อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/2 วันที่ 20 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/2 วันที่ 20 ต.ค. 57

“มีอารมณ์ที่ไหนกันเล่า ดูข่าวนี้ก่อน” เบลโยนหนังสือพิมพ์ข่าวบันเทิงให้ มีรูปหนูมาลีกอดร้องไห้กับโรสจากที่ร้านในคืนวันนั้น โชว์หราขึ้นหน้าหนึ่ง
ยาหยีอ่าน “หนูมาลี คืนดีเรียกพ่อ พร้อมเปิดร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ ทุกคนคือซุปตาร์…อะไรกันเนี่ย”

บุณฑริกเพิ่งโทรศัพท์กับเพื่อนกรรมการสมาคมเสร็จ เดินออกมาร่วมวงคุยอีกคน “พวกกรรมการสมาคมเขาฝากขอโทษมา เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะมีฉากดราม่าบนเวทีวันนั้น”


“บ้าที่สุด เหมือนพานักข่าวไปทำข่าวให้มันเลย เตะหมูเข้าปากหมาแท้ๆ” เบลหัวเสียที่ไม่ได้ดั่งใจ
“ยายโทรสกัดข่าวแล้วแต่ไม่สำเร็จ ภาพข่าวพ่อลูกกอดกันร้องไห้คนอ่านชอบ ดูสิ มีทุกเล่มเลย” บุณฑริกเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ คุณหญิงหยิบหนังสือพิมพ์บันเทิงหลายฉบับส่งให้ดูอีกสองสามเล่มมีรูปโรสกอดกับหนูมาลี ขึ้นหน้าหนึ่งทุกเล่ม
“อี๊ บ้าชะมัด...ดูคะแนนนี่ คนให้อภัยมัน คะแนนกำลังวิ่งขึ้นมา ดูสิ ดู” เบลกดไอแพด โวยวายลั่น
ขณะนี้กราฟของหนูมาลีบนไอแพดวิ่งขึ้นเร็วกว่าของคนอื่นที่ขยับทีละนิด ทุกคนหน้าเครียดทันที

หน้าร้านเซอร์ไพรส์ มีรถเข้ามาจอดที่ร้านสองสามคัน คนทยอยเดินเข้ามารุมบอย ต่างคนต่างมาทยอยมา
“เอ้อ ที่นี่ห้ามจอดรถแล้วนะครับ ร้านเราเปิดแล้ว” บอยบอก
“ก็มาร้านนี่แหละ” ลูกค้าคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“เพิ่งบ่ายสองโมง ร้านเราเปิดสี่โมงครับ”
“ใช่ร้านในข่าวนี่หรือเปล่า” ลูกค้าอีกคนถือหนังสือพิมพ์บันเทิงเข้ามาหา ชี้ถามบอย
“อ๋อครับ” บอยรับคำ
“ให้พี่ร้องเพลง มีชุดให้พี่ใส่” ลูกค้าถามขึ้นให้แน่ใจ
“ใช่ครับ มีชุดให้ใส่ มีแดนเซอร์เต้นให้ มีแสงสีเสียงสวยสุดๆ เราพร้อมออกแบบให้พี่เป็นซุปตาร์หนึ่งคืนครับ” บอยรีบโฆษณาร้าน ลูกค้าที่รุมฟังอยู่พยักหน้า
“เยี่ยม งั้นพี่รอ จะได้มีเวลาตามญาติมาดูพี่ร้องเพลงไง” ลูกค้าคนแรกเอ่ยอย่างพอใจแล้วเดินเข้าไปนั่งรอเวลาร้านเปิด
“ขอโต๊ะให้พี่ด้วย 5 คน” ลูกค้าอีกคนขอจองโต๊ะด้วย
“อ๋อ ได้ครับได้” บอยรับคำลูกค้าอย่างยินดี
“ของพี่ 12 เดี๋ยวตามมาอีก” ลูกค้าอีกคนขอจองโต๊ะด้วยเช่นกัน
“ได้ครับเชิญข้างในเลยครับ เชิญเลย” บอยยิ้มดีใจมาก รีบเดินตามลูกค้าเข้าไป

ในเวลาต่อมา ลูกค้าคนแรกแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ ขึ้นมาร้องเพลงอยู่บนเวที กลายเป็นซุปตาร์ไปแล้ว
ร้านคนเต็ม เด็กเสิร์ฟวิ่งกันวุ่น หนูมาลีที่ทำงานในฐานะเด็กเสิร์ฟ ถือจานอาหารมาส่ง “ทอดมันมาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ วันนี้คนเยอะหน่อย”
“หนูมาลีใช่ไหม พี่โหวตให้หนูอยู่นะ ดูนี่ ขอให้ชนะนะ คนรู้จักกตัญญูพ่อแม่อย่างนี้พี่ชอบ” ลูกค้าชี้ที่มือถือเอ่ยชม
“ขอบคุณค่ะ” หนูมาลียิ้มมีความสุข มองไปรอบๆ ร้านนี้ ไปได้ดีกว่าที่คิด

ทางด้านโรสวุ่นวายคิดเงินลูกค้าที่เคาน์เตอร์ คนเยอะ งานเยอะ
“เอ้ามา.....เอาไปหน่อยเร็ว” โรสเร่ง
การะเกดเร่งมือมา มือถือถาดแก้วน้ำเต็มถาด “หนูทำไม่ทันแล้วนะพี่ มาจากไหนเยอะแยะ ไม่รู้”
ปลาเมาท์ไปด้วยทำงานไปด้วย “โฮ้ย ยังน้อยไปสิ มีมารอคิวอยู่ข้างนอก พี่บอยต้องเอาสมุดไปให้เขาจองคิวไว้วันอื่น”
ปลาและการะเกดหายไปทำงานต่อ หนูมาลีเดินเอาบิลเข้ามา เร่งรีบ
“เพราะข่าวเรื่องแกแท้ๆ นังหนูมาลี ลงหนังสือพิมพ์ฟรีๆ ทุกฉบับ” โรสยีหัวจับแก้มหนูมาลีอย่างรักใคร่ “อีแมวกวัก อีกุมารทอง อีนางกวักของฉัน ... ฉันรักแก”
หนูมาลียิ้มรับจับมือพ่อตอบ รักใคร่สนิทสนมกัน “ออกไปยืนร้องไห้กอดกันที่สี่แยกอีกสักทีไหมพ่อ เผื่อขยายร้าน”
“เฟคแระ เฟค เอาแค่นี้ ทำกันให้ทันเหอะ”
“1 2 3…” หนูมาลีให้สัญญาณกับพ่อ โรสทำสาวแตกกับหนูมาลี ร้องอร๊ายออกมาพร้อมเพรียงกันทั้งพ่อลูก แถมด้วยทำไฮไฟว์พร้อมกัน สามทีพร้อมตะโกน “…รวยๆๆ”
คนในร้านตกใจมองพ่อลูก งงๆ มันเสียงดังวี้ดว้ายอะไรไม่รู้ สองพ่อลูกหัวเราะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย มีพ่อที่เดียวเป็นชาย เดี๋ยวเป็นหญิงกรี๊ดกร๊าดด้วยกันได้หมดทุกรูปแบบ

วันต่อมา ที่บ้านของทองทา ชายหนุ่มเดินออกมาจะไปทำงาน พอดีผ่านกระถางกุหลาบแล้วถอยมามองใหม่ชัดๆ ที่กระถางกุหลาบตัวแทนหนูมาลี ที่ออกดอกตูมหลายดอกอยู่ “กุหลาบสีแดงออกดอกนี่นา”
ป้าแตงดูแลต้นไม้อยู่แถวนั้น ตอบมา “อีกสองสามวันก็บานค่ะ”
“บานในวันแข่งพอดี แก้ข่าวเรื่องอกตัญญูสำเร็จ คนให้อภัยกลับมาโหวตหนูมาลี อืมมม..” ทองทาคิด กดดูคะแนนในมือถือ “คะแนนยังวิ่งฉิว ยะฮู้ว.... รอบนี้ชนะแน่ป้า”
ป้ายิ้มให้ ขำทองทาที่ดีใจอย่างกับแข่งเอง

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ การะเกดทำงานอยู่ในร้านยังไม่เปิดทำการ อธิเดินมาหา หน้าเครียด
“เอ้าพี่อธิ มาเงียบๆ” การะเกดทักขึ้นแปลกใจ
“พี่มีเรื่องมาปรึกษาเกดน่ะ คิดอยู่นานว่าจะพูดดีไหม” อธิหน้าเครียดเอาหนังสือพิมพ์มีรูปวานิชกรอบเล็ก และรูปสาวปิดหน้าแจ้งความมาให้ดูมีพาดหัวข่าว “สาวพริตตี้แจ้งจับนักธุรกิจใหญ่ข้อหาข่มขืน”
“นี่ข่าวนายวานิชถูกสาวคนนี้ฟ้องว่าข่มขืนแต่นายวานิชฟ้องกลับว่าสมยอม พี่ก็เลยอยากให้การะเกดช่วย”
“ช่วยยังไงคะ”
“ถ้าเกดช่วยเป็นพยานว่าเคยโดนเหมือนสาวคนนี้ คือพี่มีหลักฐานรูปของเกดช่วงนั้นอยู่ เราจะเอาผิดวานิชได้” อธิเอ่ยขึ้นมา
“รูปวันนั้น! พี่ยังเก็บไว้อีกหรือ” การะเกดตกใจ
“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เป็นตำรวจ ไม่ใช่เพราะมีรูปพวกนั้น ป่านนี้ไอ้วานิชเอารูปเซ็กซี่ของเกดออกไปขายแล้ว”
เกดหวนคิดถึงอดีตอันเจ็บปวด
“นับวันนายวานิชจะก่อคดีหนักขึ้นเพราะย่ามใจที่ไม่มีใครกล้าฟ้อง เราต้องช่วยผู้หญิงคนอื่นที่จะเป็นเหยื่อของมันเราต้องทำให้มันหลาบจำ”
การะเกดมองหน้าโกรธมากเดินหนี
“เกดเกด” อธิร้องเรียกเดินตามอีกฝ่าย

เกดเดินหนีมาเพื่อสงบสติอารมณ์
“เกดโกรธหรือ” อธิถามเสียงอ่อน
“พี่อธิใจร้ายมาก เกดกำลังจะขอบคุณที่พี่ช่วยเกดให้พ้นจากขุมนรกแต่ตอนนี้ พี่จะมาผลักเกดให้ลงไปที่ขุมนรกนั้นอีก” เกดทำใจลืมอดีตไม่ได้
“พี่เป็นตำรวจ ถ้ามีช่องทางไหนจะเอาคนผิดมาลงโทษเพื่อให้สังคมปลอดภัย พี่จะทำทันที”
“แล้วเกดต้องคิดถึงภาพวันนั้นอีกกี่ครั้ง ไหนจะตอบคำถามตำรวจไหนจะสายตานักข่าวทุกคนที่มองมา เกดต้องเผชิญเรื่องนี้ไปอีกกี่ปี เกดเพิ่งทำใจได้เกดเพิ่งลืมมันได้แล้วจู่ๆ จะ…ฮือ” การะเกดร้องไห้โฮออกมากลับไปซึมเศร้าอีก อธิอึ้งไปพูดไม่ออก

คืนนั้น ที่บ้านพักของโรส โรสนอนไม่หลับปวดท้องอยู่กระสับกระส่าย จนบอยที่หลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมา
“ยังไม่หายปวดท้องอีกหรือ”
“เดี๋ยวกินยาแก้ปวดอีกสักเม็ด”
“พี่เพิ่งทานไปนี่นา ไปหาหมอกันไหมผมขับไหว”
“นอนไปเลยพูดเรื่องหมอขึ้นมาอีกทีโดนแน่”
บอยเซ็งล้มตัวลงนอน
โรสลุกเดินไปหยิบยาแก้ปวดมากินเพิ่มคิดกังวลเรื่องสุขภาพของตน

เช้าวันใหม่ ทุกๆ คนในร้านนั่งทานข้าวมื้อสายร่วมกัน
บอยเดินเอาสมุดคิวจองมา ชี้ให้ดู “ตั้งแต่ทำร้านมาไม่เคยมีใครจองข้ามเดือนแบบนี้เลย ดูนี่ คิวจองร้องเพลง มีอีกเดือนล่วงหน้า”
“ใครๆ ก็อยากเป็นซุปตาร์สักคืนว่างั้น” สมศรีเอ่ยขึ้น
“เหมือนสมัยตอนคาบาเร่ต์เรารุ่งๆ เลย นังโรส” บุญมากอดคอโรสนึกถึงความหลัง
“ชีวิตของนังโรสกุหลาบราตรี กลับมารุ่งเรืองแล้วโว้ย” สมศรีเอ่ยขึ้นดีใจไปด้วย
บุญมาสมศรีร้องเย้เคาะโต๊ะไปด้วยพร้อมกัน “ปลดหนี้! ปลดหนี้ !”
หนูมาลีเดินออกมาแต่งตัวเสร็จแล้วกำลังจะออกไปข้างนอก “หนูต้องไปสถานีล่ะ พ่อไปด้วยกันนะ”
โรสคิดอะไรเล็กน้อย “วันนี้วันคอนเสิร์ตนี่หว่าลืมไปเลย คนเยอะอย่างนี้ ฉันจะทิ้งร้านไปได้ไง ให้บอยไปส่ง เดี๋ยวฉันไปตลาดเอง”
“งั้นผมไปส่งหนูมาลีก่อนแล้วไปตลาดด้วยกัน”
“ไม่เอาๆ ฉันไปเอง” โรสหยิบกระเป๋าเงินแล้วเดินออกไปเลย
“เอ้า แล้วนั่นจะไปเลยหรือ เพิ่งสิบโมงเองนะ” บอยสงสัย โรสไปไหน ทำไมรีบๆ พิกล

ที่สถานี ในวันแข่งขัน เบลมาถึงห้องแต่งตัว ยาหยี และนีน่าหิ้วเสื้อผ้ากระเป๋าเครื่องสำอางตามมาด้วย
“ช่างผม ช่างหน้าพวกนี้แทนที่จะมารอเรา” นีน่าเอ่ยขึ้นไม่พอใจ
“ฉันไปดูเอง“ ยาหยีอาสา เดินไปเปิดประตู แต่ทิมมี่ โกมินทร์ เปิดพรวดเข้ามา เกือบกระแทกหน้า “ว้ายๆ หน้าแหกๆ” ยาหยีร้องตกใจ
สองหนุ่มโวยใส่เบลทันที
“คุณเล่นข่าวเราสองคนใช่ไหม” ทิมมี่ถามไม่พอใจ
“ปกติคุณก็จ้างคนโหวตอยู่แล้ว คะแนนก็นำเราสองคนไปแล้ว ทำไมต้องทำลายอนาคตพวกเราด้วย” โกมินทร์เคืองแค้น
“ฉันพูดเรื่องโกหกหรือไง คุณทำผู้หญิงท้องจริงไหม” เบลเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
“มันเป็นแค่ความผิดพลาด ทุกวันนี้ผมก็จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็กคนนั้น ถ้าคุณไม่คุ้ยเขี่ยให้มันเป็นเรื่อง เขาก็อยู่ส่วนของเขา” ทิมมี่เอ่ยขึ้นมา
“แล้วคุณล่ะ ซื้อปริญญาข้อหาหนักนะ” นีน่าย้ำ
“ใครๆ เขาก็ทำ ไอ้มหาลัยนี้ก็จะเอาแต่เงินไว้แลกปริญญาอยู่แล้ว ผมก็จ่ายไง ผมไม่ได้ทำผิดสักหน่อย ต้องไปร้องเรียนมหาลัยเขาสิ” โกมินทร์ย้อนกลับ
“สรุปก็คือ เราแค่พูดเรื่องจริง เราไม่ผิด ออกไปจากห้องแต่งตัวคุณเบลเดี๋ยวนี้...ไป๊” นีน่าไล่ทั้งคู่ออกไป
“ออกไปเลย ออกไป” ทั้งยาหยีและนีน่าช่วยกันกันทิมมี่และโกมินทร์ออกไป
“คนขี้โกง ผมจะแฉกลับให้หมดอนาคตไปเลย” ทิมมี่ขู่
“เชิญย่ะ ชั่วโมงนี้ ฉันจ่ายเงินค่าปิดปากนักข่าวทุกคนไว้แล้ว แฉยังไงก็ไม่มีใครสนใจแกหรอก ชิ เตรียมคำอำลาเวทีได้เลย ไอ้คนขี้แพ้ ไป๊ ไปเลย” เบลลำพองใจในชัยชนะของตน
“ไป๊ออกไป” ยาหยีไล่อีก
ทิมมี่ และโกมินทร์ออกไปจนได้ เบลแสยะยิ้มร้าย

หน้าโรงพยาบาล โรสรวบรวมกำลังใจก่อนเดินเข้าไป ภายในห้องตรวจโรสนั่งหน้าเครียดต่อหน้าหมอที่พลิกอ่านแฟ้มประวัติคนไข้ “ผมรู้สึกผิดปรกติครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง”
“เอ๊ะ คุณเคยมีประวัติ....” แพทย์อ่านประวัติแล้วร้องขึ้นมา โรสพยักหน้า แพทย์มองหน้า ซีเรียสมากเพราะโรสเป็นโรคมะเร็งมาก่อน แต่ไม่ยอมรักษาต่อ “เราคงต้องตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง”
โรสพยักหน้ารับ

ภายในห้องแต่งตัว ทองทาเดินเข้ามายื่นกุหลาบให้หนูมาลี ขณะที่กำลังรอช่างหน้าช่างผมในห้อง
“กุหลาบสีแดงบานวันนี้ หนูต้องร้องไห้ดีเพื่อพ่อนะ” หนูมาลียื่นมือไปรับมา “เดี๋ยวๆ ลืมๆ” ทองทาดึงคืนไป ก่อนจะจูบดอกไม้แล้วยื่นให้ หนูมาลีรู้สึกเขินอาย
“ค่ะพี่ ร้องเพลงของพ่อ ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อพ่อ”
ทองทาพยักหน้าให้กำลังใจ

อีกด้านหนึ่ง ที่โรงพยาบาลแพทย์กำลังดูผลตรวจร่างกาย
“ข่าวไม่ดีนัก” แพทย์เอ่ยขึ้นสีหน้ากังวล
“มันลุกลามใช่ไหม โรคนั้นใช่ไหม” โรสพอจะรู้ตัว
“คุณตรวจพบมะเร็งมาตั้งสามสี่ปีแล้ว แต่คุณไม่ยอมรักษาต่อ คุณอยู่มาได้นานขนาดนี้ผมว่าคุณเก่งมากแล้ว ผมไม่เข้าใจจริงๆ คุณไม่ตกใจหรือตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็น”

โรสนึกถึงอดีตเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว กับแพทย์อีกคนหนึ่งที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง
“การรักษามะเร็งต้องใช้เคมีบำบัด นี่ครับค่าใช้จ่าย” แพทย์เอ่ยพร้อมชี้แจงค่ารักษา
“เงินมากขนาดนี้ผมไม่มีหรอกครับ”
“ถ้าคุณปล่อยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะอยู่ได้อีกกี่ปี”
โรสหยิบรูปหนูมาลี ในชุดมัธยมต้นในกระเป๋าเงินให้แพทย์ดู “ลูกสาวผมครับหมอ เขาเรียนเก่งมาก อีกแค่สามปีเขาก็จะเรียนจบม.6 ครูบอกว่าเขาจะได้ทุน เขาจะดูแลตัวเองได้ ผมยังมีร้านมีลูกน้อง เด็กบ้านนอกทั้งนั้น ผมเอาเงินทั้งหมดที่มีมารักษาไม่ได้หรอกครับ”

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/2 วันที่ 20 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ