อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 12 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 12 ต.ค. 57

แสงคำมองประกาย สายตาไม่วางใจ “ทำไมแกมาบอกฉันเรื่องนี้”
“เพราะฉันเวทนาแกกับเนื้อนางน่ะสิ เนื้อนางน่ะมันต้องรับใช้เจ้าทุกคืน”
แสงคำกำหมัดจนกล้ามขึ้นด้วยความโกรธ

“ฉันน่ะเห็นใจนะถึงได้มาดักรอที่นี่ แกรีบไปตามเนื้อนาง แล้วก็พามันหนีไปซะ หนีไปให้ไกล อย่าให้คนของเจ้าตามเจอ เจ้าเป็นคนดุร้ายมาก โหดเหี้ยมที่สุด เชื่อฉัน” แสงคำมองประกายที่ปั้นหน้าทำเป็นหวังดี


เนื้อนางยืนอยู่หน้าบ้าน คำฝายกำลังเท้าเอว ชี้นิ้วสั่ง “เอ้า ข้าวก็กินแล้ว ให้มันมีแรงกันหน่อย”
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ากำลังถอนหญ้าที่สนาม
คำฝายแกล้งเดินไปใกล้ๆ แล้วเตะหญ้าเฉียดหน้ากำปุ้ง “นี่ ตรงนี้ ยังถอนไม่หมด”
กำปุ้งถอนหญ้าขึ้นมาแรงๆ
“อะไร แค่นี้ ไม่เต็มใจทำใช่มั้ย ไล่ออก ไล่เลย”
กำปุ้งเกาะขาคำฝาย “อย่าไล่กำปุ้งเลยนะคะ คุณคำฝาย”
สร้อยฟ้ามาเกาะอีกข้าง “สร้อยฟ้าเต็มใจทำได้ทุกอย่าง”
“ใช้มาเลยค่ะ ขึ้นเขาลงห้วย ลงไปยันนรกกระทะทองแดง กำปุ้งก็จะไป”
คำฝายสะบัดขาออก วางก้ามเต็มที่ “อยู่ที่นี่ต้องฟังคำสั่งข้า คุณคำฝาย”
เนื้อนางเดินออกมา ยืนตรงหน้าทั้งสามคน “พี่คำฝายไม่เอาน่า... ฉันก็ไม่ได้อยากขับไสไล่ส่งพวกเธอ อย่างน้อยก็เคยอยู่ที่ปางมาด้วยกัน”
รัญจวนแหล “คุณเนื้อนาง น้ำใจประเสริฐเหลือเกิน”
“ถือว่าฉันขอ ถ้าจะอยู่ที่นี่ อย่าทำนิสัยบ่างช่างยุ เที่ยวยุแหย่ หาเรื่องเดือดร้อนใจมาให้ พวกเธอต้องฟังพี่คำฝายทุกอย่าง”
คำฝายหัวเราะวางมาดเต็มที่
รัญจวนรีบรับ “ได้ค่ะ พวกเรารู้แล้วว่าชาตินี้อย่าอาจเอื้อมแข่งบุญแข่งวาสนากับคุณเนื้อนางเมียเจ้าแสนพรหม”
เนื้อนางสั่ง “เวลาเจ้ามาที่นี่ อย่าพูดมาก อย่าพูดเรื่องเก่าๆ ที่ปาง”
“กลัวเจ้ารู้หรือคะ ว่าเคยแต่งงาน มีผัวชื่อหนานไตร” กำปุ้งพูดจบ คำฝายตบผัวะเข้าปาก
รัญจวน สร้อยฟ้า ลืมตัวจะลุกสู้ คำฝายชี้หน้า “จะสู้ใช่มั้ย”
รัญจวน สร้อยฟ้าหมอบราบลงไปอีก
“ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน” เนื้อนางกำชับ
“ทำได้ค่ะ คุณเนื้อนาง” สามคนรับคำ
เนื้อนางมองไม่แน่ใจว่าสามคนนี้จะหาเรื่องยุ่งยากมาอีกหรือเปล่า

ณไตรคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วรีบเดินออกไป แขไขเดินมาจากด้านหลัง พอเห็นณไตรก็จะตาม
ธรรพ์เข้ามากระชากแขไข “ไม่ต้องตาม ไม่ต้องใกล้ชิด ไม่ต้องยุ่งกับพี่ไตร ไม่งั้นล่ะก้อ”
“อย่ามาขู่ฉัน”
“ลองดูมั้ยล่ะ ว่าผมแค่ขู่หรือทำจริง”
“ที่คุ้มเจ้าแสนพรหมไม่เห็นมีเนื้อนาง พี่ณไตรเค้าทำแต่งาน ไม่ได้ลอยไปลอยมาเหมือน.... แก”
ธรรพ์บีบแรงขึ้น สายตาเจ็บใจ “คุณยังไม่รู้ความจริงน่ะสิ พี่ไตรเค้าไม่ใช่ผู้ชายแสนดีอย่างที่คุณเห็น”
“อย่างน้อยที่ฉันรู้ เค้าก็ดีกว่าแก.. พี่ไตรไม่เคยข่มเหงผู้หญิง”
วันดีเดินมา มองเห็นธรรพ์กับแขไข ก็เรียกขึ้นเบาๆ “คุณธรรพ์”
แขไขรีบสะบัดแขนออกจากธรรพ์ ธรรพ์ถอยห่างจากแขไข แขไขมองวันดีสีหน้าเรียบเฉย
“แม่นายถามหาคุณธรรพ์น่ะเจ้า”
ธรรพ์มองแขไข “ไปหาแม่นายด้วยกันสิครับ คุณแข”
“ฉันไม่ไป” ธรรพ์จ้อง แขไขเห็นแววตากระด้างของธรรพ์จำใจเดินนำออกไป
ธรรพ์จะเดินตาม วันดีพูดขึ้น “คุณแขไขเธอจะกลับบ้านเมื่อไหร่เจ้า”
“ป้าถามทำไม”
“ก็คุณณไตรประกาศว่าจะไม่แต่งงานกับเธอ ป้าก็แค่สงสัยว่าเธอจะอยู่รออะไร”
“ทำไมป้าต้องอยากรู้เรื่องเจ้านายนักนะ” ธรรพ์ตอบเสียงแข็ง
วันดีมองตัดพ้อ “ป้าอยากรู้แค่เรื่องคุณธรรพ์ ป้าเป็นห่วงคุณมากนะเจ้า”
“ไม่ต้องทำเกินหน้าที่คนงานหรอก ป้าวันดี ผมมีแม่นายเป็นห่วงคนเดียวก็พอแล้ว” ธรรพ์เดินออกไป
วันดีมองตามสายตาเศร้ามาก

ณไตรยืนอยู่หน้าผู้จัดการปางไม้แห่งหนึ่ง “ที่นี่มีคนงานชื่อ แสงคำหรือม่อนดอยบ้างมั้ยครับ”
“ไม่มีเลยครับ” ณไตรรับฟังด้วยสีหน้าผิดหวัง

เจ้าแสนพรหมก้าวเข้ามาในบ้าน เนื้อนางยืนรอ คำฝายอยู่ด้านหลัง กลุ่มรัญจวนหมอบอยู่กับพื้น
“คนงานดูแลบ้าน แปงหามาให้จ๊ะ”
เจ้าแสนพรหมก้มลง เชยคางมองทีละคน คนแรกรัญจวนยิ้มหวาน แสนพรหมยิ้มตอบ“อวบอัดใช้ได้ แต่สูงวัยไปหน่อย” รัญจวนสะบัดสะบิ้ง
เจ้าแสนพรหมเชยคางสร้อยฟ้า “ตาคม น่าจ้องตา” สร้อยฟ้าชะม้ายตายิ้มให้
เจ้าแสนพรหมเชยคางกำปุ้งขึ้นมา “เฮ้ย คางคกยักษ์”
“บ่ใช่คางคก กำปุ้ง แมงมุมน้อยค่ะเจ้า” เจ้าแสนพรหมรีบเดินหนี กำปุ้งสะบัดสะบิ้ง
เจ้าแสนพรหมหันมายิ้มทางเนื้อนาง “เป็นยังไงจ๊ะ เนื้อนาง อยู่บ้านนี้สบายใจขึ้นหรือยัง”

เนื้อนางป้อนเครื่องดื่มให้เจ้าแสนพรหม
เจ้าแสนพรหมมองรู้ทัน ดื่มหมดแก้วแล้วรีบดึงแก้วไปวางห่างตัว “วันนี้ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเนื้อนางตั้งหลายเรื่อง”
“เจ้าดื่มก่อนสิจ๊ะ”
“ไม่ๆ แก้วเดียวพอแล้ว ไม่อยากเมาหลับ จะได้คุยเนื้อนางยาวๆทั้งคืน” เจ้าแสนพรหมยิ้มมอง
เนื้อนางสีหน้าเครียดทันที

เจ้าแสนพรหมนอนกรนหลับคร่อก กางแขนกางขาบนเตียง
เนื้อนางยืนมองห่าง อีกด้านคือคำฝาย “พี่คำฝาย เจ้าจะตายหรือเปล่า”
“ไม่ตายหรอก สูตรนี้คนขายในเวียงมันรับรอง หยดเดียวหลับสามวันเจ็ดวัน ยาเค้าเอาไว้ล้มช้าง”
เจ้าแสนพรหมกรนดังมาก เนื้อนางมองเจ้าแสนพรหมแล้วนึกสงสาร “เนื้อนางไม่อยากทำแบบนี้กับเจ้าเลย”
“ตั๋วต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน มีโอกาสเราก็ค่อยตอบแทนบุญคุณเป็นอย่างอื่น”
เนื้อนางพยักหน้าเข้าใจกับคำฝาย

หน้าห้องนอน รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง แนบหูกับประตู คอยฟังเสียงข้างใน
รัญจวนสงสัย “ทำอะไรกันวะ ทำไมมันเงี้ยบเงียบ”
กำปุ้งเดา “เนื้อนางมันอาจจะกำลังบีบนวด ปลุกอารมณ์ให้เจ้าอยู่ก็ได้”
สร้อยฟ้าโอ่ “เจ้าก็ยังไม่แก่เท่าไหร่นะ ชมฉันด้วยว่า .. ตาสวย”
“อีสร้อยฟ้า อย่าคิดหาทางลัดไปเป็นเมียเจ้า”
“ใช่ แกข้ามหลายศพเลยย่ะ ศพคุณพี่รัญจวนใจก่อนคนแรก”
สามคนทำท่าขัดแข้งขัดขากันเอง แล้วเอาหูแนบประตู
คำฝายเปิดประตูออกมา สามคนกลิ้งระเนระนาด “มาแอบดูอะไร”
รัญจวนแก้ตัว “ไม่ได้แอบดูค่ะ มารอเผื่อคุณเนื้อนางจะเรียกใช้”
“นิสัยไม่เคยเปลี่ยน แหลยังไงก็ยังแหลแบบนั้น”
“กำปุ้งไม่เหมือนเดิมแล้วนะคะ กำปุ้งสงบปากสงบคำ”
“ให้มันแน่เถอะรู้ไว้ด้วยคุณเนื้อนางเค้าเป็นเมียเอกของเจ้าแสนพรหม คุ้มท่านใหญ่โตกว่าบ้านนี้เป็นสิบเท่า”
“แล้วทำไมไม่อยู่ที่คุ้มละคะ มาอยู่บ้านหลังน้อยๆเหมือนพวก เมียลับ เมียเก็บ”
คำฝายยกเท้าเสยคางกำปุ้ง กำปุ้งถึงกับหงายลงไปชัก “เนื้อนางไม่ใช่เมียน้อยใคร จำไว้ด้วย ที่เนื้อนางต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะเจ้าท่านรอฤกษ์จัดงานกินแขกกับเนื้อนาง แล้วถึงจะเอาขบวนเสลี่ยงมารับเนื้อนางเข้าไปเป็นเจ้านางในคุ้มให้สมฐานะโว้ย”
สร้อยฟ้าเหวอ “เจ้านางเนื้อนางเลยเหรอคะ”
รัญจวนรีบคลานมาใกล้ “ขอรัญจวนตามไปเป็นนางสนองในคุ้มด้วยนะคะ”
“สร้อยฟ้าด้วยนะเพคะ”
“ก็สุดแต่ว่าข้า พระพี่เลี้ยงคำฝายจะพิจารณาอีกที” คำฝายยืดข่มสามคนเต็มที่

ณไตรเดินลัดเลาะเข้ามา
บัวติ๊บถือแจกันเงินจะเอาไปขัดทำความสะอาด “บัวติ๊บ” บัวติ๊บหันไปมองตกใจ
“อุ๊ย ... พ่อเลี้ยง มาทำไมตั้งแต่ฟ้าสาง”
“เมื่อวานฉันลืมของไว้น่ะ เอกสารสำคัญต้องใช้เช้านี้ เจ้าอยู่ในคุ้มใช่มั้ย”
“เจ้าไม่อยู่หรอกจ้ะ”
ณไตรได้ยินแล้วยิ้มที่เจ้าแสนพรหมไม่อยู่ แต่ทำเป็นถามต่อ “คงไปหาเนื้อนางล่ะสิ”
“เจ้า .. ไปตั้งแต่เมื่อคืน”
“ฉันต้องไปหาพ่อเลี้ยงด่วนซะด้วย มีธุระเรื่องเงินที่ต้องคุยกัน”
บัวติ๊บทำหน้าไม่เชื่อ ณไตรมองบัวติ๊บแล้วตัดสินใจหยิบแบงค์ร้อยออกมา บัวติ๊บพอเห็นแบงค์ร้อยก็ตาโต
ณไตรยิ้มหล่อค่อยๆ ยัดเงินใส่มือบัวติ๊บ “บัวติ๊บพอจะจำได้มั้ยว่า บ้านเนื้อนางอยู่ที่ไหน”
บัวติ๊บตาโตกับเงิน ยิ้มหวาน ณไตรมองพอใจ

เนื้อนางกำลังเดินดูดอกไม้ที่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงเรียกดังๆ “เนื้อนาง”
เนื้อนางหันไป เห็นแสงคำที่หน้ารั้ว “อ้ายแสงคำ” เนื้อนางดีใจ รีบวิ่งมาเปิดประตูรั้ว
ณไตรจอดรถ มองเห็นเนื้อนางกำลังเปิดประตูให้แสงคำเข้าไปในบ้าน
ณไตรกำพวงมาลัยแน่นแววตาโกรธจัด “ปรนเปรอเจ้าแสนพรหมคนเดียวยังไม่พอ ต้องตามไอ้แสงคำมาบำเรอกันถึงที่นี่”
เนื้อนางพาแสงคำเข้ามา คำฝายยืนรออยู่แล้ว
เนื้อนางยิ้มถามแสงคำ “อ้ายแสงคำตามหาเนื้อนางเจอได้ยังไงจ๊ะ”
“ผู้หญิงสวยๆ ที่คุ้มบอกว่าเจ้าพาเนื้อนางมาอยู่ที่นี่”
คำฝายคิดนิดเดียว “อ๋อ นังคุณประกายน่ะสิ เห็นใครดีกว่าไม่ได้ จะขาดใจตาย”
“เจ้าอยู่ในบ้านใช่มั้ย อ้ายจะไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง”
“เจ้าไม่อยู่ เพิ่งออกไปก่อนแกมาเดี๋ยวเดียว ไม่งั้นแกเข้ามาไม่ได้หรอก”
“เนื้อนาง อย่าอยู่กับเจ้า หนีไปกับอ้ายวันนี้เลย”
“ทำอย่างงั้นไม่ได้นะ อ้ายแสงคำ” เนื้อนางปฏิเสธ
“ทำไมจะไม่ได้ หรือว่าเนื้อนางหลงความสบาย ถึงไม่ยอมไปจากเจ้าแสนพรหมสักที” แสงคำถามด้วยความขุ่นใจ
เนื้อนาง คำฝายฟังสีหน้าไม่ชอบใจ

ณไตรลงมาจากรถ ยืนมองไปที่รั้วบ้านเช่าด้วยสายตาไม่พอใจ
เนื้อนางมองแสงคำ แล้วเอ่ยถาม “เนื้อนางไม่เคยลืมว่าเกิดมากลางป่า โตมาในปาง ชีวิตในคุ้ม บ้านสวยๆ ของพวกนี้เหรอที่อ้ายแสงคำคิดว่ามันจะเปลี่ยนเนื้อนางได้”
คำฝายมองอยู่ด้วยสายตาไม่ชอบใจคำถามของแสงคำ “ใช่ว่าเนื้อนางจะสบายใจนะที่อยู่กับเจ้าแสนพรหม”
“งั้นก็ไปกับอ้ายสิ ไม่สบายใจแล้วจะทนอยู่ทำไม”
เนื้อนางอธิบาย “ที่ทนอยู่ เนื้อนางมีเหตุผลนะ อ้ายแสงคำ เจ้าแสนพรหมเป็นคนกว้างขวาง เป็นคนใหญ่คนโต มีลูกน้อง ถ้าเนื้อนางหุนหันเอาความคิดชั่ววูบเป็นใหญ่ หนีเจ้าไป คนอย่างเจ้าแสนพรหม เค้าไม่ยอมเสียหน้า ไม่ยอมให้ชาวบ้านอย่างเราทำเหมือนดูถูกเค้า”
“ทีนี้ล่ะ ได้หนีกันหัวซุกหัวซุน ไม่ต้องอยู่กันอย่างสงบสุข ใช้หัวคิดซะมั่งนะ ไอ้แสงคำ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เอาแต่แรง เอาแต่อารมณ์” คำฝายส่ายหน้า มองแสงคำเอือมๆ แล้วเดินเข้าบ้านไปก่อน
แสงคำหน้าม่อย เนื้อนางมองสงสาร “เราเป็นคนไปขออาศัยเจ้าแสนพรหมก่อน ถ้าจะไปก็ต้องจากกันด้วยดี อย่าให้มีเรื่องหมางใจกัน ยังไงเราก็ต้องได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมจ้ะ อ้ายแสงคำ” เนื้อนางแตะแขนแสงคำอย่างปลอบประโลมใจ
ณไตรหลบยืนมองตรงมาที่เนื้อนางแตะแขนแสงคำ ณไตรจ้องด้วยสายตาเจ็บใจ “ฉันมองเธอผิดไปจริงๆ เนื้อนาง เธอมันก็แค่ผู้หญิงใจง่าย ผู้หญิงหลายใจ”

เนื้อนางเดินนำแสงคำเข้ามายืนใกล้คำฝาย สร้อยฟ้า รัญจวน กำปุ้งที่กำลังหันหลังโก้งโค้งถูบ้าน หันกลับมาก้มหน้าถูพื้นมาจนถึงปลายเท้าแสงคำที่มายืนตรงหน้า 3 คนเงยขึ้นมอง พอเห็นเป็นแสงคำก็ตกใจ
สร้อยฟ้าถาม “แสงคำ แกมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง”
“สงสัยจะตามมาเป็นตัวสำรองเหมือนตอนอยู่ในปาง” กำปุ้งเผลอหลุดปาก
แสงคำยกขาขึ้นเตะกำปุ้งเข้ากลางตัว ล้มกลิ้งไป รัญจวน สร้อยฟ้าถอยกรูด
คำฝายด่า “มันมีหนอนไชอยู่ในปากพวกแกหรือไงฮ้า ถึงพ่นมาแต่คำพูดเน่าๆ”
“อ้ายแสงคำแวะมาหาฉัน” เนื้อนางแก้ความเข้าใจผิด
รัญจวนถาม “เจ้าคงยังไม่รู้เรื่องนี้ใช่มั้ย”
“ไม่รู้ แล้วถ้าใครปากพล่อยบอกไอ้แปง หวังให้เรื่องรู้ไปถึงหูเจ้า หรือถ้าใครแอบบอกเจ้า เจอแข้งไอ้แสงคำเตะไม่เลี้ยง” คำฝายขู่
สามคนทำท่ารูดซิบปากทันที ถึงจะอยากพูดแค่ไหน
“ดี ใครเปิดปาก!!! ฉันจะไสหัวออกไปนอนข้างถนน ... ไป ไปซักผ้า” คำฝายสั่งงาน
สามคนค่อยๆ ถอยออกไป พอสามคนออกไปจากห้อง
เนื้อนางมองคำฝาย “เราเชื่อใจสามคนนี้ไม่ได้ เค้าต้องหาทางบอกเจ้า เรื่องอ้ายแสงคำมาที่นี่”
“เนื้อนางจะทำอะไรก็รีบตัดสินใจเถอะ ถ้าเจ้าเอาตัวเนื้อนางไปซ่อนที่อื่น เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก...ตลอดชีวิต” แสงคำเตือน
เนื้อนาง คำฝายฟังแล้วเริ่มกังวล

รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้งรีบเข้ามาซุบซิบกันอย่างออกรส
รัญจวนเริ่ม “เห็นมั้ยล่ะ ไม่ทันไรนังเนื้อนางมันก็ออกลาย เอาชู้รักเก่าเข้ามาถึงในบ้าน”
สร้อยฟ้าเสนอ “ฉันจะเป็นคนฟ้องเจ้าเอง คนอื่นไม่ต้องพูดนะ”
“หนอย คิดจะเอาหน้าคนเดียวล่ะสิ นังสร้อยฟ้า” กำปุ้งจิ้มหัวสร้อยฟ้าอย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปทางรัญจวน “เอาไงดีคะคุณพี่ เรื่องคาวๆ แบบนี้เราปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด”
“ต้องสาระแนให้ถึงที่สุดใช่มั้ย” สามคนสะดุ้งหันไปเห็นคำฝายถือมีดอีโต้ยืนจังก้า
“ฉันไม่ได้พูดเลย ไม่ได้คิดจะฟ้องเจ้าด้วย” สร้อยฟ้ารีบถอยห่างรัญจวน
กำปุ้งก็ถอยห่างรัญจวนอีกคน “คุณพี่รัญจวนคนเดียวเลยที่จะฟ้องเจ้า”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 12 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ