อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/2 วันที่ 12 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/2 วันที่ 12 ต.ค. 57

“มันบาปนะ บัวติ๊บ เธอก็ผู้หญิงเหมือนกัน”
“บาปก็ดีกว่าอดตาย เหมือนคุณนั่นแหละ ที่พวกคุณยอมเป็นเมียเจ้า ก็เพราะหวังจะสบายทางลัดกันทั้งนั้น”
ประกายมองบัวติ๊บที่เห็นแก่ตัว ด้วยสายตาสมเพช

“คุณจะไปก็รีบไป นี่ฉันเห็นแก่คุณนะที่เคยให้เงินทอง ของดีๆ ฉัน แล้วถ้าเจ้าจับได้ อย่าบอกว่าฉันปล่อยคุณหนีนะ ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” บัวติ๊บรีบเดินหนี
ประกายสีหน้าทั้งกลัวทั้งตกใจหันหลังวิ่งหลบออกไปทันที


เนื้อนางซ้อนท้ายจักรยานม่อนดอยมาตามทางคดเคี้ยว สีหน้าเนื้อนางมีแต่รอยยิ้มความหวัง ตรงข้ามกับม่อนดอยที่สีหน้าเครียด กังวล มีพิรุธ
คำฝายกำลังเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋า เตรียมตัวย้ายออก “ดวงมันจะอยู่ไม่ติดที่ หรือว่าดวงมันจะตกยากตลอดชีวิตกันแน่วะ”
เสียงประตูรั้วเปิดออกแล้วปิดอย่างแรง คำฝายเงยขึ้นมองเห็นประกายที่หน้าตาตื่น น้ำตานองหน้า วิ่งเข้ามาในห้อง “นังคุณประกาย นี่จะมาหาเรื่องกันอีกใช่มั้ย”
“คำฝาย ช่วยฉันด้วย” ประกายวิ่งพุ่งเข้ามา
คำฝายตกใจ “ช่วย...จะให้ฉันช่วยอะไร”
“ฉันไม่มีที่ไป ไม่มีคนรู้จักที่ไหนแล้ว...คำฝายช่วยฉันด้วย ถ้าเธอกับเนื้อนางไม่ช่วย วันนี้ฉันตายแน่ๆ”
ประกายทรุดลงตรงหน้า ร้องไห้โฮ คำฝายมองตกใจ

เจ้าแสนพรหมบิดตัวตื่นขึ้น เห็นแปงกำลังเดินโซซัดโซเซ กุมหัวที่เลือดแห้งกรังเข้ามา เจ้าแสนพรหมตกใจ “ไอ้แปง เอ็งไปโดนอะไรมา”
“ประกาย มันหนีไปแล้วครับเจ้า”
“มันหนีไปได้ยังไงวะ” เจ้าแสนพรหมกำลังโมโห สมชายกับนักเลง 4 คนในมือมีไม้หน้าสามเดินเข้ามา “เฮ้ย พวกแกเข้ามาในคุ้มฉันได้ยังไง”
“ผมมาทวงหนี้ที่เจ้ายืมผมเมื่อคืน”
“จะบ้าเหรอ ฉันเสียไพ่จนหมดตัว ไม่เหลือสักสตางค์ จะเอาที่ไหนมาคืนแก ยืมเมื่อวาน ทวงวันนี้มีที่ไหน” เจ้าแสนพรหมวางท่า มองแปง แต่คราวนี้แปงเองถึงกับหลบ เพราะนักเลงด้านหลัง 4 คนหน้าเหี้ยมมาก
“ใครๆ ที่ยืมเงินผมก็รู้ทั้งนั้นว่า ต้องส่งดอกวันรุ่งขึ้นทันที” นักเลงด้านหลังควงไม้ในมือ เจ้าแสนพรหมมองสยอง “ไม่อย่างนั้นผมจะเอาสมบัติทุกชิ้นในคุ้มนี้ เท่ากับจำนวนเงินที่เจ้ายืมไป”
สมชายยิ้มเหี้ยมๆ เจ้าแสนพรหมเริ่มกลัวจริงๆ มองแปง แปงก็ถอยห่างไปไกล
เจ้าแสนพรหมรีบยื่นเงื่อนไข “งั้นวันนี้ฉันมีดอกเบี้ยจะให้ แกไปรับได้เลยที่บังกะโล”
“ผมรับแต่เงินสด ไม่รับดอกเบี้ยเป็นผู้หญิงเหมือนที่เจ้าจ่ายให้เจ้าหนี้คนอื่น”
“ไอ้ ..” เจ้าแสนพรหมจะด่าแต่นักเลงขยับ เจ้าแสนพรหมไม่กล้า
“เจ้าต้องจ่ายเงินสดผม ภายในหกโมงเย็นวันนี้” สมชายย้ำแล้วเดินนำนักเลงออกไป
เจ้าแสนพรหมงุ่นง่าน เดินไปเดินมา สีหน้าตัดสินใจเพราะกลัวตาย “คนเดียวที่จะมีเงินให้ฉัน... พ่อเลี้ยงณไตร”

แขไขเดินออกมาตรงหน้าเจ้าแสนพรหมที่มาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย “พี่ไตรออกไปคุยเรื่องลงทุนกับเจ้าไม่ใช่เหรอคะ”
“เปล่านี่ครับ”
ธรรพ์เดินเข้ามา มองเห็นเจ้าแสนพรหมก็รีบตรงมายืนข้างแขไข “เจ้ามีธุระด่วนอะไรกับพี่ไตร คุยกับผมก่อนก็ได้ครับ”
“ไม่เป็นไร ผมรอพ่อเลี้ยงดีกว่า คุยกับคนที่เข้าใจกัน จะแก้ปัญหาได้เร็วกว่า” เจ้าแสนพรหมเดินไปนั่งรอ พยายามระงับอาการวุ่นวายใจ
แขไขมอง ธรรพ์เอ่ยกับแขไข “เรื่องของผู้ชาย คุณไม่ต้องอยู่ตรงนี้หรอก แขไข”
แขไขปรายตามองธรรพ์แล้วยิ้มเยาะ เดินไปนั่งใกล้เจ้าแสนพรหมอย่างจงใจ ธรรพ์มองด้วยความโกรธและหึง
“เจ้าดื่มน้ำชาก่อนนะคะ” แขไขรินชาจากกาให้เจ้าแสนพรหม เจ้าแสนพรหมยิ้มรับแต่ไม่เต็มที่นักเพราะกังวลใจ ธรรพ์เดินมานั่งตรงข้าม มองเจ้าแสนพรหมกับแขไขด้วยใบหน้าบึ้งตึง

เนื้อนางซ้อนท้ายจักรยานม่อนดอยมา มองไปรอบๆ แล้วถามขึ้น “ม่อนดอย นี่มันทางเข้าปาง พาเนื้อนางมาที่นี่ทำไม”
ม่อนดอยหยุดจักรยานลงหน้าป้ายทางเข้าปางหิมวัต เนื้อนางลงมาทันที
“เนื้อนาง ฉันขอโทษ” ม่อนดอยหน้าเจื่อนๆ รู้ตัวว่าผิด
“อย่าโทษม่อนดอย ผมขอร้องเค้าเอง”
เนื้อนางหันไปเห็นณไตรที่ก้าวออกมาขวางทางไว้ “พ่อเลี้ยงณไตร”
“ฉันอยากให้เนื้อนางคุยกับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเค้ารักเนื้อนางจริงๆ นะ”
“เค้าไม่ได้รักเนื้อนาง เค้าเกลียดเนื้อนาง”
ณไตรเดินมารวบตัวเนื้อนางไว้แน่น แล้วหันไปสั่งม่อนดอย “ขอบใจมาก ม่อนดอย นายไปเถอะ เดี๋ยวฉันตกลงกับเนื้อนางเอง”
เนื้อนางดิ้น ม่อนดอยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ
“ไม่ต้องห่วง เรื่องผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน เดี๋ยวฉันจะง้อเมียฉันเอง” ณไตรก้มลงหอมแก้มเนื้อนางฟอดใหญ่
ม่อนดอยอมยิ้ม “คุยกันดีๆนะ” ม่อนดอยหันหลังปั่นจักรยานออกไป
เนื้อนางดิ้นรนในอ้อมแขนณไตร “อย่ามาเรียกฉันว่าเมีย”
ณไตรก้มลงใกล้ “แล้วจะให้ว่าเรียกอะไรล่ะ” เนื้อนางดิ้นหนี ณไตรมองเปลี่ยนเป็นแววตาหยามเหยียด “อย่าคิดว่าผมอยากแตะต้องตัวคุณให้ซ้ำรอยผู้ชายคนอื่น”
ณไตรพลิกตัวเนื้อนางมาเผชิญหน้า “ไม่ต้องดิ้น ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้น”
“ปล่อยฉันนะพ่อเลี้ยง คุณจะเอาตัวฉันไปไหน”
“คุณชอบไม่ใช่เหรอ ถูกผู้ชายห้อมล้อม ลากไปทางโน้นที ลากไปทางนี้ที แต่ผมไม่ใช่ไอ้หน้าโง่ ที่คุณจะปั่นหัวได้เหมือนเจ้าแสนพรหมกับไอ้แสงคำ”
“ถ้าเทียบกับสองคนนั่น คุณเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุด”
“มันก็เหมาะกับผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ เนื้อนาง คุณไม่มีโอกาสเลือกผู้ชายคนไหนได้อีกแล้ว นอกจากผม” ณไตรแบกเนื้อนางขึ้นบ่า
เนื้อนางทั้งทุบ ทั้งตีหลังณไตร “ปล่อยฉันลงนะ พ่อเลี้ยง... ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”
“เอาเลย ตะโกนดังๆ ตะโกนให้คอแตกก็ไม่มีไอ้ผู้ชายหน้าไหนมาช่วยคุณได้”
เนื้อนางทุบหลังณไตร แต่ณไตรไม่สะทกสะท้าน แบกร่างเนื้อนางเดินออกไปอย่างเร็ว

เจ้าแสนพรหมเดินไปเดินมา นั่งไม่ติด สีหน้าร้อนรนมาก
ธรรพ์มองแล้วถามขึ้น “เรื่องด่วนของเจ้ากับพี่ไตร มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเนื้อนางหรือเปล่าครับ” แขไขหันมองธรรพ์ทันที “ถ้าเป็นเรื่องเนื้อนาง พี่ไตรคงจะรีบไปพบเจ้า”
“บอกพ่อเลี้ยงว่าผมรออยู่ที่คุ้ม ให้รีบไปหาทันทีแล้วกัน พ่อเลี้ยงเค้ารู้ว่าเรื่องอะไร” เจ้าแสนพรหมรีบเดินเร็วออกไป ไม่ยอมบอกอะไรมากกว่านั้น
“เจ้าคะ เจ้าแสนพรหม” แขไขเดินตามแต่เจ้าแสนพรหมไม่รอ แขไขหันกลับมากระชากเสียงถามธรรพ์ทันที “เรื่องเนื้อนางเกี่ยวอะไรด้วย”

เนื้อนางถูกณไตรแบกขึ้นบ่าเดินลัดเลาะมาอย่างชำนาญทาง
เนื้อนางคิดหาทางหนี ทำเป็นร้องขึ้น “โอย.... ฉันไม่ไหวแล้ว พ่อเลี้ยง ฉันปวดหัว ปวดมาก โอย..... “
ณไตรวางเนื้อนางลงยืน เนื้อนางแกล้งทำเป็นจับหัวเหมือนวิงเวียน
ณไตรเข้ามามองใกล้ “เป็นยังไงบ้าง”
เนื้อนางได้ที ผลักณไตรสุดแรง แล้วหันหลังวิ่งหนี ณไตรรู้ว่าหลงกลเนื้อนาง ก็วิ่งตามทันที
เนื้อนางวิ่งเร็วแต่ก็ช้ากว่าณไตรที่พุ่งเข้ารวบตัวเนื้อนาง เนื้อนางดิ้น ไม่ยอม
“ร้อยเล่ห์มารยา .. ไม่มีใครเกิน”
เนื้อนางยิ่งโกรธ ตัดสินใจกัดแขน แต่ณไตรไม่ปล่อย เนื้อนางกระทืบเท้าลงบนเท้าณไตรเต็มที่ จนณไตรปล่อยมือ เนื้อนางหันหลังวิ่งหนีทันที ณไตรวิ่งตามมากระชากแขน เนื้อนางเสียหลักสะดุดล้มลงกับพื้น ณไตรที่ดึงแขนเนื้อนางอยู่ล้มตามลงไปทับบนเนื้อนาง เนื้อนางมองณไตรแววตาตระหนก
“คุณมันเก่งเรื่องตีหน้าซื่อ หลอกผู้ชาย” ณไตรมองจ้องเนื้อนาง
แววตาตื่นกลัวของเนื้อนางไม่ได้ทำให้ณไตรหวั่นไหว ณไตรกระชาก ฉุดร่างเนื้อนางขึ้น “จะเดินไปดีๆ หรืออยากให้ผมหักแขน” ณไตรยิ้มเหี้ยม “จะได้ไม่ต้องฟ้อนแง้นให้ผู้ชายหน้าไหนมันดูอีก”
เนื้อนางตกใจ จะถอยแต่ณไตรกระชากเนื้อนางไปอย่างไม่ไยดี เนื้อนางตัวปลิวตามแรงกระชากของณไตรที่ดุดันออกไปจากตรงนั้น

แขไขเดินจ้องเข้าหาธรรพ์ ถามด้วยสายตาคาดคั้น “เนื้อนางอยู่ที่คุ้มเจ้าแสนพรหมใช่มั้ย”
“ผู้หญิงฉลาดอย่างคุณ ไม่น่าพลาดกับเรื่องสำคัญอย่างนี้เลย ผมก็อุตส่าห์พาคุณไปถึงที่ อยากให้คุณตาสว่างจะได้รู้ว่าพี่ไตรเค้าแอบไปหาเนื้อนางตลอด”
“แล้วทำไมคราวก่อนฉันถึงไม่เจอมัน”
“พี่ไตรคงจะรีบเอาตัวเนื้อนางไปซ่อนที่อื่น แล้วเจ้าก็รู้เห็นเป็นใจ” ธรรพ์โกหก หวังให้แขไขโกรธณไตร “ผมก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากหรอกนะ ถ้าคุณอยากรู้ คนจะตอบเรื่องเนื้อนางได้ดีที่สุดก็ต้องเป็นพี่ณไตร”
ธรรพ์แหย่เติมเชื้อไฟลงไปในใจแขไข “พี่ณไตรกับเนื้อนางไม่เคยแยกจากกัน” แขไขหันมองธรรพ์ แววตาโกรธมาก ธรรพ์ยิ้มใจเย็น “มีแต่คุณเท่านั้นแขไข .. ที่ไม่รู้ว่า เนื้อนางกำลังหัวเราะเยาะคุณอยู่”

ณไตรลากเนื้อนางมาถึงหน้าเรือนหอต้นไม้
ที่หน้าบันได ณไตรผลักแรงให้เนื้อนางก้าวขึ้นไปก่อน “ขึ้นไป”
“ไม่” เนื้อนางจะก้าวลง ณไตรพุ่งสวนขึ้นไป สองร่างประจันหน้ากัน
“จะขึ้นไปดีๆ หรือ ให้ผมลากขึ้นไป”
“คุณมันบ้าไปแล้ว”
“แต่ก่อนผมอาจจะบ้ารักคุณ แต่มันไม่มีอีกแล้วเนื้อนาง ตอนนี้อย่างเดียวที่คนบ้าอย่างผมอยากทำ” ณไตรก้าวขึ้นไป ทำให้เนื้อนางต้องก้าวขึ้นไปอีกก้าว “ผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปหลอกใครอีก...ขึ้นไป”
เนื้อนางมองกลัว จนต้องหันหลังเดินขึ้นไป
“เร็วๆ” เนื้อนางเดินนำขึ้นไป ด้วยความกลัว ณไตรก้าวตามติดขึ้นไป

เนื้อนางเข้ามาในห้อง ณไตรตามเข้ามา เนื้อนางเผชิญหน้าณไตร “คุณมันเห็นแก่ตัว เอาตัวฉันมาแบบนี้ รู้บ้างหรือเปล่าว่าคนอื่นเค้าจะเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน”
“กลัวมากล่ะสิ ว่าจะไม่ได้กลับไปเป็นเมียไอ้เจ้าแสนพรหมกับไอ้แสงคำ” ณไตรเหวี่ยงเนื้อนางลงบนเตียง
เนื้อนางลุกหนี ณไตรลากขาเนื้อนางมา แล้วกดแขนไว้ทั้งสองข้าง ทับร่างบางไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้ “บอกผมสิเนื้อนาง ต้องมีผู้ชายอีกกี่คน คุณถึงจะพอ”
เนื้อนางมองผิดหวังณไตร แต่ก็เชิดหน้าตอบไปอย่างไม่กลัว “ฉันไม่ต้องตอบอะไรคุณ... เพราะข้างหน้าฉันจะมีใคร มันก็เรื่องของฉัน”
“คุณคงสะใจมากใช่มั้ย เพราะผมมันเป็นไอ้โง่คนแรกที่คุณหลอกให้รัก”
“ใช่” เนื้อนางตอบประชดไปด้วยรอยยิ้ม ยิ่งทำให้ณไตรโมโห
“เนื้อนาง หัวใจคุณทำด้วยอะไร” ณไตรฉีกเสื้อเนื้อนางออกด้วยความโมโห
เนื้อนางยังมองท้าทาย “เลือดเนื้อของฉัน ร่างกายของฉัน คุณไม่ใช่เจ้าของอีกแล้ว พ่อเลี้ยงณไตร ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากปาง วันที่คุณทิ้งฐานะผู้จัดการหนานไตร คุณแค่หลอกให้ฉันแต่งงานด้วย”
“ผมเป็นคนแรก .. ที่พาคุณมาที่นี่ เรือนหอของเรา.. ตอนนี้ ที่นี่ ผมจะทวงสิทธิ์ที่ผมเคยมี ผมจะทบทวนให้คุณเองเนื้อนางว่าที่นี่เรามีความหลังซาบซึ้งกันมากแค่ไหน”
ณไตรก้มลงไปซุกไซร้เนื้อนาง เนื้อนางดิ้นรน ณไตรไม่ยอมปล่อยมือ ขาเนื้อนางถีบสักพักก็หยุดดิ้นรนลง สองร่างค่อยๆ แนบชิด ท่ามกลางดอกไม้และทิวเขาด้านนอก

แขไขยืนนิ่ง ไม่อาละวาดเหมือนทุกครั้ง
ธรรพ์กลับเป็นฝ่ายเดินเข้าหา “คิดว่าความสวย ฐานะ ความมีหน้ามีตาในสังคมจะทำให้คุณชนะเนื้อนางได้เหรอ ไม่เลยแขไข พี่ไตรไม่เคยมองคุณดีกว่าเนื้อนางเลยสักนิด”
ธรรพ์เข้าใกล้ ก้มลงจูบที่ไหล่แขไข “ผมต่างหากที่มองเห็นความดี ความสวยของคุณ”
แขไขขยับหันมามองธรรพ์แววตาเย็นชา “ขอบใจที่ทำเป็นหวังดี”
“มองความจริงแล้วตัดสินใจใหม่ แขไข เลิกคิดถึงพี่ไตร แล้วแต่งงานกับผม”
แขไขยิ้ม “แม่นายจะจัดงานแต่งงานให้ฉัน ในฐานะสะใภ้คนโตของหิมวัต เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ฉันจะแพ้เนื้อนาง”
“ไม่มีใครบังคับพี่ไตรได้”
“ไม่มีใครบังคับให้ฉันแต่งงานกับแกได้เหมือนกัน” แขไขมองเหยียดธรรพ์ “จำใส่สมองบอบบาง เบาหวิว มีแต่ขี้เลื่อยของแกไว้ด้วย ฉันมาเพื่อเป็นสะใภ้คนโตของหิมวัตเท่านั้น” แขไขเชิดหน้าเดินออกไป
ธรรพ์มองตาม กำหมัดทุบลงที่เสาอย่างเจ็บใจ

ณไตรกำลังใส่เสื้อ หันไปมองเนื้อนางที่ดึงผ้าห่มปิดร่างอยู่บนเตียง ณไตรมองเนื้อนาง แววตารู้สึกผิด ก็ขยับเข้ามาใกล้ “เนื้อนาง ผมขอโทษ” ณไตรแตะไหล่เนื้อนางแผ่วเบา
แต่เนื้อนางสะบัดมือ ปัดมือณไตรออกทันที “สะใจคุณแล้วล่ะสิ ไม่ต้องขอโทษหรอกพ่อเลี้ยงณไตร คนเอาแต่ใจตัวเองอย่างคุณ ก็ดีแต่เห็นชีวิตคนอื่นเป็นของเล่น”
ณไตรถอยกลับไปทันที มองด้วยสายตาเย็นชา “ใช่ .. แล้วผมก็กำลังสนุกมากด้วย .. ผมจะรับทุกคนกลับมาอยู่ที่ปาง”
“คุณทำอย่างนี้ทำไม”
“ความพอใจของผมไงล่ะ ผมแค่อยากให้คุณอยู่ที่ปางเหมือนเดิม”
“ให้แม่นายกับคุณแขไขตามมาตบตีฉันอีก”
“ผมรับปากเรื่องนั้นไม่ได้ แต่ผมจะพยายามกันคุณให้อยู่ห่างคนบ้านหิมวัต”
ณไตรติดกระดุมเสื้อเหมือนไม่ทุกข์ร้อน “คิดดู เนื้อนาง ทุกคนที่คุณรักจะได้กลับมาอยู่เหมือนเดิม รวมกันที่นี่ ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเร่ร่อน แค่คุณยอมอยู่กับผม”
“ในฐานะอะไร”
“ผู้หญิงของผม”
“แม่นายกับคุณแขไข เค้ายอมให้คุณลงมาเกลือกกลั้วผู้หญิงชาวบ้านอย่างฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เรื่องของเรา ผมคนเดียวที่จะอนุญาตทุกอย่าง” ณไตรก้มลงมามองเนื้อนาง แววตามีอำนาจ “อยู่ที่นี่ แล้วทุกคนจะไม่ต้องลำบากอีก แต่ถ้าหนี ผมก็ตามลากตัวคุณกลับมา ไม่ว่าหน้าไหนที่มันช่วยคุณ ผมจะตามจองเวรให้มันเดือดร้อนแสนสาหัส”
“คุณจะทำอะไร.... เจ้าแสนพรหม”
ณไตรบีบแขนเนื้อนางทันที “ต่อไปนี้ ห้ามพูดชื่อผู้ชายคนอื่นให้ผมได้ยิน” ณไตรผลักเนื้อนางล้มไปบนเตียง “ถ้าผมกลับมา ผมต้องเห็นคุณอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้น คุณจะไม่มีวันได้เจอคำฝายกับแสงคำอีก”
ณไตรก้าวออกไป ทิ้งเนื้อนางให้อยู่บนเตียงด้วยความกังวล

เจ้าแสนพรหมผุดลุกผุดนั่งด้วยความว้าวุ่นใจ
ณไตรเดินเข้ามา เจ้าแสนพรหมหันไปเห็นก็ยิ้มกว้างทันที “พ่อเลี้ยง เรามีเรื่องต้องคุยกัน.. เรื่องเนื้อนาง”
ณไตรนิ่งมองใจเย็น ตรงข้ามกับเจ้าแสนพรหมที่รีบเสนอ “ผมยกเนื้อนางให้คุณก็ได้ แต่ตอนนี้ผมขอเงินก่อนสักแสน แล้วคุณเอาตัวเนื้อนางไปอยู่ด้วยอาทิตย์นึง พอผมมีเงินผมจะไปรับเนื้อนางกลับมา”
ณไตรชกแสนพรหมอย่างแรง เจ้าแสนพรหมล้มคว่ำไป “บัดซบ ผู้หญิงไม่ใช่สินค้าที่แกจะเอาไว้แลกเปลี่ยนเป็นเงิน”
“เนื้อนางเป็นเมียชั้น ชั้นจะทำอะไร ยกให้ใครก็ได้”
“ฉันจะยกหนี้ที่บ่อนไพ่เมื่อคืนให้ แลกกับตัวเนื้อนาง”
“แก แกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“ไม่มีเบื้องหน้า เบื้องหลัง ผีพนันที่สิงอยู่ในวิญญาณของแกมันหิวแต่เงิน และฉันก็แน่ใจว่าเวลานี้แกกำลังร้อนเงินอย่างที่สุด เพราะฉะนั้น...” ณไตรจ้องเจ้าแสนพรหมที่เจ็บใจแทบกระอัก “หยุดตามหาเนื้อนาง ฉันจะให้ทนายเอาเงินมาให้ แล้วแกก็เซ็นสัญญากู้เงินซะ ถ้าไม่มีจ่ายฉันจะยึดกิจการทั้งหมดของแกรวมทั้งคุ้มนี้ด้วย”
“แก ไอ้ณไตร ... ไอ้พ่อเลี้ยงเจ้าเล่ห์”
“ฉันยังเจ้าเล่ห์ ชั่วช้าน้อยกว่าแก เลิกคิดจะยกผู้หญิงใช้หนี้ใครอีก ถ้าแกไม่หยุด ฉันจะเป็นคนแจ้งตำรวจเอง ยังไงฉันก็จะหาเรื่องเอาผิดแกให้ได้”
“พ่อเลี้ยงณไตร มึงกล้าหักหน้ากู”
“แกไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากเป็นหนี้หิมวัต แล้วก็หยุดการพนันซะก่อนที่จะไม่เหลือกระทั่งชีวิตตัวเอง” ณไตรมองด้วยสายตาดุดัน แล้วหันหลังออกไปไม่มีข้อต่อรองอะไรให้เจ้าแสนพรหมอีก
เจ้าแสนพรหมตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ แปงเข้ามาใกล้ เจ้าแสนพรหมถีบแปงกระเด็นสุดแรงด้วยความแค้น คำรามเสียงก้อง “ไอ้พ่อเลี้ยงณไตร มึง..มึงเอาเนื้อนางไปจากกูจนได้”
เนื้อนางแต่งตัวเรียบร้อย มองเสื้อที่ถูกณไตรฉีกขาดแล้วดึงมาปิดหน้าอกไว้ สายตาเนื้อนางมองไปไกล
“ให้ฉันอยู่ในฐานะผู้หญิงคนนึงของคุณ .. คุณแขไขสินะที่คุณจะยกย่องให้เป็นเมีย” สีหน้าเนื้อนางหมองเศร้าเมื่อคิดถึงความจริง

คำฝาย ประกาย กำลังมองม่อนดอยที่อยู่ตรงหน้า
“พวกเราจะได้กลับไปอยู่ที่ปางเหมือนเดิม”
“ฉันไม่กลับปาง จนกว่าฉันจะได้รู้ว่าเนื้อนางไปไหน ไอ้ม่อนดอย แกพาเนื้อนางออกไป แล้วทำไมไม่พาเนื้อนางกลับมา”
“ใจเย็นๆ คำฝาย ฟังฉันก่อน พ่อเลี้ยงให้ฉันมาพาทุกคนกลับไปที่ปาง”
“พ่อเลี้ยง!!! ไอ้พ่อเลี้ยงณไตรน่ะเหรอ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/2 วันที่ 12 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ