อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 12 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 12 ต.ค. 57

“ต้องสาระแนให้ถึงที่สุดใช่มั้ย” สามคนสะดุ้งหันไปเห็นคำฝายถือมีดอีโต้ยืนจังก้า
“ฉันไม่ได้พูดเลย ไม่ได้คิดจะฟ้องเจ้าด้วย” สร้อยฟ้ารีบถอยห่างรัญจวน
กำปุ้งก็ถอยห่างรัญจวนอีกคน “คุณพี่รัญจวนคนเดียวเลยที่จะฟ้องเจ้า”
รัญจวนมองซ้าย ขวาเห็นสองคนถอยเอาตัวรอด

“ฉันรู้นิสัยปากมากของพวกแก 3 คนดี เนื้อนางเป็นคนมีเมตตาถึงรับพวกแกเข้ามา แต่ฉันไม่ แล้วคนอย่างอีคำฝายก็ทำได้ทุกอย่างที่จะปกป้องเนื้อนาง” คำฝายยกมีดชี้หน้ากราด แววตาดุเอาจริง สามคนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว “จำไว้ ถ้าใครปริปากชื่อแสงคำออกมาแม้แต่คำเดียว ฉันจะสับแล้วป่นกระดูกให้หมากิน”
สามคนทรุดลงกับพื้น พนมมืออย่างขอชีวิตทันที คำฝายกำมีดจ้องมองดุ


เนื้อนางมองแสงคำที่ยืนอยู่ใกล้
“อ้ายจะไปหาที่อยู่ใหม่ รอเนื้อนาง”
“จ้ะ เนื้อนางจะรีบหาทางคุยกับเจ้า วันนี้อ้ายแสงคำกลับไปก่อน”
“ถึงชาตินี้เนื้อนางจะไม่รักอ้าย เหมือนที่อ้ายรักเนื้อนางสุดหัวใจ อ้ายก็สัญญากับหมื่นหล้าไว้แล้วว่าจะไม่ทิ้งเนื้อนาง” เนื้อนางมองแสงคำด้วยสายตาซาบซึ้ง แสงคำยื่นมือไปกุมมือเนื้อนางไว้ “อ้ายจะดูแลเนื้อนางจนลมหายใจสุดท้ายของอ้าย.. อ้ายจะมารับเนื้อนางออกไปจากที่นี่”
แสงคำดึงมือออกเบาๆ แล้วหันหลังเดินออกไป เนื้อนางมองด้วยสายตาซึ้งใจความรักเดียวใจเดียวของแสงคำ

ประกายเดินชะเง้อไปด้านหน้าคุ้ม สายตากระวนกระวายใจ แล้วหันไปทางบัวติ๊บ “ป่านนี้เจ้ายังไม่กลับคุ้ม”
“ก้อคงมีความสุขอยู่ที่รังรักใหม่ นางบำเรอคนใหม่ล่ะเจ้า”
ประกายหันขวับ ตาลุกวาวจ้องบัวติ๊บ “สู่รู้นักนะแก”
“ฮูย... ใครๆก็รู้เจ้า หายไปกกเนื้อนางแน่นอน” ประกายก้าวพรวดๆ ออกไป บัวติ๊บรีบตาม “คุณประกายจะไปไหน”
“คนอย่างนังประกาย เสียทองเท่าหัว ไม่มีวันยกผัวรวยๆให้ผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น”
ประกายเดินเร็วออกไป บัวติ๊บวิ่งตามทันที

ณไตรซุ่มมองในรถที่จอดห่างหน้าบ้านเช่า เห็นแสงคำเปิดประตูออกมา ณไตรมองจ้อง เลื่อนมือไปสตาร์ทรถ แสงคำเดินเร็วออกไป ณไตรรอสักพัก แล้วเคลื่อนรถ สะกดรอยตามแสงคำไป
แขไขนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ธรรพ์นั่งตรงข้าม จันตากำลังตักข้าว วันดีรินน้ำให้ แขไขเห็นสายตาธรรพ์ที่คอยมองมา ก็หงุดหงิดลุกขึ้น
จันตาทัก “คุณแขยังไม่แตะอาหารเลยนะเจ้า”
“ฉันกินไม่ลง ไปบอกคนรถ ฉันจะออกไปข้างนอก”
“จะออกไปทานที่ร้านอาหารเหรอ ไปสิ ผมพาไปเอง”
แขไขมองธรรพ์ที่ลุกขึ้นตามทันที “ฉันจะไปคนเดียว ไม่ชอบมีใครติดสอยห้อยตาม มันน่ารำคาญ”
จันตา วันดีมองแปลกใจที่แขไขเสียงเขียวกับธรรพ์
ธรรพ์เสียงเข้มขึ้น “รำคาญแค่ไหน คุณก็ต้องทน” แขไขหันหน้ามองธรรพ์ทันที “เป็นกุลสตรี จะเที่ยวออกไปไหนมาไหนคนเดียว ล่อตาล่อใจคนอื่นไม่ได้”
จันตาแนะ “ถ้าคุณแขเบื่อ ให้คุณธรรพ์พาไปเที่ยวร้านผ้าไหมของเราในเมืองสิเจ้า แม่นายก็อยู่ที่นั่น”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ไป”
“อย่าเป็นผู้หญิงโลเล พูดแล้วก็ต้องทำ อยากไปไหน จะขึ้นเขาลงห้วยผมยินดีพาไปทุกที่”
“ก็บอกว่าไม่ไป” แขไขโมโห สะบัดหน้าเดินออกไป ธรรพ์ตามทันที
จันตามองแล้วพูดขึ้น “ทำไมคุณแขเกิดไม่อยากให้คุณธรรพ์ตามไปไหนมาไหนด้วย แต่ก่อนเห็นใช้เอาใช้เอา” จันตาเลียนเสียง “พี่ธรรพ์คะ แขอยากไปปาง พี่ธรรพ์คะ แขอยากไปในเมือง”
“มันเรื่องของแกด้วยเหรอ จันตา”
“เอ๊า ใช่สิยะ เรื่องของเจ้านาย ฉันต้องรู้ เห็นอะไรผิดหูผิดตา มันก็ต้องสงสัย”
“เค้าจ้างแกมาเป็นขี้ข้า มัวแต่สอดรู้เรื่องเจ้านาย สักวันจะกระเด็นออกจากบ้านไม่ทันรู้ตัว” วันดีเดินออกไป จันตามองค้อน

แขไขเดินเร็วมา ธรรพ์กระชากแขน แขไขหันมาผลัก ธรรพ์ไม่ปล่อย รวบตัวแขไขดันติดต้นไม้ “คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณจะหาเรื่องออกไปตามพี่ไตร”
“รู้ก็ถอยไปสิ”
“ผมไม่ถอย ผมต้องอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา เพราะคุณเป็นเมียผม”
แขไขตบหน้าธรรพ์แรง วันดีที่เดินมาด้านหลัง ตกใจหลบมอง ทันที
“สำหรับปากชั่ว พูดพล่อย เพ้อเจ้อ”
ธรรพ์ดึงแขไขมาใกล้ “ผมเพ้อเจ้อเหรอ แล้วถ้าผมมีพยานยืนยันทุกเรื่องที่เกิดขึ้น...ในเรือนเนื้อนาง”
“แก..”
“หยุดเรียกผมว่าแก เรียกผมพี่ธรรพ์เหมือนเดิม”
“ไม่”
“อย่าลองดีกับผม แขไข อย่าคิดว่าผมอ่อนแอจนไม่กล้ารักษาสิ่งที่เป็นของผม เรียก!!พี่ธรรพ์”
แขไขเม้มปาก ธรรพ์ก้มลงจะจูบ แขไขสะบัดหน้าหนี ธรรพ์จับหน้าแขไขกลับมา
“ถ้าแกบังคับ ฉันจะร้อง แล้วทีนี้แม่นายก็จะรู้เรื่องชั่วๆ ที่แกทำไว้กับฉัน แม่นายจะลงโทษแก ต่อให้เป็นลูกชายคนโปรด แม่นายก็ไม่มีวันเห็นแกดีเท่าพี่ไตร”
ธรรพ์บีบแขนแขไขแรงอย่างแค้นใจ “ก็เอาซี้ ถ้าแม่นายรู้เรื่องที่คุณเป็นเมียผม แม่นายก็คงเขี่ยผู้หญิงมีราคีอย่างคุณตกจากตำแหน่งสะใภ้คนโตมาเป็นสะใภ้คนเล็กทันทีเหมือนกัน”
วันดีสีหน้าตกใจที่ได้ยินทุกอย่าง
แขไขสะบัดแรง “แก ไอ้สารเลว”
“คุณทำให้ผมเลว แขไข แล้วผมจะเลวยิ่งกว่านี้ถ้าคุณยังไม่หยุดวิ่งตามพี่ไตร”
แขไขสะบัดหน้าหันกลับเข้าไปในบ้าน ธรรพ์หันหลังจะเดินไปอีกทาง วันดีกำลังจะหลบ แต่ธรรพ์เห็นหลังวันดี ก็เรียกขึ้น “ป้าวันดี”
วันดีหันมามองอย่างกลัวๆ ธรรพ์รีบตรงเข้ามา วันดีถามขึ้นอย่างกังวล “คุณธรรพ์ ทำไมคุณธรรพ์ถึงไปยุ่งกับผู้หญิงของพี่ชาย”
“แขไขเป็นผู้หญิงของผม” ธรรพ์เสียงกระด้าง
วันดียื่นมือไปแตะแขนธรรพ์อย่างห่วงใย ธรรพ์ปัดมือวันดีทันที ไม่ให้แตะตัว “คุณธรรพ์ ฟังป้าสักครั้งเต๊อะ ผู้หญิงเปิ้นบ่รักบ่ชอบ ฝืนใจไปก็มีแต่จะเสียใจทั้งคู่”
“เงียบ ป้าวันดี ผมโตแล้วไม่ใช่เด็กที่ป้าจะมาคอยสั่งสอน ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ ถ้าป้ายังอยากอยู่ที่บ้านหิมวัตก็หุบปากให้สนิท ถ้าแม่นายหรือพี่ไตรรู้เรื่องนี้ ผมจะไล่ป้าออก”
“อย่า อย่าไล่ป้าเลยเจ้า ป้ารัก ป้าห่วงคุณธรรพ์ที่สุด”
ธรรพ์หันหลังเดินออกไปไม่ไยดี วันดีตกใจ น้ำตาคลอ มองตามธรรพ์ แววตาทั้งรักทั้งเป็นห่วงจากใจ

ณไตรในรถมองเห็นแสงคำเดินเข้าปาง ด้านหน้ามีป้ายชื่อบุญชัยปางไม้ แสงคำเดินเข้าไปอย่างเร็ว
แสงคำเดินกลับเข้ามา ม่อนดอยกำลังซ่อมจักรยาน คนงานอื่นๆ ถือเครื่องมือเดินผ่านไปทำงานในปาง
“เจอเนื้อนางมั้ย ได้เรื่องว่ายังไง”
“เนื้อนางยังย้ายออกมาไม่ได้ เราต้องรอ”
“เนื้อนางให้รอ เราก็รอ แต่ว่าตอนนี้ เอ็งรีบไปทำงานก่อน” ม่อนดอยมองไปทางด้านใน“ผู้จัดการเค้าถามหาอยู่ ดี๋ยวจะโดนไล่ออกกันทั้งคู่”
แสงคำเดินไป ม่อนดอยมองแล้วขึ้นถีบจักรยาน จะออกไป ณไตรก้าวเข้ามาขวางทางไว้
“ไอ้หนานไตร” ม่อนดอยมองณไตรที่ยืนตรงหน้าด้วยสายตานึกไม่ถึง

เนื้อนางกับคำฝายกำลังช่วยกันพับซิ่นที่ซักแล้ว ประกายก้าวเข้ามา มีบัวติ๊บอยู่ด้านหลัง
คำฝายลุกมายืนประจันหน้าประกายทันที “ใครเชิญแกมาที่นี่”
“ชั้นก็เชิญตัวเองมาดูหน้านังเมียเก็บของผัวชั้นน่ะสิ”
“แกพูดถึงใคร เมียเก็บ ประจานตัวเองทำไม นังประกาย”
“ชั้นไม่ใช่เมียเก็บ แกน่ะสิ เนื้อนาง แกออดอ้อนจนเจ้าเอาแกมาซุกไว้ที่นี่ คิดล่ะสิว่าจะหนีพ้นสายตาชั้น ไหนห้องไหนที่แกกกกอดเจ้าแสนพรหมผัวชั้น!!!” ประกายกรีดเสียง จ้องเนื้อนางอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าพากันโผล่หน้ามาแอบมอง สายตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่
เนื้อนางมองประกายด้วยสายตาโกรธ “ที่นี่ที่ของชั้น ไม่ใช่คุ้มที่เธอจะมาอาละวาด กลับไปซะประกาย ก่อนที่เธอจะเดือดร้อนเพราะการกระทำสิ้นคิด คอยตามราวีผู้หญิงคนอื่น”

ณไตรยืนเผชิญหน้ากับม่อนดอยที่อารมณ์คุกรุ่น
“แกมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง แกทิ้งเนื้อนาง แกเลว แกชั่ว แก”
ณไตรเสียงดุ “ฟังฉันก่อน ม่อนดอย”
“ฟังทำไม ฟังแล้วได้อะไร หน้าอย่างแกก็คงจะกะล่อนแก้ตัวไปเรื่อย”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อแก้ตัว แต่ฉันอยากให้ม่อนดอยได้รู้ความจริง” ม่อนดอยมองณไตรที่อธิบายสีหน้าจริงจัง “ความจริงคือฉันไม่ได้ทิ้งเนื้อนาง แล้วฉันก็มาที่นี่เพื่อให้ม่อนดอยช่วยพาเนื้อนางกลับมาหาฉัน”

เนื้อนางขยับออกมามองประกาย คำฝายยืนระวัง
“อย่าคิดว่าฉันจะทนให้เธอข่มเหงไปทุกที่นะ ประกาย”
“ฉันรู้ว่าแกไม่ยอม เพราะแกมันหน้าด้านสันดานลักกินขโมยกิน ทำได้ทุกอย่าง”
“ปากอย่างแก ฉันปล่อยให้กลับไปดีๆ หนังหน้าไม่แหก อย่ามาเรียกอีคำฝาย”
กำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้ารีบถลาออกมาจากด้านหลัง บัวติ๊บรีบออกมาข้างประกาย
ประกายมองสามคนแล้วรีบตวาด “หนอย นี่แกจะเอาพวกมารุมชั้นเหรอ”
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าทำเป็นออกหน้า พูดน้ำเสียงเยาะหยันมากกว่าจริงใจ
กำปุ้งทำเสียงเหยียด “แกอย่ามาว่าคุณเนื้อนางของพวกเรานะ ไม่จริงหรอกที่คุณเนื้อนางจะไปเป็นเมียเก็บ”
สร้อยฟ้าเสียงสูง “ไม่จริ้ง ไม่จริง หัวเด็ดตีนขาด พวกเราก็ไม่เชื่อ”
รัญจวนประชด “คุณเนื้อนางเค้าออกจะหยิ่งในศักดิ์ศรีหลานสาวควาญช้าง”
“ไม่ต้องมาเห่ามาหอนกลางวันแสกๆ ชั้นไม่กลัวพวกแกหรอกนะ นังเนื้อนางมันแย่งผัวชั้น ชั้นก็ต้องตามมาตบเอาผัวคืน”
“ไหน .. สามีคุณอยู่ที่ไหน” เนื้อนางท้าให้หา
“แกซ่อนเจ้าไว้” ประกายร้องเรียก “เจ้าขา เจ้าช่วยประกายด้วย เนื้อนางมันตบมันตีประกาย มันเอาพวกมารุมประกาย เจ้าขา โอ๊ย ๆๆ ประกายเจ็บเหลือเกิน”
กำปุ้งขำ “หวายอีนี่ ... น่าไปเล่นยี่เกเป็นนางร้ายนะยะ ตอแหลม๊าก”
“อุบาทว์มาก นังประกาย แหกตาดูสิว่า เจ้าอยู่ตรงซอกไหน แล้วถ้าเจ้าอยู่จริงๆ แกต่างหากที่เจ้าเค้าจะเตะออกจากบ้าน” คำฝายเห็นแล้วทุเรศตา
ประกายมองหา บัวติ๊บชะเง้ออีกแรง แล้วรีบกระซิบประกาย “ไม่เห็นแม้แต่เงา สงสัยเจ้าจะบ่อยู่ ไอ้แปงก็ไม่เห็น”
“กำปุ้ง รีบออกไปแจ้งตำรวจว่ามีคนร้ายบุกรุก” เนื้อนางสั่ง กำปุ้งทำท่าขยับ
ประกายเห็นท่าไม่ดี เริ่มถอย แต่ยังมีฟอร์ม “แกอย่าคิดว่าฉันกลัว”
รัญจวนว่าใส่หน้า “ไม่กลัวเลยจ้ะ ขาสั่นพั่บๆ แบบนั้น”
สร้อยฟ้า รัญจวน กำปุ้งดาหน้าเดินเข้าหาประกาย ประกายกับบัวติ๊บต้องถอย
เนื้อนางไล่ “กลับไปซะ ประกาย แล้วอย่ามาที่นี่อีก ถ้าไม่อยากให้มีเรื่องเดือดร้อน ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาหาเรื่องกัน ฉันไม่ชอบ!!!”
“นังเนื้อนาง ..ฉันกลับมาแน่ ฉันจะให้เจ้าลากพวกแกออกจากที่นี่”
สามคนเงื้อมือขึ้นพร้อมกัน รัญจวนสั่ง “พวกเรา ... พร้อมตบ!!!”
ประกายกับบัวติ๊บรีบถอยออกไป เนื้อนางมองอ่อนใจ สามคนค่อยๆหันหน้ามามองเนื้อนาง
คำฝายอ่านสายตาสามคนออก “ตามไปเฝ้าหน้าบ้านสิ จะมายืนมองทำไม แล้วอย่าปล่อยให้ใครเข้ามาอีก”
สามคนรีบเดินออกไป เนื้อนางมองคำฝายแววตาตัดสินใจเด็ดขาด “คงถึงเวลาที่เราต้องไปจริงๆแล้วนะ พี่คำฝาย”

ที่ร้านอาหารในเวียง ม่อนดอยที่รับฟังเรื่องทั้งหมดจากปากณไตร
“ถ้าเป็นอย่างที่แกเล่า ..เอ่อ .. อย่างที่พ่อเลี้ยงเล่า เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะแผนของแม่นาย”
“ยังไงฉันก็ต้องพาเนื้อนางกลับไปอยู่ด้วย เนื้อนางเป็นเมียฉัน”
“จะอยู่กันยังไงล่ะพ่อเลี้ยง แม่นายกับคุณแขไขจองเวรเนื้อนางจนตายแน่ๆ แล้วยังเจ้าแสนพรหมที่กักตัวเนื้อนางไว้อีก”
“ฉันถึงต้องพึ่งนายช่วยพาเนื้อนางออกมาจากบ้านหลังนั้น ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเนื้อนางหลายเรื่อง ฉันให้เจ้าแสนพรหมรู้ไม่ได้ว่าฉันตามไปที่บ้านหลังนั้น” ม่อนดอยมองไม่แน่ใจ ณไตรอธิบายด้วยเหตุผล “เจ้าแสนพรหมเป็นคนเจ้าเล่ห์ มีเส้นสายมีเพื่อนมาก เค้าจะเอาตัวเนื้อนางหนีไปซ่อนจากพวกเราอีกจนได้”
“ไอ้แสงคำมันก็อยากจะพาเนื้อนางออกจากที่นั่น”
“เราไม่มีทางชนะเจ้าแสนพรหมด้วยแรง คนอย่างเจ้าแสนพรหมต้องต้อนให้จนตรอกเท่านั้น”
ม่อนดอยมองอย่างใช้ความคิดตัดสินใจ
ณไตรเอ่ยขอร้อง “นายคนเดียว ม่อนดอย...ที่จะช่วยให้ฉันกับเนื้อนางได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก”
เนื้อนางกับคำฝายสีหน้ากังวล
สร้อยฟ้า กำปุ้ง รัญจวนทำเป็นเดินตรวจตรามองไปนอกรั้ว แต่ปากก็คอยซุบซิบนินทา
รัญจวนเริ่ม “มั้ยล่ะ เจ้านางเนื้อนางแห่งคุ้มเจ้าแสนพรหม....ที่แท้ก็เมียเก็บ”
กำปุ้งเห็นดี “อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากนะคะคุณพี่ ติดว่ายังอาศัยข้าวน้ำ อาศัยหลังคามันคุ้มกะลาหัว”
สร้อยฟ้าต่อ “ทำชูคอเป็นนางหงส์ ที่แท้ก็อีกา ขโมยกินของคนอื่น”
สามคนเบะปาก คำฝายมองมาเห็น “นินทาอะไร” สามคนรีบเข้ามาใกล้ นั่งพับเพียบเรียบแต้
รัญจวนปฏิเสธ“ไม่ได้นินทาเลยค่ะ กำลังคุยกันว่าคราวหน้าเราจะตบนังคุณประกายให้น่วม สมกับปากมอมๆ ที่บังอาจมาว่าคุณเนื้อนางของเรา”
“ไม่ต้องไปตบตีกับใคร อย่าเอานิสัยที่ปางมาใช้อีก”
กำปุ้งเสนอ “ยอมไม่ได้นะคะ มันจิกว่าคุณเนื้อนางขนาดนี้”
เนื้อนางปราม “ก็เห็นอยู่ว่าเป็นของเน่าเหม็น แล้วเราจะเอามือเข้าไปแตะให้เหม็นด้วยทำไม”
สร้อยฟ้าแหล “ประเสริฐเหลือเกิน คุณเนื้อนางมีเมตตา ให้อภัยทุกคน”
“ฉันไม่ได้ประเสริฐกว่าใคร ฉันเตือนเพราะไม่อยากเห็นพวกเธอมีนิสัยแกว่งปากหาเสี้ยน”
“รับรองเราจะไม่เอาไปบอกใครเลยค่ะว่าคุณเนื้อนางโดนเมียเจ้ามาชี้หน้าด่าฉอดๆ เรื่องคุณเนื้อนางเป็นเมียเก็บ”
รัญจวนตบปากกำปุ้งทันที “อีกำปุ้งปากโสโครก คุณเนื้อนางไม่ใช่เมียเก็บเจ้า”
“พอ หยุด ไม่ต้องอ้าปาก ฟังอย่างเดียว ฉันปวดหูปวดหัวกับเสียงพวกแกเต็มทีแล้ว”
สามคนค้อนคำฝาย แต่ก็หุบปากสนิทพร้อมเพรียงกัน
เนื้อนางตัดสินใจบอกทุกคน “ฉันจะไม่อยู่บ้านนี้แล้ว” สามคนจะอ้าปากถาม คำฝายชี้หน้า สามคนหุบปากลงพร้อมกัน “พวกเธอต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่กันได้แล้ว เราคงต้องแยกทางกัน”
กำปุ้งยกมือ คำฝายมอง “มีอะไร”
กำปุ้งขมุบขมิบปากถาม “ขอไปอยู่ด้วยได้มั้ยคะ”
“ไม่ได้ หูตึงหรือไง เนื้อนางบอกแล้วทางใครทางมัน” สามคนเบะปากร้องลั่นทันที คำฝายไล่ “หนวกหู ไปร้องไกลๆ อย่าให้ได้ยินเสียงนะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 12 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ