อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/3 วันที่ 15 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/3 วันที่ 15 ต.ค. 57

ห่างออกไป แขไขมองอยู่ สายตาแขไขช้ำใจมาก วันดียืนอยู่ด้านหลัง “ทำไมลูกชั้นถึงต้องกินนมนังเนื้อนางคนที่ฉันเกลียดที่สุด”
“คิดเสียว่าเห็นแก่คุณหนูนะเจ้า” วันดีทำเสียงปลอบโยนแต่ลอบยิ้มสะใจที่มุมปาก
“แล้วทำยังไงฉันถึงจะเลี้ยงลูกของฉันเองได้ มันต้องไม่ใช่น้ำนมเนื้อนางที่ทำให้ลูกฉันโต” แขไขพูดด้วยสายตาเคียดแค้นเต็มที่

คืนนั้น ทารกร้องไห้จ้าไม่หยด แขไขอุ้มทารกขึ้นจากที่นอนพยายามกล่อม วันดีมองอยู่ใกล้ๆ “หยุดร้องได้แล้ว นี่แม่อุ้มอยู่ไง”
“เบาๆ สิคุณ อย่าตะคอก คุณหนูจะยิ่งตกใจ”


“แล้วฉันจะทำยังไง ร้องไม่หยุด ทั้งอุ้มทั้งกล่อม ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว แกเอาไปอุ้มสิ วันดี”
แขไขส่งทารกให้วันดี วันดีรับมากอด กล่อม แต่ทารกก็ยังร้องจ้า “หยุดร้อง ตาหนู แม่บอกให้หยุดร้อง” แขไขกรีดเสียง
วันดีเองยังตกใจ ทารกยิ่งร้องจ้า “คงจะหิวนม”
“ก็กินไปแล้วเมื่อเย็น จะกินอะไรอีก”
“ละอ่อนน้อยก็แบบนี้แหละคุณ จะมีอะไร ถ้าไม่ร้อง กิน แล้วก็นอน” วันดีเสียงรำคาญแขไขที่เอาแต่ใจ
“แกเคยมีลูกหรือวันดี”
วันดีนิ่งไปนิดเดียว ก่อนตอบด้วยเสียงเย็นเยียบ “จะเคยมีหรือไม่มี.. คนอย่างคุณไม่ต้องสนใจหรอก รู้แต่ว่าฉันก็มีหัวใจของคนเป็นแม่ ไม่ใช่ผู้หญิงใจไม้ไส้ระกำ ทนเห็นลูกร้องเพราะความหิว”
แขไขมองจ้องวันดีที่สีหน้าแข็งขืนเอาบ้าง

เนื้อนางที่นอนอยู่ในอ้อมกอดณไตรสะดุ้งตื่นขึ้น ณไตรมอง “เสียงคุณหนูร้อง”
ณไตรงัวเงีย “ผมไม่เห็นได้ยินเลย”
“ร้องจริงๆ จ้ะ สงสัยคุณหนูจะหิวนม” เนื้อนางลุกจากเตียงเอาผ้าคลุมไหล่ตรงไปเปิดประตู พอดีกับที่วันดีอุ้มทารกมาถึงหน้าห้อง เนื้อนางเปิดประตูออกมาเห็นวันดีอุ้มทารก ณไตรเดินมามอง
“ช่วยหน่อยเถอะ เนื้อนาง คุณหนูร้องไม่หยุดเลย”
เนื้อนางรีบรับทารกมาไว้ในอก “นิ่งซะนะจ๊ะ คุณหนู นิ่งซะ” เนื้อนางฮัมเพลงเบาๆ อุ้มทารกไปที่ให้นมที่เตียง ทารกน้อยร้องเบาลงจนเสียงเงียบ
ณไตรหันไปบอกวันดี “ให้ตาหนูอยู่ที่นี่ ตอนเช้าค่อยมาพากลับไป”
วันดีก้มหน้ารับคำสั่งแล้วถอยออกไป ณไตรปิดประตูเดินกลับมาที่เตียง
เนื้อนางกำลังเล่นกับทารกที่หัวเราะมองเนื้อนาง ตาแป๋ว “นิ่งซะนะจ๊ะ ... แม่เนื้อนางอยู่นี่แล้ว”
ณไตรเลื่อนตัวขึ้นมาอีกด้าน เล่นกับทารกด้วยรอยยิ้ม “เห็นตาหนูแล้ว ผมคิดอะไรออกอย่างนึง”
“คุณคิดอะไรเหรอจ๊ะ”
“ผมอยากมีลูกอีก เนื้อนาง ... ลูกของเรา” ณไตรมองเนื้อนางประกายตามีความหมายเนื้อนางมองอาย ณไตรมองแล้วก้มลงหอมทารกน้อย สายตาอ่อนโยน “มีลูกให้ผมได้มั้ย เนื้อนาง...นะครับ...มีน้องให้ตาหนู”
เนื้อนางมองเอียงอาย ณไตรมองเนื้อนางประกายตาหวาบหวาม ณไตร เนื้อนาง ทารกอยู่บนเตียงในบรรยากาศอบอุ่น อ่อนหวาน

คำฝายนั่งลงข้างเนื้อนางที่กำลังนั่งซักผ้าอยู่ “ลูกเสือลูกตะเข้ชัดๆ ตั๋วจะรักเข้าไปทำไมฮะ เนื้อนาง”
“หยุดนะพี่คำฝาย อย่าพูดถึงคุณหนูแบบนี้อีก
“ก็มันจริง ลูกพ่อเลี้ยงกับแขไข มันกลั่นแกล้งตั๋วสารพัด ตั๋วรักลูกมันลงได้ยังไง”
“ก็แล้วคุณหนูผิดตรงไหนล่ะ พี่คำฝาย เนื้อนางถึงจะรักไม่ได้ เนื้อนางรักคุณหนูเหมือนลูกตัวเอง ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ เพราะคุณหนูเกิดวันเดียวกับลูกเนื้อนาง ถึงคุณแขไขจะโกรธเกลียดเนื้อนางยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณหนู”
“ตั๋วพูดเหมือนจะอยู่ที่นี่ต่อ ตั๋วไม่อยากกลับปางเหรอ”
“อยากกลับสิ อยากกลับทุกลมหายใจ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเนื้อนาง แต่รอให้คุณหนูเธอโตอีกนิด หย่านมแล้ว เนื้อนางก็ไม่มีห่วงอะไร”
“ไม่มีห่วง กลัวแต่ว่าจะรักลูก หลงลูกเค้าตลอดไปน่ะสิ คิดแล้วก็พิลึก คุณหนูเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่ทำไม... มีแม่ก็เหมือนไม่มี” เนื้อนางฟังแล้วสีหน้ามีแต่ความเห็นใจทารกน้อย

แขไขมองทารกในเปลที่หลับสนิท ธรรพ์คอยดู วันดีแกว่งเปลให้เบาๆ แขไขเอื้อมมือไปแตะนิ้วทารกน้อย ทารกน้อยลืมตามา ร้องจ้า
“คุณทำอะไรลูกน่ะ แขไข” ธรรพ์ลุกพรวด ปัดแขไขออกห่างทันที
“ฉันไม่ได้ทำ อยู่ๆ ลูกก็ร้องเอง”
“เมื่อกี้ก็ยังหลับอยู่ดีๆ” วันดีแกล้งเปรยให้ธรรพ์ได้ยิน
“ออกไปห่างๆ ก่อน ไปสิ เลี้ยงไม่เป็นก็อย่าเข้ามาใกล้” ธรรพ์ปัดแขไขให้ห่างเปล แล้วอุ้มทารกขึ้นมาฮัมเพลงกล่อม แขไขสีหน้ากดดันที่ทารกไม่ยอมให้เข้าใกล้ ทารกเงียบเสียงไป
วันดีมองแล้วพูด “คุณหนูชอบอยู่กับคุณธรรพ์นะเจ้า ไม่ร้องไม่งอแงเลย เหมือนอยู่กับพ่อ” วันดีทำเป็นพูดเรื่อยๆ แต่กระตุกใจธรรพ์กับแขไข
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว วันดี ฉันให้แกมาเลี้ยงลูกชั้นกับพี่ณไตร ไม่ใช่ให้สะเออะมาพูดอะไรพล่อยๆ” แขไขสะบัดหน้าเดินพรวดๆ ออกไป ไม่อยากทนอยู่ให้แสลงใจ
ธรรพ์วางทารกน้อยลงไปในเปล วันดีแกว่งเปลเบาๆ ธรรพ์เดินตามแขไขออกไปทันที วันดีมองตาม มีรอยยิ้มสะใจผุดขึ้นที่มุมปาก

แขไขเดินมาที่ศาลาในสวนสีหน้าไม่พอใจ
ธรรพ์เดินตามมาพร้อมเสียงสั่ง “คุณต้องรู้จักอ่อนโยน อดทน ดูแลลูกให้มากกว่านี้”
“ทำไม กลัวลูกตาย แล้วไม่ได้ทำหน้าที่พ่อล่ะสิ”
“แขไข คุณไม่ยอมรับผมเป็นสามีเป็นพ่อของลูก ผมทนได้ แต่คุณต้องดูแลตาหนูเลือดในอกของคุณ”
“แกคิดว่าฉันเลวขนาดไม่รักลูกเลยใช่มั้ย” แขไขกรีดเสียงด้วยความอัดอั้น “ฉันไม่มีนมให้ลูก ลูกไม่ให้ฉันกอด แกรู้มั้ยว่าฉันเสียใจแค่ไหนที่ต้องทนเห็นเนื้อนางมันกอดมันให้นมลูกของฉัน” ธรรพ์มองแขไขน้ำตาคลอ
“แกคิดว่าฉันสบายใจนักเหรอ แกเคยสนใจบ้างมั้ยว่าชีวิตฉันต้องสูญเสียอะไรบ้าง คุณพ่อ คุณแม่ตัดขาดฉัน เพราะฉันอุ้มท้องแล้วก็ไม่ได้แต่งงานกับพี่ณไตร ท่านผิดหวังกลัวคนจะนินทา ขนาดหน้าหลาน ... ท่านก็บอกว่าจะไม่มาดู” แขไขน้ำตาร่วงลงอาบแก้ม “ความฝัน ชีวิตฉันต้องมาถูกทำลายลงที่นี่เพราะแก เพราะเนื้อนาง”
“คุณทำตัวเอง แขไข ผมพร้อมจะแต่งงานกับคุณ คุณก็มัวแต่จะเอาชนะเนื้อนาง คุณบาปที่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง สุดท้ายยังไงพี่ณไตรก็ไม่รักคุณ”
แขไขโกรธจัด ตบหน้าธรรพ์ ธรรพ์ยืนเฉยให้ตบ “คุณจะตบผมอีกก็ได้ ด่าว่า ลงโทษผมแค่ไหนก็ได้ ผมยอมรับผิดทุกอย่างที่ข่มเหงคุณ” ธรรพ์มองแขไขที่กำลังสะอื้น “แต่ลูกของเรา ตาหนู เค้าบริสุทธิ์ เค้าไม่มีความผิด เลี้ยงเค้า ดูแลเค้าให้สมกับที่คุณคือแม่เถอะนะแขไข”
แขไขได้แต่สะอื้น หมดแรงจะด่าว่าเพราะความทุกข์ที่สะสมมานาน “ฉันรักลูกนะ ฉันรักตาหนู”
ธรรพ์โอบกอดแขไขไว้อย่างปลอบประโลมใจ “ผมรู้ แขไข ... คนดีของผม” ธรรพ์ดึงแขไขออกมาซับน้ำตาให้แผ่วเบา
แขไขมอง อ่อนล้า ผิดหวังไปทุกอย่าง ธรรพ์มองใบหน้าสวยงามที่หลงใหลก็ก้มลงจูบด้วยความเสน่หา แขไขอ่อนแรง หมดกำลังใจโหยหาความรัก เบียดร่างเข้าหาธรรพ์ด้วยความต้องการทางกาย
เนื้อนางที่กำลังถือตะกร้าผ้าขึ้นมามองเห็นธรรพ์จูบแขไข เนื้อนางตกใจ ตัวชา รีบหลบวูบหลังพุ่มไม้
ธรรพ์แตะไหล่ มือไล้ตามแขนเรียวงาม กระซิบข้างแกมแขไขที่สีหน้าสับสน “มีแต่ผมที่เป็นเจ้าของคุณคนเดียว”
เนื้อนางได้ยินแล้วก็ตัดสินใจรีบหลบออกไปเงียบๆ ก่อนจะมีใครเห็น

เนื้อนางเดินเร็วงุดๆ ขึ้นมา สีหน้าตกใจ ชนเข้ากับร่างณไตร ตะกร้าผ้าหล่น
ณไตรจับแขนเนื้อนางไว้ “เนื้อนางคุณเป็นอะไร ทำไมตกใจเหมือนหนีอะไรมา”
“เนื้อนาง”
“ครับ.... มีอะไร” ณไตรมองเนื้อนางด้วยรอยยิ้ม
เนื้อนางยิ่งอึดอัด “คุณเคยบอกว่าคุณหนูไม่ใช่ลูกของคุณ” วันดีก้าวเข้ามา กำลังจะเข้ามา ได้ยินเสียงเนื้อนางถามณไตร “แล้วคุณรู้มั้ยว่าคุณหนูเป็นลูกใคร”
วันดีหลบวูบไม่ยอมออกมา มองจ้องเนื้อนางด้วยสายตาวาววาบความโกรธ
“ผมรู้แค่ว่าเป็นลูกแขไข เคยถาม เค้าก็ยืนยันว่าเป็นลูกผม คุณถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม”
เนื้อนางยิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรจ้ะ เนื้อนางแค่สงสัย”
“ผมนึกว่าคุณไม่อยากจะมีลูกกับผมซะอีก” ณไตรเสียงอ้อนเพราะเข้าใจไปอีกทาง
เนื้อนางยิ้มอาย “ไหนวันนี้คุณบอกว่าจะไปที่ปางไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“ไม่อยากไปหรอก อยากอยู่กับเมียมากกว่า”
เนื้อนางอาย “ไปทำงานได้แล้ว” เนื้อนางดันหลังณไตรให้ออกไป
ณไตรหอมแก้มเนื้อนางแล้วใส่หมวกเดินออกไป เนื้อนางมองตาม เปลี่ยนสีหน้าไม่สบายใจเรื่องธรรพ์กับแขไข ก้มลงเก็บผ้าลงตะกร้า
วันดีมาช่วยเก็บ เนื้อนางหันไป วันดียิ้มอ่อนโยน “หายไปไหนมาเจ้า วันดีตามหา กลัวคุณหนูร้องหาคุณอีก”
“ฉันลงไปเดินเล่นมาจ้ะ ..ป้าวันดี คุณธรรพ์สนิทกับคุณแขไขมากใช่มั้ย”
วันดีชะงักไปนิดเดียว รู้แล้วว่าเนื้อนางคงระแคะระคายเรื่องธรรพ์กับแขไข แต่ก็ยังปรับสีหน้ายิ้ม “คุณธรรพ์เธอเป็นคนใจดีอ่อนโยน พูดเพราะพูดหวาน ใครๆ อยู่ใกล้ก็จะรู้สึกสบายใจ คุณถามทำไมหรือเจ้า”
“ไม่จ้ะ ไม่มีอะไรหรอก คุณธรรพ์เธอก็ใจดีจริงๆ อย่างที่ป้าบอกนั่นแหละ คุณหนูถึงชอบอยู่ใกล้เธอ”
เนื้อนางเดินออกไป วันดีมองตามด้วยรอยยิ้ม จนเนื้อนางเดินลับไป ก็ลดรอยยิ้มเปลี่ยนเป็นสีหน้าบึ้งตึง แววตาเหี้ยม

เนื้อนางถือตะกร้าเข้าห้องมา คำฝายกำลังถูพื้นอยู่เงยหน้าขึ้นมอง “พี่ได้ยินเสียงปีศาจแขไขมันอาละวาดดังไปทั้งบ้าน”
“พี่คำฝาย .. พี่สงสัยมั้ยว่าคุณแขไขเธอท้องกับใคร”
“ก็พ่อเลี้ยงยังไงล่ะ”
“พ่อเลี้ยงยืนยันว่าไม่เคยล่วงเกินคุณแขไข แล้วตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ พี่ก็เห็นพ่อเลี้ยงไม่เคยไปที่ห้องคุณแขไข”
“ใช่ อยู่กับตั๋วทุกวันทุกคืน ..ตั๋วสงสัยอะไร .. เรื่องไม่ดี เรื่องไม่ดีแน่ๆ”
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย”
“เรื่องอะไร”
เนื้อนางส่ายหน้า ตัดสินใจไม่พูด “ช่างเถอะ พูดไปก็มีแต่จะเสียหายกันหมด”
“ตั๋วเล่นเกริ่นให้อยากแล้วก็จากไป หยั่งงี้ไม่ดีนา พี่อยากรู้ บอกหน่อย”
“ไม่บอก เรื่องไม่ดีไม่ดีที่สุด พูดแล้วจะมีแต่คนเสียใจ โดยเฉพาะพ่อเลี้ยง”
“บอกพี่หน่อย คำเดียวก็ได้ พี่ไม่บอกใครหรอก เนื้อนาง นะ นะ นะ”
ด้านนอก วันดีตามดูเนื้อนาง มองด้วยสายตามั่นใจแล้วว่าเนื้อนางรู้เรื่องธรรพ์กับแขไข

ณไตรยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนที่สีหน้าข้องใจ
ประกายถาม “ทำไมเนื้อนางต้องคอยเลี้ยงลูกคุณแขไขด้วยล่ะ”
“เนื้อนางเค้าอยากเลี้ยง ตาหนูก็ติดเนื้อนางแจ”
“ให้เนื้อนางกลับมาที่นี่บ้าง บ้านหิมวัตคงไม่ใช้เนื้อนางเลี้ยงเด็กทั้งวัน” แสงคำไม่พอใจ
“นายไม่เคยมีลูก นายไม่รู้หรอกว่าความสุขของการมีลูกมันเป็นยังไง”
“พ่อเลี้ยงก็ไม่มีลูก...ถึงมีก็ไม่ได้เลี้ยง”
“ไอ้แสงคำ” ม่อนดอยรีบเข้ามาขวางแสงคำ “เอ็งจะพูดทำไมวะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงเค้าพาเนื้อนางกลับมาเองแหละ”
แสงคำมองณไตรเคืองๆ แล้วเดินออกไป
ประกายหันไปทางณไตร “จริงๆ ประกายก็เคยมีหลานนะ พ่อเลี้ยง หลานกี่คนๆ น่ะติดประกายแจเลย”
ณไตรยิ้มขำประกายที่เสนอตัวได้ทุกโอกาส
ม่อนดอยรีบกระแซะมาทางประกาย “มีหลาน แล้วไม่อยากมีลูกเป็นของตัวเองบ้างเหรอจ๊ะประกายคนงาม”
“อยากมี แต่ไม่ใช่กับแก” ประกายดันหน้าม่อนดอยออกห่างอย่างแรง
ณไตรมองประกายกับม่อนดอยแล้วยิ้ม “ม่อนดอยเป็นคนดีนะ ประกาย ซื่อสัตย์ ขยัน ถ้าประกายรักม่อนดอย ฉันจะจัดงานกินแขกให้”
“เย้ !!!!!”
“แกเย้ทำไม ฉันบอกหรือยังว่าจะแต่งกับแก”
“เย้ ล่วงหน้า เผื่อจะได้แต่งจริงๆ”
“จีบกันไปก่อนแล้วกัน ฉันกลับไปหาเมียละ” ณไตรเดินออกไป
ม่อนดอยทำตาหวานใส่ประกาย ประกายเบะปาก สะบัดหน้าใส่

ธรรพ์กำลังถือดอกอัญชันจากในสวนใส่ตะกร้าเล็กๆ จะขึ้นไปบนบ้าน
วันดีเดินสวนลงมา “เก็บดอกอัญชันไปทำไมเจ้า”
ธรรพ์ยิ้ม “ก็เค้าต้องใช้ทาคิ้วเด็กไม่ใช่เหรอ ฉันจะเอาไปทาคิ้วตาหนู”
“คุณธรรพ์รักคุณหนูมากนะเจ้า” วันดีเน้น “รักมาก” วันดีแกล้งแหย่เน้นคำว่ารัก
ธรรพ์ได้ยินน้ำเสียงก็ฉุนทันที “ฉันรักหลานฉัน ฉันจะทำอะไรให้หลาน มันผิดตรงไหน”
“ไม่ผิดหรอกเจ้า ถ้าไม่มีคนคอยจับผิดคุณธรรพ์”
ธรรพ์หันขวับ “ใคร”
“วันดีแค่เห็น” วันดีทำเป็นไม่พูด
ธรรพ์กัดฟันพูด ข่มความกลัวในใจ “ฉันรักหลาน เอ็นดูหลาน ใครจะปากมากคิดอกุศลก็ช่างหัวมัน”
“วันดีแค่ห่วงคุณธรรพ์ ไม่อยากให้คนนอกมาทำให้บ้านเราลุกเป็นไฟอีก”
“ป้าหมายถึงใคร .. คนนอก ...เนื้อนางน่ะเหรอ”
“วันดีเพิ่งเห็นเนื้อนางคอยแอบมอง แอบจับผิดคนในบ้าน ตอนพ่อเลี้ยงไม่อยู่แล้วก็ถามวันดีด้วยว่า คุณธรรพ์กับคุณแขไข ความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดไหน”
วันดีแกล้งทำเดินออกไปก่อน ธรรพ์วางตะกร้าอัญชัน มองขึ้นไปบนบ้าน ก้าวเร็วๆ ออกไปทันที

เนื้อนางนั่งสอยเสื้อเด็กตัวเล็กๆ อยากจะให้ตาหนู แต่ใจลอยคิดย้อนไปถึงภาพที่เห็นธรรพ์จูบแขไข
“เย็บเสื้อให้ตาหนูอยู่เหรอ” เนื้อนางได้ยินเสียงธรรพ์ก็ตกใจ เข็มทิ่มมือ
“อุ๊ย”
ธรรพ์เห็นก็รีบเข้ามาใกล้ “ขอโทษ ฉันทำเธอตกใจ ไหนดูมือสิ เลือดออกนี่” ธรรพ์ดึงมือเนื้อนางมาดู สายตามองจ้องเนื้อนาง “ทำไมขวัญอ่อนนัก”
“ปล่อยมือฉันเถอะ คุณธรรพ์”
ธรรพ์ยังจับมือเนื้อนางอยู่ จ้องหน้าเนื้อนาง “เธอนี่ดีนะ ไม่รังเกียจตาหนูทั้งๆที่รู้ว่าเป็นลูกพี่ณไตรกับแขไข”
“ไม่ว่าคุณหนูจะเป็นลูกใคร...เนื้อนางก็รักคุณหนูที่สุด รักที่ไม่มีข้อแม้ รักเท่ากับที่พ่อแม่คนหนึ่งจะรักลูกได้ คุณธรรพ์ก็คิดแบบเนื้อนางใช่มั้ยจ๊ะ” เนื้อนางจ้องตาธรรพ์

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 14/3 วันที่ 15 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ