อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 14 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 14 ต.ค. 57

ธรรพ์กุมมือแขไขที่เหงื่อแตกเต็มมือไว้ “จันตา หมอล่ะ หมอ”
“ยังมาไม่ถึงเลยเจ้า”
“แขไข อดทนนะครับ หมอกำลังมา” แขไขกรีดร้องด้วยความปวดทุรนทุราย จันตามองกลัว “โอ๊ย ปวด ใครก็ได้ เอามันออกไปจากท้องฉันที” แขไขดิ้นแรง
จันตากับธรรพ์รีบเข้ามายึดมือแขไขกดไว้คนละข้าง

เนื้อนางบีบมือวันดีเหงื่อชุ่มมือ “ป้าวันดี เนื้อนางไม่ไหวแล้ว”
วันดีเอาผ้าขนหนูมัดมือเนื้อนางไว้กับเตียง “งั้นเบ่งนะ.. เอ้า เบ่ง”
วันดีคอยบอก เนื้อนางหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ พยายามเบ่ง เนื้อนางมองผ่านท้องไป เห็นวันดีที่คอยช่วย “เบ่ง คุณ เบ่ง” เนื้อนางเหงื่อแตก สูดลมหายใจแล้วเบ่งเต็มที่


ณไตรพุ่งรถกลับบ้านด้วยความเร็ว พอถึงทางโค้ง เห็นชาวบ้านกำลังปั่นจักรยานขึ้นมาจากข้างทาง ณไตรบีบแตร แสงไฟหน้ารถสาดไปที่ชาวบ้าน ชาวบ้านตกใจ ยืนนิ่งกลางถนน ณไตรหักหลบ ล้อรถบดถนน เสียงดังลากยาว

เนื้อนางเบ่งสุดแรง เสียงทารกที่เพิ่งคลอด ร้องออกมาดังลั่น เนื้อนางที่กำลังจะหมดสติยิ้มดีใจ
“ผู้ชาย .. คุณได้ลูกชาย” วันดีอุ้มเด็กขึ้นมา
เนื้อนางตาลาย รางเลือนด้วยความเหนื่อยอ่อน “ลูกแม่” เสียงทารกร้องดังในหูเนื้อนางดังเบาๆๆ จนเนื้อนางหมดสติ หลับตาลง

แขไขนอนสลบนิ่ง สีหน้าซีดขาว จันตาอุ้มเด็กขึ้นมา มองทารกในมือที่เงียบสนิท “จันตาเอาคุณหนูไปล้างตัวก่อนนะเจ้า”
ธรรพ์มองจันตาอุ้มทารก แล้วรีบพยักหน้า จันตารีบเอาทารกออกไป
ธรรพ์กุมมือแขไขด้วยความเป็นห่วง “แขไข ได้ยินผมมั้ย แขไขคุณอย่าเป็นอะไรนะครับ” ธรรพ์กุมมือแขไขมาจูบแล้ววางลงด้วยสายตาเป็นห่วง

วันดีกำลังล้างตัวทารกลูกเนื้อนางแล้ววางลงในเบาะทางซ้าย จันตาอุ้มทารกลูกแขไขเข้ามาวางลงในเบาะทางขวา “แกดูทีซิ ทำไมนิ่งเงียบไม่ร้องซักแอะ แล้วล้างเนื้อล้างตัวด้วย ฉันไปดูคุณแขไขก่อน ท่าทางเธอไม่ดีเลย เหมือนคนตกเลือด จะตายซะให้ได้”
วันดีผุดยิ้มร้ายมองลูกแขไขที่อยู่ในเบาะทางขวา เนื้อตัวเขียวดำคล้ำไม่ร้อง วันดีนึกย้อนตอนที่หลอกให้แขไขกินยาขับเลือด ไม่ใช่ยาบำรุง วันดีมองลูกของแขไขที่นอนนิ่ง ตรงข้ามกับลูกเนื้อนางที่ตัวขาว ผิวชมพู สมบูรณ์ทุกอย่าง อ้วนจ้ำม่ำร้องเสียงดังที่ในเบาะทางซ้าย
แม่นายรีบเข้ามาด้วยความตื่นเต้น “นังเนื้อนาง มันเป็นมารชีวิตฉันจริงๆ ดันมาคลอดวันเดียวกับหนูแขซะอีก ไหน... หลานฉัน ... ลูกแขไข”
วันดีมองแม่นาย นึกย้อนที่แม่นายพูดไว้ “นังเมียชาวบ้านขี้ครอกอย่างนั้น ก็เหมาะกับแกดีนะ วันดี แกเลี้ยงลูกนังเนื้อนางไป ... ลูกหนูแขเป็นเด็กมีบุญมาเกิด ฉันจะไม่ให้ใครแตะต้องทั้งนั้น โดยเฉพาะมือขี้ข้าอย่างแก”
แม่นายมองทารกสองคน “เอ้า นั่งบื้ออยู่ได้ ไหนล่ะ หลานฉัน ลูกแขไข”
วันดีตัดสินใจหันไปอุ้มลูกเนื้อนางส่งให้แม่นาย “นี่เจ้า .... ลูกชายคุณแขไข”
แม่นายรีบรับลูกเนื้อนางตัวขาวมาอุ้ม กอด มองด้วยความตื่นเต้น “น่าเกลียดน่าชังอะไรอย่างนี้ เป็นผู้ชายซะด้วย หลานย่า”
แม่นายที่อุ้มลูกเนื้อนาง มองไปที่ทารกอีกคนที่เป็นลูกแขไขจริงๆ “นั่นลูกนังเนื้อนางสินะ ทำไมมันไม่ร้อง.... มันจะรอดมั้ย”
วันดีมองแม่นายที่กอดหอมลูกเนื้อนางแล้วยิ้มร้ายในหน้า สมใจที่ได้แก้แค้นแม่นาย ด้วยการสลับให้แม่นายได้ชื่นชมลูกชายของเนื้อนาง
หมอเทพทัตถือกระเป๋าตามคนงานที่นำเข้ามา คนงานถอยออกไป
แม่นายอวด “นี่หลานฉัน ลูกหนูแข” หมอเทพทัตมองเลยไปที่เด็กอีกคนแล้วรีบเข้าไปดู วันดีถอยออกมาให้เทพทัตตรวจเด็ก วันดีมอง หมอเทพทัตสีหน้าไม่ดี
แม่นายที่อุ้มลูกเนื้อนางเพราะเข้าใจว่าเป็นลูกแขไข มองเทพทัตแล้วถามขึ้น “ลูกเนื้อนางมันก็ผู้ชายใช่มั้ย ทำไมมันไม่ร้องเลยล่ะ”

ณไตรวิ่งเข้าห้องมาอย่างเร็ว เห็นเนื้อนางนอนหลับอยู่ ณไตรตรงเข้าไปหา “เนื้อนาง”
เนื้อนางลืมตามพอเห็นณไตรก็ยิ้มดีใจ “ลูกเรา ..คลอดแล้ว ... ลูกผู้ชาย”
ณไตรกอดเนื้อนางไว้ด้วยความดีใจ หมอเทพทัตอุ้มทารกในผ้าอ้อมเข้าห้องมา ณไตรรีบไปรับทารกมานั่งใกล้เนื้อนาง
เนื้อนางรับลูกมากอดไว้มองลูกที่นอนนิ่ง “ลูกฉัน ทำไมตัวเล็กแค่นี้”
ณไตรกับเนื้อนางเอานิ้วเกี่ยวมือลูก แต่รู้สึกได้ถึงนิ้วมือเย็นชืด ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง “ทำไมลูกฉันไม่ร้องเลยล่ะหมอ”
“เด็กไม่หายใจ เสียใจด้วยนะ ฉันมาไม่ทัน ช่วยอะไรไม่ได้เลย”
ณไตร เนื้อนางตกตะลึง หมอเทพทัตถอยออกไปเงียบๆ
เนื้อนางหันมาทางณไตร “ไม่จริง เนื้อนางได้ยินเสียงลูกร้อง พ่อเลี้ยง เนื้อนางได้ยินเสียงลูกร้องจริงๆ”
ณไตรนิ่งอึ้ง ตะลึงไปชั่วขณะ มองทารกที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจในอ้อมกอดเนื้อนาง ณไตรน้ำตาหยดลงอาบแก้มด้วยความรู้สึกสูญเสีย เนื้อนางส่ายหน้ายังรับไม่ได้ ซบลงกับทารกไร้วิญญาณ
“ลูกจ๋า แม่กับพ่ออยู่นี่ ...ลูกจ๋าได้ยินเสียงแม่มั้ย” เนื้อนางสะอื้น “แม่ได้ยินเสียงหนูร้อง แม่เห็นหนูตั้งแต่เกิด” ณไตรสะอื้น เสียงคร่ำครวญของเนื้อนาง ดังปิ่มว่าจะขาดใจ “แม่กับพ่อรักหนูมากนะลูก แม่รู้ .. ลูกยังหายใจ ลูกจ๋า ตื่นมายิ้มกับแม่เถอะนะลูก”
ในห้องนอนแขไข แม่นายกำลังอุ้มทารกน้อย อ้วนจ้ำม่ำ ธรรพ์ยืนใกล้แม่นาย แขไขยังนอนอยู่บนเตียง จันตาอยู่ด้านหลังแม่นาย ชะเง้อมองทารกน้อยในห่อผ้าด้วยสายตาแปลกใจ
“ดูหลานชายแม่สิ ธรรพ์” แม่นายชื่นชม ธรรพ์ขยับมามองใกล้ด้วยรอยยิ้ม “น่าเกลียดน่าชัง สมเป็นลูกณไตรจริงๆ”
ธรรพ์สลดวูบลงนิดเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นดึงทารกมาอุ้มไว้ในอ้อมกอดตัวเองอย่างหวงแหน แขไขมองจ้อง ธรรพ์กอดหอมทารกด้วยความรัก “ชื่นใจเหลือเกิน ... ตาหนู”
แขไขมองธรรพ์ที่ก้มลงจูบลูก สายตาไม่พอใจ กราดเกรี้ยวขึ้นมา “พี่ไตรล่ะคะ ทำไมไม่มาดูลูก”
ธรรพ์กอดทารกไว้ หันไปตอบโต้แขไขทันที “พี่ณไตรเค้าก็ต้องไปดูแลลูกเมียของเค้า”
“แต่ฉันก็เป็นเมีย”
“เมียที่พี่ณไตรไม่เคยยอมรับ” แม่นายกับจันตามองแปลกใจธรรพ์ที่ขึ้นเสียงกับแขไข “คุณกำลังเหนื่อย นอนเงียบๆ พักผ่อนซะ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีก ผมจะเลี้ยงตาหนูให้เอง”
ธรรพ์กอดทารกจ้องตาแขไขอย่างแข็งกระด้าง จนแขไขต้องหยุด

ในมุมมืดปลอดคน วันดีก้าวเข้ามามองไกลด้วยรอยยิ้มสะใจ เอ่ยขึ้นกับบุญลือ
“นี่คือการแก้แค้นที่สะใจที่สุด นังแม่นาย มันถูกหลอกให้ต้องเลี้ยงเลือดเนื้อเชื้อไขของเนื้อนางผู้หญิงที่มันเกลียด เมื่อไหร่ที่เด็กโตขึ้นมาสมบูรณ์เพียบพร้อมทั้งปัญญา บารมี และทรัพย์สมบัติ เมื่อนั้น ฉันถึงจะเปิดเผยความจริงให้นังแม่นายมันกระอักเลือดตาย”
“ถ้าเกิดใครสักคนจับได้ว่าพี่วันดีสลับลูกเนื้อนางกับแขไขล่ะ”
“จะต้องไม่มีใครจับได้ เรื่องนี้มันจะเป็นความลับแค่แกกับพี่ บุญลือแกเองก็อย่ามีพิรุธเรื่องเอายาขับเลือดมาให้พี่ล่ะ พี่เอาให้แขไขกิน ลูกมันถึงไม่รอด”
“พี่แน่ใจเหรอ สลับลูกเนื้อนางกับแขไขอย่างนี้ ใครๆ ก็จะยิ่งรักยิ่งเอาใจแขไขที่มีลูกชายน่ารัก”
“จะไม่มีใครรักมันลง คนอย่างแขไขไม่สมควรเป็นแม่ใครทั้งนั้น อีกหน่อยทุกคนก็จะรู้ซึ้ง โดยเฉพาะคุณธรรพ์ ทีนี้คุณธรรพ์จะได้เลิกรักเลิกหลง ตัดขาดผู้หญิงสวยแต่เปลือกอย่างแขไขได้สักที “ วันดียิ้มมั่นใจ หันไปสั่งบุญลือ “บุญลือ แกกลับไปคอยดูที่ปางไว้ มีอะไรก็รีบมาบอกพี่ ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้น้องชายอย่างแก พี่ก็คงทำทุกอย่างคนเดียวไม่สำเร็จ”
“ฉันเต็มใจทำทุกอย่างตามที่พี่สั่ง”
วันดียิ้ม “เราจะทำเพื่อคุณธรรพ์... จะต้องไม่มีใครในหิมวัตได้ดีกว่าคุณธรรพ์”
บุญลือยิ้มรับคำแล้วหลบออกไป วันดียิ้มในความมืด ดีใจที่การแก้แค้นแม่นายเริ่มต้นขึ้น

เนื้อนางน้ำตาไหล ก้มลงจูบร่างเย็นชืดของลูกในห่อผ้าบนเตียง ณไตรมองร่างลูกแล้วก้มลงจูบนิ้วมือน้อยๆ น้ำตาหยดอาบแก้ม “ลูกพ่อ”
เนื้อนางมองลูกในห่อผ้าแล้วยังทำใจไม่ได้ “ไม่จริง ... ลูกไม่ได้เป็นอย่างนี้... เนื้อนางได้ยินเสียงลูกร้อง” ณไตรมองเนื้อนาง น้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ “เสียงลูก...เนื้อนางยังได้ยินก้องอยู่ในหู... เสียงแรกที่ลูกร้อง ใบหน้าเล็กๆ ของลูก ครั้งแรกที่เห็น...ถึงไม่ชัด แต่เนื้อนางก็รู้ว่าลูกมีชีวิตมีลมหายใจ” เนื้อนางมองณไตรสายตาปวดร้าว “บาปกรรมอะไร ทำไมไม่มาลงกับเนื้อนางคนเดียว” เนื้อนางสะอื้น “ขอชีวิต ขอลมหายใจลูกคืนมาให้เนื้อนางเถอะ”
เนื้อนางสะอื้นโฮ ณไตรรวบร่างเนื้อนางมากอดไว้อย่างเสียใจไม่น้อยกว่ากัน ที่หน้าห้องคำฝายแบกของใช้เด็กที่ซื้อจากในเมืองวิ่งเข้ามา พอเห็นสภาพเนื้อนาง คำฝายเริ่มใจไม่ดี
คำฝายทิ้งของในมือ ค่อยๆ เดินเข้ามาสายตาหวาดหวั่นมองไปที่ร่างทารกในห่อผ้า “เนื้อนาง ...หลาน ... ทำไม ...” คำฝายพูดไม่ออก
เนื้อนางน้ำตานองหน้าบอกคำฝาย “พี่คำฝาย ลูกเนื้อนาง...ลูก...ไม่ร้อง ลูกไม่อยู่กับเนื้อนางแล้ว ลูกไปแล้ว”
คำฝายได้ยินก็ปล่อยโฮทันที “พี่ผิดเอง พี่ทิ้งเนื้อนางให้อยู่คนเดียว พ่ออุ๊ยสั่งแล้วว่าต้องอยู่กับเนื้อนางตลอดเวลา”
“ไม่ใช่ความผิดของใคร คำฝาย”
“ไม่จริง ถ้าคำฝายอยู่ คำฝายจะต้องช่วยหลาน คำฝายจะไม่ปล่อยให้หลานเป็นแบบนี้ ลูกเนื้อนางจะต้องร้องเสียงดัง... ดังลั่นทั้งปาง .. จะต้องเป็นเด็กแข็งแรงที่สุดสมกับเป็นหลานหมื่นหล้า”
คำฝายพรั่งพรู เนื้อนางยิ่งฟังยิ่งช้ำ
คำฝายทรุดลงสะอื้นทุบลงที่ตัวเองอย่างเจ็บใจเหมือนลงโทษตัวเอง “ทำไม อีคำฝาย ทำไมถึงไม่อยู่กับเนื้อนาง..ทำไมแกไม่อยู่ช่วยหลานเวลาสำคัญที่สุด ทำไมแกถึงทิ้งเนื้อนางไปได้” คำฝายทุบตัวเองทั้งน้ำตา
เนื้อนางมองลูก สัมผัสผิวเนื้อเย็นชืดอีกครั้ง “ตาจ๋า... มารับเนื้อนางไปด้วยเถอะจ้ะ ตา เนื้อนางขอแลกลมหายใจกับลูก”
ณไตรกับคำฝายฟังแล้วยิ่งน้ำตาไหล รับรู้ความเจ็บช้ำที่สุดของเนื้อนาง
“แม่ไม่เสียดายชีวิตเลยสักนิดเดียว แม่จะขอแลกลมหายใจ... ให้ลูกได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ให้ลูกโตมาเป็นเด็กน่ารัก .. ให้ลูกมีความสุขที่สุด ...ลูกจ๋า เอาลมหายใจของแม่ไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งเถอะลูก”
คำฝายฟังแล้วยิ่งสะอื้นจนตัวโยน เนื้อนางร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ณไตรรวบเนื้อนางมากอดไว้สภาพของคนหัวใจสลายทั้งคู่
เช้าวันต่อมา เนื้อนางยังนอนนิ่ง ตาแดงช้ำ น้ำตายังอาบแก้ม ณไตรนั่งใกล้คอยเฝ้ามองอย่างเป็นกำลังใจไม่ห่างจากเนื้อนาง คำฝายกำลังเก็บเสื้อผ้าของใช้เด็กอ่อน ถุงมือ ถุงเท้าเด็กทารกที่ซื้อมาลงกล่อง
เนื้อนางมองไปเห็นก็ลุกขึ้นเอื้อมมือไปหยิบถุงเท้าสีฟ้าสวยขึ้นมา ณไตรกับคำฝายมองเนื้อนาง เนื้อนางจูบลงที่ถุงเท้าเสมือนกำลังจูบฝ่าเท้าเล็กๆของลูก คำฝายน้ำตาหยด เบือนหน้าหนีด้วยความเสียใจ ณไตรมอง ตาแดงก่ำ
เนื้อนางสัมผัสมือลงไปบนของใช้ลูกที่เตรียมไว้ น้ำตาหยดลงบนเสื้อผ้า ถุงเท้า ถุงมือของลูก คำฝายพูดไม่ออก ได้แต่ทรุดนั่ง ร้องไห้ไปด้วย ณไตรมองสะเทือนใจ เนื้อนางสัมผัสของใช้ที่เตรียมไว้ให้ลูกด้วยสายตาเจ็บช้ำอย่างคนสูญสิ้นความหวังในชีวิตไปหมดแล้ว

เย็นนั้น ณไตรก้าวเข้ามาที่สวนบ้านหิมวัต เห็นเนื้อนางนอนเหยียดยาวที่สนาม เหม่อมองไปไกล สายตาแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก คำฝายนั่งอยู่ใกล้ไม่ยอมห่างจากเนื้อนาง ณไตรเดินเข้ามาประคองร่างอ่อนล้าของเนื้อนางขึ้นมานั่งในตัก เนื้อนางหันมองณไตร น้ำตาหยด ณไตรจูบซับน้ำตาที่แก้มเนื้อนาง แล้วโอบกอดเป็นหลักให้กับหัวใจที่กำลังปวดร้าวของเนื้อนาง

เสียงทารกร้องจ้าดังขึ้นมา แม่นายเดินเร็วมากับจันตา ด้านหลังวันดีตามมาด้วย “ทำไมถึงปล่อยให้หลานชั้นร้องไห้ลั่นบ้าน”
แม่นายมาถึง เห็นธรรพ์กำลังอุ้มทารกน้อย แขไขยืนสีหน้ารำคาญ
ธรรพ์บอกแม่นาย “แกหิวน่ะครับ”
แม่นายกับจันตามองไปที่แขไขทันที “ทำไมหนูแขถึงไม่ให้ลูกกินนม”
“แขไม่มีน้ำนมค่ะ”
“จันตา แกต้มแกงหัวปลีให้หนูแขกิน อย่างที่ฉันสั่งหรือยัง”
“ต้มแล้วเจ้า”
“แขกินแล้วค่ะ แม่นาย แต่ทำยังไง แขก็ไม่มีน้ำนม”
“คุณไม่ต้องมาอ้าง คุณไม่อยากให้นมลูกมากกว่า”
“ทำไมฉันจะไม่อยากให้ ถ้ามีน้ำนมฉันก็ให้ลูกกินไปแล้ว จะได้เลิกร้องสักที”
วันดีมองแล้วเหยียดยิ้มอย่างคิดอะไรขึ้นได้ ก่อนจะแกล้งตีสีหน้าเศร้า พูดเสนอขึ้น “คุณแขไม่มีน้ำนม แต่คุณเนื้อนางมีนะเจ้า” ทุกคนหันขวับไปมองวันดี
ธรรพ์แววตาดีใจมาก “จริงด้วย เนื้อนางไม่ต้องให้นมลูก”
“แขไม่ให้เนื้อนางแตะลูกแข จันตาให้คนงานไปซื้อนมผงมาเดี๋ยวนี้”
“คุณหนูยังเล็กนัก กินนมแม่ดีกว่าเจ้า”
“นี่ลูกชั้น” แขไขมองไปที่วันดี “หน้าไหนก็ไม่ต้องมาออกความเห็น ไปซื้อนมผงมา”
“ไม่ต้องไป จันตา” ธรรพ์หันไปทางแขไขทันที แววตาโกรธจัด “ถึงขนาดนี้คุณยังเห็นแก่ตัว นี่เลือดในอกของคุณแท้ๆ ใจคอคุณจะปล่อยให้ลูกร้องจนหมดเสียง ... ผมไม่ยอม ตาหนูต้องได้กินนม” ธรรพ์ไม่ยอม อุ้มทารกน้อยเดินออกไปทันที
“เอาลูกฉันกลับมานะ” แขไขเดินตามธรรพ์ไปอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ไม่เร็วนักเพราะอยู่ในช่วงพักฟื้น
แม่นาย จันตามองกลุ้มใจ เดินตามไป เหลือแค่วันดีที่มองตามด้วยความสะใจ

ที่สวน ณไตรกับเนื้อนางได้ยินเสียงร้องเด็กก็หันไปมอง ธรรพ์อุ้มทารกที่ร้องไห้จ้าเดินเร็วมา แขไขเดินตามมา แม่นายกับจันตาตามหลังมาติดๆ
ณไตรถาม “ตาหนูเป็นอะไร”
“ตาหนูยังไม่ได้กินนมเลยครับ” ธรรพ์หันไปทางเนื้อนาง “เนื้อนาง ... พอจะให้นมตาหนูหน่อยได้มั้ย”
“โถ คุณหนู” เนื้อนางใจอ่อน สงสารทารก
ธรรพ์กำลังจะส่งทารกให้เนื้อนาง เนื้อนางเอื้อมมือมาจะรับ
แขไขพุ่งเข้ามากระชากแขนเนื้อนางออกห่าง “อย่าเอามือแพศยาของแกมาแตะลูกชั้น”
แขไขขวางเนื้อนางกับทารกในอ้อมกอดธรรพ์ แม่นาย จันตาเดินลงมา
ณไตรประคองเนื้อนางไว้ และต่อว่า “คุณเป็นแม่ประสาอะไร แขไข ถึงทนดูลูกหิวได้”
“แล้วพี่ณไตรละคะ เป็นพ่อประสาอะไรถึงไม่เคยดูดำดูดีลูก”
“เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าผมไม่ใช่พ่อของเค้า”
“พอก่อนเถอะ คุณหนูร้องใหญ่แล้ว คุณธรรพ์ ส่งคุณหนูมาเถอะจ้ะ เนื้อนางจะให้นมคุณหนูเอง”
ธรรพ์รีบส่งทารกในอ้อมกอดให้เนื้อนาง เนื้อนางรับทารกมา แล้วหันหลัง เปิดเสื้อป้อนนมให้ทารก เสียงร้องทารกเงียบหายไป เนื้อนางโยกตัวเบา ฮัมเพลงกล่อม ณไตรมองภาพนั้นอย่างซาบซึ้ง
“กินเยอะๆนะจ๊ะ” เนื้อนางก้มลงหอมแก้มทารกด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่
แขไขจะพุ่งเข้าไป แม่นายมองแขไขด้วยสายตาปราม “ไม่ใช่ตอนนี้ แขไข หลานฉันต้องได้กินนม”
จันตาขยับเบาๆ ขวางแขไขไม่ให้เข้าถึงตัวเนื้อนาง ณไตรเดินเข้ามาใกล้เนื้อนาง มองทารกน้อยในอกเนื้อนาง เนื้อนางยิ้มกับณไตร
“เงียบกริบเลยเจ้า ดูสิ ยังกะพ่อแม่ลูก” แขไขหันขวับจ้อง จันตาทำเมินไม่สนใจสายตาแขไข
แม่นายมองเนื้อนางแล้วพูดขึ้น “ให้นมตาหนูเสร็จแล้ว ไปหาฉันด้วย” แม่นายเดินออกไป จันตาตาม
แขไขจ้องเนื้อนางกับณไตรที่มีทารกในอ้อมกอดด้วยสายตาเกลียดชังทวีคูณ
เนื้อนางมองสบตาณไตรอย่างไม่ค่อยสบายใจ
แม่นายยืนอยู่ตรงหน้าที่ระเบียงบ้าน มองเนื้อนางที่มีณไตรยืนเคียงข้าง “ตาหนูต้องการแม่นม จนกว่าหนูแขจะร่างกายสมบูรณ์ให้นมลูกได้ และนี่คือคำสั่ง”
“คุณแขไขจะยอมให้เนื้อนางดูแลลูกของเธอหรือจ้ะ”
“ฉันทำเพื่อหลานฉัน” แม่นายจ้องเนื้อนาง “ส่วนแก อย่าสำคัญตัวผิดเพราะได้เป็นแม่นม ยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมรับสะใภ้อย่างแก” แม่นายพูดแล้วเดินหน้าเชิดออกไป
ณไตรมองเมียอย่างเห็นใจ “ถ้าฝืนใจ คุณไม่ต้องทำก็ได้นะ เนื้อนาง”
“ไม่เลยจ้ะ เนื้อนางอยากให้นมคุณหนู ถ้าน้ำนมของเนื้อนางจะต่อชีวิตให้กับทารกสักคน เนื้อนางจะยินดีเป็นที่สุด” เนื้อนางยิ้ม “เนื้อนางอยากเป็นแม่นมให้กับลูกของคุณ”
ณไตรมองเนื้อนางด้วยสายตาซาบซึ้งในจิตใจแสนดีของเมีย
“ไม่ว่าผู้ใหญ่จะผิดพลาดมากแค่ไหน ก็ไม่ใช่ความผิดของเด็กที่เกิดมาแล้ว” เนื้อนางยิ้ม “เวลาที่ได้อุ้มคุณหนู เนื้อนางรู้สึกเหมือนได้อุ้มลูกตัวเอง”
“ตาหนูเกิดวันเดียวกับลูกของเรา” ณไตรกอดเนื้อนางไว้ด้วยความพอใจที่เนื้อนางไม่ตั้งข้อรังเกียจทารกน้อย
“ขอให้น้ำนมทุกหยดของเนื้อนาง เลี้ยงคุณหนูให้อิ่มให้อบอุ่น แค่นี้เนื้อนางก็มีความสุขที่สุดจ้ะ”
ณไตรยิ้มกับเนื้อนางด้วยสายตายินดีที่สุด

ธรรพ์ที่ยืนอยู่กับพี่ชาย “ขอบคุณเนื้อนางให้ผมด้วย ถ้าไม่ได้เนื้อนาง ตาหนูคงแย่”
“ไม่เป็นไรหรอกธรรพ์ เนื้อนางเองจะได้หายเศร้าเรื่องที่เสียลูกไปด้วย ได้เลี้ยงตาหนูเหมือนได้เลี้ยงลูกตัวเอง”
ห่างออกไป แขไขมองอยู่ สายตาแขไขช้ำใจมาก วันดียืนอยู่ด้านหลัง “ทำไมลูกชั้นถึงต้องกินนมนังเนื้อนางคนที่ฉันเกลียดที่สุด”
“คิดเสียว่าเห็นแก่คุณหนูนะเจ้า” วันดีทำเสียงปลอบโยนแต่ลอบยิ้มสะใจที่มุมปาก

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 14 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ