อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12 วันที่ 12 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12 วันที่ 12 ต.ค. 57

กำปุ้งขมุบขมิบปากถาม “ขอไปอยู่ด้วยได้มั้ยคะ”
“ไม่ได้ หูตึงหรือไง เนื้อนางบอกแล้วทางใครทางมัน” สามคนเบะปากร้องลั่นทันที คำฝายไล่ “หนวกหู ไปร้องไกลๆ อย่าให้ได้ยินเสียงนะ”
สามคนกอดคอกันแหกปากร้องไห้ออกไปหลังบ้าน

เนื้อนางมองคำฝายถอนใจหนักๆ คำฝายกุมมือเนื้อนาง “ตั๋วทำถูกแล้ว”
“ขอให้เจ้าแสนพรหมเข้าใจเราด้วยเถอะ” เนื้อนางสีหน้าไม่ค่อยแน่ใจ

เจ้าแสนพรหมกำลังอยู่ในบ่อนไพ่ สีหน้าเคร่งเครียด แปงยืนรอรับใช้อยู่ด้านหลัง
“วันนี้มันอะไรกันวะ นั่งผิดที่แน่ๆ ตั้งแต่เช้ามานี่ มันถึงมีแต่เสียกับเสีย!!!” เจ้าแสนพรหมลุกพรวดจากโต๊ะ หันรีหันขวาง มองไปด้านหลังเห็นสมชายเจ้าของบ่อนที่กำลังยืนดูแลบ่อนอยู่


เจ้าแสนพรหมหงุดหงิด เรียกเสียงดัง “ไอ้แปง ไอ้แปงโว๊ย เอาโอเลี้ยงมาให้ข้ากินหน่อย”
แปงรีบเข้ามายื่นแก้วโอเลี้ยงให้เจ้าแสนพรหมที่กำลังหงุดหงิดเต็มที่
ณไตรยืนมองเจ้าแสนพรหมอยู่นานแล้ว เอ่ยบอกกับสมชาย “ให้เจ้ายืมเงิน ผมจะออกให้เอง”
“แต่พ่อเลี้ยงจะไม่ได้คืนเลยสักบาทนะครับ เจ้าแสนพรหมเล่นจนเป็นหนี้ใครต่อใครเค้าไปทั่ว”
“ผมรู้ ผมถึงให้เจ้ายืมเงินผ่านคุณ ผมถือว่าเป็นการลงทุน”
“ได้ครับ ผมจะทำตามที่พ่อเลี้ยงขอ”
เจ้าแสนพรหมดูดโอเลี้ยงจนหมดแก้วเห็น สมชายกำลังเดินเข้ามาหา ณไตรหลบมองอยู่ แววตาเจ้าเล่ห์
เจ้าแสนพรหมคุยกับสมชายแป๊ปเดียวก็เดินรี่ ยิ้มหน้าบานกลับไปที่โต๊ะ ณไตรจ้องเจ้าแสนพรหม แววตาสมหวังที่กำลังล่อให้เจ้าติดกับ
“วางมาๆ อย่าคิดว่าคนอย่างเจ้าแสนพรหมจะหมดทุนง่ายๆ เอ้าๆ ลงมากันให้หนักๆ เพราะว่าต่อไปนี้ ผมจะมีแต่ เฮง เฮง เฮง รวย รวย รวย”
รอยยิ้ม แววตาร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าของณไตร

แขไขกำลังยืนมองบรรยากาศสวยงามรอบๆ บ้านหิมวัต
ธรรพ์เดินเข้ามาดึงมือแขไข “ไปนั่งรถเล่นกับผม เราต้องคุยกัน” ธรรพ์จับข้อมือแขไขแน่น
แขไขแกะมือธรรพ์จะกระชากออก “อย่ามาอ้างว่าคุย คนอย่างแก น้ำหน้าอย่างแก จ้องแต่จะฉวยโอกาส”
ธรรพ์ยิ้ม “ก็ใช่ .. คุณนี่สมเป็นเมีย รู้ใจผมทุกอย่าง” ธรรพ์ยกมือแขไขขึ้นมาจูบแรงๆ แขไขสะบัด ธรรพ์ไม่ปล่อยจับแน่น “หรือว่าที่จริง .. คุณก็ชอบให้ผมใช้กำลัง” ธรรพ์กระชากจะลากแขไขออกไป
เสียงวันดีเรียกขึ้น “คุณแขไข”
ธรรพ์ แขไขหันไป แขไขได้โอกาสกระชากมือออกจากธรรพ์
วันดียืนนอบน้อมอยู่ด้านหนึ่ง “ป้าได้ยินแม่นายถามหาคุณแขไขเจ้า”
แขไขสะบัดแขนออกจากธรรพ์ ได้โอกาสเดินออกไปทันที
วันดีมอง ธรรพ์เดินเข้ามาจ้อง “ใครใช้เข้ามาขัดจังหวะ”
“ป้ากลัวคนอื่นจะมาเห็น จะมาได้ยิน มันบ่ดี”
“ไม่ดี มันก็เรื่องของผม คิดจะมาเจ้ากี้เจ้าการ ยุ่งวุ่นวายชีวิตผมตั้งแต่เมื่อไหร่”
“คุณธรรพ์ .... ป้าเห็นว่าคนอย่างคุณแขไขไม่เหมาะกับคุณธรรพ์”
“มันจะมากไปแล้วนะ ป้าวันดี” ธรรพ์เสียงแข็ง มองวันดีอย่างไม่พอใจ “ป้าเป็นใคร แค่คนงานในบ้าน กล้ามาสั่งสอนผม .. ลูกชายแม่นาย”
ป้าวันดีมองธรรพ์แววตาเจ็บปวด “ที่ป้าต้องพูดเพราะป้าเห็นคุณธรรพ์มาตั้งแต่เกิด ป้าเลี้ยงคุณธรรพ์มา” วันดีมองทอดสายตาไปที่ธรรพ์ด้วยความรัก ความเป็นห่วงผูกพันอย่างลึกซึ้ง
“ก็แค่คนเลี้ยงเด็ก อย่าตีเสมอนาย” ธรรพ์กระแทกเสียง ป้าวันดีถึงกับน้ำตาร่วง
แววตาธรรพ์วูบหนึ่งก็เสียใจที่พูดออกไปจนทำให้วันดีร้องไห้ แต่ด้วยความโกรธที่มีมากกว่า “ถ้าป้ายังทำเกินหน้าที่คนงาน คราวหน้าอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
วันดีน้ำตาไหล แต่ธรรพ์ไม่สนใจ เดินออกไป วันดีสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจที่แน่นอยู่ในอก

ที่สนามหน้าบ้าน เนื้อนางออกมายืน สีหน้าครุ่นคิดเรื่องจะบอกเจ้าแสนพรหม
ณไตรยืนหลบมองไปที่เนื้อนาง เนื้อนางสีหน้ากังวล มองไปที่รั้ว แล้วเดินกลับมานั่ง ท่าทางกระวนกระวาย
ณไตรกลับเข้าใจไปอีกอย่าง “ตอนเช้าคิวแสงคำ ตอนค่ำคิวเจ้าแสนพรหม ถึงกับต้องมายืนรอรับ” ณไตรตาวาวด้วยความเข้าใจผิดเนื้อนาง
เนื้อนางเดินกลับเข้าบ้านไป ณไตรหันกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น

ณไตรเดินเซมาด้วยความเมา กำลังจะเข้าห้อง เสียงแขไขเรียกขึ้น “ทำงานหนักจนไม่อยากกลับบ้านกลับช่องเลยเหรอคะ”
ณไตรหันไปมอง แขไขในชุดนอนบางเบา เดินเข้ามาใกล้ขนาดที่ได้กลิ่นเหล้าติดตัวณไตร แขไขมองณไตรที่หน้าแดง “นี่... พี่ไตรไปดื่มมาเหรอคะ”
“เรื่องของผม ดึกป่านนี้ คุณควรจะอยู่ในห้องนอนของคุณ ไม่ใช่เที่ยวเพ่นพ่านไปรอบบ้าน”
“ก็แขเห็นพี่ไตรยังไม่กลับ”
“หน้าที่เป็นห่วงผม ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ”
“ใครคะที่จะเป็นห่วงพี่ไตรได้ เนื้อนางคนเดียวล่ะสิ”
“ใช่.. เพราะเนื้อนางเป็นเมียที่รักของผม” ณไตรหัวเราะไม่เกรงใจแขไขด้วยความเมา
แขไขพุ่งเข้าไปกอดณไตรจากด้านหลังทันที “แขไม่แคร์”
ณไตรดันแขไข “อย่าทำอย่างนี้ แขไข”
แขไขกอดณไตรไว้แน่น ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “แขไม่แคร์จริงๆ นะคะ เรื่องพี่ไตรกับเนื้อนาง ให้แขลืมก็ได้ อะไรที่พี่ไตรสบายใจ แขทำได้ทุกอย่าง”
ณไตรมองแขไขที่อยู่ระยะประชิด แขไขมองแล้วก้มลงจูบแก้มณไตร ณไตรนึกไม่ถึงเมื่อเจอสัมผัสรุกเร้าจากแขไข แขไขเลื่อนจูบมาแตะริมฝีปากณไตร
ณไตรได้สติ ผลักแขไขออก “พอแล้ว คุณแข... ต่อให้ยั่วยวนผมแค่ไหน คุณก็เปลี่ยนใจให้ผมรักคุณไม่ได้ ผมรักเนื้อนางไปแล้ว ..หัวใจผมมีแต่เนื้อนาง” ณไตรดันแขไขออก แขไขแทบหมดแรง ณไตรปิดประตูเข้าห้อง ทิ้งแขไขอยู่ด้านหน้า
“เนื้อนาง ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน ทำไม..ทำไมแกไม่ออกไปจากใจพี่ไตรสักที” แขไขหันหลังก้าวออกไปด้วยความเจ็บใจ

จันตากำลังเดินดูความเรียบร้อยทั้งบ้าน เห็นวันดีที่นั่งนิ่งในเงามืด “ว๊าย นังวันดี แกมานั่งทำไมมืดๆ”
“ฉันก็มาดูความเรียบร้อยเหมือนแกนั่นแหละ จันตา” วันดีลุกขึ้น สองคนได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังมา ก็หันไปมอง เห็นแขไขเดินเร็วผ่านไป
“คุณแข .. มาจากทางห้องคุณณไตร”
วันดีชักสีหน้าไม่พอใจทันที จันตาทำหน้าตกใจก่อนจะหรี่ยิ้ม “กลางค่ำ กลางคืน พระจันทร์เป็นใจ ผู้ชาย..ผู้หญิง ... สองต่อสอง”
“แกอย่าคิดอะไรสกปรก จันตา”
“เชอะ จะให้คิดอะไรสะอาดเอี่ยมอ่องเหรอยะ เห็นเต็มสองตา แกกับฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน มองแค่นี้ก็ดูออกว่าเกิดอะไรขึ้น” จันตาหัวเราะรื่นชอบใจ “ลองอีแบบนี้ งานแต่งคุณณไตรกับคุณแขไขคงใกล้เข้ามาแล้วล่ะ ฉันไปนอนก่อนนะ อยู่ดึกๆ นี่ได้เห็นของดี มีความสุขจริงๆ”
จันตาหัวเราะระรื่น เดินลงไปทางห้องนอนคนงานด้านล่าง ตรงข้ามกับวันดีที่สีหน้าไม่พอใจ “คุณแขไข ผู้หญิงไม่ดี .. คุณทำให้คุณธรรพ์เสียใจ” สีหน้าวันดีเต็มไปด้วยความผิดหวัง

ณไตรเดินเปะปะ คว้างอยู่กลางห้องด้วยความเมา “เนื้อนาง ...เนื้อนาง ทำไมผมถึงลืมคุณไม่ได้”
นึกย้อนภาพที่ณไตรเห็นเนื้อนางฟ้อนครั้งแรก ตอนที่ณไตรเห็นเนื้อนางใกล้ชิดแสงคำ และเนื้อนางฟ้อนต่อหน้าเจ้าแสนพรหม ณไตรคำรามออกมาด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงกลางเตียง
“ผมจะเอาตัวคุณกลับมา ให้พ้นเงื้อมมือผู้ชายทุกคน”
ณไตรหลับพับไปด้วยความคิดที่จะดึงเนื้อนางกลับมาให้ได้

เนื้อนางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวกับคำฝาย สร้อยฟ้า กำปุ้ง รัญจวนพากันนั่งหลับ คอพับ หัวชนกันอยู่ที่พื้น
“เจ้าคงไม่มาแล้วล่ะ พี่คำฝาย”
“พอวันที่อยากให้มา ก็ดันหายแซ่บหายสอย”
คำฝายหันไปทางสามคน “แล้วแกสามคน นี่จะมานั่งเฝ้าหรือมานั่งหลับเป็นเพื่อน”
สามคนกระเด้งนั่งตัวตรง กำปุ้งเช็ดน้ำลายที่ยืดข้างปาก
เนื้อนางบอกทุกคน “ไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่กันตั้งแต่เช้า”
รัญจวนได้ยินก็ทำเสียงร้องกระซิกๆ “คุณเนื้อนางขา วาสนาพวกเราสูงไม่เท่าคุณเนื้อนาง ให้เราได้พึ่งพิงบารมีคุณเนื้อนางต่อเถอะนะคะ”
สร้อยฟ้าขอร้องอีกคน “คุณเนื้อนางไปอยู่ไหน ให้เราสามคนตามไปรับใช้”
“ตกลงว่าแกสามคน เป็นคนหรือปลิง เกาะแน่นเชียวนะ”
“ฉันช่วยพวกเธอได้แค่นี้จริงๆ ฉันกับพี่คำฝายก็ยังไม่รู้เลยว่าจะย้ายออกไปอยู่ที่ไหนกัน”
สามคนฟังแล้วทำท่าคอตก พากันคลานออกไป เนื้อนางหันไปมองคำฝาย “ไม่เป็นไร ทุกข์ยากยังไง ตั๋วก็ยังมีพี่” เนื้อนางยิ้มกอดคำฝายไว้
“มีพี่คำฝายอยู่ด้วย ลำบากแค่ไหน เนื้อนางไม่กลัวเลยจ้ะ” สองคนยิ้มให้กันอย่างไม่มีวันทิ้งกัน

เจ้าแสนพรหมถูกแปงหิ้วปีกลงมาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาอย่างอ่อนแรง
ประกายที่รออยู่ รีบเดินเข้ามาถาม “เจ้าคะ ไปทำอะไรมา ทำไมหมดเรี่ยวหมดแรงขนาดนี้ หรือว่าไป” ประกายหันขวับมองแปง “เจ้ามาจากไหน ไอ้แปง”
“บ่อนไพ่” แปงตอบสั้น
ประกายถอนใจโล่งอก “แล้วไป” ประกายมองเจ้า “สภาพนี้ก็คงเล่นทั้งคืน แล้วก็เสียจนหมดตัว” ประกายจะเข้าไปช่วยถอดเสื้อ เจ้าแสนพรหมหันมามองประกาย ประกายยิ้ม “ประกายจะดูแลปรนนิบัติเจ้าเองค่ะ”
เจ้าแสนพรหมเชยคางประกาย “ประกายจ๋า ประกายคนสวย”
“ขาเจ้า”
“รู้มั้ยว่าฉันน่ะ รักประกายมากแค่ไหน”
“รู้สิคะ เจ้าน่ะเคยกอดประกายไว้ทั้งคืน” ประกายไล้มือไปบนอกแสนพรหม “เราอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมออกจากห้อง ... ตั้ง 7 วัน”
“ใช่ เธอน่ะ .. ทำให้ฉันมีความสุขจนสำลัก” เจ้าแสนพรหมจูบข้างแก้ม
ประกายระริกดีใจกอดซบเจ้าแสนพรหม หอมแก้มซ้ายขวา ก่อนสายตาประกาย เหลือบมองไปเห็นแปงกำลังหยิบแส้ในกล่องที่ปิดไว้ ประกายมองกลัว
“ไอ้แปง” เจ้าแสนพรหมกอดประกายไว้
ประกายเริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมกอดแสนพรหม เมื่อเห็นแปงถือแส้ในมือ “เจ้าคะ ปล่อยประกายก่อน ไอ้แปงมันเอาแส้มาทำไม”
ประกายหันมามองเจ้าแสนพรหมที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “แปงมันก็เตรียมไว้ เผื่อเธอจะเป็นเด็กดื้อ”
ประกายดีดตัวออกห่างเจ้าแสนพรหมทันที่ที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “นี่แสดงว่าเสียไพ่มาเมื่อคืน เที่ยวยืมเงินคนอื่นเค้าไปทั่ว แล้วก็จะส่งประกายไปใช้หนี้แทนอีก”
“เอาน่า งานง่ายๆ เคยทำมาแล้วก็อย่าลีลา เรื่องมาก”
“ให้นังเนื้อนางมันไปรับใช้เจ้าหนี้บ้างสิ มันสาว มันสวย ใครๆก็อยากได้มัน”
เจ้าแสนพรหมลุกพรวดด้วยความโกรธสุดขีด “เนื้อนางเป็นของชั้น ชั้นไม่ยกให้ใครทั้งนั้น”
“แล้วประกายล่ะ ประกายก็เมียคนนึงนะเจ้า”
“แกมันสมบัติที่ฉันเลี้ยงไว้ขัดดอก เนื้อนางเท่านั้นที่ฉันจะยกย่องให้เป็นเมีย”
“ไอ้ผัวทุเรศ” ประกายกรีดร้องเข้าไปตบตี
เจ้าแสนพรหมตบผัวะ ประกายหน้าสะบัด “สำนึกใส่กะลาหัวไว้ นังประกาย ฉันเอาแกมาเลี้ยง ให้เงินทองใช้ ก็บุญคุ้มหัวแค่ไหน ผู้หญิงอย่างแก ถ้าไม่มีชั้น ก็ต้องเร่ขายตัวประทังชีวิต”
“ไอ้แสนพรหม”
แปงเข้ามาจับประกายไว้ทันที
“เอามันไปขังไว้ที่บังกะโล ห้องเดิมนั่นแหละ เดี๋ยวเจ้าหนี้คนไหนมาทวงเงิน ฉันจะได้บอกให้ไปหานังนี่”
“ปล่อยฉัน ปล่อย” ประกายดิ้นรน
แปงจับหัวประกายโขกผนัง ประกายแทบหมดแรงสู้ แปงจิกหัวลากประกายออกไป
เจ้าแสนพรหมทิ้งตัวนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน “ขอฉันหลับสักงีบเอาแรงก่อน แล้วเดี๋ยวจะไปกอดให้สมความคิดถึงนะจ๊ะ เนื้อนาง” เจ้าแสนพรหมคอพับหลับไป ไม่สนใจใครอีก

กำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้าถือห่อผ้าติดตัวกำลังออกจากบ้านไปหาที่อยู่ใหม่ เนื้อนางกับคำฝายยืนมอง
ม่อนดอยปั่นจักรยานมาหยุดลง ตรงหน้าเนื้อนางกับคำฝาย “ไอ้แสงคำให้ฉันมารับเนื้อนางไปดูบ้านที่เราจะอยู่ด้วยกัน”
เนื้อนางยิ้มดีใจ คำฝายถามขึ้นด้วยความสงสัย “แล้วแสงคำทำไมมันไม่มาเอง”
“สลับกันทำงานน่ะสิ ขืนมาทั้งสองคน จะได้โดนไล่ออกพอดี” ม่อนดอยหันไปทางเนื้อนาง “ไป เนื้อนาง รีบไปดีกว่า” ม่อนดอยลุกรี้ลุกรน มองเนื้อนาง
“เออไป ... ไปด้วยกัน” คำฝายจะไปด้วย
“แกไม่ต้องไปหรอก คำฝาย อยู่เฝ้าบ้านนี่แหละ”
“ไม่เฝ้า ยังไงฉันก็ต้องไปกับเนื้อนาง”
“ก็ข้าเอาจักรยานมา จะไปหมดได้ไงสามคน”
“ข้าเดินตามไปก็ได้ ไหน ไปตรงไหน บอกมา” คำฝายมองรำคาญ
เนื้อนางหัวเราะ หันไปบอกคำฝาย “พี่คำฝายอยู่นี่แหละจ้ะ .. เผื่อเจ้ามา จะได้ช่วยรับหน้าไว้ก่อน”
“รีบไปเถอะ เนื้อนาง”
“จะเร่งไปไหนเนี่ยะ” คำฝายบ่น
“ก็ข้าต้องรีบกลับไปทำงาน”
“เออๆ รีบไป แล้วรีบพาเนื้อนางกลับมาส่งล่ะ”
ม่อนดอยปั่นจักรยาน มีเนื้อนางซ้อนท้ายออกไป คำฝายมองตาม

ที่สวนในคุ้ม ประกายโดนแปงจิกหัวลากมา “ปล่อยข้า ไอ้แปง ปล่อย ข้าไม่ไป”
แปงรำคาญ หันมาตบประกายคว่ำลงไปกับสนาม “ต้องให้ลงไม้ลงมือ”
ประกายมองเห็นก้อนหินตรงหน้าเหมาะมือ แปงตามมากระชาก ประกายคว้าหินก้อนตรงหน้าฟาดไปที่ขมับแปง แปงหน้าหงาย ประกายตามไปเอาหินฟาดลงที่ขมับอีกด้าน แปงถึงกับหงายตึง สลบลงกับพื้น เลือดอาบหน้า ประกายมองเลือดแปงที่ติดมือ แล้วโยนหินทิ้ง ประกายมองแล้วลากร่างแปงไปซ่อนใต้พุ่มไม้
“คุณประกายทำอะไรน่ะ” ประกายสะดุ้งสุดตัว หันไปเห็นบัวติ๊บ “คุณฆ่าไอ้แปง”
“มันยังไม่ตาย คงแค่สลบ ฉันต้องทำนะ บัวติ๊บ มันกำลังจะเอาฉันไปส่งให้เจ้าหนี้ของเจ้า ฉันไม่ไปแล้ว ฉันกลัว ผู้ชายพวกนั้นมันทารุณ มันทำเหมือนฉันเป็นสัตว์” ประกายสะอื้นด้วยความกลัวฝังใจ
“ไม่ไป แล้วจะทำยังไง เจ้าฆ่าคุณแน่”
“ฉันต้องหนี ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
“ไม่อยู่ที่นี่ แล้วคุณจะไปอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้ แต่ฉันต้องหนีไปก่อน ฉันอยู่ไม่ได้จริงๆ” ประกายน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว
บัวติ๊บมองแล้วสงสาร “จะหนีก็รีบหนี ไปซะ”
“ไปกับฉันมั้ย บัวติ๊บ”
“ไม่ ฉันแก่แล้ว ฉันอยู่ที่นี่ ยังมีที่กินที่นอน เดี๋ยวเจ้าก็หาผู้หญิงมาใหม่จนได้ ฉันก็คอยดูแลรับใช้ผู้หญิงอย่างพวกคุณ ยังดีกว่าออกไปลำบากนอกคุ้ม”
“มันบาปนะ บัวติ๊บ เธอก็ผู้หญิงเหมือนกัน”
“บาปก็ดีกว่าอดตาย เหมือนคุณนั่นแหละ ที่พวกคุณยอมเป็นเมียเจ้า ก็เพราะหวังจะสบายทางลัดกันทั้งนั้น”
ประกายมองบัวติ๊บที่เห็นแก่ตัว ด้วยสายตาสมเพช

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12 วันที่ 12 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ