อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 17 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 17 ต.ค. 57

“แล้วถ้าพ่อเลี้ยงมาเจอล่ะ ฉันจะติดคุกด้วยมั้ย”
“เบาๆ หน่อย ประกาย อย่าให้ใครรู้ว่าเราหนีมา” เนื้อนางเตือน
ประกายหน้าตาเบื่อ “ถ้าเกิดเราไม่ได้ขึ้นเวทีล่ะ มาเจอพวกรัญจวนที่นี่ ฉันว่าลางไม่ดีแล้วล่ะ”
“ข้าไม่ยอมแพ้ นังป้ารัญจวนหรอก แรงมาก็แรงไป”

“ฉันขอนะ พี่คำฝาย อย่ามีเรื่องกันไปทุกที่ ถ้าเราอยู่คณะน้าบุญน่านได้ เราจะมีที่อยู่มีข้าวกิน มีงานทำไปอีกนาน”
“เออๆ ก็ได้ ก็ได้ ลองทำตัวเป็นจิ้งจกเปลี่ยนสีดูที คงไม่ตาย”


เนื้อนางฟังแล้วเบาใจ เงยขึ้นมองดาวบนฟ้า “ไม่ว่าชีวิตวันนี้มันจะมืดมิดแค่ไหน เราต้องอดทนทำดีต่อไป ความดีเท่านั้นที่จะเป็นแสงสว่างคุ้มภัยให้ชีวิตเรา”
คำฝายกับประกายมอง เนื้อนางยิ้มอย่างมีกำลังใจให้ทุกคน

วันต่อมา ณไตรยืนตรงหน้า แสงคำ ม่อนดอย บุญลือ
ณไตรมองจ้องที่บุญลือ “ฉันให้เวลาแกถึงเย็นนี้ เก็บของ แล้วย้ายออกไปจากปาง”
“ผมไม่ได้ทำผิด ผมไม่ได้ฆ่าคุณแขไข ไล่ผมทำไม”
“แกผิดที่ปล่อยให้เกิดเรื่องในปาง ในฐานะผู้จัดการ แกไม่มีสิทธิ์แก้ตัวว่านอนหลับ ทุกอย่างในปางคือความรับผิดชอบของแก”
“งั้นก็ไล่มันสองคนด้วย”
“ฉันเชื่อว่าแสงคำ ม่อนดอยไม่รู้เรื่องที่แขไขตาย”
“พ่อเลี้ยงเข้าข้างมัน”
“ใช่ ฉันเข้าข้างคนที่ฉันรู้จักนิสัยใจคอดี เพราะฉันเจอสองคนนี้หลังคืนที่เกิดเรื่อง เช้ามืดวันนั้นพวกเค้ากำลังกลับมาที่ปาง”
“พ่อเลี้ยงไม่ยุติธรรม พ่อเลี้ยงเห็นแก่เนื้อนาง พ่อเลี้ยงช่วยปกป้องฆาตกร”
แสงคำชี้หน้าบุญลือ “ถ้ามึงให้ร้ายเนื้อนางอีกคำเดียว มึงจะไม่ได้ออกจากปางนี้เลย ตายคาตีนกูอยู่ตรงนี้แหละ”
บุญลือเห็นแสงคำโกรธจัด ก็รีบวิ่งออกไป
ณไตรสายตาทุกข์ ม่อนดอยมองเห็นใจ “เราจะช่วยกันตามหาเนื้อนางนะ พ่อเลี้ยง”
“ตราบใดที่หนี เนื้อนางก็จะกลายเป็นคนผิด ถ้าเนื้อนางทำอย่างที่ทุกคนประณามจริงๆ ฉันก็ขอให้ได้ยินจากปากเนื้อนางเอง” เสียงณไตรเศร้า มีแต่ความขมขื่นเพราะรักมาก ถึงมีแต่ความทุกข์มากกว่าทุกคน

เนื้อนางกำลังนั่งซักชุดรำของวงอยู่
บัวตองเดินมาใกล้เนื้อนาง “เอ็งตัดใจจากพ่อเลี้ยงได้แน่เหรอ เนื้อนาง”
เนื้อนางหยุดงานในมือ มองบัวตอง
“ที่ถามไม่ใช่ว่าจะขับไสไล่ส่งหรอกนะ กลัวว่าพอทนลำบากไม่ได้ ก็จะหนีกลับไปเป็นเมียพ่อเลี้ยงอีก”
“เนื้อนางไม่ทิ้งที่นี่หรอกจ้ะ น้าบัวตอง เนื้อนางกลับไปไม่ได้แล้ว” เนื้อนางพูดเสียงเศร้า บัวตองมองสงสาร “เนื้อนางกับพ่อเลี้ยงณไตร เราไม่ควรรักกันตั้งแต่แรก”
“เฮ้อ .. เศรษฐีกับผู้หญิงจนๆ อย่างเรา.. จะมีผู้ชายที่ไหนมารักจริง” เนื้อนางฟังแล้วกลั้นน้ำตา บัวตองแตะไหล่อย่างเห็นใจ “ไม่เป็นไรหรอก เนื้อนาง เอ็งยังสาวยังสวย จะมีผู้ชายมาให้เลือกอีกเยอะ”
“เนื้อนางไม่อยากมีความรักแล้วจ้ะ ความรักไม่เคยให้อะไรเนื้อนางเลยนอกจาก... น้ำตา”
เนื้อนางเอ่ยแล้วน้ำตาหยดลงมาด้วยความเศร้า

ณไตรยืนต่อหน้า แสงคำ ม่อนดอยและคนงาน
“ต่อไปนี้ที่นี่จะมีผู้จัดการคนใหม่ ชื่อ แสงคำ” ม่อนดอยกับคนงานเฮ แสงคำยิ้มให้กับทุกคน
“ขอให้ทุกคนทำงานร่วมมือร่วมใจกันเหมือนที่ผ่านมา อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง ซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน” ณไตรกวาดตามองคนงานทุกคน “แล้วก็อีกเรื่องสำคัญมาก ถ้าใครเจอเนื้อนาง คำฝายหรือ ประกาย ไม่ว่าใครคน
ใดคนหนึ่ง ขอให้รีบมาบอกฉัน ม่อนดอยหรือแสงคำ ฉันจะมีรางวัลให้” ณไตรมองไปที่คนงาน หวังว่าจะทำให้เจอเนื้อนางได้เร็วขึ้น

ร้านอาหารในเมือง บุญลือพูดกับวันดีด้วยความเจ็บใจ “นี่เหรอรางวัลที่ฉันควรจะได้ ไอ้พ่อเลี้ยงณไตรมันไล่ฉันออก”
“แต่ทุกอย่างสำเร็จตามแผนของเราแล้ว เนื้อนางกลายเป็นฆาตกรฆ่าแขไข ไม่กล้ากลับมาที่นี่อีก” บุญลือมองพี่ วันดีเอ่ยปลอบ “แกหลบไปสักพักก่อน บุญลือ หาที่อยู่ใหม่แล้วจดหมายมาบอก พี่จะส่งเงินไปให้แกใช้เอง”
“ฉันยังไม่ไปไหน จนกว่าจะได้เห็นปางหิมวัตมันวุ่นวาย”
“แกจะทำอะไร”
“ฉันอยากจะเอาคืนไอ้พ่อเลี้ยงณไตรมันบ้าง มันกับพวกไอ้ม่อนดอย ไอ้แสงคำ รวมหัวกันไล่ฉันยังกับ หมูกับหมา ถ้าฉันอยู่ไม่ได้พวกมันก็อย่ามีความสุขกันเลย” วันดีมอง บุญลือสีหน้าเจ็บแค้นใจมาก

ณไตรเดินมาหยุดหน้าเรือนเนื้อนาง แสงคำเดินตามมาด้านหลัง
“นายย้ายมาอยู่ที่นี่ซะ แสงคำ จนกว่าเราจะได้ตัวเนื้อนางกลับมา”
“ฉันจะดูแลทุกอย่างไว้รอเจ้าของเรือนตัวจริง”
“ฉันรู้ว่าเนื้อนางไม่ใช่คนเหี้ยมโหดขนาดฆ่าแขไขได้”
“แล้วเนื้อนางก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยตัว นอนกับคุณธรรพ์ด้วย” ณไตรมองแสงคำที่แววตาเชื่อมั่นในตัวเนื้อนาง “พ่อเลี้ยงต้องเชื่อใจเนื้อนาง ผู้หญิงคนเดียวที่รักพ่อเลี้ยงมากกว่าชีวิตตัวเองก็คือ เนื้อนาง” แสงคำบอกแล้วเดินขึ้นเรือนไป ทิ้งให้ณไตรอยู่กับความเศร้าที่ต้องพรากจากเนื้อนางอีกครั้ง

เนื้อนาง คำฝาย ประกายกำลังซ้อมเต้นอยู่กับกลุ่มรัญจวนและนางรำคนอื่นๆ นักดนตรีเล่นเพลงสนุก คำฝายยังเต้นไม่ค่อยลงจังหวะ จนต้องหยุดยืนนิ่งเพราะตามไม่ทัน
เนื้อนาง ประกายหยุดเต้น คอยช่วยดึงคำฝายให้เต้นตามจังหวะ
แมงมันเดินเข้ามาดู มองไปเห็นเนื้อนาง ประกาย คำฝาย ที่หยุดยืนนิ่งกันอยู่ก็สั่งเสียงดัง “หยุดๆ ดนตรีหยุดก่อน” นักดนตรีหยุดเล่น ทุกคนหยุดซ้อม
แมงมันหันไปทางเนื้อนาง “อะไรกัน พวกนั้นน่ะ คำฝาย เนื้อนาง ประกาย ทำไมไม่เต้น”
กำปุ้งรีบใส่ไฟ “พี่แมงมันขา พวกเนื้อนางมันขี้เกียจซ้อม เอาแต่ยืนนินทา กำปุ้งได้ยิน มันว่าท่าไม่สวย ใครคิด อุบาทว์ คิดมาได้ยังไง”
คำฝายจะด่าตอบ ประกายรีบเอามือปิดปากไว้แน่น แมงมันมองจ้องกลุ่มเนื้อนาง
เนื้อนางเอ่ยบอกกับแมงมันเสียงหนักแน่น “เราคนมาใหม่ จะกล้านินทาครูอย่างพี่แมงมันให้หมดทางทำมาหากินทำไมละจ๊ะ”
แมงมันเริ่มลังเลเพราะเชื่อเนื้อนาง “แน่นะ พวกแกไม่ได้นินทาฉันอยู่นะ”
“นังกำปุ้ง มันโกหกค่ะพี่แมง” ประกายบอกตรงๆ
“จริงเหรอ” แมงมันหันไปทางกำปุ้ง “นังกำปุ้ง แกกล้าโกหกต่อหน้าฉันเหรอ”
กลุ่มรัญจวนเริ่มหน้าไม่ดีเพราะแมงมันโลเล กำปุ้งรีบออกหน้า “คุณพี่แมงมันขา น้องเคารพคุณพี่เป็นดั่งนางพญาของแมลงทั้งโลก น้องจะกล้าโกหกคุณพี่ได้ยังไง พวกมันสิคะ บอกให้ซ้อมไม่ซ้อม พอน้องอ้างคำสั่งคุณพี่ มันบอกที่นี่ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้อง”
“จริงเหรอ” แมงมันหันไปทางประกาย “ตกลงว่าแกโกหกฉัน”
“โว๊ย ถามอยู่ได้ จริงเหรอ ก็เบิ่งตาดูสิ ใช้หัวคิดด้วย ใครกันแน่ที่พูดความจริง” คำฝายโมโห
แมงมันไม่พอใจ “นังคำฝาย ปากหมาหาเรื่องอย่างเอ็งนี่ เดี๋ยวข้าจะเอาฝอยขัดหม้อขัดปากให้สะอาดเลย คอยดู”
กำปุ้งยุ “ตบมันดีกว่าค่ะ ตบให้หน้าเบี้ยว กรามหัก ดั้งบิด”
“บ้าเหรอ นังกำปุ้ง ตบมันหน้าแหก ทำงานไม่ได้ พ่อบุญน่านจะได้เตะข้าน่ะสิ” พวกรัญจวนหน้าตาผิดหวัง แมงมันสั่ง “นังคำฝาย เนื้อนาง ประกาย แกต้องซ้อมเต้นซ้อมจนกว่าฉันจะพอใจ ไม่งั้นไม่ต้องกินข้าว เอ้าดนตรีบรรเลง”
พวกรัญจวนหัวเราะใส่พวกเนื้อนาง แมงมันตวัดตามอง รัญจวนพาพวกทำเต้นอวดว่าเก่งกว่า คำฝายฮึดฮัดอย่างอารมณ์ร้อน เนื้อนางกับประกายดึงไว้แล้วเต้นตามจังหวะ ต่างคนต่างซ้อมกันคนละด้าน แต่สายตา มองเขม่น ไม่ยอมแพ้กัน

ม่อนดอยขับรถให้ณไตรมองหาเนื้อนางไปรอบๆในเมือง ณไตรกับม่อนดอยแยกย้ายกันถามหาเนื้อนาง ไปคนละตรอก ซอกซอย ณไตรเอารูปเนื้อนางไปถามหาชาวบ้าน ชาวบ้านพากันส่ายหน้า ณไตรกลับขึ้นมา นั่งบนรถ ม่อนดอยขับออกไป สีหน้า แววตาณไตรยังไม่หมดหวัง

เนื้อนาง ประกาย คำฝายกำลังซ้อมเต้นท่าลีลาศตามที่แมงมันสั่ง รัญจวนกับพวกเต้นอวด ไม่ยอมแพ้
แมงมันจับคู่กับประกาย เนื้อนางจับคู่กับคำฝาย นักดนตรีเล่นเพลงสนุกจังหวะชะชะช่า
เนื้อนาง คำฝายฟังจับจังหวะแล้วเต้น คำฝายยังเต้นขัดๆ แมงมันสอนเสียงดัง
“นี่เต้นนะยะ ไม่ใช่ยืนเคารพธงชาติ หูฟังจังหวะสิยะ เอ้า 1 2 3 เด้ง 1 2 3 เด้ง”
แมงมันเด้งเอวแล้วหมุนอย่างคล่องแคล่ว คำฝายมองแล้วพยายามจับจังหวะ เนื้อนางคอยช่วยนำ
คำฝายเต้นสนุกตามจังหวะได้พร้อมๆ แมงมัน นำเนื้อนางให้เต้นตาม พวกรัญจวนเต้นไปมองหมั่นไส้ไป
คำฝายเปลี่ยนคู่มาเต้นกับแมงมัน เนื้อนางเต้นกับประกาย แมงมันจับคำฝายหมุน คำฝายหมุนตัวตรงตามจังหวะ พร้อมดนตรีจบ ท่าสวยงาม เนื้อนาง ประกาย แมงมันมอง
คำฝายสีหน้าสนุกชอบใจมากกับการได้เต้น

ลานกว้างในวัด เสียงกลอง ดนตรีดังเร้าใจ ไฟวับแวม เห็นเวทีรำวง ประดับสีสันด้วยธงหลากสี มีบันไดขึ้นไปบนเวทียกพื้น นักดนตรีเล่นเพลงรำวงสนุก ผู้ชายกำลังซื้อตั๋วจากบัวตองเพื่อมาโค้งสาวรำวง
บุญน่านเป็นโฆษกมีนกหวีดห้อยคอยืนประกาศ “เอ้า เร่เข้ามา เร่เข้ามา วันนี้รำวงคณะบุญน่าน บัวตอง พาสาวๆ สวยๆ น่ารัก จิ้มลิ้ม มาให้ท่านชิมถึงที่ ซื้อบัตรแล้วมาโค้งน้องๆไปรำให้ฉ่ำใจกันไปเลย”
ผู้ชายพากันจ่ายเงินสตางค์ให้บัวตอง แล้วเข้ามาเลือกสาวๆ สาวรำวงแต่งตัวสีสันสวยงาม แต่งหน้าทาปากจัด นั่งไล่เรียงกัน ตั้งแต่รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง แมงมัน และสาวๆคนอื่น บุญน่านเป่านกหวีดดังปรี๊ด
ผู้ชายพากันมารุมเข้าคิวโค้งเนื้อนางกับประกาย คนที่พลาดก็ไปโค้งสร้อยฟ้ากับรัญจวน เหลือคำฝาย แต่งหน้าสวย ยิ้มกว้าง กับกำปุ้งที่ยัดหน้าอกจนใหญ่เกินจริง สองคนแข่งกันอวดทั้งกวักมือ ทั้งดึงให้ผู้ชายมาโค้งออกไปรำ

ที่ลานรำวง เนื้อนางรำสวยงามไปกับผู้ชาย ประกายกับนางรำคนอื่นรำสวยงาม ทุกคนยิ้มแย้ม รัญจวน สร้อยฟ้ารำไป ก็มองเนื้อนางด้วยความหมั่นไส้ คำฝายกับกำปุ้งได้รำกับลุงแก่ๆทั้งคู่
บุญน่านเป่านกหวีดหมดรอบ เนื้อนางยิ้มให้คู่รำ คำฝายรีบเข้ามาดึงเนื้อนางกลับไปนั่ง
บุญน่านประกาศ “เอ้า รอบนี้ชะชะช่า ใครอยากเรียกเหงื่อยักย้ายส่ายเอวก็ซื้อตั๋วกันเลย”
เสียงเพลงลีลาศสนุกดังขึ้น เนื้อนางถูกโค้งออกมาเต้นลีลาศ คำฝาย ประกายถูกโค้งตามออกมา
รอบเต้นเปลี่ยนเป็นชะชะช่า พวกรัญจวนเต้นแข่งสู้กลุ่มเนื้อนางที่เต้นหมุนวนอยู่ตรงข้ามกัน ต่างฝ่ายต่างเต้นไม่ยอมแพ้กัน

ม่อนดอยกับคนงานเดินคุยกันมา “พรุ่งนี้เข้าไปลากไม้กันตั้งแต่เช้ามืดเลยนะ”
ทุกคนกำลังจะเดินเลี้ยวไปทางเรือนพักคนงาน เห็นร่างขาว ผมยาว ลอยอยู่ที่ชานเรือนเนื้อนาง
ม่อนดอยกับทุกคนมองเห็น “เฮ้ย .. ใครวะ ใครอยู่ตรงเรือนเนื้อนาง”
ร่างผมยาวในชุดขาวลอยอ้อมไปทางหลังครัว ทุกคนเริ่มกลัวแต่ม่อนดอยยังแข็งใจ “ไป ... ไปดูใกล้ๆ” ม่อนดอยเดินนำคนงานไปทางเรือนเนื้อนางทันที

เสียงเพลงรำวงสนุก เนื้อนางรำสวยงามกับผู้ชายที่มาโค้ง บัวตองนับเงินทั้งเหรียญ ทั้งแบงค์หน้าตายิ้มแย้มดีใจ
บุญน่านร้องรำเป่านกหวีดหมดรอบ ขึ้นเป็นเพลงลีลาศจังหวะสนุก คำฝาย ประกายเต้นออกลีลาสนุกเร้าใจ แมงมันมองอยู่ด้านข้างเวที เต้นไปด้วยอย่างชอบใจ

ม่อนดอยเดินนำคนงานที่กลัวตามหลังมา ทุกคนก้าวเข้ามาใกล้เรือนเนื้อนาง ม่อนดอยชะเง้อมอง “สงสัยจะตาฝาด”
ร่างผมยาวในชุดขาวโผล่ขึ้นทางด้านหลังเรือน ม่อนดอยกับทุกคนตะลึง ร่างขาวผมยาวลอยหายลับเข้าทางป่าหลังเรือนเนื้อนาง
ม่อนดอยแหกปากร้องลั่น “ผะ ผะ ผี”
คนงานวิ่งหนีไปก่อน ม่อนดอยพอตั้งสติได้ ก็วิ่งแน่บไปอีกคน “รอข้าด้วย”

เสียงนกหวีดหมดรอบ ทุกคนที่เต้นอยู่ กลับมานั่ง เนื้อนาง คำฝาย ประกายยิ้มแย้ม พวกรัญจวนชักนั่งไม่ติด จ้องมองเนื้อนาง นกหวีดดัง เพลงลีลาศขึ้น ผู้ชายมาโค้งเนื้อนาง เนื้อนางจะเดินออกไปรำ รัญจวนแกล้งแหย่ขา เนื้อนางสะดุด ผู้ชายรับไว้ทัน
คำฝายลุกพรวด “ขายาวนักใช่มั้ยอีป้ารัญจวน” พวกรัญจวนลอยหน้า คำฝายโมโห คว้าเก้าอี้ปาไปที่กลุ่มรัญจวนวงแตก
เนื้อนางตกใจจะเข้าไปช่วยแต่บุญน่านผลักเนื้อนางออกไปรำ แล้วหันไปเร่งนักดนตรี นักดนตรีเล่นเพลง เสียงดังกลบ รำวงยังรำกันไป เนื้อนาง ประกายมองชะเง้อเป็นห่วงคำฝาย
ด้านหลังคำฝายจิกหัวรัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ารุมตบ ตีคำฝาย นักดนตรีเล่นเพลงเร็วจนจบเพลง คำฝายโดนตบสลบลงไปนอนกับพื้นด้วยฝ่ามือของรัญจวน

บุญน่านยืนต่อหน้าทุกคน แผดเสียงด้วยความโกรธ “ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามมีเรื่องกัดกันในคณะข้า ข้าไม่สนใจว่าพวกเอ็งจะเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหน แต่ที่นี่คณะข้า ใครทำให้เงินรายได้ข้าหายวับไปกับตา ข้าจะไม่เลี้ยงไว้เปลืองข้าวสุก”
นางรำกับนักดนตรีทุกคนอยู่กันครบ ด้านหลังบัวตองหน้าตาโมโหมากพอๆกับผัว
กำปุ้งฟ้อง “พวกเราไม่ได้เริ่มก่อนเลยค่ะ ใครๆ ก็เห็นนังคำฝายโยนเก้าอี้ หวังจะฆ่าปลิดชีวิตคุณพี่รัญจวน”
คำฝายแก้ตัว “อีป้ารัญจวนมันแกล้งขัดขาเนื้อนางก่อน”
รัญจวนไม่ยอมรับ “เนื้อนางมันเดินเซ่อซ่า ไม่ดูตาม้าตาเรือเอง”
ประกายท้า “สาบานต่อหน้าพระเลยมั้ยล่ะว่านังรัญจวนมันไม่ได้ทำ”
บุญน่านโมโห “จะแหกปากเถียงกันต่อหน้าข้าอีกนานมั้ย ไป ออกไปเถียงกันนอกคณะนอกบ้านข้าโน่น”
ทุกคนเงียบกริบ เนื้อนางสีหน้าไม่ดี
ณไตรยืนอยู่กับม่อนดอย คนงานอีก 2-3 คน “ผีมันไม่มีในโลกหรอก”
“มีจริงๆ พ่อเลี้ยง เมื่อคืนฉันเห็นเต็มสองตา ไอ้พวกนี้ก็เห็น มันโจษกันว่าน่าจะเป็น ผีคุณแขไข... ผีตายโหง”
คนงานยิ่งทำท่ากลัว
“เป็นไปไม่ได้ กลัวไม่เข้าเรื่อง ไป ไปทำงานกันได้แล้ว อย่าให้ฉันได้ยินเรื่องนี้อีก”
คนงานเดินออกไป ม่อนดอยสีหน้าจ๋อย แสงคำวิ่งมาจากอีกด้าน “พ่อเลี้ยง คนงานออกไปเที่ยว มันว่ามีคณะรำวงมาเล่นอยู่ที่วัด ไกลไปจากปางหลายกิโล สาวรำวงคนนึงหน้าตาเหมือนเนื้อนาง”
ณไตรถามเร็ว “รำวงคณะอะไร”

บัวตองเทเศษเหรียญลงมาตรงหน้าทุกคน บุญน่านเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “ทั้งคืน ได้แค่นี้ จะพอยาไส้ซื้อข้าวกินมั้ย” ทุกคนนั่งก้มหน้าเงียบ
เนื้อนางมองแล้วพูดขึ้น “ฉันขอโทษทุกคนที่เมื่อคืนเกิดเรื่องขึ้นเพราะฉัน”
คำฝายนั่งสีหน้าอดทนเต็มที่ ประกายกำผ้าถุงแน่น อดใจไม่ต่อล้อต่อเถียง เอาแต่จ้องหน้าพวกรัญจวน
สร้อยฟ้าเริ่ม “คนอะไร อยู่ที่ไหนก็เดือดร้อนกันไปหมด”
“เนื้อนางขอโทษจ้ะ” เนื้อนางยกมือไหว้รัญจวน คำฝายตาโต ไม่พอใจ “เนื้อนางขอโทษแทนพี่คำฝาย ต่อไปจะไม่ให้มีเรื่องอีกแล้ว”
คำฝายฮึดอัด ประกายดึงคำฝาย มองว่าอย่าเพิ่ง
รัญจวนได้คืบจะเอาศอก “แค่ไหว้มันน้อยไป ฉันอยากให้กราบขอโทษที่เท้า”
“มากไป นังรัญจวน ขอโทษแล้วก็ให้หายกัน อย่ามีเรื่องกันอีก แยกย้ายกันไปพักได้แล้ว ใครหน้าช้ำ หน้าบวม หน้าไม่สวย ข้าไล่ออกหมด”
“ไปเที่ยวซื้อของในเมืองกันดีกว่าค่ะ คุณพี่ อยู่ไปก็เกะกะลูกตา”
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าสะบัดหน้าใส่เนื้อนาง เดินปัดออกไปก่อน แมงมันรีบนำขบวนนางรำแยกย้ายกันขึ้นไปตามห้องพัก เนื้อนางมองตามหน้าตาไม่สบายใจ

ลานวัด ณไตรเดินเร็วเข้ามา มีแสงคำ ม่อนดอยตามมาด้วย เห็นชาวบ้านกำลังกวาดลาน ณไตรพุ่งเข้าไปถาม “ลุงครับ เมื่อคืนที่นี่มีคณะรำวงใช่มั้ย”
“มีๆ คณะบุญน่าน โอ๊ย... เมื่อคืนสนุก นางรำมันตบตีกัน เวทีกระจาย”
ณไตรหันมาทางแสงคำ ม่อนดอย “รู้มั้ย คณะบุญน่านพักอยู่ที่ไหน”

เนื้อนางยังนั่งอยู่กับประกาย คำฝาย ในบ้านคณะบุญน่าน
เนื้อนางยกมือไหว้บุญน่านกับบัวตอง “เนื้อนางขอโทษน้าบุญน่าน น้าบัวตองด้วยนะจ๊ะ อย่าเพิ่งไล่เนื้อนาง พี่คำฝายกับประกายไปเลยนะจ๊ะ”
คำฝาย ประกายยกมือไหว้บุญน่านกับบัวตอง “ฉันขอโทษจ้ะ/ ฉันขอโทษจ้ะ”
บุญน่าน บัวตองมองเนื้อนาง คำฝาย กับประกายอย่างอ่อนใจ

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 17 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ