขไข “นี่คุณจำอดีตไม่ได้เลยใช่มั้ย”
“อดีต .. พี่ไตรพูดเหมือนเราเคยรู้จักกันมาก่อน”
“เราเคยรู้จักกัน แต่คุณไม่เคยจดจำผม” แขไขนิ่วหน้าสงสัย ณไตรตอบด้วยเสียงประชดประชัน “คุณไม่เคยจำผู้ชายที่คุณหว่านเสน่ห์ให้ เพราะผู้ชายพวกนั้น มีค่าเป็นแค่เครื่องประดับ ทำให้คุณดูมีค่า น่าหลงใหล สวยงามในสายตาทุกคน” แขไขสีหน้าตกใจ

แววตาณไตรย้อนนึก ตอนณไตรวัย 20 ท่าทางเป็นหนุ่มน้อย สุภาพ แขไขสาวรุ่นวัย 19 แต่งตัวสดใส ยืนอยู่ หันมา ณไตรเดินมาหยุดตรงหน้ายื่นช่อกุหลาบให้ แขไขอมยิ้ม ดมกุหลาบด้วยสายตาตื่นเต้น ณไตรมองเขินๆ อายๆ แบบหนุ่มแรกรัก

ณไตรถือช่อดอกไม้กำลังจะเดินไปให้แขไขในร้านอาหาร ที่ริมหน้าต่าง แขไขกำลังรับแก้วเครื่องดื่มจากกลุ่มผู้ชายที่ล้อมรอบ แขไขหัวเราะต่อกระซิก ณไตรมองแล้วกำช่อดอกไม้แน่น เห็นแขไขที่หัวเราะ มีจริตกับชายหนุ่มคนที่หน้าตาหล่อที่สุดในกลุ่ม

เหตุการณ์ต่อมา แขไขนั่งซบไหล่ชายหนุ่มอีกคนในรถคันโก้ แขไขหัวเราะระรื่น ห่างออกไป มุมหนึ่ง ณไตรยืนใต้ต้นไม้ มองไปที่แขไขในรถ ไตรเห็นชายหนุ่มกุมมือแขไขขึ้นจูบ แขไขยิ้มอาย ชายหนุ่มโน้มตัวมาใกล้แล้วก้มลงจูบแขไข แขไขโอบรอบคอชายหนุ่ม รับจูบ เบียดร่างเข้าใกล้แนบชิด
ณไตรมองภาพของแขไขที่พัวพันหลายชายด้วยแววตาผิดหวัง

แขไขมองจ้องณไตรอย่างนึกไม่ถึงเรื่องในอดีต
“พี่ไตรเคยรู้จัก เคยรักแขมาก่อน”
“ไม่ใช่ความรัก มันแค่ความหลงของผู้ชายคนนึงที่มองแต่เปลือกนอกสวยงาม แต่พอเห็นนิสัยรักเผื่อเลือกของคุณ ผมถึงได้ตาสว่าง ไม่เคยอยากเข้าใกล้คุณอีก”
“ตอนนั้นแขไม่รู้ว่าพี่ไตรเป็นใคร พี่ไตรไม่ยอมบอกแข แขไม่รู้ว่าครอบครัวเรารู้จักกัน”
“ดีแล้วที่คุณตัดสินผมแค่ภายนอก แล้วก็ไปหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายคุณคิดว่าโก้กว่า ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน” ณไตรเน้น “ไม่เคยซ้ำหน้า”
“แขผิดไปแล้ว ตอนนั้นแขยังเด็ก พี่ไตรยกโทษให้แขได้มั้ยคะ”
“ผมต้องขอบคุณคุณต่างหาก แขไข คุณทำให้ผมรู้ตั้งแต่วันนั้นว่า สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดและไม่มีวันยอมรับได้ คือผู้หญิงมากรักหลายใจ” ณไตรผลักแขไขออกไปพ้นประตู “อย่าเข้ามาใกล้ผม”
“พี่ไตร แขขอโทษ พี่ไตรก็รู้ว่าเราคู่กัน ให้หนีความจริงแค่ไหน แขก็ยังเป็นคนที่อยู่ในใจพี่ไตร อยู่มาก่อนเนื้อนางด้วยซ้ำ ตอนนั้นแขโง่เองที่ล้อเล่นกับความรักของพี่ไตร”
“คุณไม่ได้อยู่ในใจผมอีกแล้ว ผมไม่ได้รักคุณ แขไข ใจผมมีแต่ เนื้อนาง!!!” ณไตรไม่ยอม ดันแขไขอย่างแรง จนแขไขเซ ออกพ้นประตู ณไตรกระชากประตูปิดทันที
แขไขทุบประตู “พี่ไตร แขขอแก้ตัว ตอนนี้แขรักพี่ไตรนะคะ แขรักพี่ไตรคนเดียว”
ณไตรไม่สนใจ เดินหนี “ไปให้พ้น” เสียงณไตรตวาดดัง
แขไขได้ยินเสียงก็ตกใจ ถอยออกมา แววตาดื้อดึง อยากเอาชนะ “พี่ไตรเคยรักแขมาแล้ว ทำไมแขจะทำให้พี่ไตรรักแขไม่ได้อีก”

ณไตรเดินเร็วจะไปคุ้มเจ้าแสนพรหม
ธรรพ์กำลังยืนจิบชา หันมามองพี่ชาย “ไปไหนแต่เช้าครับ พี่”
“คุ้มเจ้าแสนพรหม”
“ยังตกลงเรื่องซื้อกิจการของเจ้าไม่เสร็จเหรอครับ เมื่อคืนก็เห็นกลับมาดึก”
วันดีถือถาดเดินผ่านมา จะเข้ามาเก็บแก้วชา เห็นพี่น้องคุยกันก็มองอยู่ห่างๆ ก่อน
ธรรพ์วางถ้วยชาลง มองพี่ชาย ณไตรเอ่ยขึ้น “ฉันเจอเนื้อนางแล้ว”
ธรรพ์ตกใจ วันดีหลบฟังอยู่ หน้าตาอยากรู้
“เนื้อนางเป็นเมียเจ้าแสนพรหม”
“ไม่น่าเป็นไปได้”
“ฉันเห็นกับตา”
ธรรพ์มองสีหน้าฉุนเฉียวของพี่แล้วเอ่ยปลอบ “ถ้าเนื้อนางเลือกจะเป็นเมียเจ้าแสนพรหม ผมว่าพี่ก็ไม่ควรไปใกล้เค้าอีก ตัดใจจากเนื้อนางเถอะครับ”
“ไม่ เนื้อนางเป็นของฉัน เค้าสัญญาว่าจะรอฉัน ฉันไม่เชื่อว่าเนื้อนางจะออกจากปางแล้วไปเป็นเมียเจ้าแสนพรหมง่ายๆ ฉันต้องรู้ความจริงทั้งหมด”
“ความจริงก็คือ ถ้าเนื้อนางเค้ามั่นคงกับพี่ เค้าจะไม่มีวันยอมเป็นของผู้ชายคนอื่น พี่ไตร พี่คือตัวแทนหิมวัต มีศักดิ์ศรีหน่อยสิครับ”
“ศักดิ์ศรีของฉันคือรักษาของๆ เรา เอาของที่เป็นเรากลับคืนมา ไม่ใช่ขี้ขลาดตาขาว เอาแต่หดหัวอยู่ในกระดองที่แม่นายสร้างให้”
ธรรพ์อึ้งที่ถูกพี่ชายด่า วันดีมองธรรพ์ด้วยสายตาสงสาร
“ใช่ ผมขี้ขลาด ไม่เข้มแข็งเหมือนพี่ แต่ผมก็ยังคิดได้ ถ้าพี่ยังวุ่นวายกับเนื้อนางอีก คนที่จะเสียใจที่สุดคือแม่นาย พี่อยากเห็นอย่างนั้นเหรอครับ”
“ฉันมั่นใจว่าแม่นายต้องรู้เห็นเรื่องเนื้อนางออกจากปาง ฉันจะไม่ยอมถูกปิดหูปิดตาแล้วจมอยู่กับความผิดหวัง ยอมรับชะตากรรมที่คนอื่นเลือกให้” ณไตรเดินเร็วออกไป ธรรพ์มองตาม แววตาขุ่นเคือง
วันดีเห็นณไตรห่างไป ก็เดินมาหาธรรพ์ “น้ำเชี่ยวก็อย่าเพิ่งเอาเรือไปขวางเลยนะเจ้า”
“ป้าวันดีก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยผมมันคนอ่อนแอ ขี้ขลาดอย่างที่พี่ไตรพูด”
“ไม่ใช่นะเจ้า คุณธรรพ์เป็นคนดี เข้าใจทุกคน”
ธรรพ์ทำเสียงหยัน “คนดีที่ไม่มีใครต้องการ”
“ไม่จริงเลยเจ้า บ้านนี้มีแต่คนรักคุณธรรพ์”
“อย่ามาปลอบผมเลย ป้าวันดี ป้ามีอะไรจะทำก็ไป นี่มันเรื่องของผมกับพี่ชาย ป้าอย่ายุ่ง” ธรรพ์เดินออกไปอย่างไม่พอใจอีกคน
ป้าวันดีมองตามหน้าสลด

ธรรพ์เดินมาสีหน้าหงุดหงิด แขไขเดินเร็วมาจากอีกทาง
ธรรพ์เห็นท่าทางรีบร้อนของแขไขแล้วถามขึ้น “จะไปตามพี่ไตรอีกล่ะสิ”
“พี่ไตรเป็นคนรักของแข”
ธรรพ์ได้ยินคำตอบก็ดึงแขนยึดแขไขไว้ทันที “คนรักประสาอะไร ทิ้งคุณไว้ที่นี่”
แขไขดึงแขนออกจากธรรพ์ แต่ธรรพ์ไม่ปล่อย
“มันเรื่องแขกับพี่ไตร พี่ธรรพ์ไม่เกี่ยว พี่ไตรไปที่คุ้มเจ้าแสนพรหมใช่มั้ย”
ธรรพ์นึกหวงขึ้นมาทันทีที่แขไขจะตามณไตรไป ดึงแขไขเข้ามาใกล้ “เลิกตามพี่ไตรได้แล้ว คุณมีค่ามากกว่าจะวิ่งตามผู้ชายที่เค้าไม่รัก หันมามองคนที่เค้าสนใจคุณ.. รักคุณสิ แขไข” ธรรพ์จ้องแขไขลึกลงไปในดวงตา อยากจะให้แขไขรู้
แต่แขไขไม่เปิดใจ ไม่สนใจ “แล้วใครล่ะคะ คนนั้น” ธรรพ์กำลังจะเปิดปากพูด “ไม่มี ฟังนะคะ พี่ธรรพ์ แขไม่ได้วิ่งตามผู้ชายที่ไม่รักแข เรื่องแขกับพี่ไตร คนนอกอย่างพี่ธรรพ์ไม่เข้าใจไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน” แขไขสะบัดแขนออกแรง “ต่อไปนี้ ถ้าแขไม่ขอร้อง พี่ธรรพ์ก็อยู่ห่างๆ แขเถอะค่ะ แขไม่ต้องการน้ำใจของพี่ธรรพ์อีกแล้ว”
ธรรพ์ดึงแขไข แขไขปัด ผลักอกธรรพ์ให้ถอยออกอย่างแรง “คุณกำลังหลอกตัวเอง”
“แขไม่ใช่คนหัวอ่อนที่ต้องสร้างวิมานหรือเกราะกำบังหลอกตัวเองอย่างพี่ธรรพ์ แขรู้ว่าแขต้องการอะไร ต้องทำยังไงกับคนที่ควรจะเป็นของแขมาตั้งแต่แรก” แขไขเชิดหน้าเดินออกไป
ธรรพ์มองตามแขไข แววตาที่เคยอ่อนโยนจุดประกายความโกรธ เดินตามออกไปทันที

แขไขเดินเร็วมา เห็นบุญลือที่ถือสมุดบัญชี กำลังยืนอยู่กับวันดี “ป้าวันดี ไปบอกให้คนงานเอารถมา ฉันจะไปคุ้มเจ้าแสนพรหม”
ธรรพ์เดินมาถึงตวัดสายตามองวันดี
วันดีมองสายตาเข้มของธรรพ์ ก็บอกขึ้น “แม่นายออกไปธุระในเวียง รถที่เหลือก็เอาไปซ่อมเจ้า”
แขไขได้ยินก็หงุดหงิด หันไปทางบุญลือ “แกน่ะคนงานใช่มั้ย รู้จักคุ้มเจ้าแสนพรหมหรือเปล่า”
“ไม่รู้จักครับ”
“กลับไปรอข้างในเถอะครับ คุณแข”
แขไขหันมามองธรรพ์แบบไม่ใส่ใจ แล้วหันไปสั่งวันดี “รถที่ซ่อมกลับมาเมื่อไหร่ รีบไปบอกฉันด้วย” แขไขเดินฉับๆ แยกไปอีกทาง
วันดีมองตามถามเสียงกังวล “คุณธรรพ์ มีเรื่องอะไรกันเจ้า คุณแขไขเธอจะไปคุ้มเจ้าแสนพรหมให้ได้”
“ไปสั่งคนงานทั้งหมดนะ ป้าวันดี ห้ามใครพาคุณแขออกไปข้างนอก”
“แต่ว่า ... “
“ผมสั่ง ไม่ต้องถาม หรือว่าคำสั่งผมมันไม่มีความหมาย”
“ไม่ใช่เจ้า คุณธรรพ์อย่าคิดแบบนั้น” วันดีสีหน้ากระอักกระอ่วน
ธรรพ์หันไปมองทางบุญลือ
วันดีมองสายตาธรรพ์ แล้วแนะนำขึ้น “บุญลือเจ้า ผู้จัดการปางคนใหม่”
“ผมจะเอาบัญชีของเดือนนี้มาให้แม่นายครับ”
“ฝากไว้ที่ฉัน” บุญลือส่งสมุดบัญชีให้ธรรพ์อย่างนอบน้อม “ไปได้แล้ว” บุญลือถอยออกไป
ธรรพ์สีหน้าเครียด วันดีมองอย่างสงสัย “มีอะไรก็ไปทำสิ” วันดีรีบออกไปอีกคน ธรรพ์อารมณ์หงุดหงิด ขวางหูขวางตาไปทุกอย่าง เพราะเรื่องแขไข

เนื้อนางกำลังเก็บดอกไม้ คำฝายคอยช่วย ประกายเดินมา มีบัวติ๊บตามหลัง เนื้อนางพอเห็นประกายตรงรี่เข้ามา ก็รีบหันไปบอกคำฝาย “ไปกันเถอะพี่คำฝาย” เนื้อนางขยับเดิน ไม่อยากมีเรื่อง แต่ประกายพุ่งเข้ามา
“คิดจะหนีหน้าฉัน รีบไปออดอ้อนออเซาะเจ้าล่ะสิ”
“ฉันเก็บดอกไม้ จะเอาไปไหว้พระ”
“เชอะ แม่นางฟ้า แม่เทพธิดาบนดิน” ประกายปัดกระจาดในมือเนื้อนางร่วงพื้น ดอกไม้กระจาย
คำฝายไม่พอใจ “อีคุณประกาย เมื่อเช้ากินน้ำข้าวไม่อิ่มหรือไง ถึงได้มาเที่ยวไล่กัดคนอื่น”
บัวติ๊บพูดลอยๆ “ปากบ่ดี”
“ปากแกนี่แหละ นังคำฝาย ที่จะไม่ได้กินน้ำข้าวอีก” ประกายเงื้อมือ
คำฝายเงื้อทันทีเหมือนกัน “เอาสิ แลกกันไปเลย จะได้รู้ว่าปากใครจะฉีกก่อนกัน”
“ฉันขอร้องนะ คุณประกาย พวกฉันเจียมตัวว่าเป็นแค่คนอาศัย ทำงานแลกข้าว ไม่คิดจะไต่เต้า ทำตัวเสมอกับเมียเจ้าอย่างคุณ” เนื้อนางพยายามอธิบาย
บัวติ๊บพูดลอยๆ “มารยา”
“พูดดังๆ ก็ได้ นังบัวติ๊บ กล้าๆหน่อย หรือกลัวศพไม่สวย” คำฝายจ้องกราด
ประกายมองจ้องเนื้อนาง แล้วเหยียบขยี้ลงไปบนดอกไม้บนพื้น “เนื้อนาง ฉันจะเตือนแกไว้ วันไหนถ้าแกดีดดิ้น ระริกระรี้”
บัวติ๊บพูดลอยๆ “แรด”
“ใช่ แรด ทอดกาย ทำตัวให้เจ้าสนใจ รับรองว่าแกจะถูกขยี้ยิ่งกว่าดอกไม้ใต้อุ้งเท้าชั้น” ประกายขยี้แรงแล้วถอยออกมา ดอกไม้แหลกจมดิน
เนื้อนางก้มลงเก็บกระจาดแล้วดึงคำฝายถอยออกไป
ประกายมองตามด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเต็มที่

เนื้อนางกับคำฝายเดินมา คำฝายบ่นขึ้นดังๆ “หนอย นังประกาย เป็นเมียเล็กเมียน้อย ไม่ใช่เมียออกหน้าออกตาของเจ้าสักหน่อย ทำเป็นขู่ฟ่อๆ”
“พี่คำฝาย ขึ้นชื่อว่าเมีย เค้าก็มีสิทธิ์จะหวงสามีเค้า”
“แล้วตั๋วล่ะ ทำไมไม่หวงหนานไตร ทำไมไม่ดึงหนานไตรกลับมาจากคุณแขไข ตั๋วเป็นเมียหนานไตรนะ”
“หนานไตรเค้าไม่มีความจริงใจ เค้ามีคุณแขไขอยู่ตลอดเวลา แต่เค้าแกล้งมาหลอกให้เนื้อนางรัก พอได้สมใจ เค้าก็กลับไปหาคนของเค้า”
คำฝายยิ่งฟังยิ่งเจ็บใจ เนื้อนางเปลี่ยนเรื่อง เมินหน้าไปทางอื่น “เนื้อนางไปเก็บดอกไม้ทางโน้นก่อนนะ”
“ไม่ต้อง ตั๋วไปอยู่ในคุ้ม ใกล้ๆ เจ้าเถอะ เผื่อนังประกายมันจะตามมาหาเรื่อง เจ้าจะได้ช่วยตั๋ว พี่ไปเก็บให้เอง” คำฝายดึงกระจาดแล้วเดินแยกไปอีกทาง
เนื้อนางหันเดินไปทางคุ้ม เนื้อนางเลี้ยวหลังพุ่มไม้ ก็เห็นณไตรที่กำลังเดินเข้ามา เนื้อนางหันขวับ จะเดินหนี แต่ณไตรตรงเข้ากระชากแขกเนื้อนาง “จะรีบไปไหน คุณเนื้อนาง”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10 วันที่ 10 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ