อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 13 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 13 ต.ค. 57

“เรื่องทุกอย่างที่นี่ ห้ามแกปากมาก รายงานไปที่บ้านหิมวัต แล้วก็คอยดูอย่าให้แสงคำเข้าใกล้เนื้อนาง เวลาที่ฉันไม่อยู่ ใช้ให้ไอ้แสงคำมันไปช่วยตัดไม้ ลากไม้ในป่าหลายๆ วัน ไปเป็นเดือนเลยยิ่งดี”
“คำฝายกับม่อนดอย แล้วก็ประกายล่ะครับ”

“หางานให้ทุกคนทำ ให้ทุกคนเข้าใกล้เนื้อนางได้ ยกเว้นแสงคำ”
“ครับ”
ณไตรสีหน้าเข้มด้วยความหึงหวงในใจ

เนื้อนางช่วยคำฝายเก็บจานข้าวที่เพิ่งกินเสร็จใส่ถาด ประกายนั่งอยู่ใกล้
“เรื่องเจ้าแสนพรหมที่พ่อเลี้ยงเค้าบอก ก็อย่างที่ฉันเล่ามาทั้งหมดนั่นแหละ เจ้าแสนพรหมเค้ามีเมียไว้ใช้ขัดดอกเจ้าหนี้”
“โชคดีของตั๋วแล้ว เนื้อนางที่ไม่ได้เป็นเมียเจ้า” เนื้อนางกับคำฝายยิ้มอย่างโล่งใจ


ประกายฟังแล้วสงสัย “แกว่าไงนะ เนื้อนางไม่ได้เป็นเมียเจ้า” ประกายมองไม่อยากจะเชื่อ
เนื้อนางเอ่ยบอก “ฉันไม่ได้เป็นเมียเจ้าแสนพรหม พี่คำฝายช่วยฉันไว้ทุกครั้ง”
“แล้วพ่อเลี้ยงณไตรล่ะ เธอเคยเป็นเมียพ่อเลี้ยงณไตรมาก่อนจริงๆ หรือเปล่า”
“ก็คนเค้าแต่งงาน กินแขกกัน แกคิดว่ายังไงละ จะต้องให้เล่าเหมือนไปนั่งอยู่ในเรือนด้วยมั้ย”
“ตกลงว่าเธอไม่ได้เป็นเมียเจ้าแสนพรหม ไม่ได้เป็นเมียแสงคำ แต่เป็นเมียของพ่อเลี้ยงณไตร แล้วทำไมปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดล่ะ เนื้อนาง”
“ใครจะคิดยังไงก็ช่าง ฉันไม่เคยเป็นเมียผู้ชายคนไหนทั้งนั้น นอกจาก”
เนื้อนางมองไปเห็นณไตรกำลังเดินมาก็หยุดพูด คำฝาย ประกายมองเห็นณไตรก้าวมาหยุดหน้าเรือน
“พวกเรามาหา เป็นห่วงเนื้อนาง เอาข้าวมาให้กิน”
“ฉันสั่งบุญลือไปแล้ว พรุ่งนี้เธอกับประกายก็เริ่มทำงานในปางได้เหมือนเดิม”
“จะให้ฉันทำอะไร ฉันเก็บขี้ช้างไม่เป็นหรอกนะ”
“ถ้าเธออยากไปอยู่ที่อื่นก็ได้นะ ประกาย ฉันจะช่วยฝากงานให้ ทำอะไรได้บ้างล่ะ”
“ก็บีบๆ นวดๆ แล้วก็คอยปรนนิบัติ ป้อนน้ำป้อนข้าว”
คำฝายหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำตอบประกาย “คนงานผู้ชายที่นี่ ไม่มีหรอกที่จะให้แกเอาใจแบบนั้น.. เอ๊ะ ไอ้ม่อนดอยอาจจะชอบเน๊าะ”
ประกายมองค้อนคำฝาย เนื้อนางพูดแนะขึ้น “ช่วยพี่คำฝายดูแลทำงานในครัวสิ ประกาย อย่างน้อยอยู่ในปางนี้ ก็ปลอดภัยกว่าอยู่ในเวียง เจ้าแสนพรหมคงมาตามหาเธอไม่เจอ”
ประกายมองใช้ความคิดแล้วก็พยักหน้า “อืม ก็จริงของเธอ เนื้อนาง แต่ถ้าวันไหน ฉันเจอผู้ชายรวยๆที่รักฉันจริง ฉันก็จะไปจากที่นี่ทันทีเลยนะ บอกไว้ก่อน”
“ไปๆ ฝันก็ไปนอนซะ นังประกายเอ้ย” คำฝายถือถาดข้าวเดินนำประกายลงจากเรือน
“รับรองว่าฉันต้องหาผัวใหม่ได้ดีกว่าไอ้ผัวกะล่อนอย่างเจ้าแสนพรหม”
“ไม่อยากเป็นเมียช่างอย่างไอ้ม่อนดอยมันเหรอ มันบ่นอยากมีเมียมาหลายปีแล้ว” ประกายทำท่าขนลุก คำฝายหัวเราะชอบใจ
เนื้อนางมองสองคนที่เดินห่างกันไปด้วยรอยยิ้ม พอหันกลับมาก็เจอสายตาคมๆ ของณไตรที่จ้องอยู่ เนื้อนางลุกขึ้น ขยับเดินเข้าไปในเรือนทันที ณไตรก้าวตามเข้าไปในเรือน

เนื้อนางเดินเข้ามา เกาะโต๊ะพยุงตัว ณไตรเดินเข้ามาซ้อนหลัง เนื้อนางขยับแต่ณไตรจับไหล่ประคองไว้ พาเนื้อนางนั่งลง
เนื้อนางมองณไตรแล้วถามขึ้น “ทำไมคุณยังไม่กลับบ้านหิมวัต”
“ดึกแล้ว ผมไม่อยากขับรถ”
“แต่ก่อนคุณก็ขับรถออกจากปางไปตอนดึกๆ”
“คิดแต่จะไล่ให้ผมพ้นหูพ้นตา จะได้ทำอะไรๆ สะดวก”
“ฉันไม่ได้พูดพาลหาเรื่องเหมือนคุณนะ ฉันรู้ต่างหากว่าถ้าคุณไม่กลับบ้าน แม่นายกับคุณแขไขก็จะมาตาม แล้วทุกคนที่นี่ก็จะเดือดร้อนกันอีก”
ณไตรมองเนื้อนางที่พูดความจริง แล้วปัดไม่อยากเถียงเรื่องนี้ “เรื่องนั้นผมจัดการเอง ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน” เนื้อนางกระเถิบถอย แต่ณไตรเข้ามารวบตัวไว้ “จะถอยไปถึงไหน เรือนก็มีแค่นี้ ยังไงผมก็จะนอนที่นี่ ตรงนี้”
เนื้อนางไม่อยากมองสบตาณไตรที่อยู่ใกล้มาก ณไตรดันร่างเนื้อนางนอนลงไป “ผมจะกอดคุณไว้อย่างนี้” เนื้อนางนอนหันหลังให้ ณไตรกอดจากด้านหลัง ดึงเนื้อนางมาชิด
ณไตรนอนกอดเนื้อนางไว้ไม่ยอมให้ขยับหนีได้ ณไตรหอมลงที่เรือนผมเนื้อนาง แล้วกระชับอ้อมกอด เสียงณไตรทอดนุ่ม “นอนซะ .. เนื้อนาง”
เนื้อนางอมยิ้มน้อยๆ กับตัวเองที่ได้รับความอบอุ่นเหมือนเคย

แดดยามเช้าส่องมา ณไตรมีเนื้อนางนอนหันหน้าเข้าหาซุกอยู่ในอก เนื้อนางรู้สึกตัวขึ้นก่อน ขยับจะลุก แต่ณไตรขยับมากอดไว้
“แดดส่องตาแล้ว ตื่นเถอะ”
ณไตรลืมตาตื่น เนื้อนางขยับลุกขึ้นนั่ง ณไตรลุกขึ้น มองเนื้อนางผมยาวสลวย ใบหน้าหมดจด เป็นความงามภาพแรกในยามเช้า หัวใจณไตรลืมความบาดหมางไปชั่วครู่ เอื้อมมือไปประคองหน้าเนื้อนางแล้วเข้าไปจูบลงที่แก้มแผ่วเบา เนื้อนางเอียงอาย ณไตรเลื่อนตัวเข้าไปใกล้
เนื้อนางดันอกณไตรไว้เบาๆ ไม่ยอมให้เข้าใกล้อีก “ถ้าฉันไม่ออกไป เดี๋ยวพี่คำฝายไม่เห็น ... ก็ต้องมาเรียกหา” เนื้อนางค่อยๆ ลุกเดินออกไป
ณไตรมองตามสายตามีแต่ความรัก ความเสน่หาลึกซึ้งกับเนื้อนาง

แขไขเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจ จันตาก้าวเข้ามา สีหน้ายิ้มพราย
แขไขเห็นก็ถามขึ้นทันทีด้วยเสียงอยากรู้ “ได้เรื่องมั้ยว่าเนื้อนางมันอยู่ที่ไหน”
“ยิ่งกว่าได้เรื่องอีก ได้คนมาเลยเจ้า”
แขไขมองสงสัย รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าก้าวเข้ามา สามคนพอเห็นแขไขก็โผเข้ามากอดขา
“คุณแขไขของรัญจวน ดีใจเหลือเกินที่ได้กอดแทบเท้าคุณแขไขอีกครั้ง”
“พวกแกเป็นยังไงบ้าง สภาพดูไม่ได้เลยนี่”
สร้อยฟ้าเล่นบทเศร้า “ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นเลยค่ะ”
กำปุ้งรีบพูดบ้าง “นึกว่าจะไม่ได้กลับมาเห็นหน้ามารับใช้คุณแขคนสวยแสนดีของพวกเราอีกแล้ว”
แขไขมองทั้งสามคน จันตายิ้มเอ่ยบอกกับแขไข “พวกมันไปเจอเนื้อนางมาเจ้า”
แขไขฟังแล้วหันไปถามสามคนที่หน้าตาคันปาก “แกเจอเนื้อนางที่ไหน อยู่กับใคร เล่ามาให้หมด”

เนื้อนาง คำฝาย ประกายยืนตรงข้ามณไตรที่กำลังจะกลับบ้านหิมวัต
บุญลือถือหมวกรอรับคำสั่งอยู่ข้างๆ
“ฉันจะออกไปธุระ เย็นนี้จะกลับมาที่นี่ บุญลือคอยดูคนงานอย่างที่ฉันสั่งด้วย”
“ครับ พ่อเลี้ยง วันนี้มีลากไม้ในป่า พวกควาญเข้าไปตั้งแต่เช้าเล้ว”
“ดี”
เนื้อนางมองณไตรทันที ณไตรมองกลับด้วยสายตาดุ “อยู่ที่นี่ ทุกคนต้องทำงาน ประกาย ... คอยอยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง ดูไว้อย่าให้ออกไปนอกปาง”
คำฝายพูดลอยๆ “สั่งยังกะเนื้อนางเป็นนักโทษ”
“ฉันห้ามเพราะถ้าไปเจอคนของเจ้าแสนพรหม พวกเธอจะถูกจับกลับไป แล้วถ้าฉันตามไปช่วยไม่ทัน ... ก็ไม่รู้ว่าพวกเธอจะถูกบังคับส่งไปรับใช้เจ้าหนี้คนไหนบ้าง” ณไตรพูดขู่ๆ แล้วทิ้งสายตามองเนื้อนาง ก่อนจะเดินออกไป บุญลือเดินตามไป
คำฝายหมั่นไส้ “ขู่จัง”
“พี่คำฝายกับประกายจะไปดูในครัวก็ไปเถอะจ้ะ เนื้อนางจะอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนหรอก”
“เดี๋ยวพี่ยกข้าวมาให้เอง ไป ประกาย ... ไปทำงาน”
“พ่อเลี้ยงสั่งให้ฉันเฝ้าเนื้อนาง” ประกายอิดออด
คำฝายดึงแขน “อย่ามาหาข้ออ้าง จะไปดีๆ หรือว่าจะให้เอาช้างมาลาก”
“อย่าให้ถึงทีฉันมั่งแล้วกันนังคำฝาย” ประกายเดินตุปัดตุป่องออกไปกับคำฝาย
เนื้อนางยิ้ม มองบรรยากาศสวยงามของปางไปรอบๆ “ตาจ๋า .. เนื้อนางได้กลับมาบ้านของเราแล้ว” เนื้อนางสีหน้าสบายใจที่ได้กลับมาที่ปางนี้อีกครั้ง

แขไขสีหน้าเจ็บใจมากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากกลุ่มรัญจวน จันตายืนฟังด้วยสีหน้าโมโหไปด้วย
“แกมันตายยากตายเย็นเหลือเกิน เนื้อนาง”
รัญจวนเอ่ย “เสียดายนะคะ เราออกมาซะก่อน เลยไม่รู้ว่าเนื้อนางมันพากันไปอยู่ที่ไหน”
“มันก็มีอยู่ไม่กี่ที่หรอก” แขไขหันมาสั่งทั้ง 3 คน “ฉันจะให้เงินพวกแกไปหาที่อยู่ แล้วแกก็หาทางไปที่ปาง ดูให้ฉันว่าพี่ไตรเอาเนื้อนางไปอยู่ในนั้นใช่มั้ย”
กำปุ้งรีบรับ “งานถนัดเลยค่ะ สอดเรื่องชาวบ้าน รับรองเราจะไม่ทำงานให้คุณแขผิดหวัง”
“พวกแกรีบไป แล้วอย่าให้ใครรู้เรื่องที่มาพบฉัน มีอะไรก็บอกผ่านจันตา”
รัญจวนหยั่งเชิง “คุณแขไม่อยากให้พวกเราอยู่รับใช้ที่นี่หรือคะ.. เรียกง่ายใช้คล่องนะคะ”
“ไม่ต้อง ที่นี่คนงานเยอะอยู่แล้ว ไม่ต้องแห่กันมาเดินเพ่นพ่านในบ้าน แม่นายท่านไม่ชอบ” จันตาขวางทันทีอย่างไม่ต้องการให้ใครสำคัญกว่า สามคนแอบค้อนวงใหญ่ใส่จันตาที่กันท่า
สร้อยฟ้าถาม “ถ้าทำงานนี้สำเร็จแล้ว พวกเราจะได้กลับไปอยู่ที่ปางใช่มั้ยคะ”
“ฉันจะให้แกได้มากกว่านั้นแน่ ถ้าแกช่วยกำจัดเนื้อนางให้พ้นทางของชั้นสักที”
สามคนมองเห็นแววตาแขไขที่ชิงชัง เคียดแค้นเนื้อนาง
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าเดินกันมา
“คุณแขไขนี่ถ้าฆ่าเนื้อนางได้คงบีบคอตายคามือไปแล้ว”
กำปุ้งสำทับ “คุณพี่ก็ลงมือเองสิคะ คุณแขจะได้สมนาคุณหนักๆ”
“นังบ้า ไม่เอาหรอกเรื่องฆ่าคน ฉันกลัวบาป”
สร้อยฟ้าประชด “ยังกับที่พวกเราแกล้งเนื้อนางมาตลอดเนี่ยะ .. ไม่บาปเล้ย”
สามคนกำลังจะเดินพ้นไป ธรรพ์ถือกีตาร์เดินเข้ามาเห็น “พวกเธอมาทำไมที่นี่ ใครพาเธอมา”
สามคนสะดุ้งหันไปมองทันที รัญจวนตกใจ “คุณธรรพ์”
กำปุ้งรีบแก้ “คือ..พวกเราเจอจันตาในเวียง ก็เลยขอมาหาคุณแขไข มาด้วยความคิดถึงน่ะค่ะ”
สร้อยฟ้าสำทับ “ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องในปางเลยค่ะ”
“พวกเราลานะคะ” รัญจวนรีบ สามคนไหว้ธรรพ์แล้วเดินเร็วออกไป ธรรพ์มองสงสัย

แขไขหันมามองธรรพ์ สายตาไม่รู้ไม่ชี้ “ก็อย่างที่สามคนนั่นบอก แค่แวะมาหา มาฝากตัวเผื่อฉันมีอะไรจะเรียกใช้”
“แน่ใจว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเนื้อนาง”
แขไขยิ้มเหยียดท่าทางไม่สนใจอยากจะตอบคำถามธรรพ์เลย “คนอย่างเนื้อนาง ไม่มีค่าพอที่ฉันต้องลดตัวลงไปสู้ ในเมื่อฉันต้องได้แต่งงานกับพี่ไตรอยู่แล้ว”
“คุณยังคิดจะเป็นเจ้าสาวของพี่ไตรได้อีกเหรอ ไม่ละอายแก่ใจเลยว่าเนื้อตัวคุณมันเป็นของผม”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันทำทาน แล้วถ้าสุภาพบุรุษอย่างพี่ไตรรู้ว่าฉันไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ แต่แก ... น้องชายคนที่พี่ไตรไว้ใจ เชื่อใจ คนที่ทุกคนเห็นว่าดี..แต่ที่จริงกลับเลวระยำขืนใจฉัน แกคิดว่าจะยังมีหน้าเป็นคุณธรรพ์ผู้แสนดีอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อีกมั้ย”
ธรรพ์หน้าเครียดเมื่อแขไขไม่กลัวเลย
“อย่าสะเออะมายุ่งเรื่องแต่งงานของฉันกับพี่ไตรอีก” แขไขยิ้มเหยียดเดินออกไป
ธรรพ์มองแค้นใจ “เธอไม่มีวันได้เป็นเจ้าสาวของพี่ไตร” ธรรพ์นิ่งคิด “เนื้อนาง ... พวกรัญจวน ....ปางหิมวัต” ธรรพ์ปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดแล้วเริ่มมั่นใจ พุ่งออกไปที่ปางไม้เพื่อหาความจริง
คำฝายกำลังตักข้าวให้คนงานในโรงครัว ม่อนดอยต่อแถวมาทางประกายที่ตักให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจ
“ประกายจ๋า ขอข้าวเยอะๆ” ประกายตักให้ ม่อนดอยอ้อยอิ่ง “ขออีกนิด”
“จะกินทั้งหม้อเลยมั้ย” ประกายวางทัพพี
ม่อนดอยมองออดอ้อน “ที่จริงม่อนดอย เห็นหน้าประกาย ม่อนดอยก็อิ่มแล้วนะ”
คำฝายยกฝาหม้อบังหน้าประกาย ม่อนดอยเจอเข้ากับฝาหม้อเต็มๆ ม่อนดอยปัดฝาหม้อออก โวยคำฝาย “จะกีดกันความรักฉันไปถึงไหน นังคำฝาย อิจฉาหรือไงที่ฉันไม่จีบแก”
“บุญของฉันที่ไม่มีเอ็งมาวนเวียน ขอส่วนบุญ”
“ไม่ต้องไปว่าคำฝายมันหรอก ถึงไม่มีคนกีดกัน ฉันก็ไม่รับความรักของแกไอ้ม่อนดอยไปไกลๆชั้นเลย”
“วันไหนรวย อย่ามาคุกเข่าง้อนะโว๊ย” ม่อนดอยเดินไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะหน้าตาเคืองๆ
ประกายกับคำฝายตักข้าวให้คนงานคนอื่นต่อ

แขไขเดินมา จันตากำลังจัดแจกันดอกไม้ที่โต๊ะให้สวยงาม
แขไขเห็นก็รีบตรงเข้ามาสั่งจันตา“อย่าเอาพวกรัญจวนเข้ามาในบ้านนี้อีก”
“มีเรื่องอะไรหรือเจ้า”
“ฉันไม่อยากให้คนที่นี่รู้ ว่าฉันใช้พวกมันไปตามล่าหาตัวนังเนื้อนาง”
“โดยเฉพาะคุณณไตรใช่มั้ยเจ้า”
“ทุกคน .. ฐานะนายหญิงของหิมวัตสูงส่งเกินกว่าจะลดตัวลงไปกลัวผู้หญิงชาวบ้านแค่คนเดียว”
จันตามอง แววตาแขไขถือดี

เนื้อนางกำลังนั่งสอยเสื้อที่ชานเรือนเห็นเงาคนเดินมาหยุดตรงหน้าเรือน เนื้อนางเงยขึ้นมอง “คุณธรรพ์”
ธรรพ์มองเนื้อนาง ตกใจที่ได้เห็นเนื้อนางจริงๆ แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มอ่อนโยน “เนื้อนาง เธอกลับมาอยู่ที่ปางนี่ได้ยังไง”
“คือ..”
ธรรพ์ทำเป็นเดินขึ้นมา สีหน้าห่วงใย “ตอนเธอหายไปจากปาง ฉันเป็นห่วงมาก แล้วนี่..กลับมาเมื่อไหร่”
“เพิ่งกลับมาจ้ะ”
ธรรพ์มองสังเกตเห็นเนื้อนางสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ ก็ยิ้มให้เป็นกันเอง “ฉันคงไม่ต้องถามหรอกว่าใครพาเธอกลับมา ก็มีแค่คนๆ เดียวที่ไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต .... พี่ไตร”
เนื้อนางมองเห็นแววตาธรรพ์อ่อนโยน จริงใจ ไม่ระแวงว่าธรรพ์กำลังมีแผนร้าย

ณไตรเดินเข้าบ้านมา นั่งลงอย่างใช้ความคิดเรื่องเนื้อนาง
แขไขถือถาดน้ำมะนาวมาวางลงให้ณไตร แล้วยิ้มหวาน “น้ำมะนาวค่ะ เย็นๆชื่นใจ แขเตรียมไว้รอพี่ไตร”
ณไตรเห็นท่าทางแขไขไม่อาละวาดก็ยกแก้วน้ำมะนาวขึ้นดื่มเพื่อรักษาน้ำใจ“คุณแข ผมว่าเราคงต้องคุย เรื่องที่แม่นายอยากให้เราแต่งงานกัน”
แขไขทำหน้าเศร้าทันที “พี่ไตรจะย้ำว่าไม่แต่งกับแขใช่มั้ยคะ”
“ผมไม่อยากให้คุณแขมาเสียเวลากับผม มีคนดีๆ อีกมากที่คุณแขจะเลือก”
แขไขบีบน้ำตาหยด ณไตรยิ่งอึดอัด แขไขทำสะอื้น “พี่ไตรจะบอกว่า รักใครไม่ได้แล้วนอกจากเนื้อนาง”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 13 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ