อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 14 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 14 ต.ค. 57

“คุณจะพาฉันไปไหน”
“บ้านหิมวัต”
“ฉันไม่ไป”
“ต้องไป อย่าคิดจะอุ้มท้องหนีผมไปไหนอีก รู้ไว้ด้วยว่าผมไม่ได้เวทนาคุณ ที่พาคุณไปเพราะผมสงสารเด็ก” ณไตรเดินออกไปอย่างเร็ว เนื้อนางมองตามด้วยแววตาเสียใจ

ณไตรก้าวออกมา เห็นทุกคนที่ยังรอกันอยู่หน้าเรือน ณไตรสีหน้าบึ้งตึง เดินผ่านทุกคนออกไป
ประกายมองตามณไตร “เฉยเมยมาก หน้าตาไม่เห็นจะดีใจเหมือนคนกำลังจะมีลูก”
คำฝายไม่สนใจณไตร วิ่งขึ้นเรือนไปดูเนื้อนาง ประกาย แสงคำตามไปด้วย หมอเทพทัตยืนอยู่ ม่อนดอยตัดสินใจเดินเร็ว ตามณไตรไปทันที


ณไตรเดินเร็วมาหยุดระงับอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน สับสน ม่อนดอยก้าวมายืนมองจากด้านหลัง
“ฉันจะพาเนื้อนางไปอยู่บ้านหิมวัต”
“แม่นายกับคุณแขไขคงจะฉีกเนื้อนางเป็นชิ้นๆ”
“ฉันปกป้องเมีย ปกป้อง... ลูกฉันได้” ณไตรชะงักไปเมื่อพูดคำว่าลูก
ม่อนดอยมองเข้าใจ เอ่ยบอกขึ้น “คำฝายมันยืนยันหนักแน่นว่าเนื้อนางไม่ได้เป็นเมียเจ้าแสนพรหม”
ณไตรหันมองม่อนดอย ม่อนดอยเอ่ยบอกอีก “แสงคำก็ยืนยันว่าไม่เคยแตะต้องเนื้อนาง”
“แกไม่ได้เห็นเหมือนที่ฉันเห็น ไม่ได้ยินจากปากเจ้าเหมือนที่ฉันได้ยิน” สีหน้าณไตรเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา
“ก็ถ้าเนื้อนางอยากให้พ่อเลี้ยงรับเป็นพ่อของลูกจริงๆ เนื้อนางคงรีบไปหาพ่อเลี้ยงตั้งแต่รู้ว่าท้องแล้วล่ะ” ณไตรหันมามองม่อนดอยที่เอ่ยให้ฉุกคิด “ถึงจน แต่เนื้อนางก็เป็นเมียที่พ่อเลี้ยงรัก ฝ่าฟันทุกอย่างเพื่อจะแต่งงานด้วยขนาดนี้แล้ว พ่อเลี้ยงยังไม่รู้จักนิสัยใจคอเมียทั้งคนอีกเหรอ” ม่อนดอยพูดอย่างที่คิด แล้วเดินออกไป
ณไตรสีหน้าทบทวนอย่างหนัก

เนื้อนางดึงเสื้อที่ประกายกำลังช่วยพับใส่กระเป๋าออกมาไว้ในมือ “เนื้อนางไม่ไปกับพ่อเลี้ยง”
ประกายหันมามอง คำฝายอยู่ข้างเนื้อนางเต็มที่ “ไปอยู่บ้านหิมวัตก็เท่ากับเอาเนื้อนางไปฆ่า แม่นายกับคุณแขไขมันใจยักษ์ใจมาร”
ประกายใจเย็น “แกใช้หัวคิดดูบ้างนะ คำฝาย อย่าเอาแต่อารมณ์ เนื้อนางด้วย ลูกในท้อง จะให้ระเหเร่ร่อน อดมื้อกินมื้อทำไม”
“เด็กคนเดียว พวกเรามีปัญญาเลี้ยง”
“เออ.. รู้ว่าแกน่ะมีปัญญา มีแรง แต่เด็กเกิดในบ้านหิมวัต มีพ่อเป็นพ่อเลี้ยงณไตร ยังไงอนาคตของเด็กก็ต้องดีกว่าใช่มั้ย ได้เรียนหนังสือ อีกหน่อยก็ทำงานสบายเป็นเจ้าคนนายคน”
เนื้อนางไม่สนใจ “เด็กคนนี้เป็นลูกเนื้อนางคนเดียว”
“เนื้อนาง ... ละอ่อนน้อยต้องมีพ่อนะ” แสงคำยิ้ม “แค่เนื้อนางบอกมาคำเดียว อ้ายจะแต่งงานกับเนื้อนาง พาเนื้อนางไปอยู่นอกปางเอง”
เนื้อนางมองสงสารแสงคำคนซื่อ
“ใครก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวเนื้อนางทั้งนั้น นอกจากฉัน” ทุกคนหันไปมอง ณไตรยืนหน้าบึ้งอยู่ที่ประตูก้าวพรวดๆเข้ามาดึงแขนเนื้อนาง “ไปบ้านหิมวัตกับฉันเดี๋ยวนี้”
“โอ๊ย จะเร่งอะไรกันนักหนา กระเป๋ายังจัดไม่เสร็จเลย” คำฝายโวย
“ไม่ต้องจัด ไม่ต้องเอาอะไรไปแล้ว .. ฉันต้องการแค่ตัวเนื้อนาง” ณไตรจ้องแสงคำ แล้วดึงเนื้อนาง
“แต่เนื้อนาง .. “ เนื้อนางพยายามท้วง
“หยุดพูดว่า แต่!! หยุดพูดว่าไม่อยากไป เพราะนี่คือสิ่งที่เธอต้องทำ ไม่ต้องขัดขืนอะไรอีกแล้ว ไปบ้านหิมวัตกับฉันเดี๋ยวนี้” ณไตรรวบร่างเนื้อนางพาเดินลากออกไป ผ่านสายตาทุกคนที่ยังตั้งตัวไม่ติด
คำฝายจะวิ่งตาม ประกายดึงแขนไว้ “นังคำฝาย พอๆ อยู่ที่นี่ แกเป็นเมียพ่อเลี้ยงอีกคนหรือไงฮะ ถึงต้องตามไปด้วย”
“เนื้อนางจะตายคามือแขไขกับแม่นาย”
“ผัวเค้าอยู่ทั้งคน เค้าไม่ปล่อยให้เมียโดนปู้ยี่ปู้ยำตายหรอก”
แสงคำมองตาม สายตาละห้อยประกายหันไปมองสายตาแสงคำแล้วพูดขึ้น “แกก็อีกคน แสงคำ พ่อเลี้ยงเค้าหอบเนื้อนางไปแล้ว .. ผู้ชายหน้าไหนก็หมดสิทธิ์”
คำฝายกับแสงคำสีหน้าไม่ดี เมื่อนึกว่าเนื้อนางจะต้องไปเจอกับความร้ายกาจของคนบ้านหิมวัต
“แกไม่เคยเจอนังแม่นาย แกไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้ อำมหิตขนาดไหน”

แขไขนั่งอยู่ จันตาเอาผลไม้เปรี้ยว พวกมะม่วง มะดัน มะยมใส่จานจัดสวยงามมาวางไว้
“จันตาเตรียมมาให้ เผื่อคุณแข เปรี้ยวปากเจ้า”
“พี่ณไตรกลับมาจากปางหรือยัง”
“ยังไม่เห็นนะเจ้า”
แขไขลุกขึ้นทันที ไม่สนใจผลไม้
“คุณแข ลุกช้าๆ เจ้า .. ระวังลูก”
“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องมาคอยตาม คอยบอก น่ารำคาญ”
จันตาหน้าเจื่อน ธรรพ์เดินเข้ามา “จันตาเตือนเพราะห่วงลูกนะ แขไข”
แขไขหันขวับ สายตากราดเกรี้ยวมองธรรพ์ “ลูกฉัน ฉันดูแลเองได้ คนอื่นอย่ายุ่ง”
แขไขกำลังจะเดินออกไปด้วยความรำคาญ ณไตรกุมมือเนื้อนางเดินเข้ามา ทุกคนหันไปมอง
แขไขตาลุกวาว ถามขึ้นด้วยความแค้น “กล้าเอามันเข้ามาถึงนี่เลยหรือคะ”
เนื้อนางเห็นแขไขก็ไม่อยากเดิน แต่ณไตรกุมมือไว้แน่น
“ออกไป เนื้อนาง ออกไปจากที่นี่ หิมวัตไม่ใช่ที่ๆ แกจะมาเหยียบ” แขไขไล่
“ต่อไปนี้ เนื้อนางจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เนื้อนางจะอยู่ที่นี่”
“ตายแล้ว ... พูดอะไรออกมา คุณณไตร” จันตาร้อง
“แขไม่ให้มันอยู่”
“คุณไม่มีสิทธิ์อะไรเลยในบ้านหลังนี้นะ แขไข ผมจะให้เนื้อนางอยู่ที่นี่ เพราะเนื้อนางเป็นเมียกำลังตั้งท้อง ... ลูกของผม”
“เนื้อนาง .. ท้อง” ธรรพ์ตกใจ
“แกแน่ใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องผู้หญิงกร้านโลกีย์อย่างเนื้อนาง มันเป็นลูกของแก” ทุกคนหันไปมองเห็นแม่นายก้าวเข้ามา สายตาเกลียดชังเนื้อนางเต็มที่

คำฝายนั่งพิงเสา สายตาเป็นห่วงเนื้อนาง ประกายกอดเข่ามอง แสงคำกับม่อนดอยนั่งอยู่หน้าเรือน ทุกคนสีหน้าไม่สบายใจ
“พ่ออุ๊ยหมื่นหล้า พ่ออุ๊ยต้องคุ้มครองปกป้องเนื้อนางกับหลานด้วยนะ” คำฝายรำพึงรำพันด้วยความเป็นห่วงเนื้อนางที่สุด

ณไตรกุมมือเนื้อนาง เผชิญหน้ากับทุกคน “เนื้อนางเป็นเมียผม ลูกในท้องเนื้อนางก็ต้องเป็นลูกผม”
เนื้อนางมองซึ้งใจณไตรที่เอ่ยปกป้อง
“แต่ฉันไม่มีวันยอมรับเด็กคนนี้เป็นหลาน ลูกแขไขต่างหากที่เป็นทายาทหิมวัต เอามันออกไปจากบ้านชั้น”
“พี่ณไตรมีแขอยู่แล้วนะคะ แขเป็นเมียพี่ณไตร”
“อย่าให้ผมต้องย้ำเรื่องลูกในท้องคุณอีกเลยนะ แขไข” ณไตรจ้อง แขไขเชิดหน้า ไม่ยอมแพ้ณไตรมองไปที่ทุกคน “ผมแต่งงานแล้วกับเนื้อนาง คุณอยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ไป แขไข แต่ไม่ใช่ในฐานะเมีย”
แขไขกรี๊ดดังยาว ทุกคนตกใจ
เนื้อนางเสียงอ่อน “พ่อเลี้ยง... สงสารคุณแข”
“แกไม่ต้องมาสงสารชั้น ไสหัวไป เนื้อนาง” แขไขหันมองณไตร “พี่ณไตรจะยกย่องเนื้อนางให้อยู่เหนือแขไม่ได้”
“คุณก็สั่งผมไม่ได้เหมือนกัน เนื้อนางจะอยู่ที่นี่ ต่อไปนี้ถ้าใครทำร้ายเนื้อนางกับลูก ก็เท่ากับเจตนาจะทำร้ายผมด้วย” ณไตรจ้องไปที่แม่นายกับแขไข แล้วดึงมือเนื้อนางเดินผ่านสายตาเกลียดชังของแม่นายกับแขไขออกไป
ธรรพ์มองตาม สายตาหนักใจกับความยุ่งยากกำลังเริ่มต้นอีกรอบ
แขไขตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ “ทำอะไรสักอย่างสิคะ แม่นาย จะให้เนื้อนางมันอยู่แข่งกับแขได้ยังไง ลูกมันจะมาตีเสมอลูกแขได้ยังไง แขไม่ยอม ไล่มันไปสิคะ แม่นาย ให้มันสองแม่ลูกจะไปตายที่ไหนก็ไป”
“แขไข !!! ที่คุณคิดมันบาปมากนะมีเด็กในท้อง คุณต้องคิดแต่เรื่องดีๆ” ธรรพ์ปราม“ใจเย็นๆ หนูแข เนื้อนางมันกำลังท้อง เราลงมืออะไรไป กระเทือนไปถึงเด็กจะเป็นบาปหนักติดตัวเรา ให้มันคลอดออกมาก่อน ฉันจะไล่นังแม่มันออกไปจากหิมวัตของชั้น”

แขไขเจ็บใจ ไม่อยากทนรอ ธรรพ์มองแล้วยิ่งเสียใจที่แขไขไม่ยอมรับความจริงเลย
ณไตรพาเนื้อนางเดินมาที่ระเบียงห้องนอน
เนื้อนางพูดขึ้นเสียงเศร้า “ที่นี่ไม่มีใครต้อนรับฉัน อย่าให้ฉันกับลูกต้องทนทุกข์อยู่ท่ามกลางคนที่รุมเกลียดฉันเลย ให้ฉันกลับไปอยู่ที่ปางเถอะ”
“เราจะไม่พูดเรื่องกลับไปที่ปางอีกแล้ว เนื้อนาง”
“คุณเองก็ไม่แน่ใจว่าเด็กในท้องเนื้อนางเป็นลูกของคุณ ไม่ต้องรับผิดชอบเราหรอก พ่อเลี้ยง” ณไตรมองเนื้อนางที่แววตาจริงใจ ไม่มีมารยา “ฉันพอมีเงินเก็บ จะอดจะอิ่มจะลำบากแค่ไหน ฉันก็เลี้ยงลูกของฉันได้ ฉันจะไม่ทิ้งลูก”
ณไตรไม่อยากฟัง เข้าไปกอดเนื้อนางไว้ “พอแล้ว เนื้อนาง ... ไม่ต้องพูดอีก” เนื้อนางซบลงในอกแข็งแรงของณไตร ณไตรกอดเนื้อนางไว้แน่น “ผมรู้ว่าผมเลวที่หยาบคายกับคุณอย่างนั้น เพียงเพราะผมต้องการความมั่นใจ แต่ขอให้คุณเชื่อได้เลยว่าผมไม่เลวขนาดปล่อยคุณกับลูกออกไปลำบาก”

ณไตรมองเนื้อนาง สายตาขอร้อง “อยู่ที่นี่ .. อดทนเพื่อลูก ..ได้มั้ย” เนื้อนางมองณไตร ณไตรจูบลงที่หน้าผากเนื้อนางแล้วกอดไว้ “อดทนเพื่อผม เพื่อลูก..ของเรา”
ณไตรกอดเนื้อนางที่ซบอยู่ในอกด้วยแววตายอมทุกอย่างเพื่อผู้ชายที่รักและลูกในท้อง

ที่สวนบ้านหิมวัต แขไขเดินออกมายืนมองไปด้วยสายตาเจ็บแค้น
ธรรพ์ตามมาด้านหลัง “เห็นหรือยังว่าพี่ไตรไม่มีวันรักคุณ เค้ารักลูกเค้า รักเนื้อนางยิ่งกว่าใคร” ธรรพ์ยื่นมือไปกุมมือแขไขอย่างวิงวอน “ผมต่างหากที่พร้อมจะแต่งงาน สร้างครอบครัวกับคุณ”
แขไขสะบัดมือออกจากธรรพ์อย่างแรง ธรรพ์ฉุนขึ้นมาทันที “ลืมตามองความจริงซะบ้างแขไข ตอนนี้พี่ไตรไม่เหลือให้คุณกระทั่งความสงสาร”
“ต่อให้ฉันไม่มีใครสงสาร ฉันก็ไม่มีวันนึกถึงแก ไม่มีวันขอร้องแก ไปซะ ถ้าแกอยากเห็นเด็กในท้องฉันมีลมหายใจ” แขไขจ้อง ธรรพ์ถอยไป 2-3 ก้าว เพราะกลัวแขไขจะทำร้ายลูก แขไขมองแล้วตวาด “ออกไป”
ธรรพ์ต้องถอยออกไปอย่างเร็ว
แขไขหันกลับมา ตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บใจ “แกไม่มีวันเป็นสุข เนื้อนาง ต่อให้ฉันต้องเป็นฆาตกร ฉันก็จะโยนแกกับลูกออกไปจากที่นี่”

ณไตรมองเนื้อนางที่สีหน้าอิดโรยเพราะแพ้ท้อง กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง วันดีเคาะประตู ณไตรมองอนุญาต วันดีเข้ามาในห้อง เดินมาข้างเตียง “ป้าวันดีจะมาช่วยดูแลคุณ เวลาที่ผมต้องออกไปทำงาน”
เนื้อนางยกมือไหว้วันดี วันดีมองเนื้อนางด้วยสายตาสงสาร “ท่าทางคุณจะแพ้มากกว่าคุณแขไข”
“ป้าวันดีช่วยดูแลเนื้อนางนะครับ แขไขมีทั้งแม่นาย มีจันตา แล้วก็ธรรพ์”
วันดีมองณไตร แต่ณไตรไม่ได้ติดใจอะไรที่พูดถึงธรรพ์ วันดีหันไปมองเนื้อนางแล้วยิ้มให้ “คุณอยากได้อะไรบอกป้านะเจ้า ไม่จำเป็นก็อย่าออกไปไหนคนเดียว” วันดีสีหน้าไม่สบายใจนัก
ณไตรมองอย่างเข้าใจ “อยู่ห่างๆแม่นายกับแขไขไว้นะ เนื้อนาง”
เนื้อนางมองณไตรหน้าเศร้า “ฉันกับลูกจะมีความสุขที่บ้านนี้หรือจ๊ะ ถ้าต้องคอยแระแวงคนในบ้าน”
ณไตรกุมมือเนื้อนางปลอบและให้กำลังใจ “รอให้คุณคลอด แม่นายเห็นหน้าหลาน ทุกอย่างจะดีขึ้น”
ณไตรเห็นสีหน้าหงอยเหงาของเนื้อนางก็คิดหนัก

หน้าเรือนเนื้อนาง คำฝายเดินเป็นเสือติดจั่น ด้วยความเป็นห่วงเนื้อนาง “ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย ข้าจะไปหาเนื้อนางที่บ้านหิมวัต”
“เอาอีกแล้ว งุ่นง่านจริงนังนี่ ทะเล่อทะล่าเข้าไป เค้าจะได้ยิงเอา”
“ตายเป็นตายซีวะ ป่านนี้เนื้อนางจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไปอยู่ใต้กรงเล็บของแม่นายกับแขไข แสงคำแกไปกับข้า”
“ไปสิ” แสงคำ คำฝายกำลังจะเดินออกไป
ม่อนดอยวิ่งมา “เร็วๆ .. พ่อเลี้ยงมาที่โรงอาหารแล้ว”
คำฝายวิ่งนำไปก่อน แสงคำ ม่อนดอย ประกายเดินเร็วตามไปทันที

ในห้องนอนณไตร เนื้อนางเดินมาริมหน้าต่าง มองบรรยากาศรอบๆ วันดียืนอยู่ใกล้ เนื้อนางแตะท้องแล้วยิ้ม ถามขึ้น ”ป้าวันดีมีลูกมั้ยจ้ะ”
วันดีนิ่งไปพัก แล้วตอบเสียงราบเรียบ “ไม่มีเจ้า แต่ก็เลี้ยงคุณธรรพ์มาตั้งแต่เด็ก เลี้ยงเหมือนลูก”
“มิน่าคุณธรรพ์ถึงใจดีเหมือนป้า”
วันดียิ้มเมื่อได้ยินเนื้อนางชม “เดี๋ยวป้าจะไปเอาข้าวมาให้ คุณอย่าออกไปไหนนะ ถึงคุณจะแต่งงานมาก่อน แต่ที่นี่คุณแขไขถือว่าตัวเองเป็นเมียใหญ่”
“ฉันรู้จ้ะว่าคุณแขไขอยากจะกำจัดฉันกับลูกมากแค่ไหน”
วันดีมองสงสารแล้วเดินออกไป เนื้อนางมองไปไกลด้วยสีหน้าเศร้า

ในโรงอาหาร ณไตรยืนต่อหน้าคำฝายและทุกคน “เนื้อนางสบายดี”
“ขอให้ฉันไปเห็นด้วยตาตัวเองได้มั้ยพ่อเลี้ยง ฉันกับเนื้อนางไม่เคยแยกจากกันเลย” ณไตรมอง คำฝายน้ำตาปริ่มด้วยความเป็นห่วงเนื้อนาง “ให้ฉันไปรับใช้อะไรในบ้านหิมวัตก็ได้ ฉันไม่เอาค่าแรงสักสตางค์ ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ช่วยเนื้อนาง”
“คำฝายก็เหมือนพี่สาวเนื้อนาง พ่ออุ๊ยเลี้ยงเค้ามาด้วยกัน” แสงคำช่วยพูด
คำฝายคุกเข่าลงหน้าณไตร “จะกดขี่ จะรังแก จะทำอะไร ฉันก็ยอมทุกอย่าง”
“ไม่ต้องๆ ลุกขึ้น คำฝาย ที่ฉันมาเพราะจะพาไปอยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง”
คำฝายลุกขึ้นดีใจ ประกายรีบบอก “นังคำฝายน่ะมันกระโดกกระเดก ไม่เคยอยู่บ้านใหญ่ๆโตๆมาก่อนเหมือนฉัน พ่อเลี้ยงพาฉันไปด้วยนะ จะได้ใช้งานคล่องๆ”
“อิจฉาจริง พ่อเลี้ยงมีเมียสองลูกสอง แต่โบราณว่าเมียสองต้องห้าม เมียสามตามตำราอย่างนี้ก็ต้องหาอีกคนสิ” ม่อนดอกหยอก
“ประกายไงจ๊ะ เมียสาม ประกายเต็มใจ”
คำฝายซัดประกายกลางหลังผัวะ ประกายหันมากางเล็บ พร้อมจิกข่วนทันที
“อื้อหือ นังลูกเสือ ลูกตะเข้ เลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ต้องไปด้วยหรอกแก อยู่เก็บขี้ช้างที่นี่กับไอ้ม่อนดอย”
“คำฝาย รีบไปเก็บของ”
“ประกายล่ะจ๊ะ พ่อเลี้ยง”
“อยู่ที่นี่แหละ ประกาย ให้คำฝายไปคนเดียวก็พอ ที่บ้านฉันมีป้าวันดีคอยดูแลเนื้อนางอยู่แล้ว”
“อยู่เป็นขวัญใจปางนะ ประกาย ปางนี้ไม่มีประกายก็เหมือนป่าไม่มีดอกไม้ ไร้สีสัน”
ประกายมองค้อนๆ แต่ก็อมยิ้มชอบที่ม่อนดอยยกยอ คำฝายรีบวิ่งขึ้นเรือนไป
ณไตรหันมาทางแสงคำ ม่อนดอย “ฉันฝากที่ปางด้วย ม่อนดอย แสงคำ เนื้อนางท้องแบบนี้ ฉันอาจจะไม่ได้มาบ่อยๆ”
“เราไปหาเนื้อนางบ้างได้มั้ย” แสงคำยังไม่วายเป็นห่วง
“เอาไว้ฉันจะพาเนื้อนางกับลูกมาที่นี่เอง” แสงคำหน้าเศร้าลงเมื่อได้ยินคำพูดณไตร

เนื้อนางกำลังจะนั่งลงตรงลานระเบียงกลาง จันตาเดินเข้ามา เนื้อนางตกใจ
“แม่นายให้แกไปหา”
เนื้อนางสีหน้าไม่สบายใจ ไม่อยากไปเพราะกลัวมีเรื่อง
“พิรี้พิไร แกเป็นใคร กล้าขัดคำสั่งแม่นายเหรอ”
“ฉันเวียนหัว ขอนั่งสักแปปได้มั้ย เดี๋ยวฉันจะไป”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 14 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ