อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 14 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 14 ต.ค. 57

คนงานยังไม่ทันตอบ แขไขก้าวออกมามอง “แกมาหาใคร บุญลือ” บุญลือเห็นแขไขก็ยังไม่กล้าพูด แขไขตวาดซ้ำ “หูหนวกหรือไง ฉัน ... นายหญิงหิมวัตถามว่าแกมาหาใคร”
“ผมมารายงานพ่อเลี้ยงเรื่องในปางครับ”
“เรื่องใคร” แขไขคิดนิดเดียว “นังเนื้อนางใช่มั้ย” แขไขพุ่งมาจ้องหน้าบุญลืออย่างคาดคั้น อยากรู้คำตอบทันที

ณไตรกำลังขับรถ สีหน้าณไตรมีแต่ความกังวลเรื่องแขไข
เนื้อนางมองถาดอาหารที่ประกายยกมาให้แล้วส่ายหน้า “เนื้อนางไม่หิว”


“ตั๋วไม่อยาก ก็ต้องกินให้ลูกในท้อง”
“เดี๋ยวฉันไปทำมาใหม่ดีกว่า นี่มันคงไม่ถูกปากคนแพ้ท้อง”
“ขอบใจนะประกาย” เนื้อนางซาบซึ้ง
“พี่อยู่ดูตั๋วแล้วกัน”
“อย่าเลย พี่คำฝาย ถ้าผู้จัดการบุญลือมาเห็นเราอยู่กันที่นี่ จะหาว่าเราอู้งาน”
“จะให้ทำงานอะไรนักหนา นี่ก็เมียพ่อเลี้ยง ในท้องตั๋วก็ลูกพ่อเลี้ยง”
“พี่คำฝาย บอกแล้วว่าอย่าพูด เดี๋ยวใครมาได้ยิน”
“ลุกเลย นังคำฝาย อย่ามัวสนิมสร้อย ไปทำงาน เนื้อนางแค่แพ้ท้องยังไม่ถึงกับคลอด ลุกนั่งเองได้”
“ก็ข้าห่วงหลานข้า ... เนื้อนางตั๋วอย่าไปไหนนะ จะเอาอะไรให้คนงานวิ่งไปบอกพี่”
“จ้ะ ไปทำงานกันเถอะ ไม่ต้องห่วงเนื้อนาง”
คำฝายมองแล้วลงจากเรือนไปกับประกาย เนื้อนางมองตามด้วยรอยยิ้มมีความสุข ความหวัง

ม่อนดอยกับแสงคำยืนอยู่หน้าโรงอาหาร มองคำฝายกับประกายเดินกันมา
ม่อนดอยมองประกายถือถาดก็รีบเข้าไปช่วยถือ “วันหลังเรียกม่อนดอยสิจ๊ะประกาย จะแบกหามอะไร ม่อนดอยเต็มใจช่วย” ประกายมองเมินม่อนดอย
แสงคำมองถาดข้าวที่ไม่พร่องแล้วถามคำฝาย “เนื้อนางไม่สบายเหรอ”
“ไม่สบงสบายอะไรล่ะ ก็แค่”
“นังคำฝาย” ประกายเสียงดัง คำฝายสะดุ้งนึกได้ว่าห้ามพูด ม่อนดอย แสงคำมองสงสัย
“มีอะไรที่ห้ามพวกเรารู้หรือเปล่า”
“ไม่ต้องมาทำฉลาดไอ้ม่อนดอย หน้าตาก็ไม่ค่อยฉลาดอยู่แล้ว เอาถาดไปเก็บแล้วก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว”
ม่อนดอยรีบถือถาดเข้าไปด้านใน แต่แสงคำยังสงสัย หันไปทางคำฝาย “ทำไมเนื้อนางไม่กินข้าวเลย”
“ขี้สงสัยจริง ก็เนื้อนางเบื่ออาหารบ้างไม่ได้หรือไง คนมันเบื่อน่ะ ซักอยู่ได้ เบื่อ ขี้เกียจตอบ เข้าใจมั้ย” คำฝายทำตุปัดตุป่องเดินเข้าไป
ประกายมองแสงคำ “เนื้อนางเค้าก็อยากกินโน่นกินนี่ ไม่เหมือนเดิมบ้าง จะสงสัยอะไรนักหนา”
ประกายเดินปัดเข้าไปในด้านในอีกคน แสงคำได้แต่มองตาม

เนื้อนางถือดอกไม้ที่เพิ่งเก็บไปประดับเรือน แต่รู้สึกคลื่นไส้ แพ้ท้อง เนื้อนางรีบโก่งคออาเจียน จนแทบหมดแรง หันหลังพิงต้นไม้ แต่เจอกับแขไขที่เดินพุ่งเข้ามา “คุณแขไข”
แขไขพุ่งตรงเข้ามาจิกหัวเนื้อนาง ดอกไม้ในมือเนื้อนางร่วงพื้น “นังเนื้อนาง แกท้องลูกพี่ณไตรใช่มั้ย”
“ไม่จ้ะ ไม่ได้ท้อง”
“โกหก แกคิดจะปิดฉัน แกคิดจะเอาเด็กในท้องมาแย่งพี่ณไตรไปจากฉัน” แขไขจิกผมเนื้อนางจนหน้าหงาย เนื้อนางพยายามดิ้นรน แต่แขไขไม่ยอม “แกมันเป็นมารความสุขของฉัน แกเกิดมาทำไม เนื้อนาง ลูกแกด้วย เกิดมาทำไม”
แขไขมองลงไปที่ท้องเนื้อนาง เนื้อนางใจหายวาบกลัวแขไขทำร้ายลูก “คุณแขไข เนื้อนางกำลังจะไปจากพ่อเลี้ยงแล้ว”
“ไม่จริง แกมันหน้าด้าน โกหก ที่จะออกปางเพราะคิดจะดึงพี่ณไตรให้ไปเลี้ยงดูแก กับลูกไกลหูไกลตาทุกคน แล้วแกก็จะสูบเงินหิมวัตไปเลี้ยงลูกแกให้สุขสบายกว่าลูกชั้น”
“ไม่เลยจ้ะ คุณแขไข เนื้อนางไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย”
“แล้วแกมาแต่งงานกับพี่ณไตรทำไม แกมีลูกกับพี่ณไตรทำไม”
“เนื้อนาง ..รัก ... คุณณไตร”
แขไขฟังแล้วสุดทน ตบฉาดเข้าหน้าเนื้อนางสะบัด “ฉันก็รักพี่ณไตร รักมากกว่าแกด้วย”
เนื้อนางเห็นแขไขอาละวาดหนัก ก็หันหลัง วิ่งหนี เพราะห่วงลูก แต่แขไขตามไปกระชากไว้
“คุณแขไข เนื้อนางขอร้อง” เนื้อนางพนมมือ “อย่าทำอะไรเนื้อนางเลย”
“ฉันรู้ว่าตอนนี้แกไม่ได้ห่วงตัวเองแล้ว” แขไขแววตาร้ายกาจ ใช้มืออีกข้างบีบคอเนื้อนาง “แกไม่เคยอ้อนวอนฉัน แต่วันนี้แกมีคนที่รักมากกว่าชีวิตอีกคน .. ในท้องแก แกถึงยอมยกมือไหว้ขอชีวิต”
เนื้อนางมองกลัวแขไขว่าจะทำร้ายลูก “คุณแขไข ..อย่าทำอะไรฉันเลย เห็นแก่เด็กเถอะนะจ๊ะ ... เราก็เป็นแม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือน อย่าบังอาจเอาลูกแกมาเทียบกับลูกชั้น ลูกแกมันไม่มีสกุลรุนชาติ เด็กในท้องมันก็ชั้นต่ำเหมือนแก ไม่มีทางจะมาเป็นหิมวัต จำใส่กะโหลกไว้เนื้อนาง ลูกพี่ณไตรต้องมีคนเดียว” แขไขกรีดเสียงใส่ แล้วตบหน้าเนื้อนางซ้ายขวา เนื้อนางหน้าสะบัด เซ แขไขตรงเข้าไป ผลักเนื้อนางล้มลง
เนื้อนางก้นกระแทกพื้นอย่างแรง แขไขเดินเข้ามา
เนื้อนางเสียดท้อง ลุกไม่ขึ้น พยายามคลานถอยหนี “ช่วยด้วย ... ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยเนื้อนางด้วย”
“ร้องไปเถอะ เนื้อนาง กว่าจะมีคนมาช่วย .. ลูกแกก็ไม่รอด” แขไขหยิบท่อนไม้บนพื้นขึ้นมา เนื้อนางเห็นแล้วกลัว พยายามลุก แต่ลุกไม่ไหว ต้องคลานหนี แขไขกระชากขาเนื้อนางลากมา เนื้อนางร้องด้วยความเจ็บและกลัว เนื้อนางสะบัดถีบ โดนมือแขไข แขไขถอย เนื้อนางพยายามลุกขึ้น แต่เสียดท้อง จนลุกไม่ไหว
แขไขหัวเราะเสียงสะใจ “ฉันปล่อยให้แกระริกระรี้ มีความสุขกับพี่ณไตรมานานแล้ว อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้ลูกในท้องแก มาแย่งพ่อของลูกชั้นไปอีก”
แขไขกำลังฟาดไม้ลงมาที่ท้องเนื้อนางสุดแรง ได้ยินเสียงเนื้อนางกรีดร้องเสียงดัง “อย่า !!!!!!!”

ณไตรวิ่งเร็วออกมาจากในเรือน หลังจากเข้าไปหาเนื้อนางแต่ไม่เจอ บุญลือเดินผ่านมา พอเห็นณไตรก็จะเลี้ยวหลบ แต่ณไตรเรียกไว้ “บุญลือ เห็นเนื้อนางมั้ย”
“ไม่เห็นครับ”
“คนทั้งคนหายไปไหน ทำไมแกไม่รู้” ณไตรสีหน้าหงุดหงิด วิ่งเร็วผ่านบุญลือที่ไม่กล้าสบตาตรงๆ

แขไขฟาดลงมา เนื้อนางม้วนตัวหลบ ไม้เฉียดร่างเนื้อนางไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด เนื้อนางลุกขึ้น แต่แขไขเข้ามาจะกระหน่ำฟาด เนื้อนางหลบได้แต่ ล้มลงไปอีก “เนื้อนาง เนื้อนาง”
แขไขกำลังจะตีเนื้อนาง ได้ยินเสียงณไตรก็ชะงัก
“ฉันอยู่นี่” เนื้อนางรีบร้อง แขไขหันขวับ ฟาดไม้ลงมา เนื้อนางปัดสุดแรง ไม้หลุดจากมือ เกือบโดนหน้าเนื้อนาง
“เนื้อนาง อยู่แถวนี้หรือเปล่า”
เสียงณไตรใกล้เข้ามา เนื้อนางจะร้อง แขไขพุ่งเข้าไปบีบคอ เนื้อนางดิ้นรนร้อง
“ช่วย ..ช่วย..เนื้อนาง ..ด้วย” แขไขบีบคอเนื้อนางอย่างแรง
“เนื้อนาง ... เนื้อนาง”
“ช่วย ..ด้วย”
เสียงณไตรเข้ามาใกล้ แขไขโมโห อยากจะบีบคอเนื้อนางให้ตาย แต่ก็ตัดสินใจปล่อยมือวิ่งหลบออกไปก่อน
เนื้อนางหมดแรง ล้มสลบลงไปกับพื้น ณไตรวิ่งเร็วเข้ามา เห็นเนื้อนางที่นอนเหยียดยาว ไม่ได้สติ ก็ตรงเข้าไปช้อนร่างเนื้อนางขึ้นมา “เนื้อนาง คุณเป็นอะไร เนื้อนาง ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้”
ณไตรอุ้มเนื้อนางขึ้น แต่เห็นเลือดที่ไหลมาตามขาเนื้อนาง “เนื้อนาง”
ณไตรตกใจ มองเนื้อนางที่ไม่ได้สติ รีบอุ้มขึ้น วิ่งเร็วออกไปทันที

แขไขเดินเร็วมา บุญลือหันรีหันขวางมองทาง พอเห็นแขไข บุญลือรีบเข้าไปหา “พ่อเลี้ยงตามหาเนื้อนาง”
“ฉันรู้แล้ว แกรีบพาฉันกลับไปบ้านหิมวัต แล้วก็ปิดปากเรื่องฉันมาที่นี่”
“ถ้าพ่อเลี้ยงสงสัยล่ะครับ”
“แกจะแก้ตัวอะไรก็พูดไปสิ แต่ถ้าปากโป้งพูดถึงชั้น แม่นายจะเฉดหัวแกออกจากปาง” แขไขเสียงเข้ม เดินเร็วออกไป บุญลือจำยอมต้องตามไปทันที

ณไตรอุ้มเนื้อนางมาถึงหน้าเรือนคำฝาย
ประกายที่เดินวนไปวนมา มองเห็นก็รีบถาม “เนื้อนาง เจอเนื้อนางที่ไหน”
คำฝายมองสภาพเนื้อนางแล้วตกใจ “เลือด ทำไมมีเลือด”
“หรือว่า ... เนื้อนางตกเลือด” ณไตรมองประกายอย่างสงสัยมาก แสงคำ ม่อนดอยวิ่งมาจากอีกด้าน
“คนงานบอกว่าพ่อเลี้ยงตามหาเนื้อนาง”
“ฉันเจอเนื้อนางเป็นลมอยู่ในป่า”
“บ่ได้เป็นลมธรรมดา ... มีเลือดด้วย”
“เนื้อนางเป็นอะไร คำฝาย ประกาย” ณไตรจ้อง
ประกาย คำฝายมองหน้ากัน คำฝายตัดสินใจพูดออกมา
“เนื้อนางท้อง” ผู้ชายสามคนตกตะลึง
ณไตรก้มมองเนื้อนางในอ้อมแขน “ม่อนดอย รีบไปรับหมอเทพทัตมา ไม่ว่าหมอจะทำอะไรอยู่ เอาตัวหมอมาให้ได้ เดี๋ยวนี้ !!!”
ม่อนดอยวิ่งออกไปเร็ว ณไตรรีบอุ้มเนื้อนางขึ้นเรือน คำฝายตามติด
แสงคำยืนอึ้ง “เนื้อนางท้อง” แสงคำถอยมานั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง
ประกายตามขึ้นไปอย่างเป็นห่วงเนื้อนาง

แขไขเดินกลับเข้ามาในบ้านหิมวัต สีหน้ากังวลเรื่องทำร้ายเนื้อนาง
“คุณหายไปไหนมา”
แขไขสะดุ้งหันไปมองวันดีที่ถือถาดที่มียาบำรุงกับน้ำ เข้ามาจ้องอยู่ด้านหลัง
“ฉันไม่ได้หายไปไหน ฉันก็อยู่ที่นี่”
“ฉันหาคุณทั้งบ้าน ... แต่ไม่เจอ คนงานบอกว่าเห็นคุณออกไปกับบุญลือ”
“หุบปากได้แล้ว ฉันบอกว่าฉันอยู่ที่นี่ ไม่ได้ออกไปไหน” แขไขจ้องวันดีสายตาดุ
วันดีเอ่ยขึ้น “ยาบำรุงที่หมอสั่ง ฉันตามหาเพราะต้องให้คุณทานตรงเวลา”
“ก็เอามาสิ”
วันดีเดินเอายามาวางให้แขไข แขไขหยิบยากินแล้วดื่มน้ำตาม วันดีจ้องแขไขอย่างรังเกียจ
แขไขหันมามอง “จะไปไหนก็ไป อย่ามายืนเกะกะสายตาฉัน”
วันดียกถาดออกไป แขไขหันกลับมา สีหน้าเคียดแค้นเรื่องที่ณไตรมาขัดจังหวะทำร้ายเนื้อนาง

ณไตรมองเนื้อนางที่หลับอยู่ หมอเทพทัตตรวจเสร็จแล้ว คำฝายกับประกายนั่งใกล้
“เด็ก..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยหมอ”
“ปลอดภัยทั้งแม่ ทั้งลูก”
ณไตรมองทอดสายตาไปที่เนื้อนาง เนื้อนางลืมตาขึ้นเพลียๆ ณไตรมอง
คำฝายใจร้อนกว่า ถามขึ้นทันที “เนื้อนาง .. ทำไมตั๋วไปนอนอยู่ในป่า ทำยังไง เลือดถึงออกเต็มขา”
เนื้อนางมองไปที่ณไตร เนื้อนางนึกถึงแขไขทำร้าย
“อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้ลูกในท้องแก มาแย่งพ่อของลูกชั้นไปอีก”
เนื้อนางสีหน้าไม่ดี นึกกลัวถ้าพูดความจริงออกไป
ณไตรมองสีหน้าเนื้อนางแล้วถามขึ้น “คุณไม่ได้เป็นลมไปเอง มีใครทำอะไรคุณหรือเปล่า เนื้อนาง”
“เนื้อนางเป็นลมเองจ้ะ เป็นลมล้มลงไป” เนื้อนางหันไปทางหมอ “หมอจ้ะ ลูกเนื้อนาง”
“เค้ายังอยู่ แต่คุณต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”
เนื้อนางเอามือแตะท้องด้วยสัญชาตญาณ ยิ้มโล่งใจมาก
ณไตรจ้องเนื้อนางแล้วเอ่ยขึ้น “ขอผมคุยกับเนื้อนางตามลำพัง”
หมอเทพทัตเข้าใจก็หยิบกระเป๋าลุกขึ้น คำฝาย ประกายมองไม่สบายใจ ประกายพูดขึ้น “ให้เราอยู่ช่วยหยิบจับ”
ณไตรขัดขึ้นเสียงเข้ม “ผมบอกว่าตามลำพัง”
หมอพยักหน้าให้คำฝายกับประกาย ตามออกมา คำฝายกับประกายตามหมอเทพทัตออกไป
ในเรือน เหลือแค่เนื้อนางกับณไตร เนื้อนางมองณไตรที่จ้องตรงมาด้วยสีหน้าอึดอัด
“คุณท้อง แล้วทำไมถึงไม่บอกผม มีเหตุผลอะไรที่ไม่ยอมพูด หรือว่ามีปัญหาเลือกพ่อของเด็กในท้องไม่ได้ว่าจะเป็นใครระหว่าง ผม เจ้าแสนพรหม หรือแสงคำ”
เนื้อนางมองตกใจกับคำพูดและแววตาเหยียดหยันจากณไตร

คำฝาย หมอเทพทัต ยืนตรงหน้าม่อนดอย แสงคำ ประกายหน้าตาเป็นห่วงเนื้อนาง
ม่อนดอยดีใจ “ทีนี้เนื้อนางก็จะได้ไปอยู่บ้านหิมวัต เพราะเป็นทั้งเมียทั้งแม่ของลูกพ่อเลี้ยงณไตร”
“แต่ก่อนหน้านี้ .... เนื้อนางหายไป” หมอเทพทัตพูดขึ้น
ประกายหันขวับ “ที่ไปอยู่คุ้มเจ้าแสนพรหมน่ะเหรอ”
“เนื้อนางไม่เคยเป็นเมียเจ้าแสนพรหม” คำฝายยืนยัน
“เห็นมั้ย แล้วมันจะไม่ใช่ลูกพ่อเลี้ยงได้ยังไง หรือลูกแกฮะ แสงคำ”
“เดี๋ยวแกจะโดนชก นังประกาย เนื้อนางไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อน” หมอเทพทัตกับม่อนดอยมองแสงคำที่ยืนยัน “ถึงฉันจะรักเนื้อนางมากแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยล่วงเกินเนื้อนาง เนื้อนางไม่เคยมองฉันเกินกว่าพี่ชาย .. คนเดียวที่เนื้อนางมอบใจให้คือพ่อเลี้ยงณไตร”

ณไตรขยับเข้าใกล้ เผชิญหน้ากับเนื้อนาง “ถึงผมจะเป็นคนแรกที่ได้เป็นเจ้าของตัวคุณ .. แต่คุณก็ไม่ได้มีผมคนเดียว”
เนื้อนางฟังแล้ว เชิดหน้าอย่างไม่ยอม “ถ้าคุณสงสัยก็เชิญออกไปจากชีวิตฉัน พ่อเลี้ยงณไตร ฉันไม่เคยคิดจะอ้อนวอนขอให้คุณมาเป็นพ่อของลูก”
ณไตรคว้าข้อมือเนื้อนาง ดึงตัวมาใกล้ “แล้วที่อยู่ในคุ้มเจ้าแสนพรหม ที่คุณอวดนักอวดหนาว่าปรนนิบัติรับใช้เจ้าทั้งวันทั้งคืน”
“ฉันไม่จำเป็นต้องมานั่งเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะถ้าคุณมองว่าฉันเป็นผู้หญิงมักมากต่อให้ฉันยืนยันความจริงแค่ไหน ใจคุณก็ไม่มีวันเชื่อคำพูดฉัน” เนื้อนางกลั้นน้ำตา ไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าณไตรแม้ว่าจะเจ็บปวดใจกับทุกคำพูดของณไตร “ถ้ารังเกียจ ก็ปล่อยมือจากฉัน ไปจากชีวิตฉันสักที”
ณไตรยิ่งเจ็บใจที่เนื้อนางท้าทาย ดึงเนื้อนางมาใกล้ จ้องมอง “คุณไม่มีวันสมหวังง่ายๆหรอก เนื้อนาง ยิ่งคุณหนี ผมจะยิ่งกักขังคุณไว้ แค่มีลูกคนเดียว ...” ณไตรยื่นหน้ามาใกล้มองเนื้อนาง “คุณยังปรนนิบัติผมได้อีกนาน”
เนื้อนางมองเสียใจ ณไตรดันเนื้อนางออกห่าง “เก็บของ แล้วอย่าคิดจะหนีเพราะคุณก็รู้ว่าชั่วชีวิตนี้คุณหนีผมไม่พ้น”
“คุณจะพาฉันไปไหน”
“บ้านหิมวัต”
“ฉันไม่ไป”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 14 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ