อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 13 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 13 ต.ค. 57

แขไขลอบยิ้มที่มีจันตากับวันดีกลายเป็นพยาน
“เราแค่คุยกัน ผมไม่เคยล่วงเกินแขไข” ณไตรหันไปทางแขไข “คุณแข ความจริงเป็นยังไงคุณต้องรู้อยู่แก่ใจ”
เนื้อนางที่ก้าวมาหลบอยู่อีกด้าน มองและฟังเหตุการณ์ตรงหน้า

“ความจริง พี่ไตรต้องให้แขพูดด้วยเหรอคะ แขเป็นผู้หญิง แค่นี้แขก็อับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว” แขไขบีบน้ำตาเรียกความเห็นใจเต็มที่ “พี่ไตรทำอะไรลงไปกับแข พี่ไตรให้แขปิดปาก แขทนได้ เพราะแขรู้ว่าพี่ไตรคิดจะปฏิเสธแขตลอดเวลา แต่ตอนนี้...ชีวิตๆ นึงในท้องแข เค้าไม่รู้เรื่อง เค้าบริสุทธิ์เหลือเกิน พี่ไตรจะไม่รับผิดชอบลูกของเราเหรอคะ”


เนื้อนางยืนฟังอยู่แทบทรุดน้ำตาร่วงเป็นสาย เนื้อนางหันหลังออกไปทันที
หมอเทพทัตมองมาเห็น “เนื้อนาง” ณไตรหันเห็นเนื้อนางที่กำลังวิ่งออกไป
“ณไตร กลับมาเดี๋ยวนี้” ณไตรไม่สนใจเสียงเรียกของแม่นาย วิ่งตามเนื้อนางไป แขไขมองตามณไตร ตาวาววับ ไม่พอใจ
หมอเทพทัตลุกขึ้น “ผมไปตามให้เองครับ” หมอเทพทัตวิ่งตามออกไป
แม่นายหันมา แขไขรีบเปลี่ยนทำเป็นบีบน้ำตา เอนลงพิงกับเก้าอี้ แตะท้องตัวเอง “ลูกแม่..พ่อเค้าไม่ยอมรับลูก”
ธรรพ์มองแขไขด้วยความเจ็บปวดถึงที่สุด น้ำตาคลอเบ้า แขไขเห็นสายตาธรรพ์ก็มองเมินไม่สนใจ
วันดีค่อยเข้ามาแตะแขนธรรพ์ ด้วยความสงสารเพราะรู้ความจริงทุกอย่าง ธรรพ์ปัดมือวันดีทันที
“ในเมื่อเรื่องมันถึงขนาดนี้ ไม่มีทางไหนที่ดีที่สุด เท่ากับรีบจัดงานแต่งงาน ธรรพ์โทรไปหาคุณหญิงมาลัย บอกว่าให้รีบขึ้นมางานแต่งงานของหนูแขกับณไตร”
ธรรพ์ตัวชากับคำสั่งแม่นาย วันดีมองสงสารธรรพ์
แขไขมองธรรพ์ด้วยสายตาอย่างคนที่มีชัยชนะ “ไปสิคะพี่ธรรพ์ บอกคุณแม่ของแขด้วยว่า ท่านกำลังจะมีหลาน ลูกของแขกับพี่ณไตร”
ธรรพ์มองแขไขอย่างเจ็บปวด หันหลังเดินออกไป แขไขยิ้มมีความสุข วันแห่งการรอคอยมาถึงอย่างไม่คาดฝัน

เนื้อนางเดินเร็วมา จะวิ่งออกไป
ณไตรวิ่งมารวบร่างเนื้อนางไว้ “เนื้อนาง ผมไม่เคยมีอะไรกับแขไข”
เนื้อนางตบณไตรอย่างแรง ณไตรหน้าสะบัด “ฉันไม่เคยคิดว่าคุณจะเลวขนาดปฎิเสธลูกตัวเอง”
ณไตรยืนอึ้ง มึนชาไปทุกอย่าง ปล่อยอ้อมแขนจากเนื้อนาง
“คุณต้องรับผิดชอบลูกของคุณกับคุณแขไข ไม่ใช่มาห่วงชีวิตฉัน” เนื้อนางวิ่งออกไป
ณไตรจะตาม หมอเทพทัตที่ตามเข้ามาดึงเพื่อน “แกไปจัดการเรื่องคุณแขก่อน”
“ฉันไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องแขไข แกต้องเชื่อฉัน ชีวิตฉันมีเมียคนเดียวคือเนื้อนาง”
“ตอนนี้มันไม่สำคัญว่าแกจะพูดยังไง มันสำคัญที่คุณแขบอกทุกคนว่าแกคือพ่อของลูก”
ณไตรสีหน้าเครียดกับปัญหาที่แขไขโยนบาปมาให้

ธรรพ์เดินเร็ว ในใจมีแต่ความเจ็บปวด ธรรพ์น้ำตาไหล คับแค้นใจที่แขไขยัดเยียดลูกในท้องให้เป็นลูกของพี่ชาย ธรรพ์สุดจะทนกับความผิดหวัง ตะโกนออกมา พุ่งไปทุ่มกระถางต้นไม้แตกกระจาย หัวใจธรรพ์แตกสลายเหมือนกระถางที่ธรรพ์ยกขึ้นทุ่มลงกับพื้น ธรรพ์สะอื้นร้องไห้ออกมาด้วยใจที่ปวดร้าวเมื่อแขไขและลูกในไส้กำลังจะตกเป็นของพี่ชาย

เนื้อนางเดินกลับเรือน แววตาแดงช้ำ
กลุ่มคำฝายพอเห็นเนื้อนาง ก็รีบเข้ามา “ตั๋วหายไปไหนมา รู้มั้ยพวกเราเป็นห่วง
เนื้อนางยืนนิ่งเหมือนคนไร้วิญญาณ
ประกายเข้ามาจับแขนเนื้อนาง “เนื้อนาง .. เป็นอะไร ร้องไห้มานี่”
ทุกคนมองเนื้อนาง แสงคำพุ่งเข้ามาทันที “ใครทำอะไรเนื้อนาง”
เนื้อนางไม่พูดอะไร ไม่ตอบใคร เดินขึ้นเรือนไป คำฝายมองแล้ววิ่งตามขึ้นไปทันที ประกายตามไปด้วย
แสงคำทำท่าจะขึ้นตาม คำฝายหันมาห้าม “หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าขึ้นมา”
แสงคำ ม่อนดอยหันมามองกันสายตาสงสัย

เนื้อนางเดินมายืนพิงหน้าต่าง คำฝายกับประกายตามเข้ามามอง เนื้อนางปล่อยให้น้ำตาหยดลงอาบแก้มคำฝายเดินไปใกล้ มองเห็นความทุกข์ของเนื้อนาง ก็เอ่ยถามขึ้น “ตั๋วไปไหนมา .. บ้านหิมวัตใช่มั้ย”
เนื้อนางน้ำตาหยดเป็นคำตอบ
“พวกแม่นาย คุณแขไขมันทำอะไรตั๋ว”
“พี่คำฝาย” เนื้อนางหันมามองคำฝาย คำฝายใจคอไม่ดี ประกายมองอย่างเป็นห่วง“คุณแขไขเค้าท้อง”
“ท้อง .. แขไขท้อง .. ท้องกับ ... “ คำฝายนึกสังหรณ์
เนื้อนางพยักหน้า “พ่อเลี้ยงณไตร คุณแขไขท้องกับพ่อเลี้ยงณไตร” เนื้อนางสะอื้นโฮ กอดคำฝาย
คำฝายกอดเนื้อนางแน่น “ไหนไอ้พ่อเลี้ยงซังกะบ๊วย มันว่ารักตั๋วคนเดียว”
ประกายฟังแล้วถอนใจ เอ่ยขึ้นด้วยสายตาเห็นใจ “ผู้ชายมันก็เป็นแบบนี้ สันดานเหมือนกันหมด”
เนื้อนางสะอื้นกอดคำฝายไว้แน่นด้วยความเสียใจ

ในความมืด แสงจากไฟดวงเล็กส่องเห็นเสี้ยวหน้าธรรพ์ ธรรพ์ตาแดงช้ำด้วยความเศร้า ยังนั่งทรุดนิ่งไม่ไหวติงเหมือนรูปสลักหิน วันดียืนมองธรรพ์ด้วยสายตาสงสาร วันดีน้ำตาหยดออกมาเมื่อเห็นสภาพหัวใจสลายของธรรพ์ ก่อนจะถอยหายไปในความมืด ธรรพ์ยังนั่งนิ่ง แววตาเจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง

แขไขยืนอยู่ตรงระเบียงบ้าน ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาอย่างคนที่ฉกฉวยโอกาส จนกลายเป็นผู้ชนะ ได้ครอบครองณไตรและเหยียบย่ำหัวใจคู่แค้นอย่างเนื้อนาง
ณไตรจมอยู่กับความทุกข์ แววตาณไตรกล้ำกลืนกับปัญหาที่เกิดขึ้น ณไตรหลับตาลงเห็นภาพเนื้อนางร้องไห้ด้วยความเสียใจ วิ่งออกไป ณไตรลืมตาขึ้น น้ำตาหยดจากตา เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน
เนื้อนางสีหน้าทุกข์ มองเหม่อไปไกล แววตาระทม คำฝายกับประกายนั่งอยู่เป็นเพื่อน อยู่ๆ เนื้อนางคลื่นไส้ ลุกขึ้นไปอาเจียนนอกหน้าต่าง คำฝายรีบตามไปลูบหลัง ประกายรีบเทน้ำบนกระบอกที่วางบนโต๊ะ ส่งให้
เนื้อนางรับมากำลังจะจิบ แต่ก็หันไปอาเจียนอีก
คำฝายรีบส่งน้ำคืนให้ประกายไปวาง แล้วลูบหลังเนื้อนาง “เมื่อเย็นตั๋วเอาแต่ร้องไห้ ข้าวปลาไม่กิน ท้องว่าง มันก็เลยคลื่นไส้”
“ฉันไม่หิว” เนื้อนางนั่งลง
คำฝายหันไปบอกประกาย “เอายาดมตรงนั้นมาให้หน่อย”
ประกายหันไปหยิบยาดมเล็กๆ ส่งให้ คำฝายเอามาจ่อจมูกเนื้อนาง เนื้อนางได้กลิ่นก็เวียนหัว ลุกขึ้นหันไปอาเจียนอีก คำฝายรีบลุกขึ้นลูบหลัง
ประกายมองแล้วสงสัย พูดโพล่งขึ้น “อาการแบบนี้ .. เหมือนแพ้ท้อง”
เนื้อนางหันมามองคำฝายกับประกาย สีหน้านึกไม่ถึง
“เนื้อนาง .. ตั๋ว” เนื้อนางทรุดลง สีหน้าคิดทบทวน แตะมือลงไปที่ท้อง
“ระดูขาดหรือเปล่า” คำฝายถาม เนื้อนางเริ่มรู้ตัวว่าอาจจะเป็นอย่างที่ประกายพูด คำฝายกุมหัว หมดอาลัยตายอยาก น้ำตาคลอสงสารเนื้อนาง “ทำไม ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย คุณแขไขก็ท้องลูกไอ้พ่อเลี้ยงณไตร”
“อู๊ย นังคนนี้ก็ขี้โวยวายขนาด พาเนื้อนางไปให้หมอตรวจ ให้แน่ใจซะก่อน”
เนื้อนางมองคำฝายกับประกาย “ถ้าเนื้อนางท้องจริง อย่าพูดให้ใครรู้... โดยเฉพาะพ่อเลี้ยงณไตร”
“แต่ลูกตั๋วก็ลูกพ่อเลี้ยงเหมือนกัน”
“ไม่ใช่ลูกพ่อเลี้ยงณไตร เค้าเป็นลูกของเนื้อนางคนเดียว”
ประกายกับคำฝายมองสงสารเนื้อนาง เนื้อนางน้ำตาไหล แววตาระทมทุกข์กับเลือดเนื้อเชื้อไขที่กำลังจะเกิดมาพบกับปัญหา
ณไตรกำลังเดินจะออกจากบ้าน แขไขก้าวออกมาดักหน้าไว้ “เวลานี้ไม่ใช่เวลาไปปาง พี่ณไตรควรจะอยู่ที่นี่ ดูแลแข ดูแลลูก”
ธรรพ์เดินมาจากอีกทาง เห็นพี่ชายกับแขไขเผชิญหน้าก็หยุด หลบมอง
“คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมไม่ใช่พ่อของเด็ก ผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับคุณ”
แขไขยิ้มใจเย็น “พี่ณไตรจะปฎิเสธอีกกี่ครั้ง ก็ไม่เท่ากับครั้งเดียวที่แขพูดออกไปแล้วค่ะ พี่ณไตรคือสามีของแข เป็นพ่อของเด็กคนนี้. ลูกของเรา” แขไขแตะมือลงไปที่ท้อง ยิ้มด้วยสายตาเหนือกว่าทุกทาง
ธรรพ์มองรอยยิ้มแขไขด้วยสายตาเจ็บใจ
“ผมไม่นึกเลยแขไขว่าคุณจะเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้”
“พี่ณไตรบังคับให้แขต้องทำนี่คะ ถ้าเราแต่งงานกันไปซะตั้งแต่แรก เด็กคนนี้ก็จะเป็นลูกพี่ณไตรจริงๆ”
“พ่อของเด็กคนนี้เป็นใคร”
ธรรพ์อยากจะออกไปบอกความจริง แต่แขไขพูดขึ้น “ณไตร หิมวัตค่ะ เด็กคนนี้คือลูกของพ่อเลี้ยง ณไตร หิมวัตเท่านั้น”
ณไตรฟังแล้วยิ่งเจ็บใจ เพราะแขไขปากแข็ง “ผมสงสารเด็ก เค้าไม่ควรเกิดมามีแม่ที่เห็นแก่ตัว กล้าทำทุกอย่าง จนไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี”
แขไขยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น เค้าก็โชคดีแล้วล่ะค่ะ ที่มีพ่อเป็นพี่ณไตร”
ณไตรมองโมโหเดินออกไป แขไขยิ้ม แต่พอหันมา ธรรพ์ก้าวออกมา แขไขหน้าเชิดมองธรรพ์
“ผมจะบอกความจริงกับทุกคน เด็กคนนั้น ลูกของผมไม่ใช่ลูกพี่ณไตร”
แขไขมองธรรพ์ สายตาสงบแต่แฝงความเลือดเย็นไว้เต็มเปี่ยม “ถ้าแกพูด แกจะไม่มีวันเห็นหน้าเด็กในท้องชั้น”
“แขไข ... อย่าทำอะไรลูกของเรา”
“ไม่ใช่ชั้น แต่เป็นแกต่างหาก ถ้าแกพูดความจริงออกไป แม้แต่คำเดียว” แขไขกำหมัดวางลงไปที่ท้อง “เด็กคนนี้จะไม่มีลมหายใจ จะไม่มีโอกาสได้คลอดออกมา”
“อย่า...อย่าฆ่า.. ลูกของเรา”
“ถ้าแกไม่อยากเป็นพ่อที่ได้ชื่อว่าฆ่าลูกทางอ้อม ก็ปิดปากให้สนิท เงียบไว้ตลอดชั่วชีวิตของแก” แขไขจ้องธรรพ์อย่างข่มไว้เต็มที่ “แกต้องเห็นแก่ลูก ปล่อยให้เด็กคนนี้เกิดมาเป็นทายาทคนโตของหิมวัติ เค้าจะสุขสบาย เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทุกอย่าง ไม่มีวันที่ลูกของฉันกับพี่ณไตรจะน้อยหน้าเด็กคนไหนทั้งนั้น”
แขไขยิ้มมองธรรพ์ที่น้ำตาคลอด้วยสายตาเย็นชา ไม่สนใจความเจ็บปวดของธรรพ์เลยแม้แต่น้อย

ในเรือนสุขศาลา ที่เป็นอนามัยประจำหมู่บ้าน คำฝาย ประกายนั่งรออยู่กับชาวบ้านที่รอตรวจ เนื้อนางเดินออกมาจากห้องตรวจ คำฝาย ประกายรีบลุกไปหาทันที
“หมอว่ายังไงบ้าง” คำฝายถาม
เนื้อนางมองคำฝายกับประกาย ยังไม่ทันตอบ ประกายซักอีก “ไม่ท้องใช่มั้ย แค่เป็นลมไม่สบาย”
“นังประกาย เงียบก่อน ให้เนื้อนางพูด”
สองคนมอง เนื้อนางคลี่ยิ้มมีความสุข “เนื้อนางท้อง” คำฝาย ประกายมองหน้ากัน แล้วเข้าไปกอดเนื้อนาง เนื้อนางยิ้มมีความสุขมาก “เนื้อนางมีลูกจ้ะ เนื้อนางจะเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด”
สีหน้าเนื้อนางมีแต่ความสุขความอิ่มใจกับชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในครรภ์

เนื้อนาง คำฝาย ประกายเดินกันมาถึงหน้าทางเข้าปาง
“ตั๋วแน่ใจหรือเนื้อนางว่าจะไม่บอกพ่อเลี้ยง”
“ไม่บอกจ้ะ แล้วพี่คำฝายกับประกายก็ห้ามพูด ห้ามบอกใครทั้งนั้นจนกว่าเราจะออกไปจากที่นี่ เนื้อนางมีเงินเก็บ เนื้อนางจะรีบหาที่อยู่ใหม่”
“ขอที่มันสบายๆ กว่านี้หน่อยนะ”
“เลือกมาก เอ็งก็หาเองสิวะ นังประกาย ใครง้อให้มันอยู่ด้วยวะ”
สามคนเดินมา บุญลือก้าวออกมาถาม เสียงเข้ม “หายไปไหนกันมา”
“ไปกาดมา ไปซื้อของ” คำฝายตอบส่งๆ
บุญลือมองในมือทุกคนที่ไม่มีอะไรเลย ประกายตาไว รีบแก้ “แต่เผอิญมันไม่มีของที่อยากได้ เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกันมา”
“พวกเรากำลังรีบกลับไปทำงานแล้วจ้ะ คุณบุญลือ” เนื้อนางมองคำฝาย ประกายแล้วรีบพากันเดินเข้าปางไป
บุญลือมองตาม ท่าทางสงสัย แล้วรีบเดินไปอีกทาง

เนื้อนางขึ้นเรือนมา มีคำฝาย ประกายตามหลัง เนื้อนางคลื่นไส้ รีบไปยืนอาเจียนที่ระเบียง
“นังประกาย ไปตักน้ำมา”
เนื้อนางอาเจียน มีคำฝายคอยลูบหลังให้ ประกายส่งน้ำมาให้ เนื้อนางกินน้ำ บ้วนปาก
“แพ้หนักอย่างนี้ สงสัยข้าจะมีหลานชาย”
“ฉันว่าหลานสาวก็ดีนะ ไม่กี่ขวบก็คอยดูแลรับใช้พวกเราได้แล้ว”
“แกนะ นังประกาย รักสบายจนเคยตัว”
“จะลูกชายหรือลูกสาวก็ลูกเนื้อนางทั้งนั้น ขอให้เค้าออกมาสมบูรณ์แข็งแรง ชื่นใจของแม่ก็พอแล้วจ้ะ” เนื้อนางยิ้มมีความสุขกับเพื่อน
บุญลือยืนแอบฟัง ได้ยินทั้งหมด สีหน้าตกใจ

บุญลือเดินเร็วเข้ามา เห็นคนงานกำลังกวาดพื้นก็ตรงเข้าไปถาม “พ่อเลี้ยงอยู่มั้ย”
คนงานยังไม่ทันตอบ แขไขก้าวออกมามอง “แกมาหาใคร บุญลือ” บุญลือเห็นแขไขก็ยังไม่กล้าพูด แขไขตวาดซ้ำ “หูหนวกหรือไง ฉัน ... นายหญิงหิมวัตถามว่าแกมาหาใคร”
“ผมมารายงานพ่อเลี้ยงเรื่องในปางครับ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 13 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ