อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/3 วันที่ 11 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/3 วันที่ 11 ต.ค. 57

วันดีที่กำลังถือถาดของว่างมา หลบมุมฟังอยู่อีกด้าน
แขไขเข้าข้างแม่นายทันที “ก็ดีแล้วนี่คะ ถ้าแม่นายกำจัดผู้หญิงอย่างเนื้อนางไปพ้นพี่ไตรได้ ชีวิตพี่ไตรก็จะดีขึ้นสักที”

“คุณก็เหมือนแม่นายนะ แขไข ไม่รู้จักคำว่า เมตตา ไม่มีคำว่าเห็นใจ” ณไตรมองจ้องแม่นายกับแขไข “เนื้อนางเค้าไม่ผิดอะไรที่แต่งงานกับผม แต่แม่นายกับแขไขจองเวรเค้าทุกอย่าง รู้มั้ยครับว่า ใครต้องช้ำใจจนตาย คนดีที่สุดคนหนึ่ง คนที่รับใช้ปางของเรามาด้วยความซื่อสัตย์ตลอดชีวิตเค้า หมื่นหล้าตายเพราะคิดว่าผมทิ้งหลานสาวเค้า”


“มันตายก็ช่างมันสิ ทำไมแกต้องมาเรียกร้องความยุติธรรมแทนด้วย มันเป็นญาติสนิทของแกหรือไง”
“ผมนับถือหมื่นหล้าเหมือนญาติผู้ใหญ่ แล้วผมก็ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะกราบศพเค้าครั้งสุดท้าย เพราะความอิจฉาริษยาของแม่นายกับแขไข”
“พี่ไตร หยุดเถอะ เรื่องมันผ่านไปหมดแล้ว พี่ไม่ควรมาว่าแม่นายกับคุณแข” ธรรพ์ห้ามปรามพื่ชาย
“เพราะพี่ไม่ใช่คนอย่างแก ธรรพ์ พี่ไม่มีวันปล่อยให้ใครมาชี้เป็นชี้ตายชีวิตตัวเอง”
“พี่กำลังทำให้พวกเราคิดว่า พี่เห็นเนื้อนางดีกว่าแม่” ณไตรหันขวับมองน้อง ธรรพ์พูดด้วยเสียงไม่พอใจ “หรือพี่จะบูชาผู้หญิงใจง่ายที่ทิ้งพี่ไป”
ณไตรโกรธจัด ชกธรรพ์คว่ำไป ทุกคนตกใจ วันดีรีบวางถาดเข้ามาประคองธรรพ์
แม่นายพุ่งเข้ามาตบหน้าณไตร ทุกคนมองตกใจ “แกมันบ้าไปแล้ว ณไตร แกบ้าเพราะนังเนื้อนาง”
“ผมบ้าเพราะแม่นายไม่เคยให้ความยุติธรรมกับเมียผม กับคนในปางเลยต่างหาก กี่ชีวิตที่แม่นายทำให้เค้าต้องออกไปจากที่ๆ เคยอยู่ เคยทำมาหากิน แม้กระทั่งคนอย่างหมื่นหล้า เค้าไม่สมควรตายเพราะรักหลานสาว” ณไตรตาแดงก่ำ มองแม่ด้วยความกดดัน “ทุกอย่างที่แม่นายทำ แม่นายอ้างความรัก ความหวังดีเพราะแม่นายอยากเอาชนะ แม่นายไม่เคยสนใจเลยว่าความสุขของผมคืออะไร ทุกคนมีหน้าที่ทำตามคำสั่งให้แม่นายพอใจ”
“เพราะชั้นคือแม่ของแก ชั้นคือแม่นายของหิมวัต”
“ไม่ว่าแม่จะทำอะไร ลูกชายคนนี้ไม่ได้รัก ไม่ได้เคารพแม่น้อยลงเลย แต่อย่ายัดเยียดชีวิตที่ผมไม่ได้เลือกเลยนะครับ แม่” ณไตรน้ำตาหยด แล้วกลืนความเสียใจทั้งหมด หันหลังออกไปจากบ้าน
“แขจะไปตามพี่ณไตรกลับมาขอโทษแม่นาย”
“ไม่ต้อง ช่างมัน เลือดก้อนเดียวฉันตัดได้” ทุกคนอึ้งเงียบกับประกาศิตของแม่นาย

เนื้อนางนั่งมองแม่น้ำที่ไหลเอื่อย แสงทองส่องกระทบน้ำยามเย็น เนื้อนางนึกถึงภาพที่เคยมีความสุขฉันท์สามีภรรยากับหนานไตร แล้วนึกย้อนภาพที่หนานไตรเป็นพ่อเลี้ยง มีประกายกราบในอก เนื้อนางน้ำตาไหลด้วยความขมขื่นใจ
ณไตรขับรถ ตะบึงมาด้วยความเร็ว จนฝุ่นตลบ พุ่งตรงเข้าไปในปาง

เรือนเนื้อนาง ณไตรเดินเข้ามา มองไปที่บนเรือนที่ถูกทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่ ณไตรเจ็บใจพุ่งขึ้นไปคว้าข้าวของที่ระเบียงเหวี่ยงปาไปไกล
บุญลือวิ่งอ้อมมาเห็นณไตรกำลังอาละวาด “คุณณไตร”
ณไตรพอเห็นบุญลือก็วิ่งลงมากระชากคอเสื้อ “แกเป็นคนของแม่นาย แกไล่เนื้อนางไปใช่มั้ย”
“ผมไม่รู้เรื่อง”
“โกหก” ณไตรชกบุญลือกระเด็น
บุญลือลุกขึ้น “จริงๆนะครับ เนื้อนางหนีไปกับแสงคำ”
ณไตรชกบุญลือคว่ำไปอีก บุญลือมองกลัวณไตรที่พุ่งมา ก็หันหลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ณไตรยืนคว้าง มองไปบนเรือน นึกย้อนถึงภาพที่เนื้อนางกับหนานไตรใกล้ชิดกันบนเรือน ภาพเนื้อนางที่มีเจ้าแสนพรหมโอบไว้
ณไตรระเบิดเสียง ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดในใจอย่างแสนสาหัส

เนื้อนางนั่งใจลอย ตามองไปไกล
คำฝายเดินเข้ามามอง “คิดถึงหนานไตรอยู่ใช่มั้ย”
เนื้อนางไม่อยากโกหกคำฝาย มองเมินไปทางอื่น
คำฝายเห็นก็เข้าใจความรู้สึกเนื้อนาง “ถ้าตั๋วไม่อยากเห็นหน้าหนานไตรอีก เราก็ไปจากที่นี่”
“เราต้องหนีอีกกี่ครั้งล่ะ พี่คำฝาย คิดว่าชาตินี้จะไม่ต้องเห็นหน้ากันแล้ว ก็ยังมาเจอกันที่คุ้ม”
“ถ้ารักกัน เค้าก็เรียกบุพเพสันนิวาส แต่ตอนนี้คงเป็นเวรเป็นกรรม”
“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่คำฝาย เจ็บแล้วจำเค้าเรียกว่าคน เนื้อนางจะไม่มอบใจให้พ่อเลี้ยงณไตร คนที่ไม่เห็นค่าความรักของเนื้อนางอีกแล้ว” เนื้อนางแข็งใจพูดออกมาทั้งๆ ที่หวั่นไหวเมื่อต้องเจอหนานไตรอีกครั้ง

ณไตรนั่งอยู่คนเดียวที่ระเบียงผาในเวลายามเย็น อาทิตย์กำลังลับฟ้า ณไตรยืนนึกถึงภาพที่เคยเกี่ยวก้อย ใกล้ชิดเนื้อนางครั้งแรก ณไตรยิ่งคิดยิ่งแววตาเจ็บช้ำเพราะคิดว่าถูกเนื้อนางทรยศความรักความไว้ใจ หันไปคว้าคบไฟ เดินเร็วออกไปด้วยหัวใจอัดแน่นความแค้นลุกโชนไม่ต่างจากคบไฟ

เจ้าแสนพรหมมองเอื้องเดือนที่แปงผลักลงมากองตรงปลายเท้า เอื้องเดือนหน้าตาบวมช้ำ มีร่องรอยถูกตบตี ไม่เหมือนตอนออกไป “โถ .. เอื้องเดือน เจ็บมั้ยจ๊ะ”
“เจ้าขา อย่าส่งเอื้องเดือนไปรับใช้เจ้าหนี้อีกเลยนะคะ เสี่ยกวงมันใจร้าย มันตบตีเอื้องเดือน มันบังคับให้เอื้องเดือนนอนกับมัน”
“โถ โถ โถ สาวน้อย ฉันเห็นใจเธอเหลือเกิน” เอื้องเดือนมองเจ้า โผเข้ากอดแสนพรหม “แต่มันถึงเวลาต้องส่งดอกเสี่ยเค้า ฉันก็ต้องให้เธอทำงานคุ้มข้าวสุกของชั้นหน่อยสิ”
เอื้องเดือนผละออกจากแสนพรหมทันที
“แล้วถ้าฉันไม่สั่ง ก็อย่าหนีออกมาอีก เธอต้องอยู่รับใช้จนกว่าเสี่ยกวงเค้าจะเบื่อ”
“ไม่ไป เอื้องเดือนไม่ไป”
เจ้าแสนพรหมมองรำคาญ ตรงเข้าไปตบเอื้องเดือนสุดแรง เอื้องเดือนร่วงถึงกับสลบ เจ้าแสนพรหมพยักหน้าให้แปงจัดการ แปงหิ้วปีกเอื้องเดือนออกไป แสนพรหมแค่มองเฉยๆ
ประกายที่หลบมองอยู่ หน้าตากลัวมาก
ด้านหลังพิมพาถูกคนงานชายอีกคนพาเข้ามา “เจ้าจะให้ฉันไปไหน”
“วันนี้ฉันต้องส่งดอกเงินกู้อีกเจ้า .. ของเถ้าแก่เล้ง” เจ้าแสนพรหมมองไปที่คนงานชายแล้วสั่ง “ขับรถไปส่งที่บังกะโลว์”
“ไม่.... เจ้าอย่าขายพิมพา เจ้า พิมพาเป็นเมียเจ้านะ”
“แกน่ะ มีผัวก่อนฉันมากี่คนแล้วฮะ เป็นเมียฉันก็ต้องรู้จักช่วยทำมาหากิน ไปซะ ไปทำงานของแก ทำให้เถ้าแก่เค้าพอใจ อย่าดื้อด้านอย่าหนีกลับมาเหมือนนังเอื้องเดือน ไม่งั้นแกได้ไปนอนสวยในหลุมแน่”
เจ้าแสนพรหมมองสั่งคนงาน พิมพาถูกคนงานลากออกไปอีกคน ประกายที่หลบมองอยู่ ยิ่งกลัว รีบออกไปจากตรงนั้น
เจ้าแสนพรหมฮัมเพลงเบาๆ ในคอ “ทีนี้ก็เป็นเวลาพลอดรักของเราแล้ว ... เนื้อนางจ๋า” เจ้าแสนพรหมเดินออกไปด้วยสีหน้าหวังเต็มเปี่ยม

เนื้อนางกับคำฝายกำลังสวดมนต์ก่อนนอน เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น “เนื้อนางจ๋า”
เนื้อนาง คำฝายมองหน้ากัน สายตาตื่นกลัว ด้านหน้าห้อง เจ้าแสนพรหมยิ้มหวานรอ “ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะถามสักนิด เนื้อนางออกมาคุยกับฉันหน่อยได้มั้ยจ๊ะ”
ประตูแง้มออก เจ้าแสนพรหมยื่นหน้าไป เห็นคำฝายโผล่ออกมา แสนพรหมผงะตกใจ “ผีบ้านผีเรือนที่ไหนวะ”
“ดึกแล้วววววว จะคุยอะไรจ๊ะ” คำฝายลากเสียงแกล้ง
เจ้าแสนพรหมจับหน้าคำฝายพ้นสายตา มองไปเห็นเนื้อนางอยู่ด้านหลัง “ออกมาคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ยจ๊ะ คืนนี้ฉันเหงากาย เหงาเหลือเกิน”
เนื้อนางมองเจ้าแสนพรหมด้วยสีหน้าลำบากใจ

ณไตรโผล่เข้ามาหน้าเรือนเนื้อนางในมือมีคบไฟ สีหน้าพร้อมจะเผาเรือนเนื้อนางให้มอดไหม้สมแค้น ณไตรตรงเข้าไปจ่อคบไฟที่เรือน แววตาณไตรมีแต่กระด้าง เจ็บแค้นเนื้อนาง ย้อนนึกถึงภาพหลายๆ ความใกล้ชิดของหนานไตรกับเนื้อนางที่เรือนนี้ ณไตรจ่อคบไฟ เปลวไฟลุกใกล้เรือน ณไตรนึกถึงภาพวันที่แต่งงานกับเนื้อนางที่เรือนนี้ เปลวไฟกำลังจะลุกติดเรือน ณไตรมองแล้วเผาเรือนไม่ลง โยนคบไฟลงกับพื้น กระทืบจนคบไฟดับมอดลง ณไตรสีหน้าคั่งแค้น เจ็บใจเนื้อนางมากเท่าทวีคูณ

เนื้อนางนั่งพับเพียบอยู่ด้านล่าง
เจ้าแสนพรหมประคองเนื้อนางขึ้น “มานั่งใกล้ๆฉันเถอะจ้ะ ฉันไม่ชอบถือยศถืออย่างอะไร”
เนื้อนางขึ้นมานั่งใกล้ เจ้าแสนพรหมลูบไล้จากบ่าลงมาจับที่มือเบาๆ “เนื้อนางไปหัดฟ้อนมาจากที่ไหนจ๊ะ สวยเหลือเกิน ฉันไม่เคยเห็นเลย”
“หัดมาตั้งแต่เด็กๆแล้วจ้ะ แม่เนื้อนางเคยเป็นช่างฟ้อน”
“ถ้าฉันอยากดูอีก เนื้อนางฟ้อนให้ฉันดูได้มั้ยจ๊ะ คืนนี้”
เนื้อนางยังไม่ทันตอบ คำฝายถือถาดเครื่องดื่มในขวดเจียระไนสวยเข้ามา
เจ้าแสนพรหมปรายตามอง “วางไว้ตรงนั้นคำฝาย เธอจะไปนอนก็รีบไปเถอะ”
คำฝายทำเป็นถอยไปพับเพียบด้านหลัง แสนพรหมมองขัดใจ “ไม่ไปล่ะ”
“คำฝายจะอยู่รับใช้เจ้า”
“ไม่ต้องหรอก เนื้อนางคนเดียวก็พอแล้ว”
คำฝายทำเป็นคลานถอยไปอีกนิด แต่ก็ยังแอบอยู่ เนื้อนางสบตากับคำฝายแล้วรีบรินเครื่องดื่มลงแก้ว
“เนื้อนางนี่ช่างเอาใจ หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ว่าไงจ๊ะ ฟ้อนแง้นให้ฉันดูอีกสักรอบได้มั้ย”
เนื้อนางยกแก้วเสิร์ฟถึงปากเจ้า ส่งสายตาหวาน “ได้สิจ๊ะ ดื่มก่อนนะจ๊ะ”
เจ้าแสนพรหมปฏิเสธไม่ได้ เนื้อนางป้อนถึงปาก คำฝายคลานเข้ามา รินลงอีกแก้ว เนื้อนางวางแก้วแล้วถืออีกแก้วมาจ่อ เจ้าแสนพรหมยิ้ม “จะมอมฉันหรือ”
“เนื้อนางอยากให้เจ้าสนุก จะได้ดูฟ้อนสวยๆ” เนื้อนางคะยั้นคะยอแสนพรหมจนหมดแก้ว
เจ้าแสนพรหมจับมือเนื้อนาง เนื้อนางยอมให้จับ “เนื้อนางจ๋า เนื้อนางสวยมากเลยนะจ๊ะ” เจ้าแสนพรหมเลื่อนมือขึ้นมาที่แขน เนื้อนางยิ้ม หันไปหยิบอีกแก้ว
เจ้าแสนพรหมท้วง “คุยกันบ้างก็ได้จ้ะ คุยกันก่อน”
“ไม่หมด เนื้อนางไม่ฟ้อนให้ดูจริงๆด้วย” เนื้อนางทำหน้าแง่งอน
เจ้าแสนพรหมรีบดื่ม เนื้อนางป้อน คำฝายเทลงแก้วเร็ว เนื้อนางป้อนแสนพรหม พอจะคุย เนื้อนางก็ป้อน คำฝายมองขวดเครื่องดื่มพร่องไปกว่าครึ่ง เนื้อนางป้อนอีกแก้ว เจ้าแสนพรหมหน้าแดงก่ำ เมาจนเอนนอนพับลงที่ตักเนื้อนาง เนื้อนางสบตากับคำฝายดีใจ

เจ้าแสนพรหมที่เมาจนไม่ได้สติถูกคำฝายหิ้วปีกเข้าห้องมา เจ้าแสนพรหมพยายามทรงตัวหมุนมาทางคำฝายเพราะเข้าใจว่าเป็นเนื้อนาง “เนื้อนางจ๋า มามะ ฟ้อนให้ฉันดูหน่อย”
เจ้าแสนพรหมกำลังจะมองคำฝายเต็มตา คำฝายรีบเอื้อมไปกดสวิตช์ ไฟดับทั้งห้อง
แสนพรหมหัวเราะคิก “ชอบมืดๆเหรอจ๊ะ”
คำฝายบีบเสียง “จ้ะ เนื้อนางชอบความมืด เนื้อนางอายน่ะเจ้า”
“อายทำไม มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มามะ ครูจะสอนให้” เจ้าแสนพรหมระริกยื่นหน้าจะจูบคำฝาย
คำฝายดันหน้าเจ้าแสนพรหมที่กำลังจะจูบออกห่างด้วยความขยะแขยง “เจ้าร้อนมั้ยจ๊ะ ร้อนก็ถอดเสื้อก่อน”
“มาผลัดกันถอดดีกว่านะ ฉันชิ้นนึง เนื้อนางสองชิ้น” เจ้าแสนพรหมหัวเราะคิก
“งั้นเจ้าถอดก่อนสิจ๊ะ”
เจ้าแสนพรหมถอดเสื้อหมุนกลางอากาศ แล้วโยนลงพื้น คำฝายมองเห็นพุงกระเพื่อมก็อดทนมอง
“ไม่ต้องอาย มาจ้ะ มาให้ฉันชื่นใจ” เจ้าแสนพรหมพุ่งพรวดคว้าคำฝาย คำฝายถอยหนีแล้วดันหงายลงบนเตียง เจ้าแสนพรหมคลานตามขึ้นมา
“อย่ารีบสิคะ เจ้า เนื้อนางไม่เค้ยไม่เคย” คำฝายกระถดขาหนี
เจ้าแสนพรหมพุ่งเข้ามาบนเตียง แต่ชะงัก เจ้าแสนพรหมหลับกลางอากาศไปในท่าโก้งโค้ง
คำฝายม้วนตัวลงจากเตียง แล้วยกเท้าถีบให้เจ้าแสนพรหมกลิ้งหลับไป “ไอ้ลามก” คำฝายกลั้นใจเข้าไปดึงกางเกงเจ้าแสนพรหมพรวดออกแล้วเหวี่ยงลงบนพื้น
คำฝายปิดตาก่อนจะแหวกนิ้วชี้ดู “อยากดูนักใช่มั้ย ฟ้อนแง้น ดูฟ้อนเล็บฉันไปก่อนเหอะ” คำฝายทำท่ากางเล็บ อยากจะข่วน แต่เห็นเจ้าแสนพรหมนอนกรนดังสนั่น คำฝายมองแล้วขนลุก รีบย่องออกไปจากห้องอย่างเร็ว เจ้าแสนพรหมยังนอนกรนเสียงดัง หลับไม่รู้เรื่อง

เนื้อนางยืนรออยู่ด้วยความกังวล พอคำฝายเปิดประตูเข้ามา เนื้อนางดีใจรีบเข้าไปหา “พี่คำฝาย เจ้าทำอะไรพี่หรือเปล่า”
“ถ้าทำ คงได้รอดออกมาหรอกนะ พี่ถอดเสื้อผ้าเจ้าออกหมดแล้ว พอตื่นขึ้นมา เจ้าจะได้คิดว่า” คำฝายทำนิ้วชี้สองนิ้วมาไว้คู่กัน “จึ๊กกะดึ๋ยตั๋วไปแล้ว”
“จะได้ผลเหรอจ๊ะ”
“มันอยู่ที่ตั๋ว พรุ่งนี้ตั๋วต้องเล่นให้สมบทบาท” คำฝายทำท่า “ตั๋วต้องทำสะเทิ้นอาย เหมือนว่าคืนนี้ตั๋วเป็นเมียเจ้าแล้ว”
“นี่เราหนีเสือมาปะจระเข้หรือเปล่า”
“นั่นน่ะสิ แต่ยังไงก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้ ทนอยู่ในคุ้มนี้ไปก่อน จนกว่าเราจะได้ที่อยู่ใหม่”
เนื้อนางมองไปไกล กังวลถึงชีวิตที่ต้องเจอข้างหน้า

เจ้าแสนพรหมเดินไปเดินมา สีหน้าไม่แน่ใจเรื่องเมื่อคืน “ได้ หรือ ไม่ได้ หรือหลับ หรือเกือบๆ จะ เข้าด้ายเข้าเข็ม”
เนื้อนางเดินถือถาดกาแฟเข้ามาวาง เจ้าแสนพรหมเห็นก็ตรงรี่เข้าไปทัก “เนื้อนางจ๋า ทำไมไม่รอตื่นพร้อมฉัน”
เนื้อนางทำเป็นเอียงอาย หวังให้แสนพรหมเข้าใจผิด “ก้อเนื้อนางอายเจ้า”
เจ้าแสนพรหมยิ้มกริ่มเข้าใจว่าได้เนื้อนางแล้ว “จะอายทำไม คืนนี้ฉันไม่ยอมแล้วนะ เนื้อนางต้องอยู่กับฉันจนเช้า ฉันอยากตื่นมาเห็นหน้าเนื้อนางคนแรก”
“จ้ะ” เนื้อนางทำตอบเอียงอาย
ประกายแอบฟังที่หน้าประตูห้อง อยู่ตาโตด้วยความโกรธ

เนื้อนางกำลังเดินมา ประกายกระชากเนื้อนาง “อีเนื้อนาง ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ายุ่งกับเจ้า”
ประกายเงื้อมือ เนื้อนางที่ระวังตัว ผลักประกาย ประกายเซ “แก แกกล้าสู้ฉัน”
ประกายตรงเข้าผลัก เนื้อนางหงาย ล้มไปกับพื้น “ให้ท่าระริกระรี้ดีนัก วันนี้ฉันจะจัดการสั่งสอนแกให้ตายคามือ”
ประกายพุ่งเข้าไปจะคร่อมร่างเนื้อนาง แต่คำฝายวิ่งมาข้างหลัง ถีบประกายกลิ้งไปอีกทาง คำฝายพุ่งเข้ามากระชากผมประกายลุกขึ้น “ใครจะตายกันแน่ อีคุณประกาย”
คำฝายเงื้อ แต่ประกายปัดมือคำฝาย แล้วตบคำฝายแรง คำฝายไม่ยอม ตบกลับอย่างแรง สองคนเซกันไปคนละทาง
เนื้อนางที่ยังจุก ลุกไม่ขึ้น ร้องตะโกนเรียก “ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยด้วย ช่วยห้ามที”
ประกายพุ่งเข้าบีบคอคำฝาย เนื้อนางพยายามลุก แต่ประกายบีบคอคำฝายแรง คำฝายเริ่มหน้าเขียว
แปงวิ่งมาจากอีกด้าน พุ่งเข้ามากระชากประกายออก เนื้อนางรีบเข้าไปดึงคำฝายออกห่างประกาย
“ปล่อยกู ไอ้แปง ปล่อย กูจะฆ่าอีเนื้อนาง อีคำฝาย”
“หยุดบ้าได้แล้ว เจ้าเรียกไปหา”
ประกายตกใจ มองแปง “เจ้าเรียกเหรอ”
เนื้อนาง คำฝายมอง ประกายท่าทางสงบลงทันที

เจ้าแสนพรหมมองประกายที่รีบจีบปากจีบคอใส่ไฟฟ้อง “คำฝายกับเนื้อนางมันรุมตบตีประกายค่ะ”
“นึกว่าฉันจะเชื่อลิ้นสองแฉกของแกเหรอ ประกาย” เจ้าแสนพรหมผลักประกายออกห่าง “ไปแต่งตัวใหม่ แล้วก็ไปทำงานของแกได้แล้ว วันนี้ฉันต้องส่งดอกเบี้ยเงินกู้เสี่ยใช้ โรงไม้”
“ไม่ไป ประกายไม่อยากไปเหมือนเอื้องเดือน พิมพา อย่ายกประกายให้เจ้าหนี้เลยนะ” ประกายคลานไปกอดขาขอความเห็นใจเจ้าแสนพรหม “เจ้าขา อย่าให้ประกายไปนอนกับเจ้าหนี้ของเจ้าเลยนะ”
เจ้าแสนพรหมยิ้ม “เธอไม่ไป แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปขัดดอกละจ๊ะ ประกายคนสวย.. ไอ้แปง !!!”
เจ้าแสนพรหมชักเท้าออกด้วยความรำคาญ หันไปทางแปง แปงรู้งาน หยิบแส้มาส่งให้เจ้าแสนพรหม เจ้าแสนพรหมรับมาสะบัดฟาดเฉียดร่างประกาย
ประกายร้องกรี๊ด ตกใจกลัว “ยอมแล้วจ้ะ ประกายยอมแล้ว เจ้าอย่าทำร้ายประกายนะ”
“ดีนะที่ฉันต้องออกไปธุระ ไม่งั้นแกเจ็บตัวยิ่งกว่านี้” เจ้าแสนพรหมหันไปสั่งแปง “จัดการส่งมันให้เรียบร้อยด้วย ถ้าปัญหามาก ก็ถีบตกรถ โยนทิ้งก้นเหวให้เสือคาบไปกินเลย”
“ครับ เจ้า”
ประกายตัวสั่นกลัว เจ้าแสนพรหมเดินไปจิกหัวประกายขึ้น ประกายร้องลั่น หวาดกลัวที่สุด “กลัวแล้ว อย่าฆ่าฉันเลย กลัวแล้ว จะให้ประกายทำอะไรก็ยอมทุกอย่างแล้ว”
เจ้าแสนพรหมยิ้มเหี้ยม มองประกาย “รู้มั้ยว่าผู้หญิงที่ขัดใจฉัน มันไม่เคยรอดไปจากคุ้มนี้”
เจ้าแสนพรหมผลักประกาย แล้วเดินออกไป ประกายหน้าตาหวาดกลัวสุดชีวิต

ที่ท่าน้ำ แสงคำผุดขึ้นมาเกาะที่ท่า แสงคำมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ก็ปีนขึ้นมา เนื้อตัวเปียก แสงคำมองเห็นทางที่จะเข้าไปในคุ้ม ก็รีบเดินลัดเลาะเอาต้นไม้กำบังกาย วิ่งเข้าไปด้านในอย่างเร็ว
เนื้อนางนั่งอยู่กับคำฝาย สีหน้ากังวล “เราจะทำยังไง คำฝาย เจ้าให้เนื้อนางไปหาคืนนี้อีก”
“แผนเดิมท่าจะไม่ได้ผล”
“เราต้องรีบออกไปจากที่นี่”
“แล้วจะไปอยู่ไหนกัน”
เนื้อนาง คำฝายหน้าตากังวล เห็นแสงคำที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ เนื้อตัว เสื้อผ้าเปียก เนื้อนาง คำฝายหันไปเห็นก็ดีใจ “อ้ายแสงคำ”
แสงคำวิ่งมาจับมือเนื้อนางด้วยความดีใจ
คำฝายมอง “แกเข้ามาได้ยังไง เนื้อตัวเปียกขนาดนี้หรือว่า ขึ้นมาทางท่าน้ำ”
“โธ่ อ้ายแสงคำ ลำบากแท้ๆ”
“ไม่เป็นไรเลยเนื้อนาง อ้ายทำได้ทุกอย่าง ขอให้ได้เจอเนื้อนาง” แสงคำสีหน้าดีใจมากที่ได้เจอเนื้อนางจนได้

เนื้อนางพาแสงคำเข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวในห้องนอน
แสงคำตรงเข้าจับไหล่เนื้อนาง คำฝายกระแอมดัง แสงคำปล่อยมือ “เนื้อนางเป็นยังไงบ้าง เจ้ามันทำอะไรเนื้อนางหรือเปล่า”
“ไม่จ้ะ เนื้อนางสบายดี”
“ข้าอยู่ด้วยทั้งคน เนื้อนางไม่เสียท่าใครง่ายๆหรอก”
“อ้ายแสงคำล่ะจ๊ะ ทำงานที่ปางอื่น เป็นยังไงบ้าง” เนื้อนางถามด้วยความเป็นห่วง
“หนักงานอ้ายไม่เคยบ่นอยู่แล้ว แต่อ้ายหนักใจ อ้ายอยากรู้ว่าเนื้อนางเป็นยังไง อ้ายอยากเห็นหน้าเนื้อนาง” เนื้อนางยิ้มให้กับความซื่อของแสงคำ แสงคำพอเห็นรอยยิ้มเนื้อนาง ก็สดชื่นขึ้นทันที “เนื้อนาง อ้ายอยากพาเนื้อนางกับคำฝาย ออกไปจากที่นี่ ไปหาบ้านใหม่อยู่ด้วยกันเหมือนแต่ก่อน ไอ้ม่อนดอยด้วย ไปวันนี้เลยนะ เนื้อนาง”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 10/3 วันที่ 11 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ