อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16 วันที่ 17 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16 วันที่ 17 ต.ค. 57

เกลียดเนื้อนาง คุณแค่หลอกใช้พี่แขให้กำจัดเนื้อนางออกไปจากลูกชายคุณ”
ดาวเด่นเลื่อนสายตามองไปที่ธรรพ์ “ส่วนคุณ...คุณธรรพ์ คุณมันอ่อนแอ แค่ปกป้องพี่แขคุณยังทำไม่ได้เลย”

ธรรพ์มองหลบตาดาวเด่น รู้แก่ใจว่าดาวเด่นพูดถูกทุกอย่าง ดาวเด่นมองจ้องหน้าณไตร “ความรักของคุณกับเนื้อนางจะไม่มีวันมีความสุขบนคราบน้ำตาบนความทุกข์ของพี่แข ตั้งแต่นี้ต่อไป วิญญาณพี่แขจะสาปแช่งคุณกับเนื้อนาง”
ณไตรมองดาวเด่นที่กำลังผิดหวังด้วยสายตานิ่ง อดทนทุกอย่าง


ดาวเด่นน้ำตาไหลอาบแก้ม หัวใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังทุกคนในบ้านหิมวัต
เนื้อนาง คำฝายวิ่งลงเนินกันมาอย่างเร็ว
“เราจะหนีพวกหิมวัตได้เหรอจ๊ะ พี่คำฝาย พวกเค้าต้องตามล่าตัวเนื้อนาง”
“ยังไงเราก็จะไม่อยู่ให้พวกมันโยนความผิดมาให้ ตั๋วไม่ได้ฆ่าแขไข ตั๋วไม่ใช่ฆาตกร” คำฝายย้ำอย่างเชื่อใจเนื้อนาง แล้ววิ่งนำมาที่รั้ว คำฝายแง้มประตูใหญ่ เนื้อนางแทรกตัววิ่งออกไปทั้งสองคน

มาลัยแผดเสียงขึ้นต่อหน้าทุกคนด้วยความเกลียดชัง “นังเนื้อนางนั่นแหละ ฆาตกร ไปลากตัวมันออกมารับโทษ ณไตรเธอต้องจัดการเรื่องนี้ ลูกแขต้องไม่ตายฟรี”
“เนื้อนางอยู่ที่ไหน” ยศกรถาม
จันตารีบบอก “ทางนี้เจ้า”
“ไม่ต้อง ผมไปพาเนื้อนางออกมาเอง” ณไตรตัดบท
“ดาวจะไปกับคุณ”
“รีบไป ยายดาว เอาตัวเนื้อนางกับคนของมันมาที่นี่ เราจะจับมันส่งตำรวจทั้งคู่”
ณไตรหันหลัง เดินออกไปทางห้องพัก ดาวเด่นตามติด
แม่นายหันไปสั่งจันตา “แกไปช่วยณไตร จับตัวนังคำฝาย” จันตารีบตามไป
ธรรพ์มองความวุ่นวายด้วยสายตาเครียด

ทางเดินเข้าปาง เนื้อนาง คำฝายเดินเร็วกันมา
“พี่จะไปบอกให้ไอ้แสงคำกับม่อนดอยช่วยพาเราหนี”
“ไม่ได้นะพี่ คำฝาย อย่าให้อ้ายแสงคำกับม่อนดอยเดือดร้อน ใครที่รู้เรื่องเราหนี จะถูกเอาผิดไปด้วย”
เนื้อนางเร่งเท้าเดิน คำฝายรีบตามไป

ณไตรเข้าห้องมาไม่เห็นเนื้อนาง ดาวเด่น จันตาตามมามองหา
“ไหนล่ะ เนื้อนาง” ดาวเด่นถาม
จันตาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า “ไม่มีเสื้อผ้าเหลืออยู่เลยเจ้า”
“เนื้อนางหนีไปแล้ว” ดาวเด่นหันขวับมองณไตร “มีคนช่วยให้เนื้อนางหนี”
“อย่าพูดจาเอาแต่อารมณ์ คุณดาว ไม่มีใครปล่อยเนื้อนางหนีทั้งนั้น”
“แล้วเค้าจะหายไปไหน วันก่อนเค้าบอกว่าจะอยู่ที่นี่ ไม่หนีไปไหน แล้ววันนี้ล่ะ คงมีคนกลัวเนื้อนางจะติดคุกถึงถ่วงเวลาให้” ดาวเด่นจ้องณไตรแล้ววิ่งออกไป จันตารีบตามออกไป
ณไตรมองหงุดหงิด“เนื้อนาง..เธอหนีทำไม”

ในเรือนเนื้อนาง เนื้อนางกำลังดึงรูปที่ถ่ายกับตาบนฝาเรือนมากอดไว้ในอก คำฝายมองชะเง้อไปด้านนอกแล้วเร่ง “เนื้อนางรีบเก็บของเถอะ เดี๋ยวมีคนมาเจอ”
ไม่ทันขาดคำประกายวิ่งขึ้นเรือนมา คำฝายตกใจ “คำฝาย เนื้อนางมาที่นี่ทำไม รู้หรือยังเค้าเจอศพแขไขแล้ว”
“ก็เพราะอย่างนี้แหละถึงต้องรีบมาเก็บของ พ่อแม่แขไขจะเอาตำรวจมาจับเนื้อนาง เค้าคิดว่าเนื้อนางหลอกแขไขมาฆ่า”
ประกายอุทาน “ตายๆๆๆ ฆ่าคนตายนี่ติดคุกหัวโตแน่ๆ แต่เนื้อนางไม่ได้ฆ่าแขไขนี่”
คำฝายอธิบาย “ไม่ได้ฆ่าแต่แม่แขไขเกลียดเนื้อนางเข้าไส้ มีหวังพวกมันแกล้งให้เนื้อนางติดคุกจนตาย”
เนื้อนางยังไม่วายห่วงคุณหนู “คุณหนูล่ะ พี่คำฝาย ถ้าเนื้อนางไป คุณหนูจะกินนมที่ไหน”
ประกายเตือน “ช่างมันเหอะคนรวยๆ เดี๋ยวเค้าก็หาแม่นมได้ ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เนื้อนาง”
“แกจะไปกับข้าด้วยหรือเปล่า ประกาย”
“ไปไหนล่ะ”
“ไม่รู้โว๊ย ยังคิดไม่ออก แต่ต้องไปเดี๋ยวนี้”
คำฝาย ประกายมอง เห็นเนื้อนางสีหน้ากังวล ตัดสินใจอย่างหนัก

ในบ้านหิมวัต ณไตรยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนที่จ้องมองมา
มาลัยสั่งด้วยความโกรธ “ไปจับมันมาให้ได้ มันจะหนีไปซุกหัวที่ไหนได้นอกจากที่ปาง”
“พวกคุณอยู่ที่นี่เถอะ ผมจะไปพาตัวเนื้อนางกลับมา”
“จับตัวไม่ใช่พาตัว” แม่นายสั่ง
ยศกรไม่เชื่อใจณไตร “เราจะไปด้วย เนื้อนางไม่ต้องกลับมาที่นี่ เราจะพาเนื้อนางไปสถานีตำรวจเลย”
“ท่านนายพลครับ ผมรู้ว่าทุกคนกำลังเสียใจเรื่องแขไข แต่ขอผมสอบสวนเรื่องทั้งหมดก่อน”
มาลัยไม่เห็นด้วย “จะสอบสวนอะไรอีก ก็มีแต่เนื้อนางคนเดียวที่มันอยากจะฆ่าลูกแข”
“เนื้อนางยืนยันว่าไม่ได้ทำ แล้วมีเรื่องที่ธรรพ์ไปปางคืนนั้นด้วย ทุกคนเป็นผู้ต้องสงสัยมากเท่าๆกัน”
ธรรพ์นิ่วหน้า ไม่สบายใจ วันดีสีหน้ากังวลวูบขึ้นมาแต่ก็ปรับให้ปกติได้อย่างเร็ว ไม่ให้มีพิรุธ
“ถ้าหลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่เนื้อนาง ผมก็ไม่มีวันช่วยเค้าจากข้อหาฆ่าคนตายได้ แต่ถ้าไม่ใช่ ชื่อเสียงของท่านนายพลกับคุณหญิงก็จะถูกสังคมประณามว่ารังแกคนที่ต่ำต้อยกว่า” ณไตรมองกลุ่มมาลัยด้วยสายตาขอร้อง
เนื้อนาง คำฝาย ประกายพากันหิ้วของติดตัวมา ทั้งหมดเดินเร็วจะออกจากปาง แสงไฟหน้ารถสาดมาจากไกลๆ เนื้อนางสังหรณ์ใจวาบ “พ่อเลี้ยง”
คำฝายรีบดึงแขนเนื้อนางไปหลบในพุ่มไม้ทึบ ประกายวิ่งตามไปหลบด้วย สามคนซ่อนตัวเงียบในความมืด
ณไตรขับรถมาอย่างเร็ว เนื้อนางมองจ้องเห็นณไตรกำลังผ่านไป เนื้อนางเอ่อด้วยน้ำตาเมื่อมองเห็นชายคนรักที่กำลังจะต้องจากกันอย่างไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า รถณไตรผ่านไปอย่างเร็ว
คำฝายรอจนแสงรถลับตาก็ดึงเนื้อนางรีบวิ่งออกไป ประกายตามไปติดๆ เห็นสามคนวิ่งหายลับไปในความมืด

แสงคำรีบลงมาจากเรือนเนื้อนาง ณไตร บุญลือยืนรออยู่ด้านล่าง “รูปหมื่นหล้า เสื้อผ้าหายไปหมด”
ณไตรเข้าใจ “แสดงว่าเนื้อนางกลับมาที่นี่ ก่อนจะหนีไป”
ม่อนดอยวิ่งมาจากอีกทาง “ประกายก็หายไปด้วย”
ณไตรสีหน้ากังวล บุญลือรีบพูดขึ้น “ต้องจับเนื้อนางให้ได้ เนื้อนางฆ่าคุณแขไข”
ณไตร แสงคำ ม่อนดอยหันขวับมองบุญลือ
แสงคำไม่พอใจ “อย่าพูดหมาๆ เนื้อนางไม่มีทางฆ่าแขไข”
“แล้วศพคุณแขไขที่เจอล่ะ ไม่ใช่เนื้อนางทำแล้วจะใคร”
ม่อนดอยแย้ง “ไม่มีหลักฐานก็อย่าปรักปรำกัน เรื่องคืนนั้น ไม่มีใครรู้จริงสักคน”
ณไตรปราม “หยุดเถียงกันสักที ตอนนี้ต้องตามหาตัวเนื้อนาง คำฝาย ประกายให้เจอก่อน แล้วฉันจะสอบสวนทุกคนว่าคืนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ณไตรกวาดตามองม่อนดอย แสงคำ และบุญลือด้วยสายตาคมกริบ

เนื้อนาง คำฝาย ประกายในเสื้อผ้าชุดเก่า หน้าตาเหนื่อยอ่อนไม่ได้นอนมาทั้งคืน นั่งกันอยู่ในร้านอาหารข้างทาง คำฝายระแวงมองไปรอบๆ
เนื้อนางเอ่ยถามขึ้น “ถ้าเนื้อนางเล่าเรื่องทั้งหมดกับตำรวจล่ะ พี่คำฝาย”
“ตั๋วจะเป็นคนดี คนซื่อไปถึงไหนเนื้อนาง ลูกสาวนายพลตายทั้งคน พ่อแม่คุณแขไขเค้าก็เกลียดตั๋วอยู่แล้ว ทีนี้ล่ะเค้าจะเอาเรื่องไม่ให้ตั๋วได้ผุดได้เกิดอีกเลย”
เนื้อนางสีหน้ากังวล ประกายมองเห็นใจ “เนื้อนางเป็นคนดี คนซื่อมันไม่ผิดหรอก จะผิดก็ตรงที่ทุกวันนี้คนเลวมันมีโอกาสมากกว่าคนดี”
“บ่นมากนัก ฉลาดมากนัก แกไม่ต้องไปกับพวกฉันก็ได้นะ นังประกาย”
“ฉันไม่ได้อยากมาตกระกำลำบากกับแกสักหน่อย ที่ออกมาด้วยเพราะว่าฉันเบื่อปางไม้แล้ว ไม่มีแสงสี วันๆ เห็นแต่ขี้ช้าง ฉันเหม็น ฉันเบื่อ!!!”
“เอ็งนี่กะล่อน เอาตัวรอดได้ทุกเรื่อง”
“ใช่ซี้ คนฉลาดอย่างฉัน โอกาสลอยมาตรงหน้า ก็ต้องคว้าไว้”
“แล้วไหน แกมีที่ให้ฉันสองคนไปหลบมั้ย”
“ตอนนี้ ...... ยังไม่มี”
“ปัดโถ่ นึกว่าพามาด้วยแล้วจะได้เรื่อง” คำฝาย ประกายค่อนขอดกัน
เนื้อนางมองสีหน้ากังวล ว่าจะหนีไปไหน

ถนนหน้าร้าน รถของณไตรขับมา มีม่อนดอยคอยช่วยมองไปรอบๆ รถณไตรกำลังจะแล่นผ่านหน้าร้านไป เนื้อนางขยับตัว หันไปทางหน้าร้าน รถณไตรแล่นผ่านไป จังหวะเดียวกับเนื้อนางมองออกไปด้านนอก คิดหาทางหนี

ณไตรขับรถวนไปหลายแห่ง ม่อนดอยคอยช่วยมองหา ณไตร ม่อนดอยเดินตามเข้าออกหลายซอย
ที่ริมถนน ณไตรมองไปรอบๆ สายตามีแต่ความกังวลใจ

เนื้อนางกำลังนั่งคิด เจ้าของร้านคอยมองมา คำฝายที่ดูดโอเลี้ยง สะกิดเนื้อนาง “ไปกันเถอะ อย่าอยู่ที่นี่นานๆ เลย เดี๋ยวมีคนเห็นแล้วเอาไปบอกพ่อเลี้ยง”
“ไปไหนกันดีล่ะ พี่คำฝาย เนื้อนางยังนึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครที่เราจะไปขอพึ่งได้”
“หรือจะไปกราบกรานพึ่งบารมีผัวเก่าข้า เจ้าแสนพรหม”
“เอ็งอยากไปตกนรกรอบที่สอง สาม สี่ ห้า ก็เชิญเลย ข้ากับเนื้อนางไม่ไป”
ประกายค้อนคำฝาย เนื้อนางตัดสินใจ ลุกขึ้น “งั้นก็ไปตายเอาดาบหน้า ถ้ายังพอมีโชคมีวาสนาเราก็คงได้เจอคนดีๆ บ้าง” เนื้อนางหันหลังไป แล้วชะงัก มองตกใจ เห็นบุญน่าน บัวตองเข้าร้านมา
เนื้อนาง คำฝาย ประกาย มองบุญน่าน บัวตองเหมือนฟ้าส่งมาโปรด

บุญน่าน บัวตองนั่งกินข้าว เนื้อนาง คำฝาย ประกาย นั่งล้อมสองสามีภรรยา
คำฝายยกยอ “ฟ้าช่างเมตตาพวกเราให้ได้เจอน้าบุญน่านกับน้าบัวตองคนงาม”
บัวตองรู้ทัน “ทีงี้ล่ะ ลิ้นเคลือบน้ำตาลเชียว”
คำฝายบอกตรงๆ “คือพวกฉันอยากของานทำ”
บุญน่าน บัวตองหยุดมองสามคนที่กอดห่อผ้า พร้อมรอยยิ้มหวานออดอ้อน
“ขอทำงานอะไรก็ได้จ้ะน้า ให้พอมีข้าวกิน มีที่นอน” เนื้อนางอ้อนวอน
บัวตองงง “เดี๋ยวๆ เนื้อนาง ไหนเค้าว่าเอ็งเป็นเมียพ่อเลี้ยงเจ้าของปาง ไอ้หนานไตรคนนั้น”
“นั่นน่ะสิ เค้าว่ามีลูกมีเต้ากันด้วย” บุญน่านซัก
“เนื้อนางเลิกกับพ่อเลี้ยงแล้วจ้ะ”
“เนื้อนาง แกจะบ้าหรือเปล่า ผัวทั้งหล่อทั้งรวย ไม่เหมือนไอ้เฒ่าบุญน่าน แกจะเลิกทำไม มีผัวดีสบายไปทั้งชาติ”
“พ่อเลี้ยงมันได้เมียใหม่ เนื้อนางก็เลยตกอับถึงต้องพึ่งน้าสองคน” ประกายชิงเล่า
คำฝายค้อนประกายที่พูดตรง แล้วหันมาฉอเลาะบุญน่าน บัวตอง “นะจ๊ะ น้าบุญน่าน น้าบัวตอง ผู้มีใจเมตตากรุณา กว้างใหญ่ไพศาลดุจแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน มารวมกัน”
“ข้าไม่รู้จะให้ทำอะไรหรอกนะ แถมมากันตั้งสาม”
เนื้อนาง คำฝาย ประกายฟังคำตอบบัวตองแล้วสีหน้าไม่ดี

บุญน่าน บัวตองเดินนำ มีเนื้อนาง คำฝาย ประกายเดินตามตื๊อมาถึงหน้ารั้วบ้านคณะบุญน่าน
“เนื้อนางฟ้อนได้นะจ๊ะ ให้เนื้อนางฟ้อนเถอะนะน้า”
“โอ๊ย พวกข้าเลิกวงสะล้อไปนานแล้ว จะรับนางฟ้าอย่างเอ็งมาทำไม”
ประกายขอร้อง “รับเถอะจ้ะ รับไปทำกับข้าว กวาดบ้าน ถูบ้าน ขัดส้วม ขัดหม้อขัดไห ขัดขี้ไคลก็ได้”
“ข้าก็อยากจะช่วยพวกเอ็ง โดยเฉพาะเนื้อนาง แต่ว่า” บัวตอง บุญน่านหันมองหน้ากัน
เนื้อนางมองสังเกตแล้วถามขึ้น “มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ น้าบุญน่านน้าบัวตอง”
“มีแน่ แล้วพวกเอ็งก็คิดไม่ถึงด้วย” บุญน่านพูดมีเลศนัย
เนื้อนาง คำฝาย ประกายมองสงสัย

ลานหน้าบ้านคณะบุญน่าน รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้า แต่งตัวสวยก้าวออกมายืนตรงหน้า เนื้อนาง คำฝาย ประกาย
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ายืดอก มองเนื้อนางกับพวกด้วยสายตาเวทนา
รัญจวนเย้ย “เป็นยังไงเมียพ่อเลี้ยง ดูสภาพนี่ก็คง.. ตกอับ ตกกระป๋อง”
กำปุ้งเยาะ “ตกสวรรค์ดังโครม”
สามคนหัวเราะสะใจ คำฝายเดือดปุด
บุญน่าน บัวตองมองคู่ปรับสองฝ่ายแล้วพูดขึ้น “นี่ล่ะที่ข้าจะบอกเอ็ง ข้ารับนางสามคนนี้มาอยู่ในคณะข้าแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก น้าบุญน่าน ขึ้นชื่อว่าพวกผีสามป่าช้า อยู่ที่ไหนพวกมันก็ต้องตามมาหลอกมาหลอน” คำฝายด่ากระทบ
รัญจวนไล่ “ตกอับแล้วยังปากดี ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกแก”
“เดี๋ยว นังรัญจวน ตกลงใครเป็นหัวหน้าคณะ” บัวตองท้วง
“ก้อต้องคุณพ่อบุญน่าน คุณแม่บัวตองสิจ๊ะ แต่คุณพ่อคุณแม่น่ะเป็นคนดีไม่กล้าไล่พวกมัน"

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16 วันที่ 17 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ