อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11 วันที่ 11 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11 วันที่ 11 ต.ค. 57

ธรรพ์มองแขไขแล้วบอกขึ้น “ผมจะแต่งงานกับคุณ”
แขไขเหยียดยิ้ม “แต่งงาน”
“ผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำลงไป”
“ต้องให้ฉันย้ำอีกกี่ครั้ง ว่าฉันต้องการสามีที่ชื่อณไตร ไม่ใช่ ธรรพ์”

“แขไข ผมรักคุณมากนะครับ”
“ทิ้งความรักของคุณไปได้เลย เพราะชั้นไม่ต้องการ และสิ่งที่ชั้นเสียไป ชั้นถือว่าเป็นทาน ให้กับสุนัขหิวโซที่ไม่มีใครแลตัวนึง” แขไขสะบัดหน้าเดินออกไป
แววตาธรรพ์เจ็บใจที่ทำให้แขไขรักตัวเองมากกว่าพี่ชายไม่ได้เลย รีบเดินตามแขไขออกไป


ณไตรเอาเงินสดปึกสุดท้ายวางใส่กระเป๋าที่อัดแน่นด้วยแบงค์ เตรียมจะเอาไปให้แสนพรหมวันรุ่งขึ้น
“เงินทั้งหมด .. ที่ฉันจะซื้อตัวเธอเนื้อนาง เธอต้องกลับมาชดใช้ความผิดที่ทรยศความรักของฉัน”
ณไตรปิดกระเป๋าลง แววตามีแต่ความดุดัน

เนื้อนางสีหน้ากังวล คำฝายยืนอยู่ใกล้ มองเป็นห่วง
เนื้อนางหันไปยืนยันกับคำฝาย “หัวใจที่ตายไปแล้วของเนื้อนาง...ไม่มีความรัก ไม่มีความผูกพันอะไรกับหนานไตรอีก ความรู้สึกเดียวที่เหลือคือความเกลียด”

ณไตรยืนอยู่ที่ระเบียงกอดอกมองไปไกลคิดถึงเนื้อนาง แขไขกลับจากปางเดินเข้ามาหยุดมองณไตร ณไตรหันไปมอง
แขไขแววตาอ่อนแสงลงกว่าทุกวัน เดินเข้ามาหา “ไม่ว่าพี่ไตรจะไล่แขกี่ครั้ง แขก็จะไม่ไป”
“ผมไม่ได้เล่าเรื่องอดีตของเรา เพื่อให้คุณมีความหวังนะ แขไข ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมกับคุณ เราไม่มีทางร่วมชีวิตกันได้”
“แขไม่เชื่อ...แขจะแต่งงานกับพี่ไตรค่ะ” แขไขกอดณไตร ณไตรพยายามดันแขไขออก แขไขยิ่งกอดแน่น
ธรรพ์เดินตามเข้ามา สีหน้าธรรพ์โกรธมากที่เห็นภาพบาดตา
แขไขกอดณไตรแน่น ณไตรผลักแขไขดันห่างตัว “ผมมีเมียแล้ว เมียผมชื่อเนื้อนาง”
“มีก็มีไปสิคะ เมียอย่างเนื้อนางมันก็ทำให้พี่ไตรตื่นเต้นเล่นๆ แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ใช่เมียที่จะยืนเคียงข้างในวงสังคมได้เหมือนแข”
“คุณค่าของผู้หญิง ไม่ได้อยู่ที่ฐานะรวยหรือจน มันอยู่ที่ความดี”
“แล้วเนื้อนางมีเหรอคะ ความดี ความซื่อสัตย์ พอพี่ไตรห่างมัน ...มันก็ทิ้งพี่ไตร ใช่ค่ะ แม่นายอาจจะจะกีดกันพี่ไตรกับเนื้อนาง แต่ถ้ามันเป็นคนดีจริงๆ มันจะไม่ทิ้งพี่ไตรไปง่ายๆ ผู้หญิงโลเลอย่างเนื้อนางเหรอคะที่พี่ไตรเห็นว่า ควรยกย่องเป็นเมียมากกว่าแขที่รักพี่ไตร รอพี่ไตรอยู่ตรงนี้”
ณไตรมองแขไขที่น้ำตาร่วง
“แขเคยทำผิดที่ไม่สนใจพี่ไตร ยกโทษให้แขนะคะ ให้แขพิสูจน์ว่าแขไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิม ลืมเรื่องเก่าแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่” แขไขดึงมือณไตรขอร้อง ธรรพ์จ้อง “แขจะรักพี่ไตรให้มากกว่าที่ผู้หญิงทุกคนรัก”
ณไตรดึงมือออกจากแขไข “ผมลืมเนื้อนางไม่ได้ แล้วผมก็ไม่ต้องการใครมาแทนที่เนื้อนาง เมียของผม” ณไตรหันหลัง เดินห่างไปทางห้องนอนตัวเอง
แขไขฟังแล้วร้องไห้สะอื้น หันมา ธรรพ์เข้ามากระชากแขน แขไขจ้องธรรพ์ “จะสมน้ำหน้าชั้นเหรอ”
“แขไข ผมยังยืนยันว่าผมพร้อมจะแต่งงานกับคุณ”
“ไปซะ ไปตายที่ไหนก็ไป” แขไขผลักธรรพ์พ้นทาง แล้ววิ่งออกไป
ธรรพ์ได้แต่มองตาม แววตาเสียใจที่แขไขมองข้ามความรัก ความห่วงใย

เนื้อนางกำลังจะเดินไปที่คุ้ม เจ้าแสนพรหมมาดักรอ พอเห็นเนื้อนางก็ก้าวออกมา “ไอ้แปงมันเล่าว่าเมื่อวานมีผู้ชายแอบเข้ามาหาเธอ”
เนื้อนางหันไปยิ้มกับเจ้าแสนพหรม “อ้ายแสงคำเองจ้ะ คนที่เนื้อนางเคยขอให้เจ้ารับมาทำงานที่นี่”
“อ้อ.. สนิทกันมากเลยสินะ ถึงต้องดั้นด้นมาหา”
“เนื้อนางขอโทษแทนอ้ายแสงคำด้วยนะจ๊ะ ที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าก่อน”
เจ้าแสนพรหมเดินเข้าใกล้เนื้อนางด้วยความเสน่หา “โอ๊ย ยกโทษ ยกโทษ ต้องยกโทษให้เธออยู่แล้วเนื้อนาง รู้มั้ยว่าฉันเอ็นดูเธอมากแค่ไหน ยิ่งฉันได้เธอเป็นเมียแล้ว” เจ้าแสนพรหมเอามือจับไหล่เนื้อนางไว้ เนื้อนางขยับถอยเบาๆ ไม่ให้เจ้ารู้สึกว่ารังเกียจ “ฉันยิ่งอยากจะดูแลเธอให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ให้ใครมันมาเกาะแกะ ยุ่งกับเธอได้อีก”
“เนื้อนางขอบคุณเจ้าที่เมตตาเนื้อนาง แต่เนื้อนางกับพี่คำฝายคงไม่อยู่รบกวนเจ้าแล้วล่ะจ้ะ”
“หมายความว่าอะไร”
“เนื้อนางกับพี่คำฝายจะขอลาเจ้า เราจะออกไปอยู่นอกคุ้ม”
“ไม่ได้นะ ฉันไม่ให้เนื้อนางไป คำฝายจะไป ก็ไปคนเดียวสิ”
“เนื้อนางกับพี่คำฝาย เราโตมาด้วยกัน ไปไหนเราก็จะไปด้วยกัน”
“ไม่ เนื้อนาง ฉันไม่ให้เธอไป เธอต้องอยู่ที่นี่กับฉัน” เจ้าแสนพรหมจับเนื้อนางแน่น ไม่ยอมปล่อย “เนื้อนาง ฉันจะแต่งงานกับเธอก็ได้ ยกให้เป็นเมียออกหน้าออกตาเลยด้วยเอ้า”
“เนื้อนางไม่แต่ง”
“เธอจะได้เป็นเจ้าของคุ้มนี้นะ”
“เนื้อนางไม่ต้องการสมบัติ อะไรเลยจ้ะ”
“อย่าเพิ่งไปเลยนะ เนื้อนาง อย่าเพิ่งไป” เจ้าแสนพรหมพยายามหาทางยื้อ ตัดสินทำเป็นปล่อยมือจากไหล่เนื้อนาง จับที่หน้าอก เดินเซไปพิงต้นไม้
“เจ้า เจ้าเป็นอะไรจ๊ะ”
“ฉันไม่เคยบอกเธอใช่มั้ย ว่าฉันเป็นโรคหัวใจ”
“โรคหัวใจ”
“ฉันไม่บอกใคร เพราะฉันไม่อยากให้ทุกคนเป็นทุกข์ จะตายวันตายพรุ่ง ก็ไม่รู้” เนื้อนางมองสงสารเจ้าแสนพรหมที่บีบน้ำตาคลอๆ “เนื้อนาง ถ้าเธอสงสาร ช่วยอยู่ดูแลฉันอีกสักพักได้มั้ย ถ้าฉันรู้ตัวว่าฉันไม่ไหวใกล้ตายแล้วจริงๆ วันนั้นฉันจะไม่รั้งเธอไว้เลยนะจ๊ะ นะจ๊ะ”
เนื้อนางมองเจ้าแสนพรหมอย่างสงสารมาก

ประกายที่หน้าตาโทรม เนื้อตัวมีรอยช้ำ ถูกแปงหิ้วปีกมาผลักลงนั่งที่หน้าเรือน
“พาฉันไปหาเจ้า”
“สภาพแบบนี้ อย่าเลย เดี๋ยวจะโดนหนักกว่าที่เสี่ยใช้ประเคนให้แกมา”
แปงเดินออกไป ประกายระบมไปทั้งร่างแทบลุกยืนไม่ไหว
คำฝายเดินผ่านมา เห็นประกายลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงก่อนถึงห้อง คำฝายรีบวิ่งเข้ามาพยุงประกาย “เอ้า นังคุณประกาย เป็นอะไร หายไปไหนมา ทำไมโทรมเหมือนยังกับไปฟัดกับหมาทั้งฝูง”
“อย่ามายุ่งกับฉัน” ประกายพยายามจะเดินไปเอง แต่ลุกขึ้นก็เดินได้แค่สองสามก้าวก็ล้มลงอีก
คำฝายรีบมารับร่างหมดสติของประกายไว้ได้ทัน

เจ้าแสนพรหมทำท่าอ่อนระโหย นั่งลง มองเนื้อนางที่พยุงมานั่ง “เธอช่างเป็นเทพธิดาประจำใจฉันจริงๆ สวย อ่อนหวาน บริสุทธิ์เหลือเกิน”
"ยาของเจ้าอยู่ที่ไหนจ๊ะ เนื้อนางจะไปเอามาให้”
“ยา” เจ้าแสนพรหมนึกได้ “อ้อ ยาแก้โรคหัวใจ....ฉันกินไปแล้ว นั่งตรงนี้ก่อนเถอะ เนื้อนาง”
เนื้อนางนั่งลงใกล้เจ้าแสนพรหม เจ้าแสนพรหมถอดแหวนมรกตในนิ้ว แล้วสวมใส่ลงในนิ้วนางข้างซ้ายของเนื้อนาง ”เจ้า”
“อย่าจ้ะ อย่าบอกว่าไม่อยากได้ อย่าตีราคาค่างวดอะไรของมันเลย ถือว่าเป็นของขวัญจากใจฉันก็แล้วกัน”
“เอาคืนไปเถอะจ้ะ เนื้อนางรับไว้ไม่ได้จริงๆ” เนื้อนางจะถอด เจ้าแสนพรหมทำจับหัวใจ หายใจแรง เนื้อนางต้องหยุด
“ถ้าเธอถอดแหวนหัวใจฉันคงสลาย ตายเสียตั้งแต่ตอนนี้”
เนื้อนางจำต้องใส่กลับเข้าไปเพราะห่วงอาการเจ้าแสนพรหม
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าเนื้อนางอึดอัดที่จะอยู่ในคุ้ม ฉันจะหาบ้านใหม่ให้เธอสักหลัง เธอจะได้ไม่ต้องอยู่รวมกับคนอื่นๆ ดีมั้ยจ๊ะ”
“มันมากไป เนื้อนางรบกวนเจ้าขนาดนั้นไม่ได้”
“ไม่เป็นไร เนื้อนางอยากออกไปอยู่ข้างนอก ฉันก็จะช่วยดูแลให้ ฉันจะได้มั่นใจว่า เนื้อนางมีที่อยู่ปลอดภัย ไม่ไกลหูไกลตาเกินกว่าที่ฉันจะคอยปกป้องเนื้อนางนะจ๊ะ ... นะจ๊ะ”
เนื้อนางมองเจ้าแสนพรหมที่สีหน้าอ่อนโยน เป็นห่วงเป็นใย จริงใจเหลือเกิน
คำฝายกำลังเช็ดตัวให้ประกาย มองเห็นประกายเป็นแผลเขียวช้ำทั้งแขนก็ถามขึ้น “เนื้อตัวเขียวยังกะโดนทุบ โดนตี นังคุณประกาย แกไปทำอะไรมา”
ประกายจะดึงแขนกลับไม่ยอมให้คำฝายเห็น “ไม่ต้องยุ่ง”
คำฝายดึงแขนกลับ “อย่าเรื่องมาก เดี๋ยวฉันก็หักแขนแกซะเลย นอนเฉยๆ จะทายาให้” คำฝายหันไปหยิบยาหม่อง
ประกายมอง แววตากำลังจะซึ้งใจที่คำฝายมาช่วย
เนื้อนางเปิดประตูเข้ามาในห้อง คำฝาย ประกายหันไปมอง เนื้อนางมองแล้วมานั่งลงข้างประกาย “ไม่สบายเหรอจ๊ะ คุณประกาย”
“เขียวไปทั้งตัวเลย ใครทุบแกมาฮะ บอกสิ”
“จะช่วยก็ช่วย ไม่ต้องถามมากนักได้มั้ย รำคาญ” ประกายตะเบ็งเสียงแล้วไอออกมาเสียงดัง
เนื้อนางเข้าไปประคอง “ตัวคุณร้อน เหมือนเป็นไข้ ฉันไปต้มยาสมุนไพรให้กินนะ จะได้หายช้ำใน”
ประกายพยายามดึงแขนออก ไม่อยากให้เนื้อนางเห็นรอยแผลที่ถูกเจ้าหนี้ของเจ้าแสนพรหมทุบตีมา แต่สายตาประกายเห็นแหวนมรกตของเจ้าแสนพรหมในนิ้วก็กรีดเสียง ลืมความเจ็บ “นี่มันแหวนของเจ้า แกได้มายังไง แกขโมยของเจ้าเหรอ เนื้อนาง”
“เปล่าจ้ะ ฉันไม่ได้ขโมย เจ้าให้ฉันมา”
“ไม่จริง เจ้าไม่มีทางให้แหวนติดตัววงนี้กับใคร” ประกายมองเนื้อนางแบบพร้อมจะกินเลือดกินเนื้อทันที
เจ้าแสนพรหมกำลังสั่งแปงด้วยความร้อนใจ “เอ็งรีบไปหาบ้านเช่าหลังนึง ไม่ต้องใหญ่มาก เปลืองเงิน แต่เอาที่มีห้องนอนใหญ่ๆสำหรับข้ากับเนื้อนาง แล้วก็หาคนมาคอยรับใช้เนื้อนางด้วย”
“เจ้าจะย้ายเมื่อไหร่ครับ”
“เร็วที่สุด ได้วันนี้ยิ่งดี ข้าจะไม่ยอมยกเนื้อนางของข้าให้ไอ้พ่อเลี้ยงณไตร เนื้อนางคนสวยต้องเป็นสมบัติของข้าคนเดียว” เจ้าแสนพรหมแววตาเจ้าเล่ห์

เนื้อนางมองประกายที่อาละวาด ลืมเจ็บ “บอกมาว่าแกออดอ้อนออเซาะอะไรเจ้า แกถึงได้แหวนวงนี้”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าให้ฉันมา แต่ฉันก็ไม่อยากได้หรอกนะ ออกไปจากคุ้มนี้เมื่อไหร่ ฉันก็จะคืนแหวนให้เจ้า”
“ออกไปจากคุ้ม แกไปแน่นะ ไปเลยสิ ไปตอนนี้เลย”
“อีผีบ้า ดูมัน!! ชาวนากับงูเห่าแท้ๆ” คำฝายดึงเนื้อนางให้ลุกห่างออกจากประกาย “ไป เนื้อนาง ไม่ต้องไปช่วย ปล่อยให้นังขี้อิจฉา มันช้ำในตายอยู่ในห้องนี้แหละ”
“เออไปเลย แกรีบไปให้พ้นหน้าฉัน ไปให้พ้นคุ้มนี้ แล้วอย่าซมซานกลับมาที่นี่อีก”
คำฝายดึงเนื้อนางออกไป ประกายเจ็บระบมทั้งร่าง แต่ก็ยังมีหวัง สายตาดีใจที่รู้ว่าเนื้อนางจะออกจากคุ้ม

ณไตรที่เดินถือกระเป๋าเงินเข้ามา ณไตรมองไปที่คุ้ม ยิ้มยินดีผุดขึ้นที่ริมฝีปาก เพราะมั่นใจว่าจะต้องได้เนื้อนางกลับไป เนื้อนางเดินมากับคำฝาย ณไตรกับเนื้อนางพอเห็นกันก็หยุดชะงัก
คำฝายรีบมายืนใกล้เนื้อนาง “มาทำไมอีก”
“ฉันมีธุระกับเจ้า”
“ธุระอะไร มาเลือกผู้หญิงอีกล่ะสิ สันดานผู้ชาย คลำดูไม่มีหาง ก็ได้หมด”
“ฉันรู้ว่าเธอโกรธ คำฝาย แต่ทางที่ดี ถ้าไม่รู้จริงก็เงียบไว้ดีกว่า”
“รู้จริงสิ ฉันน่ะรู้ทุกเรื่องแหละ เสียดายไม่น่าหลงคิดว่าแกเป็นคนดี แต่คนอย่างเนื้อนาง ช้ำใจไม่นานหรอก ตอนนี้เจ้าเค้าดูแลเนื้อนางอย่างดี ดีกว่าแกร้อยเท่า ... นี่ดูนี่” คำฝายยกมือเนื้อนางที่ใส่แหวนเจ้าขึ้นอวด ณไตรมองจ้องรู้ว่าแหวนมีราคา “ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากเจ้า”
“ภูมิใจเหลือเกินนะ เจ้าก็คงใช้งานคุ้มกับค่าแหวน”
เนื้อนางมองเห็นสายตาเหยียดของณไตรแล้วย้อนกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอก เพราะเจ้าเค้าไม่อยากให้ฉันเหนื่อย ก็แค่ปรนนิบัติดูแลอย่างที่เจ้าต้องการ”
ณไตรมองเจ็บใจ “ภูมิใจไปเถอะ เนื้อนาง เดี๋ยวเธอจะรู้ว่า เวลาของความสุข ความสบาย มันกำลังจะหมดแล้ว” ณไตรเดินเข้าไปในคุ้มอย่างเร็ว
เนื้อนางเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้า คำฝายเข้ามาใกล้ “ยิ่งกว่าหมาหวงก้าง ไอ้พ่อเลี้ยงมันเป็นหมาบ้า แค่แหย่เรื่องแหวน มันทำท่ายังกับจะลากตั๋วไปให้ได้”
“เค้าไม่เคยมองเนื้อนางในแง่ดีเลย”
“ช่างมัน ความจริงเรารู้อยู่แก่ใจ ตั๋วยังไม่ได้เป็นเมียเจ้าแสนพรหมสักหน่อย”
เนื้อนางมองตามณไตรด้วยสายตาน้อยใจเต็มที่

เจ้าแสนพรหมมองเงินในกระเป๋าที่อยู่ตรงหน้าณไตร “ตกลง ผมจะขายกิจการให้พ่อเลี้ยงทั้งหมด ตามราคาที่ตกลงกัน”
“แล้วเรื่อง... เนื้อนาง..ที่เจ้าต้องยกให้ผมด้วย”
“ไม่มีปัญหา เรามาว่าเรื่องสัญญากันก่อนดีกว่า”
เจ้าแสนพรหมเอื้อมมือจะไปหยิบกระเป๋าเงิน แต่ณไตรเลื่อนออกห่าง มองด้วยสายตาไม่วางใจ

ประกายพยายามลุกขึ้น ทั้งๆ ที่ตัวเจ็บระบมไปหมด
บัวติ๊บเปิดประตูเข้ามา เห็นก็ตกใจ “ตายแล้ว คุณประกาย ไปโดนใครไล่กระทืบมาเจ้า”
“แกนั่นแหละจะโดนฉันกระทืบ อีบัวติ๊บ”
“หายไปไม่กี่วัน สภาพเหมือนโดน ... ลากเข้าไปในป่า”
“ก็ไอ้เจ้าหนี้ของเจ้าน่ะสิ มันตบมันตี บังคับให้ฉันทำทุกอย่าง มานี่สิ นังบัวติ๊บ ยืนมองหาพระแสงอะไร มาพาฉันไปหาเจ้า” บัวติ๊บรีบเข้ามาพยุงประกาย “ฉันจะต้องถามเรื่องแหวนที่เจ้าให้นังเนื้อนาง”
บัวติ๊บพยุงประกายออกไปทันที

เนื้อนางยืนชะเง้อมองตรงท่าน้ำ คำฝายยืนอยู่ใกล้
เนื้อนางถามขึ้น “อ้ายแสงคำบอกว่าจะมาอีกหรือเปล่า”
“ก็มัวแต่วิ่งหนีไอ้แปง ไม่ทันได้คุยอะไรกันสักคำ”
“เนื้อนางจะรออ้ายแสงคำที่นี่ อ้ายแสงคำต้องมาอีก”
เนื้อนางกับคำฝายชะเง้อ แปงเดินมาด้านหลัง “ไปเก็บของ”
เนื้อนาง คำฝายสะดุ้ง “เก็บของ .... เก็บไปไหน”
“อย่าถามมาก เจ้าสั่ง” แปงเดินกลับไป
เนื้อนางมองหน้ากับคำฝายด้วยความสงสัย

ณไตรมองเจ้าแสนพรหมที่ท่าทางใจเย็นอย่างนึกระแวง “ผมต้องได้ตัวเนื้อนางไปวันนี้ พร้อมสัญญาซื้อขายกิจการทั้งหมด”
ประกายที่บัวติ๊บพยุงมา เห็นณไตรคุยกับเจ้าแสนพรหม ก็หลบฟังด้านนอก ยังไม่กล้าเข้าไป
“ผมไม่เคยโกงใครนะ พ่อเลี้ยง แต่วันนี้ผมยังไม่พร้อมเซ็นสัญญา ถ้าพ่อเลี้ยงไม่เชื่อใจ ก็ไม่ต้องซื้อกิจการผมก็ได้ ส่วนเนื้อนาง ...ผมก็จะเก็บไว้เล่นๆ ในคุ้มนี้”
ณไตรยิ่งฟังก็ยิ่งกรุ่น หยิบสัญญาซื้อขายในกระเป๋ามาวางตรงหน้าเจ้าแสนพรหม “ให้ทนายของเจ้าตรวจดูสัญญาก่อนได้เลย แล้วเจ้าก็รีบเซ็น เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาต่อรองกันอีก เจ้าได้เงิน ผมก็ได้ทุกอย่างที่ผมต้องการ”
“ไม่มีปัญหา ผมทำธุรกิจไม่เอาเปรียบใครอยู่แล้ว” เจ้าแสนพรหมตอบณไตรอย่างไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน
ประกายแอบฟังยิ่งมองสงสัย

ประกายเดินนำ บัวติ๊บตามหลัง จีบปากจีบคอพูด “วาสนาเนื้อนางมันดีจริงๆ”
“หุบปากฉันไม่อยากฟัง ไหนว่าเจ้ารักมันหลงมันขนาดให้แหวน แต่ก็ยังขายมันให้พ่อเลี้ยงณไตร”
“หรือว่าเจ้าเบื่อเนื้อนางแล้ว มันอาจจะแข็งทื่อเป็นท่อนไม้”
“ไม่จริง เจ้าหลงมันหัวปักหัวปำ มันเพิ่งมาอยู่ ตะกละตะกรามอย่างเจ้า ยังไม่ทันเบื่อหรอก” ประกายยิ่งคิดยิ่งสงสัย โวยออกมาด้วยความเสียดาย “ทำไม ทำไมไม่เป็นฉันที่ได้ไปอยู่กับพ่อเลี้ยงณไตร”

ณไตรเดินเข้ามาหยุดมองหน้าเรือนเนื้อนาง บุญลือยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง
“ให้คนมาปัดกวาด ทำความสะอาดเรือนหลังนี้”
“พ่อเลี้ยงจะให้ใครมาอยู่ครับ” ณไตรตวัดสายตามองบุญลือ บุญลือก้มหน้า “ต่อไปนี้แกต้องรับคำสั่งจากฉันคนเดียว ไม่ใช่แม่นาย เพราะฉันคือเจ้าของที่นี่ ฉันเป็นคนดูแลปางไม้ทั้งหมด แล้วอย่าคิดจะเอาเรื่องที่นี่ไปบอกคนที่บ้านหิมวัต ถ้าแกปากพล่อย ฉันจะไล่แกออกทันที”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11 วันที่ 11 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ