อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/3 วันที่ 13 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/3 วันที่ 13 ต.ค. 57

“ใจเย็นๆ คำฝาย ฟังฉันก่อน พ่อเลี้ยงให้ฉันมาพาทุกคนกลับไปที่ปาง”
“พ่อเลี้ยง!!! ไอ้พ่อเลี้ยงณไตรน่ะเหรอ”
“เดี๋ยวๆ... ปาง ..ปางอะไร พวกแกพูดถึงปางอะไร” ประกายถามโพล่งขึ้น สีหน้าอยากรู้มาก

คำฝายก้าวมายืนหน้าเรือนเนื้อนาง ประกายตามมาด้านหลังมากับม่อนดอย ประกายมองอย่างรังเกียจไปหมดทุกอย่าง “เนี่ยะเหรอ ปางไม้หิมวัต... แกจะให้ฉันอยู่ที่นี่”


“ไม่อยู่ ก็ไสหัวออกไปเลย นังคุณประกาย กลับไปที่คุ้ม ไปอยู่กับเจ้าเลยก็ได้”
“เชอะ แกอย่าคิดว่าฉันไม่มีทางไป”
“นี่ฉันไม่ได้ง้อให้แกตามมาด้วยเลยนะ ถ้าแกมีที่สิงสถิตดีกว่านี้ ก็เชิญญญญญรีบไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน”
ม่อนดอยรีบกระแซะไปใกล้ประกาย “อยู่เรือนนี้ไปก่อนแล้วกัน ประกาย วันหลังค่อยขยับขยาย ไปอยู่เรือนม่อนดอย”
“ไปยืนหายใจห่างๆ ฉันเลย ม่อนดอย อย่าเข้ามาใกล้ ฉันขนลุก” ประกายเบ้หน้ารังเกียจม่อนดอยชัดเจน
ม่อนดอยยิ้มเขินๆ ถอยห่าง พอหันไปเห็นแสงคำตรงรี่เข้ามา “มาแล้วเหรอวะ แสงคำ ดีใจมั้ยได้กลับบ้านกันแล้ว”
แสงคำไม่ตอบพุ่งเข้าไปชก ม่อนดอยล้มกลิ้งไปกับพื้น คำฝาย ประกายตกใจ “ไอ้ม่อนดอย ไอ้เพื่อนทรยศ แกช่วยไอ้หนานไตรทำไม” แสงคำชกม่อนดอยกลิ้งไปอีกหมัด
ม่อนดอยลุกได้ก็เถียง “แล้วแกจะแยกผัวแยกเมียเค้าทำไมวะ หนานไตรกับเนื้อนางเค้ารักกัน”
“เนื้อนางไม่ได้รักหนานไตร”
“ป่านนี้เอ็งยังหลอกตัวเองอีกเหรอวะ ไอ้แสงคำ ถ้าคนเค้าไม่รักกัน พ่อเลี้ยงเค้าไม่ช่วยเนื้อนางออกมาจากเจ้าแสนพรหมหรอก แล้วพวกเราอีก เค้าพาพวกเรากลับมาก็เพราะเค้าอยากเห็นเนื้อนางสบายใจ พ่อเลี้ยงเค้าทำเพื่อเนื้อนาง”
แสงคำทนฟังไม่ได้ กำหมัด รี่จะเข้าชกม่อนดอย “แกมันพวกไอ้หนานไตร”
“หยุด หยุดกัดกันก่อน ตอนนี้ฉันอยากรู้ที่สุด ไอ้พ่อเลี้ยงมันเอาเนื้อนางไปไว้ที่ไหน”คำฝายกับแสงคำมองม่อนดอยคาดคั้น

ณไตรเดินเร็วขึ้นมา มองไม่เห็นเนื้อนางอยู่ในเรือน ณไตรใจหายวาบ “เนื้อนาง”
เนื้อนางเดินเร็วตั้งใจหนีจากณไตรออกไปจากปาง กิ่งไม้แห้งอันใหญ่ร่วงลงจากต้นไม้มาตรงหน้า เนื้อนางตกใจผงะถอย ขาไปสะดุดเข้ากับรากไม้บนพื้น เนื้อนางล้มลง เนื้อนางจับข้อเท้าที่พลิกครางออกมาด้วยความเจ็บ แต่เนื้อนางกัดฟันยันตัวลุกขึ้น ไม่ยอมหยุดพัก เขย่งขาเดินไปต่อทันที

ณไตรวิ่งลงจากบันไดเรือนหอต้นไม้อย่างเร็ว เพื่อไปตามหาเนื้อนาง
คำฝายถามย้ำ “ไอ้พ่อเลี้ยงมันเอาเนื้อนางไปไหน พูดมาเร็วๆ ไอ้ม่อนดอย อย่ามัวอมพะนำ”
“พ่อเลี้ยงเค้าก็ไม่ได้บอกฉันไว้ แต่เดี๋ยวพอปรับความเข้าใจกันได้ เค้าก็คงพาเนื้อนางกลับมาให้เองแหละน่า”
บุญลือเดินมาจากทางเรือนพักคนงาน มองเห็นกลุ่มคำฝาย ก็รีบตรงเข้ามา “พวกแกมาที่นี่ทำไมอีก ใครอนุญาตให้เข้ามา” ทั้งกลุ่มหันไปมองบุญลือ
ม่อนดอยรีบบอก “คนอนุญาตน่ะมีแน่ ....ก็พ่อเลี้ยงณไตรไงล่ะ”
“พ่อเลี้ยงไม่ได้บอกฉันไว้”
“เดี๋ยวๆ นี่ใครอีกล่ะ” ประกายถาม
“ฉันบุญลือ ผู้จัดการปาง ใครจะอยู่จะไปที่นี่ ฉันต้องรู้”
“พวกข้าก็ไม่ได้อยากกลับมาเห็นหน้าเอ็งนักหรอก” แสงคำไม่พอใจ
“ยังไงล่ะ ไอ้ม่อนดอย บอกว่าพ่อเลี้ยงณไตรให้เรากลับมาอยู่ที่นี่ แล้วตอนนี้พ่อเลี้ยงคนดีของแกหายหัวไปอยู่ไหน” คำฝายหันไปทางม่อนดอยอย่างเอาเรื่อง

เนื้อนางเดินลากขา เจ็บจนต้องยืนเท้าแขนกับต้นไม้ หยุดพัก เนื้อนางสูดลมหายใจ หันหลังกลับมาจะเดินต่อ แต่เจอณไตรที่ตามมา พุ่งเข้ามาจับไหล่ เนื้อนางไว้แน่น “ผมบอกแล้วว่าอย่าหนี”
“ฉันจะไม่อยู่รอให้คุณมาข่มเหงฉันอีก”
ณไตรกระชากแขนเนื้อนางอย่างแรง ไม่รู้ว่าเนื้อนางเจ็บขา
“โอ๊ย” เนื้อนางร้องขึ้น
ณไตรหันมามอง ณไตรถาม “เป็นอะไร เจ็บขา ?”
“เปล่า”
ณไตรมองโมโหที่เนื้อนางปฏิเสธทั้งๆ ที่เจ็บ“ไม่เจ็บก็เดินมาสิ เร็วๆ หรือจะต้องให้อุ้ม”
“ไม่ต้องอุ้ม .. ทิ้งฉันไว้ที่นี่ก็ได้”
“ไม่ได้หรอก ผมบอกแล้วว่าคุณต้องอยู่กับผม ทิ้งคุณไว้ เดี๋ยวพอไอ้แสงคำมา คุณก็จะบีบน้ำตาให้มันอุ้มกลับไปที่ปาง”
เนื้อนางกัดฟัน ประคองตัวเดินตรง ไม่ยอมง้องอนณไตร แต่เดินได้แค่ 2-3 ก้าวก็ล้มลง
ณไตรมอง แล้วเดินเข้ามาอุ้มเนื้อนางขึ้น เนื้อนางขัดขืน “ปล่อยฉันลง”
“อวดเก่ง ... ที่ผมอุ้มน่ะ เพราะไม่อยากให้เสียเวลาอยู่ด้วยกันที่ปางของเรา” ณไตรแววตาหยัน เนื้อนางดิ้น แต่ณไตรไม่สนใจ อุ้มเนื้อนางเดินเร็วออกไป

คำฝายยืนไม่ติด ประกายท่าทางหงุดหงิด ถามขึ้น “แล้วจะเอายังไงกัน ถ้าเกิดพ่อเลี้ยงไม่มา ฉันจะมีเรือนพักส่วนตัวใช่มั้ย”
“ห่วงแต่เรื่องของตัวเองจริงๆนะ นังประกาย”
“ก็ใช่น่ะสิ นี่มันจะมืดจะค่ำแล้ว ยังไงคืนนี้ก็ต้องมีที่นอน ไม่ใช่ต้องออกไปร่อนเร่”
“ไอ้ม่อนดอย พ่อเลี้ยงมันพาเนื้อนางไปที่เรือนหอต้นไม้หรือเปล่า”
ม่อนดอยสีหน้าไม่แน่ใจ แสงคำพูดขึ้น “ไปกับฉันม่อนดอย ไปตามหาเนื้อนาง” แสงคำจะเดินไป
ณไตรอุ้มเนื้อนางมา ทุกคนหันไปมอง คำฝายดีใจ “เนื้อนางมาแล้ว”
ณไตรอุ้มเนื้อนางมาถึงกลุ่มคำฝาย
“แกทำอะไรเนื้อนาง” แสงคำก้าวมาขวาง
ณไตรตวาด “ถอยไป อย่ามาเกะกะ บุญลือ ไปเอากล่องยาที่เรือนผู้จัดการมา”
“แล้วพวกนี้ล่ะครับ พ่อเลี้ยง”
“ก็หาเรือนคนงานให้อยู่สิวะ!!! ไปเอากล่องยามาก่อน เร็ว”
บุญลือมอง คำฝาย ม่อนดอย ยืดๆ ใส่ บุญลือจำต้องวิ่งกลับไปทางเรือนผู้จัดการ
เนื้อนางมองแสงคำที่มองด้วยสายตาห่วงใย ก็เอ่ยบอก “เนื้อนางหกล้ม ไม่เป็นอะไรมากหรอกจ้ะ อ้ายแสงคำ”
ณไตรได้ยินก็ฉุน อุ้มเนื้อนางก้าวพรวดๆขึ้นเรือนไป คำฝาย แสงคำตามขึ้นไปด้วย เหลือประกายกับม่อนดอย
“อะไรเนี่ย เนื้อนาง ทำไมถึงได้มีแต่ผู้ชายหล่อๆ มารุมรักแก” ประกายหันมาเจอม่อนดอยส่งสายตาให้ ประกายเบือนหน้าหนีทันที
ณไตรวางร่างเนื้อนางลง เนื้อนางขยับตัวหนี ณไตรจับข้อเท้ายึดไว้ คำฝายกับแสงคำเข้ามา ณไตรหันไปบอก “ฉันจะดูแลเนื้อนางเอง”
“ไม่ต้องหรอก ฉันดูได้”
ณไตรหันมาพูดกับเนื้อนาง “บอกเค้าไปสิเนื้อนาง ว่าเธอจะอยู่ที่นี่กับฉัน” ณไตรลดเสียงลง “หรือเธอจะให้พวกนี้ ไม่มีที่ซุกหัวนอน”
เนื้อนางมองไปที่คำฝายกับแสงคำ “พี่คำฝายกับแสงคำไม่ต้องเป็นห่วงนะ ให้พ่อเลี้ยงเค้าดูก็ได้”
“เนื้อนาง แต่ว่า...” แสงคำจะท้วง
ณไตรสวนขึ้นทันที “ทำไมต้องให้พูดซ้ำๆ ฟังไม่ออกหรือไง ว่าฉันกับเนื้อนางจะอยู่ด้วยกันที่นี่ !สองต่อสอง ไม่ต้องการคนอื่น”
“เนื้อนาง พ่อเลี้ยงมันบังคับใจตั๋วใช่มั้ย” คำฝายถาม
เนื้อนางมองณไตร ณไตรขยับเข้าไปใกล้ โอบกอดเนื้อนางไว้ มองแสงคำ กับคำฝาย “บอกความจริงเค้าไปสิ เนื้อนาง”
“เนื้อนางจะอยู่ที่นี่ ... กับพ่อเลี้ยง”
คำฝาย แสงคำสีหน้าผิดหวัง บุญลือถือกล่องยามาวางให้
“ไม่มีอะไรแล้ว ออกไป ฉันจะทายาให้เนื้อนาง”
บุญลือถอยออกไปก่อน แสงคำ คำฝายมองเนื้อนาง
เนื้อนางมองแล้วยิ้มให้คำฝาย “ไม่ต้องห่วงจ้ะ พี่คำฝาย อ้ายแสงคำตามบุญลือ ไปหาเรือนพักกันก่อนเถอะจ้ะ” คำฝาย แสงคำจำต้องตามออกไป
ณไตรหันมามองเนื้อนาง “ไม่ต้องส่งสายตาไปออดอ้อนขอความเห็นใจไอ้แสงคำมันอีก” ณไตรจับหน้าเนื้อนางมามองที่หน้าตัวเอง “เธอทำถูกแล้วที่เห็นแก่ทุกคน”
“ฉันไม่หนีเพราะฉันรู้ว่าคนอย่างคุณ จะต้องตามหาเรื่องเราอีกจนได้ เพราะฉะนั้นฉันจะอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตของฉัน มาดูกัน พ่อเลี้ยงณไตร ว่าฉันกับคุณ ใครจะทนไม่ได้ก่อนกัน”
เนื้อนางมองโต้ณไตรกลับด้วยสายตาไม่ยอมแพ้

คำฝาย แสงคำยืนข้างประกาย ม่อนดอย ทุกคนอยู่ตรงข้ามบุญลือ
“ตามฉันมา ฉันจะพาไปเรือนพัก”
“พวกฉันไม่หลงหรอก อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ก่อนแกมาด้วยซ้ำ” คำฝายเน้นเสียง “ทั่นผู้จัดการบุญลือ”
“อยู่มานานแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันดูแลที่นี่ พวกแกเป็นคนงานที่ต้องฟังฉัน”
“ใหญ่โตคับปางจริงเว้ย ผู้จัดการคนนี้” ม่อนดอยประชดอย่างไม่พอใจ
บุญลือมองทุกคนอย่างไม่ชอบหน้า แสงคำยังมองไปในเรือน “ไปได้แล้ว ไอ้แสงคำ พ่อเลี้ยงสั่งห้ามใครรบกวน”
“เอ็งนี่เก่งเรื่องคอยรับคำสั่งนาย”
“เอ็งก็เก่งเรื่องดื้อด้านกับคำสั่งนาย ตามมาได้แล้ว ฉันไม่มีเวลาดูแลพวกแกนานๆ หรอกนะ” บุญลือเดินนำออกไป
คำฝายบ่นออกมา “กลับมาคราวนี้ ท่าทางอะไรๆ มันจะไม่สงบสุขเหมือนเดิมแล้ว”
“แต่ก็ยังดีที่ได้กลับบ้าน อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนที่ปางนี้ อย่างน้อยพวกเราก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน” ม่อนดอยหันไปมองประกายตาหวาน “แล้วก็มีประกายเพิ่มมาด้วย”
“ฉันคงอยู่ไม่นานหรอกนะ” ประกายหน้าเชิด “เดี๋ยวก็ต้องมีผู้ชายหล่อๆ รวยๆ มารับฉันออกไปแต่งงาน คนอย่างประกายไม่ได้เกิดมาหมกตัวอยู่กลางป่ากลางดอยแบบนี้” ประกายเดินเชิดตามบุญลือไป
ม่อนดอยหน้าหงอย คำฝายหัวเราะเยาะ ม่อนดอยพูดขึ้นแบบสมเพชตัวเอง “ได้ยินชัดมั้ยไอ้ม่อนดอย ไอ้ผู้ชายขี้เหร่ จนมากกกกก”
แสงคำมองไปในเรือน คำฝายเห็นแล้วก็เตือนขึ้น “ไปได้แล้ว แสงคำ .. ยังไงพวกเรามันก็คนนอก ให้ผัวเมียเค้าคุยกันเอง”
ม่อนดอย คำฝายเดินไป แสงคำจำใจเดินตาม

ณไตรทายานวดให้ข้อเท้าเนื้อนางที่นั่งพิง
เนื้อนางมองณไตร ณไตรเงยขึ้นมาสบตาเนื้อนางพอดี “ทำไมคุณไม่ไปอยู่เรือนรับรองแขก”
“เมียอยู่ไหน ผัวก็ต้องอยู่ที่นั่น แล้วคนที่มันไม่ใช่ โดยเฉพาะไอ้แสงคำก็อย่าเอาเข้ามาให้ผมเหม็นหน้ามันยิ่งกว่านี้”
“ถ้าคุณรังเกียจฉัน คิดว่าฉันใจง่ายยอมเป็นของผู้ชายทุกคน คุณจะมาแตะต้องฉันอีกทำไม” เนื้อนางย้อนถาม
ณไตรอึ้งไปชั่วขณะเพราะคำถามจี้ใจ ก่อนจะเหยียดยิ้ม “เพราะคุณเป็นเมียคนโปรดของผม ผมจะมีเมียอีกกี่คนก็ได้ แต่รับรองว่าผมจะไม่ลืมคุณ”
เนื้อนางหน้าร้อนผ่าวกับสายตาดูหมิ่นของณไตร น้ำตาคลอจนต้องเบือนหน้าหนีซ่อนน้ำตา
สายตาณไตรเปลี่ยนเป็นอ่อนลงด้วยความเห็นใจ แต่เพียงแวบเดียว ณไตรก็กระชากเสียงปิดบังความในใจ “นอนลง”
เนื้อนางหันขวับมามอง ณไตรจับเนื้อนางให้นอนลง มองจ้อง เนื้อนางมองระแวง “นอนพักซะ”
“คุณจงใจทรมานฉัน”
“อย่าร้องขอความเห็นใจ คุณต้องทนให้ได้ เพราะผมเป็นคนพาคุณออกมาจากเจ้าแสนพรหม”
“ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณช่วย”
“แสดงว่าคุณอยากจะเป็นเหมือนเอื้องเดือน พิมพา เหมือนผู้หญิงของเจ้าทุกคน”
เนื้อนางสงสัย “เจ้าทำอะไรกับเมีย”
“ถ้าคุณไม่รู้ ก็ถามประกายดู” ณไตรมองเนื้อนางแล้วเอ่ยบอก “นอนซะ ผมจะอยู่ตรงนี้”
“ฉันเจ็บขาอย่างนี้ จะหนีไปไหนได้” เนื้อนางค่อน ณไตรแอบอมยิ้ม แต่พอเนื้อนางหันมามอง ณไตรก็ตีหน้าขรึม
เนื้อนางนอนหันหลังให้ ณไตรมองทอดสายตามาที่เนื้อนางด้วยความรักที่ไม่แสดงออกเปิดเผยเหมือนเดิมอีก

แขไขยืนมองหาจันตา วันดีเดินผ่านมา แขไขถามขึ้น “เห็นจันตามั้ย”
“ไม่เห็นเจ้า คุณแขไขใช้จันตาไปทำอะไรหรือเจ้า”
“ฉันแค่ถามเฉยๆ เป็นคนงานอย่าเที่ยวอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเจ้านาย เข้าใจมั้ย ป้าวันดี”
“ป้าเข้าใจดีว่าเป็นคนงานต้องทำตัวยังไง” วันดีมองแขไข
“เข้าใจก็ไปทำงานสิ จะมายืนจ้องหน้าฉันทำไม ไม่มีใครสอนหรือไงว่าจ้องหน้าเจ้านายแบบนี้มันเสียมารยาท ฉันคงต้องอบรมคนงานที่นี่ใหม่”
“บ้านหิมวัตของเรามีกฏระเบียบอยู่แล้ว ทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งแม่นาย”
“อีกหน่อยทุกคนก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉันเหมือนกัน”
“รอให้คุณได้แต่งงานเป็นสะใภ้ของหิมวัตก่อนเถอะเจ้า ถึงตอนนั้นทุกคนที่นี่ก็คงเต็มใจก้มหัวให้คุณ”
“จองหอง ถือว่าอยู่มานานคิดว่าฉันจะไม่กล้าไล่ออกหรือไง”
วันดีมองแขไขด้วยสายตานิ่ง ไม่อ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “อย่าไล่ป้าออกเลยค่ะ ป้าอยู่บ้านหิมวัตมานานเท่าอายุคุณธรรพ์ ถ้าต้องตายป้าก็ขอตายที่นี่”
แขไขมองแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป ไม่อยากเสวนาด้วย วันดีมองตาม แววตามีแต่ความรังเกียจแขไข

บุญลือยืนอยู่ตรงหน้าณไตรรับคำสั่ง
“เรื่องทุกอย่างที่นี่ ห้ามแกปากมาก รายงานไปที่บ้านหิมวัต แล้วก็คอยดูอย่าให้แสงคำเข้าใกล้เนื้อนาง เวลาที่ฉันไม่อยู่ ใช้ให้ไอ้แสงคำมันไปช่วยตัดไม้ ลากไม้ในป่าหลายๆ วัน ไปเป็นเดือนเลยยิ่งดี”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/3 วันที่ 13 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ