อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 15/4 วันที่ 16 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 15/4 วันที่ 16 ต.ค. 57

“ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างนึงที่ฉันแน่ใจ พี่แขต้องเสียใจมากที่คุณให้เนื้อนางมาเลี้ยงลูกพี่แข”
“ผมให้ตาหนูหิวนมไม่ได้ แล้วตาหนูก็ติดเนื้อนางมาก คุณดาว..ผมเข้าใจคุณคิดว่าผมใจร้าย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่สงสารแขไข แต่ความสงสารของผมก็เปลี่ยนเป็นความรักไม่ได้”

“ทำไม พี่แขดีกว่าเนื้อนางทุกอย่าง”
“ไว้คุณโตเป็นผู้ใหญ่มีความรักเมื่อไหร่ คุณจะตอบคำถามนี้ได้ด้วยตัวเอง”
ดาวเด่นเบือนหน้าหนี ไม่ยอมเข้าใจด้วยอารมณ์พาลเพราะห่วงพี่สาว


มาลัยนั่งดมยาดม ยศกรคอยบีบนวดมือให้กำลังใจเมีย บุญลือยืนอยู่ห่างออกมา
“ป่านนี้ลูกแขจะเป็นยังไงบ้าง”
“ใจดีๆ ไว้คุณ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าแขไขต้องอยู่ที่ปางนี่”
“ใคร... ใครมันจับตัวลูกแขไปหรือเปล่าคะ”
“ผมได้ยินว่าคืนนั้นคนสุดท้ายที่อยู่กับคุณแขไข คือเนื้อนาง”
“ไหนแกเล่ามาสิ แกได้ยินว่าอะไรอีก”
“เนื้อนางบอกกับทุกคนว่าทะเลาะกับคุณแข แล้วเธอก็กลับเรือน ไม่ได้สนใจว่าคุณแขจะทำอะไร” บุญลือแกล้งทำสีหน้าลำบากใจ “อย่าให้คนอื่นรู้นะครับว่าผมมาบอกเรื่องนี้ท่านนายพลกับคุณหญิง ผมเองก็เป็นห่วงคุณแขไขมาก กลัวว่าจะมีคนพยายามทำร้ายเธอ” บุญลือทิ้งท้าย แล้วทำเป็นเดินออกไป
มาลัยหันมาทางยศกร “ไม่มีใครปริปากบอกเราเลยเรื่องที่เนื้อนางอยู่กับแขไขเป็นคนสุดท้าย โดยเฉพาะณไตร คงกลัวว่าเราจะลากเมียมันเข้าคุก”
“ถ้าเนื้อนางอยู่กับแขไขเป็นคนสุดท้าย เนื้อนางก็คือคนที่น่าสงสัยที่สุด”
มาลัยสีหน้าเจ็บใจ บุญลือที่หลบมอง สมใจที่ทำให้มาลัยกับยศกรสงสัยเนื้อนางได้

เนื้อนางกำลังถือตะกร้าขวดนมที่ล้างแล้วจะเอาไปให้ทารกน้อย แม่นาย จันตาก้าวออกมามอง สายตาแม่นายมีแต่ความเกลียดชังเนื้อนาง “คนที่หายไปควรจะเป็นแก ไม่ใช่แขไข ฉันรู้จักกำพืดแกดีเนื้อนาง แกมันนิสัยเดียวกับแม่ สำส่อน ใฝ่สูง”
“อย่าว่าแม่เนื้อนาง แม่เนื้อนางเป็นคนดีไม่เคยบงการชีวิตใคร ไม่เคยโหดเหี้ยมไร้ความปรานีเหมือนคุณ”
“นังปากสามหาว แกกล้าว่าแม่นาย” จันตาตบหน้าเนื้อนางซ้ายขวา เนื้อนางหน้าสะบัด ตะกร้าขวดนมหลุดมือเนื้อนาง จันตายังไม่หนำใจเข้าไปกระชากเนื้อนาง เนื้อนางดิ้น “ก้มลงกราบขอโทษแม่นายเดี๋ยวนี้”
เนื้อนางมองแววตาไม่ยอม จันตาจับตัวเนื้อนางเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้ เนื้อนางเจ็บ
แม่นายมองเยาะ “ฉันจะทำให้แกเจ็บเจียนตายยิ่งกว่านี้ ถ้าแกยังไม่เลิกปั่นหัวลูกชายของชั้นทั้งสองคน” แม่นายจ้องเนื้อนางอย่างอาฆาตแล้วหันเดินออกไป จันตามองเยาะเชิดหน้าเดินตาม
เนื้อนางมองตาแม่นาย แววตาเจ็บทั้งตัวทั้งใจ

เนื้อนางเดินมาหยุดวางตะกร้า แตะแขนที่เจ็บเพราะถูกกระแทก
ธรรพ์ที่ยืนคิดอยู่ได้ยินเสียง ก็หันไปมอง เห็นรอยมือที่แก้มเนื้อนางก็ถามขึ้น “เนื้อนาง แก้มเธอไปโดนอะไรมา” เนื้อนางรีบเบี่ยงตัวหลบไม่อยากให้ธรรพ์เห็น แต่ธรรพ์มองที่แขนแดงเป็นจ้ำ “ที่แขนด้วย”
เนื้อนางพยายามดึงแขนไปด้านหลัง แต่ธรรพ์ไม่ยอม ดึงแขนเนื้อนางมาจับไว้ “มีคนทำร้ายเธอ ใคร ...แม่นายหรือเปล่า”
เนื้อนางดึงแขนกลับเดินเข้าใกล้ มองสบตาธรรพ์ “ไม่ต้องมาห่วงฉัน ฉันถามจริงๆเถอะ คุณธรรพ์ คุณห่วงคุณแขไขบ้างมั้ย”
“ห่วงสิ ฉันห่วงแขไขมาก แต่ฉันมันไม่เก่งเหมือนพี่ณไตรที่ถือปืนวิ่งตามหาแขไข”
“คุณไม่ต้องเป็นคนเก่ง แต่คุณต้องเป็นคนกล้ามากกว่านี้ ถ้าคุณห่วงคุณแขไข คุณต้องพูดความจริงทั้งหมด ความจริงเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคุณแขไขไม่ต้องตกนรก เหมือนที่ผ่านมา” เนื้อนางมองธรรพ์แล้วเดินออกไป ธรรพ์หันมองตาม สายตาคิดหนัก
ณไตรที่ยืนมองเห็นธรรพ์กับเนื้อนางด้านล่างมาตั้งแต่ต้น ณไตรมองจ้องธรรพ์ แล้วหันหลังเดินออกไปด้วยแววตากระด้าง

เนื้อนางเดินเข้ามาวางตะกร้านั่งลงสายตาหม่นหมอง ณไตรเข้าห้องมาปิดประตูเสียงดัง เนื้อนางหันไปมอง “พอไม่มีผมอยู่ในบ้าน คอยแต่จะหลบไปพลอดรักกันทุกครั้งใช่มั้ย”
“คุณพูดเรื่องอะไร” ณไตรพุ่งเข้ามากระชากแขนเนื้อนาง เนื้อนางร้อง “เนื้อนางเจ็บ”
“เมื่อกี้ตอนไอ้ธรรพ์จับ คุณเจ็บหรือคุณมีความสุขฮะ เนื้อนาง บอกผมสิ”
“อย่าหาเรื่องเนื้อนางเลย”
“ผมเห็นคุณกับไอ้ธรรพ์ มันจับแขน มันห่วงคุณ แล้วคุณจะปฏิเสธอะไรอีก ทำไมเนื้อนาง แค่ที่นอนกับมันในปางยังสุขไม่พอ เพราะผมไปขัดจังหวะใช่มั้ยถึงต้องมาลักลอบเป็นห่วงเป็นใย หรือว่ากำลังนัดแนะออกไปด้วยกันอีก”
“ถ้าเนื้อนางจะทำ คุณไม่มีวันห้ามเนื้อนางได้”
“เนื้อนาง!!!”
เนื้อนางมองน้อยใจณไตร ตอบประชดไปทันที “คุณบอกเองว่าเนื้อนางเก่งเรื่องยั่วผู้ชาย คุณคิดว่าใครที่เข้าใกล้ เนื้อนางก็ต้องมีอะไรด้วยทุกคน คุณรู้จักเมียดีขนาดนี้ แล้วคุณจะมาเค้นถามอะไรเนื้อนางอีก”
“เพราะผมหวังว่าคุณจะกล้ายอมรับกับผม”
“เนื้อนางถูกตัดสินไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องยอมรับอีก”
ณไตรผลักเนื้อนางลงบนที่นอนอย่างแรง “เสียแรงที่ผมรัก ทุ่มเทหัวใจให้คุณ ผมเห็นคุณเป็นนางฟ้าในหัวใจผม ไม่เคยรู้เลย... ว่าหน้าสวยๆ ของคุณที่แท้มันก็ฉาบสันดานมักง่ายเอาไว้ ผู้หญิงอย่างคุณเป็นอะไรไม่ได้หรอกเนื้อนาง เป็นเมียที่ดีไม่ได้ เป็นแม่คนไม่ได้ เพราะคุณมันคือกากี”
เนื้อนางตะลึงที่ณไตรประณามอย่างรุนแรง ณไตรมองรังเกียจเนื้อนาง หันหลังให้ เนื้อนางสะอื้น ณไตรได้ยินเสียงก็คิดจะหันกลับไป เนื้อนางสะอื้นแรงขึ้น ณไตรกำหมัด ตัดสินใจอย่างหนักหน่วง
เนื้อนางมองแผ่นหลังณไตร ณไตรไม่หันกลับมามองก้าวออกไป เนื้อนางปล่อยโฮร้องไห้ปิ่มใจจะขาดกับคำประณามของณไตร

ที่ชิงช้าข้างโรงเรียน ดาวเด่นยืนมองไปไกล สีหน้ากังวล
แสงคำเดินเข้ามา “ดึกแล้ว ทำไมไม่อยู่ในเรือนรับรอง ออกมายืนมืดๆ ค่ำๆ คนเดียว มันอันตราย”
“ทำไม จะจับฉันไปอีกคนเหมือนจับพี่แขเหรอ”
“เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าเค้ามีเรื่องอะไรกันมั่ง เงียบๆไว้บ้างเถอะ”
“นายก็บอกมาสิ ว่าก่อนที่พี่แขหายไป เกิดอะไรขึ้น พี่แขทะเลาะกับเนื้อนางใช่มั้ย”
“เอะอะก็โทษแต่เนื้อนาง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเนื้อนาง คนที่นี่ก็คงเต็มใจตามหาพี่แขมากกว่านี้”
“ตามหาโว๊ย ตามจนเดือดร้อน ไม่ได้กินได้นอนกันไปทั้งปางแล้ว”
“ถ้าเป็นพี่นายบ้าง เป็นคนที่นายรัก เป็นเนื้อนาง นายจะมายืนด่าฉันแบบนี้มั้ย” ดาวเด่นมองสู้สายตาแสงคำ “ลำบากแค่ไหน ฉันจะหาพี่แขให้เจอ แล้วพาพี่แขไปจากที่นี่ ฉันจะไม่ให้พี่แขทนอยู่อีกแล้ว รู้ไว้ด้วย พวกนายมันไม่มีหัวใจ” ดาวเด่นว่าใส่หน้าแสงคำ แสงคำมองเสียใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงคำสะพายปืนออกมาจากเรือน ม่อนดอยเดินมาจากอีกด้าน
บุญลือเดินเร็ว ตรงมาที่แสงคำกับม่อนดอย ตะโกนบอกเสียงดัง “ไอ้แสงคำ ไอ้ม่อนดอย เร็วโว๊ย”
แสงคำ ม่อนดอยได้ยินก็รีบออกมาหาบุญลือ “เจอแขไขแล้วใช่มั้ย”
“ไม่รู้ว่าใช่คุณแขไขหรือเปล่า แต่ชาวบ้านเพิ่งเจอรอยเท้าเสือกับศพผู้หญิง”
“ทางไหน รีบไปเหอะ” ม่อนดอยเร่ง บุญลือวิ่งนำ แสงคำกับม่อนดอยที่ร้อนใจ รีบตามไปทันที

ในป่า บุญลือเดินนำแสงคำกับม่อนดอยมา
แสงคำมองทางแล้วทักขึ้น “ตรงเหวนี่ วันก่อนแกบอกว่าไม่มีอะไร”
“ก็ปากเหวไม่มี ชาวบ้านเจอศพที่ก้นเหว” บุญลือเดินนำแสงคำม่อนดอย คอยมองไปด้านล่าง จนถึงจุดที่เอาศพมาทิ้ง “โน่น ...นั่นไง ศพผู้หญิง”
แสงคำ ม่อนดอยยืนอยู่ที่ปากเหว มองลงไป ตามที่บุญลือชี้
แสงคำ ม่อนดอยตกใจเมื่อเห็นร่างๆ หนึ่งนอนเปลือยคว่ำหน้าอยู่ “รีบไปบอกพ่อเลี้ยงมาที่นี่เร็ว”

ณไตรวิ่งเร็ว สะพายปืน ด้านหลังดาวเด่น ยศกรวิ่งตามติด “เจอลูกแขแล้วใช่มั้ย”
“ที่ไหน เจอพี่แขที่ไหน”
“ใกล้ๆ ปากเหว” ณไตรบอกสั้นๆแล้ววิ่งนำไปทันที

ปากเหว ดาวเด่นยืนข้างยศกรมองลงไปด้านล่าง ณไตรกับ แสงคำกำลังโรยตัวด้วยเชือกลงไป บุญลือ ม่อนดอย กับคนงานคอยดูเชือกที่ผูกติดต้นไม้ให้ณไตร แสงคำโรยตัว ดาวเด่นมองลุ้น ยศกรเองก็สีหน้ากังวล
ณไตร แสงคำลงไปถึงด้านล่าง ทุกคนด้านบนมองลุ้น ณไตรเดินใปใกล้ศพที่พื้น แสงคำตามมาด้านหลัง ณไตรมองสภาพศพแหลกเหลว มองสภาพหน้าไม่ออกเป็นก้อนเนื้อฉุแตก ดำคล้ำ
ณไตรหันกลับมามองทุกคน มีแต่ความเสียใจ
ยศกรใจหายวาบ “ลูกแข”
ดาวเด่นมอง เสียงละล่ำละลัก “ไม่ใช่พี่แข ต้องไม่ใช่พี่แข”
ณไตรสีหน้าสลดเอ่ยบอกแสงคำ “เอาศพขึ้นไป”
แสงคำเอาผ้าดิบที่ติดตัวลงมา กางออก ณไตรหันมามองดาวเด่นกับยศกรด้วยแววตาเสียใจ ดาวเด่นมองเห็นท่าทางณไตร ก็ถึงกับทรุด
ยศกรกอดลูกไว้ ดาวเด่นสะอื้นโฮ “ไม่ .. ไม่ใช่พี่แข .. พี่แขยังไม่ตาย” เสียงร้องสะอื้นของดาวเด่นดังขึ้น ก้องป่าอย่างน่าสงสาร

ณไตรชูต่างหูมุกกับกำไลข้อมือมุกในมือ ให้ทุกคนเห็น “เราได้สองอย่างนี้จากศพ”
“นี่มันของที่ลูกแขใส่ติดตัว โธ่....ลูกแข...ลูกรักของแม่” มาลัยแทบลมจับ
แม่นายหน้าเสีย จันตาคอยพัดวีให้
“แขไข ..ไม่ได้ถูกทำร้ายใช่มั้ยครับ” ธรรพ์ถาม
“เราดูไม่ออกเพราะศพกำลังเน่า ไม่เหลืออะไรที่เหมือนเดิมเลย”
มาลัยปล่อยโฮ พิงร่างไปทางยศกรที่กอดปลอบเมียไว้
ดาวเด่นหันขวับมาทางณไตร “เพราะคุณ ... คุณปล่อยให้เนื้อนางฆ่าพี่แข”
ณไตรยังไม่ทันตอบ ยศกรใส่ตามมา “เนื้อนางวางแผนฆ่าแขไข ลูกสาวฉัน”
คำฝายที่กำลังเดินขึ้นมา ได้ยินมาลัยแผดเสียงขึ้น “เนื้อนางมันอยู่กับลูกแขเป็นคนสุดท้าย มันนั่นแหละที่ฆ่าเนื้อนาง ท่านนายพลเอาตำรวจมาจับเนื้อนางเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
คำฝายได้ยินก็ตกใจ รีบหลบออกไป มาลัยจ้องไปที่ณไตรด้วยความโมโหสุดขีด “ต้องจับมัน”
เนื้อนางกำลังพับเสื้อของทารกน้อย คำฝายวิ่งเข้ามาดึงแขนเนื้อนาง “เนื้อนาง ... ตั๋วอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
“อะไรกัน เนื้อนางไม่เข้าใจ ทำไมจ๊ะ”
“พวกมันรวมหัวกันจะพาตำรวจมาจับเนื้อนาง มันหาว่าเนื้อนางฆ่านังแขไข”
เนื้อนางมองคำฝายด้วยแววตาตกใจ

ณไตรยืนอยู่ตรงหน้ามาลัยที่กำลังมีแต่ความโกรธ วันดีก้าวเข้ามา หลบมาฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยรอยยิ้มสะใจทุกอย่าง
ณไตรมองสู้สายตาเกลียดชังของมาลัย ยศกร ดาวเด่น “เราทุกคนยังไม่รู้ความจริงเลยว่า เนื้อนางทำร้ายแขไข”
“ยังจะมีหน้าปกป้องมันอีกหรือ ณไตร ถ้าเธอไม่จัดการเอามันเข้าคุก ครอบครัวเราก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรกันอีก” ยศกรโกรธที่ณไตรเข้าข้างเนื้อนาง
มาลัยเห็นพ้อง “ไม่ต้องรู้จัก ไม่ต้องเอ่ยชื่อหิมวัตให้เป็นเสนียดชีวิต หลานฉันลูกแขไข ฉันก็จะเอาไปเลี้ยงเอง”
“ไม่ได้ ตาหนูต้องอยู่ที่นี่” ธรรพ์ไม่ยอม
“อย่าเอาหลานชั้นไป” แม่นายตกใจ
มาลัยยืนกรานเสียงแข็ง “ฉันไม่ให้อยู่”
“พี่ณไตร .. ตาหนูต้องอยู่ที่นี่ อย่าให้ตาหนูไป” ธรรพ์มองขอร้องพี่ชาย
ณไตรเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด “ผมจะเลี้ยงตาหนูลูกของผมเอง ตาหนูต้องอยู่ที่หิมวัต”
“หิมวัตที่มีแต่คนเลือดเย็น ทุกลมหายใจมีแต่ความอำมหิต” ดาวเด่นพูดขึ้น มองจ้องณไตร “พวกหิมวัตไม่เคยปกป้องพี่แข พวกคุณเห็นชีวิตพี่แขเป็นแค่กาฝาก” ดาวเด่นมองที่แม่นาย “คุณให้ความหวังพี่แข เพราะคุณเกลียดเนื้อนาง คุณแค่หลอกใช้พี่แขให้กำจัดเนื้อนางออกไปจากลูกชายคุณ”
ดาวเด่นเลื่อนสายตามองไปที่ธรรพ์ “ส่วนคุณ...คุณธรรพ์ คุณมันอ่อนแอ แค่ปกป้องพี่แขคุณยังทำไม่ได้เลย”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 15/4 วันที่ 16 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ