อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/2 วันที่ 10 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/2 วันที่ 10 ต.ค. 57

เนื้อนางหันเดินไปทางคุ้ม เนื้อนางเลี้ยวหลังพุ่มไม้ ก็เห็นณไตรที่กำลังเดินเข้ามา เนื้อนางหันขวับ จะเดินหนี แต่ณไตรตรงเข้ากระชากแขกเนื้อนาง “จะรีบไปไหน คุณเนื้อนาง”
“ฉันต้องไปรับใช้เจ้า” เนื้อนางพูดตามตรงแต่ไม่รู้เลยว่าณไตรได้ฟังก็ยิ่งโกรธ
“รับใช้ถึงอกถึงใจมากสินะ เจ้าถึงไม่ยอมให้ห่างตัว”

“หนานไตร”
“จำชื่อนี้ได้ด้วยเหรอ นึกว่าจะจำได้แต่ชื่อผู้ชายคนล่าสุด”
เนื้อนางทุบลงไปบนอกณไตรด้วยความโกรธ “อย่ามาแตะตัวฉัน”
“ผมจะแตะ ผมอยากให้คุณจำได้ เนื้อตัวคุณ ... มีตรงไหนที่ผมไม่เคยสัมผัส”
เนื้อนางหน้าแดงด้วยความอาย ณไตรดึงเนื้อนางมาชิด เนื้อนางปัดป้อง ร้องเรียก “ช่วยด้วย”
ณไตรปิดปากเนื้อนาง ลากออกไปจากตรงนั้นทันที



เจ้าแสนพรหมนอนเอกเขนก มีประกายบีบนวดเอาใจ “เจ้าจะให้เนื้อนางมันอยู่นานแค่ไหนคะ”
“ทำไม ... เธอเป็นเจ้าของคุ้มนี้เหรอ ประกาย”
ประกายกลัวเจ้าแสนพรหมโกรธก็เริ่มเลื้อยขึ้นมาใกล้ “ประกายกลัวเนื้อนางมันจะทำให้เจ้ารำคาญใจ ดูอย่างเมื่อวาน เจ้าก็คงอาย ขายหน้าแขกเพราะเนื้อนางมันฟ้อน เสียดายประกายไม่สบาย ไม่งั้นประกายจะฟ้อนเอง”
“ดีแล้วที่เธอไม่ขึ้นมาฟ้อน ฉันเลยได้โอกาสเห็นของดี ของเด็ด” เจ้าแสนพรหมทำท่าสยิว เมื่อนึกถึงท่าเนื้อนางฟ้อนแง้น ประกายโกรธจนซัดเข้าที่แขนเจ้าแสนพรหมแรงๆ
“โอ๊ย มือหรือไม้หน้าสาม จะฆ่าฉันหรือไง”
ประกายทำเป็นรีบลูบไล้เอาใจ แต่สายตาก็มองเจ้าแสนพรหมไม่วางใจ

เนื้อนางถูกณไตรดึงมาหลังพุ่มไม้ “คุณหนีผมออกจากปางมาทำไม”
“ฉันไม่ได้หนี คุณต่างหากที่ทิ้งฉัน คุณผิดสัญญา ไม่มารับฉัน คุณทิ้งฉันไปแต่งงานกับคุณแขไข”
“ไม่จริง ผมไม่ได้แต่งงานกับแขไข”
“โกหก”
“ผมไม่ได้โกหก คุณปู่ผมเสีย” เนื้อนางชะงัก คิดไม่ถึง ณไตรอธิบาย “ผมยุ่งเรื่องงานศพคุณปู่ พอกลับไปหา คุณก็ออกจากปางไปแล้ว”
“เราต้องออกมาเพราะคุณให้ผู้จัดการคนใหม่มาขับไสไล่ส่งพวกเรา คุณใจร้ายมากทำลายฉันชีวิตเดียวไม่พอ..ตาเสียใจ อายคน จน ..” เนื้อนางน้ำตาคลอเมื่อพูดถึงตา
ณไตรมองอยากรู้ “หมื่นหล้าเป็นอะไร เนื้อนาง”
“ตาตรอมใจตาย” เนื้อนางน้ำตาหยดลงทันที ณไตรตกใจ “เพราะหลานไม่รักดีอย่างฉัน เพราะฉันรักคุณ ตาถึงต้องตาย”
“เนื้อนาง ผมไม่รู้เรื่องผู้จัดการคนใหม่ ไม่รู้เรื่องหมื่นหล้าตาย พอกลับมาหาคุณก็ไม่เหลือคนเก่าๆ ที่ปาง ผมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ฉันไปหาคุณที่บ้าน ไปบอกเรื่องตา แต่ฉันเห็นการ์ดแต่งงานของคุณกับคุณแขไข”
ณไตรนึกออกทันที “ฝีมือแม่นาย ...”
เนื้อนางพอได้ยินว่าใครที่เป็นต้นเหตุก็ท้อใจ ขยับตัวออกห่างณไตร “กลับไปซะเถอะ พ่อเลี้ยงณไตร เรื่องที่ผ่านมาฉันเจ็บจนเกินพอแล้ว คุณจะแต่งหรือไม่แต่งงานกับคุณแขไข เราก็แตกต่างกันมากอยู่ดี ไม่มีใครอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เราไม่ควรจะรู้จักกันอีก”
“คุ้มเจ้าแสนพรหมมันคงเชิดหน้าชูตาได้มากกว่าอยู่ปางไม้ล่ะสิ คุณถึงต้องคอยย้ำผมว่า อย่ารู้จักคุณอีก” ณไตรบีบไหล่จ้องเนื้อนาง แววตาไม่สนใจเหตุผลที่เนื้อนางพูดเลย “อยากให้ผมลบความทรงจำมากใช่มั้ย ว่าคุณไม่ใช่เมียผม”
เนื้อนางมองตื่นกลัวณไตรที่แววตามีแต่โทสะ

เจ้าแสนพรหมนอนให้ประกายบีบนวด ประกายใช้ทั้งมือ ทั้งศอก โน้มตัวลงไปนวดเคล้าคลึงให้แสนพรหมมีความสุข ฉอเลาะเสียงหวาน “เจ้าขา.. ประกายอยากได้แหวนทับทิมใหม่ๆสักวง สองวง”
“ที่มีอยู่ก็ใส่ครบสิบนิ้วแล้ว จะเอาไปอีกทำไม”
“ก็ยังเหลือนิ้วเท้าอีกตั้งสิบนิ้วนะคะเจ้า”
แปงเดินเร็วเข้ามาบอก “พ่อเลี้ยงณไตรมาแล้วครับ ผมเห็นรถจอด แต่ไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงอยู่ที่ไหน”
แสนพรหมกระเด้งขึ้นมา ประกายถึงกับหงายหลัง “ก็ไปตามหาสิวะ แล้วรีบเชิญพ่อเลี้ยงเข้ามาที่นี่ น้ำท่าอาหารจัดสำรับมา”
แปงรีบออกไป แสนพรหมลุกขึ้น สั่งประกาย “บอกเอื้องเดือน พิมพา ให้รีบแต่งตัวกันเลยนะ แต่งให้สวยที่สุด ไปสิ”
“ค่ะ ค่ะ” ประกายรีบออกไป
แสนพรหมยิ้มเจ้าเล่ห์ “มาเลย พ่อเลี้ยงณไตร ฉันมีดอกไม้สวยๆ ไว้เตรียมดูดเงินในกระเป๋าพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว”

ณไตรกำลังบีบไหล่เนื้อนางที่อยู่ตรงหน้า “ตั้งใจปิดบังเรื่องของเราเต็มที่เลยสินะ คงกลัวเจ้าแสนพรหมจะรู้ว่าไม่ได้ใสซื่อ หมดจด ไร้ราคี”
เนื้อนางตบผัวะเข้าหน้าณไตร
ณไตรโมโห กระชากเนื้อนางมาใกล้ “คุณลืมไม่ได้หรอก เนื้อนาง ว่าเคยเป็นเมียผม ต่อให้จนตาย ผมก็จะทำให้คุณลืมไม่ลง ไม่ว่าหน้าไหนที่ได้แตะต้องตัวคุณ รสชาติมันก็ไม่มีวันเหมือนผม” ณไตรก้มลงจูบ เนื้อนางปัดป้องทุบไหล่ให้ณไตรปล่อย
“พ่อเลี้ยงณไตรครับ พ่อเลี้ยงอยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ”
ณไตรผละจากเนื้อนาง สองคนแยกห่างจากกัน ณไตรมองไปด้านนอก แปงกำลังเดินตรงมาที่พุ่มไม้ ณไตรก้าวออกมา “พ่อเลี้ยง”
เนื้อนางที่อยู่ด้านหลัง ได้ยินเสียงแปงก็หลบเงียบ
“ฉันแวะมาดูสวนของเจ้า ดอกไม้สวยดี”
แปงสงสัย “ดอกไม้” แปงมองไปรอบๆเพราะไม่เห็นมีดอกไม้
เนื้อนางหลบเงียบ ณไตรพูดขึ้น “พาฉันไปหาเจ้าสิ แปง”
แปงหันกลับมา รีบเดินนำณไตรไปทางคุ้ม เนื้อนางมองถอนใจเบาๆ โล่งใจที่แปงไม่เห็นว่าคุยกับณไตร
เจ้าแสนพรหมยืนต้อนรับ ณไตรเดินเข้ามา แปงหลบไปด้านข้าง ณไตรยกมือไหว้
เจ้าแสนพรหมรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เชิญ เชิญ เชิญ คุ้มแสนพรหมเป็นเกียรตินัก”
“ผมคงไม่มากวนเวลาพักผ่อนของเจ้า”
“ไม่เลย พ่อเลี้ยง ผมรู้ว่าคุณอยากลงทุนกับผมเร็วๆ ผมถึงได้เตรียมของดีๆ ไว้รอต้อนรับพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว” เจ้าแสนพรหมยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตากรุ้มกริ่ม
ณไตรยิ้มตอบอย่างรักษามารยาท

เนื้อนางอยู่ตรงหน้าคำฝายที่สีหน้าตกใจ
“หนานไตรเค้าจะเอาตัวเนื้อนางออกไปจากที่นี่ ไปอยู่บ้านหิมวัตในฐานะเมีย”
“เมีย!!! แม่นายไม่มีวันยอมรับเนื้อนางเป็นเมียหนานไตรหรอก”
“ใช่ พี่คำฝาย อย่างมากเราก็จะเป็นได้แค่นางบำเรอของเศรษฐี ตำแหน่งเมียมันมีไว้ให้คนอย่างคุณแขไขเท่านั้น”
“งั้นเราก็ไม่ไป เราจะอยู่ที่นี่ มีเจ้าแสนพรหมเป็นที่พึ่งดีกว่าไปกราบกรานให้แม่นายเหยียบย่ำ” คำฝายดึงมือเนื้อนาง “พี่ขอไปดูหน้าไอ้ผู้ชายใจดำคนนั้นหน่อย อยากเห็นกับตานัก ว่าเป็นพ่อเลี้ยงแล้วหน้าตาท่าทางมันจะเป็นยังไง” คำฝายดึงเนื้อนางตัวปลิวออกไป

ณไตรมองไปที่ประกาย เอื้องเดือน พิมพาในชุดสวย สามสาวโปรยยิ้มหวานทอดสายตาให้
เจ้าแสนพรหมยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง “ประกาย เอื้องเดือน พิมพา รู้จักพ่อเลี้ยงณไตรสิ”
ทุกคนชายตาหวานให้ณไตร ประกายไม่ยอมเหมือนคนอื่น เดินเข้าไปก้มลงกราบในอกณไตร เนื้อนาง กับคำฝายที่เดินมา หลบมองด้านนอกเห็นภาพนั้น สีหน้าเนื้อนางหึงหวงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“ประกายกราบสวัสดีพ่อเลี้ยง มีอะไรให้ประกายรับใช้ ประกายเต็มใจปรนนิบัติทุกอย่างเลยค่ะ”
ณไตรประคองมือประกายไว้ เนื้อนางจ้อง
“พ่อเลี้ยงชอบการลงทุนแบบไหน ขนาดไหน เชิญเลือกได้ตามใจชอบ” เจ้าแสนพรหมเสียงเล็กเสียงน้อย บอกนัยให้ณไตรรู้ว่าหมายถึงผู้หญิง
ณไตรปล่อยมือประกายแล้วขยับออกห่างอย่างมีมารยาท “มีแค่นี้เองหรือครับ สมบัติสวยๆ งามๆ ที่เจ้าอยากอวด” ณไตรแกล้งยั่ว เหมือนว่าสนใจ
คำฝายมองแล้วคำรามให้เนื้อนางได้ยินกันแค่ 2 คน “สันดานผู้ชาย เหมือนกันหมด”
เนื้อนางมองณไตรที่ยิ้มให้ทุกคน แล้วไม่อยากทนดูต่อ “ไปเถอะ พี่คำฝาย” เนื้อนางสะบัดหน้าเดินออกไป คำฝายอยากจะอยู่ดูแต่ก็ตามออกไปอย่างเสียดาย
ณไตรมองไปทั้งสามสาว แล้วหันมาทางเจ้าแสนพรหม “ผมคิดว่าเจ้ายังมีของสวยๆ งามๆ ที่เก็บซ่อนไว้อยู่อีกหนึ่งนะครับ”
แสนพรหมส่ายหัวยิ้ม “คนนั้นไม่ได้ ... ผมบอกแล้วว่าเนื้อนาง...ไม่ได้เด็ดขาด”
ประกายได้ยินชื่อเนื้อนางก็ตาลุกวาวความริษยา
เจ้าแสนพรหมขยับมาใกล้บอกณไตร “สำหรับเนื้อนาง ดูแต่ตา มือห้ามต้อง ผมจองไว้แล้ว...ทั้งวันทั้งคืน”
ณไตรยิ้มนิ่งแต่แววตาดุดัน เตรียมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาเนื้อนางออกไป
“ทีนี้เรามาคุยกันดีกว่าพ่อเลี้ยงอยากซื้อบริษัทไหนของผม ว่ามาเลย”
ณไตรมองเจ้าแสนพรหมด้วยแววตามีแผน

เนื้อนางเดินมาอย่างระงับอารมณ์ มองไปไกล ตรงข้ามกับคำฝายที่โกรธมาก “เชอะ พ่อเลี้ยงณไตรรูปงาม แต่พี่เหม็นน้ำหน้ามันนัก ตั๋วน่าจะเข้าไปประกาศว่ามันนี่แหละเคยหลอกตั๋วกินแขก”
“พูดไปใครจะเชื่อ พ่อเลี้ยงแต่งงานกับหลานสาวควาญช้าง” เนื้อนางน้ำเสียงเย้ยหยันชะตาชีวิตตัวเอง “เค้าก็ต้องคิดว่าเราแต่งเรื่อง เรามักใหญ่ใฝ่สูง อยากสบายทางลัด”
“ทำไมวะ... คนจนมันก็มีหัวใจ มีความรักได้เหมือนกัน”
“หัวใจคนจน มันไม่มีค่าสำหรับเศรษฐี มันก็แค่เลือดเนื้อให้เค้าขยี้ขยำทำร้ายจนสะใจ แล้วก็ขว้างทิ้ง”
คำฝายมองเจ็บแค้นณไตร ขณะที่เนื้อนางกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจ

ณไตรยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแสนพรหม “ผมสนใจหลายๆ กิจการของเจ้า” เจ้าแสนพรหมยิ้มกว้าง ณไตรพูดต่อ “แต่เท่าที่ผมทราบ กิจการส่วนใหญ่ขาดทุน”
เจ้าแสนพรหมหัวเราะกลบเกลื่อน “ข่าวลือทั้งนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ยินดีซื้อทุกกิจการ”
“ตัดสินใจถูกแล้วพ่อเลี้ยง”
“ในราคาทั้งหมด 5 แสนบาท”
“ห้าแสน!!! แค่ปางไม้มันก็เป็นล้านแล้ว คุณจะมากดราคาซื้อทั้งหมด 5 แสน บริษัทผมไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่รถคันนึง มันมีค่าเป็นสิบๆ ล้าน”
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเจ้าไม่สะดวกใจจะขาย ผมก็จะไม่เซ้าซี้” ณไตรทำเป็นไม่สนใจ
แสนพรหมรีบห้าม “เดี๋ยวๆ พ่อเลี้ยง เอาอย่างงี้ ผมขอคิดดูก่อน ไหนๆ วันนี้พ่อเลี้ยงก็มาแล้ว ผมก็ไม่อยากให้พ่อเลี้ยงกลับไปมือเปล่า ผมจะยกเอื้องเดือนให้ไปดูแลรับใช้พ่อเลี้ยงสักอาทิตย์”
เจ้าแสนพรหมยิ้มให้ณไตรด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

เอื้องเดือนแต่งตัวสวยเดินผ่านหน้าประกายกับพิมพา บัวติ๊บถือกระเป๋าออกมาให้ แปงยืนรออยู่
ประกายมองหน้าตาเอื้องเดือนเยาะเย้ยสุดๆ “โธ่ ... กะอีแค่พ่อเลี้ยงณไตรรับไปค้างด้วย ไม่ต้องทำหน้าเหมือนถูกหวยรวยเบอร์หรอก นังเอื้องเดือน”
เอื้องเดือนยิ้มเยาะ เดินกรีดกรายลงจากเรือนตามแปงไป บัวติ๊บถือกระเป๋าตามติด
“ทำไม วาสนาแม่เลี้ยงมันไม่ตกมาถึงอีประกาย” ประกาย พิมพาหน้าตาเจ็บใจ เดินเชิดกลับเข้าห้อง
เนื้อนางกับคำฝายที่หลบอยู่ด้านหลังเรือนได้ยินทุกคำพูดของประกาย
“ไหนว่าไอ้พ่อเลี้ยงมันจะมาเอาตั๋วไป ดูมัน พอไม่ได้ตั๋ว มันก็คว้าเมียเจ้าไปแทน ผู้ชายอย่างนี้ มันน่าสับๆๆหนอนให้ป่น แล้วโยนให้เป็ดกิน” เนื้อนางยิ่งฟังยิ่งสีหน้าเจ็บใจ

ณไตรเดินออกจากคุ้ม กำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถ อีกด้าน เอื้องเดือนถูกแปงลากมา บัวติ๊บตามหลัง
ณไตรมองเห็นเอื้องเดือนถูกแปงลากผ่านหน้าไปก็หลบมอง
เอื้องเดือนกำลังโวยวายกับแปง “ไหนล่ะ พ่อเลี้ยงณไตรที่จะรับตัวฉันไปน่ะ”
“อย่าฝันหวานไปเลย พ่อเลี้ยงณไตรเค้าปฎิเสธเจ้า ไม่รับใครกลับไปสักคน”
“อ้าว ... ไม่ได้ไปอยู่กับพ่อเลี้ยงณไตร แล้วจะพาฉันไปไหน”
“เจ้าให้มันไปรับใช้เสี่ยกวง”
บัวติ๊บสงสัย “เสี่ยกวง”
“เจ้าหนี้เงินกู้ของเจ้า วันนี้วันส่งดอก”
บัวติ๊บเข้าใจทันที “เงินคืนยังไม่มี... ก็ต้องส่งเมียไปขัดดอก”
“ฉันไม่ไป” เอื้องเดือนไม่ยอม
“ไม่ไป ก็ตาย” แปงกระชากเอื้องเดือนที่กลัวตัวสั่นไปทางรถที่จอดอยู่ บัวติ๊บรีบตามไป
ณไตรหลบฟังอยู่ ได้เห็นได้ยินทุกอย่างด้วยสีหน้ากังวล

แขไขเดินมากับแม่นาย จันตาเดินกางร่มแม่นายและแขไข
“หนูแขจะไปคุ้มเจ้าแสนพรหมทำไม ณไตรไปคุยเรื่องงานกับเจ้า เราจะไปเกะกะหรือเปล่า”
ธรรพ์ที่อ่านหนังสืออยู่แถวนั้น ได้ยินเสียงก็ขยับออกมามองแขไขกับแม่นาย
“แขอยากช่วยงานพี่ณไตรค่ะ แขไม่อยากอยู่ที่นี่ ทำตัวไร้สาระไปวันๆ”
“เตรียมตัวรับตำแหน่งแม่เลี้ยงเลยหรือคะ”
แม่นายดุ “ฉันยังเป็นใหญ่ที่นี่ จันตา”
จันตาคอย่น “บ่าวหมายถึงคุณแขไขช่วยงานแม่นายด้วยน่ะเจ้า”
“แขอยากทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นภรรยาที่ดีพี่ณไตร ช่วยงานทุกอย่างของหิมวัตค่ะ”
แม่นายฟังแล้วยิ้ม แขไขสายตามั่นใจในตัวเอง ธรรพ์ปิดหนังสือลงอย่างไม่พอใจ ก้าวออกมา
“อ้าว ธรรพ์ แม่นึกว่าออกไปกับณไตร”
“พี่ไตรไม่ให้ใครตามไปคุ้มเจ้าแสนพรหมหรอกครับ”
“หมายความว่ายังไงคะ ไม่ให้ใครตาม มีอะไรที่คุ้มเจ้าแสนพรหมหรือคะ”
“ก็ต้องมีอะไรดีๆสิครับ .. พี่ไตรถึงกีดกันคุณแขจากที่นั่นนักหนา คงกลัวว่าคุณแขจะเข้าไปทำลายความสุขกับคนพิเศษ” ธรรพ์ทอดเสียง พูดยั่วให้แขไขยืนไม่ติด
“ใครคะ คนพิเศษของพี่ไตร หรือว่า” แขไขสังหรณ์ใจ “เนื้อนาง”

เนื้อนางเดินมากับคำฝาย ประกายเดินมาอีกด้าน พอเห็นเนื้อนางก็หมั่นไส้ ตวาดเสียงแข็ง “ทำไมแกไม่คุกเข่าลงกับพื้น ถ้าฉันเดินผ่าน ขี้ข้าอย่างแกต้องคุกเข่า”
เนื้อนางกับคำฝายมองแปลกใจ “แต่ก่อนก็ยืนแบบนี้ทุกที”
“ต่อไปนี้ ชั้นสั่งให้แกคุกเข่า เวลาอยู่ต่อหน้าชั้น”
“ถ้าคุณต้องการบังคับเรา เพื่อความสะใจ ฉันกับพี่คำฝายขอไม่ทำ ไม่ใช่เพราะอยากแข็งข้อกับคุณ เราสองคน อยู่ที่นี่ไม่คิดจะระราน รบกวนใคร ขอให้คุณมีความยุติธรรมกับเราด้วย” เนื้อนางย้อนด้วยสายตาไม่ยอมคน
ประกายมองแค้นใจ “สันดานผู้หญิงอย่างแก.. ทำดัดจริตเป็นแม่คนดี ลับหลังก็ตลบแตลงสารพัดจนเจ้าหลงเชื่อ เวทนาแก”
“ฉันไม่ใช่คนหน้าอย่างหลังอย่าง นิสัยสอพลออย่างที่คุณด่า แต่ก็ไม่แน่ ถ้าวันไหนความอดทนมันหมด โดนรังแกมากๆ ฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ทำอย่างที่คุณพูด”
“ทีนี้... มันก็คงมีคนกระเด็นออกไปจากคุ้มเร็วกว่าเดิม” คำฝายมองเยาะประกาย
ประกายเชิดหน้า “อย่านึกว่าเจ้ารักแก หลงแก ฉันเป็นเมียเจ้าแสนพรหมมาก่อน แล้วคนอย่างชั้นไม่เคยเสียเปรียบใคร คอยดูว่าฉันนี่แหละ จะเป็นคนเฉดหัวแกไปจากคุ้มของชั้น” ประกายสะบัดหน้าเดินฉับๆขึ้นไปทางคุ้ม
คำฝายหมั่นไส้ “คุ้มของชั้น เชอะ... คุ้มของเจ้าต่างหาก วาสนาริบหรี่ลงทุกวัน ยังไม่สำนึกอีก”
เนื้อนางมองตามประกายอ่อนใจ

แขไขมองธรรพ์ด้วยสายตาร้อนใจ อยากรู้ “เนื้อนางใช่มั้ยที่พี่ณไตรไปเจอที่คุ้มเจ้าแสนพรหม”
ธรรพ์ทำเป็นไม่ตอบ จงใจยั่วให้แขไขคลั่ง
จันตาอดปากไม่ไหว “นังเนื้อนางนี่มันคงทำเสน่ห์เล่ห์กล ถึงได้มีคาถาดีเรียกผัว”
แม่นาย แขไขจ้อง จันตานึกได้ว่าพลั้งปาก “คือ ... เรียกคุณณไตรให้วนเวียนกลับไปหาน่ะค่ะ”
“ไม่มีคาถาบ้าบออะไรทั้งนั้น คนอย่างนังเนื้อนาง ... กำพืดมัน...มีแต่ความแพศยา” แม่นายด่าทอ
ณไตรเดินตรงเข้ามาที่แม่นายกับแขไข “งานศพคุณปู่ควรจะเป็นช่วงเวลาไว้ทุกข์ จิตใจมีแต่กุศล แต่ผมไม่คิดเลยว่าแม่นายจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายลงไปได้” ทุกคนมองตกใจกับท่าทางเกรี้ยวกราดของณไตร “แม่นายให้คนไปไล่เนื้อนางออกจากปาง โกหกว่าผมกำลังจะแต่งงานกับแขไข”
“ใครเล่าให้แกฟัง มันใส่ร้ายฉันชัดๆ”
“ใส่ร้ายเหรอครับ จะมีใครกล้าใส่ร้ายแม่นายได้ สาบานมั้ยครับ ต่อหน้าศพคุณปู่ ว่าแม่นายไม่รู้ไม่เห็นเรื่องไล่เนื้อนางออกจากปาง ออกไปจากชีวิตผม”
“คุณณไตรคะ ไม่ดีนะเจ้า ถึงกับท้าสาบาน” จันตาท้วง
“หุบปาก คนนอกไม่เกี่ยว ออกไป” จันตารีบถอยไปหลบให้พ้นสายตา
วันดีที่กำลังถือถาดของว่างมา หลบมุมฟังอยู่อีกด้าน
แขไขเข้าข้างแม่นายทันที “ก็ดีแล้วนี่คะ ถ้าแม่นายกำจัดผู้หญิงอย่างเนื้อนางไปพ้นพี่ไตรได้ ชีวิตพี่ไตรก็จะดีขึ้นสักที”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/2 วันที่ 10 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ