อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 21 ต.ค. 57

โรสหยิบรูปหนูมาลี ในชุดมัธยมต้นในกระเป๋าเงินให้แพทย์ดู “ลูกสาวผมครับหมอ เขาเรียนเก่งมาก อีกแค่สามปีเขาก็จะเรียนจบม.6 ครูบอกว่าเขาจะได้ทุน เขาจะดูแลตัวเองได้ ผมยังมีร้านมีลูกน้อง เด็กบ้านนอกทั้งนั้น ผมเอาเงินทั้งหมดที่มีมารักษาไม่ได้หรอกครับ”

“แล้วจะมีประโยชน์อะไร ถ้าคุณมีอายุอยู่ได้อีกแค่ 2- 3 ปี รักษาซะตอนนี้ ยังมีโอกาส”
“โอกาสแค่ครึ่งเดียวถูกไหมล่ะครับ หมดเงินทำเคมีบำบัดไป แต่ก็ต้องตายก็มีเยอะแยะ ถูกไหมครับ” โรสย้อนถาม
แพทย์พยักหน้าจำนนต่อเหตุผล
“3 ปี ผมเอาแค่นั้นก็พอ ผมจะทำมันอย่างดีที่สุด” โรสตัดสินใจ


“ตลกดีนะครับหมอ นี่สามปี พอดีกับที่บอกหมอวันนั้น” โรสเอ่ยขึ้นหลังจากเล่าเหตุการณ์ให้หมอฟัง
“หลายปีมานี่ คุณคงเจ็บปวดทรมานมาก คุณอยู่ได้ยังไง ผมนับถือจริงๆ” แพทย์เอ่ยอย่างทึ่งๆ
“หมอมีลูกไหมครับ”
แพทย์ยิ้มให้ พยักหน้าว่าเข้าใจ “ตกลงคุณไม่ยอมทำเคมีบำบัดใช่ไหม แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป ผมบอกไว้ก่อนนะครับ ความเจ็บปวดทรมานนับจากนี้จะมากขึ้น จะถี่ขึ้นกว่าเดิม....หลายเท่า”

โรสเดินออกมาจากห้องตรวจอย่างช้าๆ รู้สึกเศร้า สักพักก็เซ
แขกในโรงพยาบาลคนหนึ่งเข้ามาจับ “อุ๊ย คุณระวังค่ะ นั่งก่อนค่ะนั่งก่อน“
“ผมโอเคครับ ขอพักหน่อย”
แขกในโรงพยาบาลจากไป โรสมองไปที่ทีวี ที่ขณะนี้กำลังออกอากาศ หนูมาลีขึ้นร้องเพลงแล้ว

บนเวที หนูมาลีร้องเพลงที่โรสแต่งออกมา โรสนั่งดูน้ำตาคลอ แขกในโรงพยาบาลที่นั่งข้างหลังคุยกัน โดยไม่รู้ว่าโรสนั่งอยู่ข้างหน้า
“นี่ไง ที่เป็นข่าวกับพ่อเขา โหวตเลยแม่ โหวตเลย” แม่กับลูกยกมือถือมาโหวต
โรสนั่งยิ้มดีใจแทนหนูมาลี

บอยขับรถกลับมาที่ร้าน หลังจากไปส่งหนูมาลี ที่สถานี
คนส่งของจากตลาด ขี่มอไซค์มายกของลงพวก ผัก เนื้อต่างๆ “พี่โรสโทรสั่งให้ผมเอามาส่งครับ”
“แล้วพี่โรสไปไหน” บอยถามสงสัย
“ไม่ทราบครับ นี่บิล”
บอยมองบิล งงๆ โรสหายไปไหนทั้งวัน

บนเวที ทิมมี่และโกมินทร์ออกมาร้องเพลงโชว์

ในห้องโถง พิธีกรมองกราฟที่อยู่บนจอของหนูมาลี โกมินทร์และทิมมี่ ที่สูสีกันอยู่ แย่งชิงความเป็นบ๊วย
พิธีกรคนแรกกล่าว “ดูสิคะท่านผู้ชม ผู้เข้าประกวดสามท่านคะแนนสูสีมาก”
พิธีกรคนที่สองเสริม “หลายวันมานี้ คะแนนหนูมาลีสูงขึ้นมาเร็วมาก เพราะข่าวที่ออกมาช่วงนี้”
พิธีกรคนแรกย้ำ “วันนี้ทั้งโกมินทร์และทิมมี่ก็ดูเหมือนจะเกร็ง ร้องไม่ค่อยดีนะคะ ต้องมาตามดูว่าจบรายการ ใครที่ได้คะแนนต่ำสุดก็ต้องออกไปจากการแข่งขันนะคะ น่าลุ้นมาก โฮ้ยตื่นเต้นแทน”
พิธีกรคนที่สองส่งคิวกลับขึ้นไปบนเวที “ตอนนี้ยังเหลืออีกสองท่านที่ต้องขึ้นร้องเพลง ไปเอาใจช่วยกันค่ะ”

บนเวทีเป็นคิวของเบลและภูมิขึ้นร้องบนเวที
โยทะกาดูรายการอยู่ในห้องคอนโทรล “ร้องดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเบล ทั้งภูมิ คะแนนน่าจะสูงขึ้นไปอีก”

ที่ห้องแต่งตัว ภูมิร้องเพลงเสร็จเดินเข้ามาดูที่ทีวีที่กำลังโชว์กราฟคะแนน “คะแนนขึ้นเร็วเหมือนเดิม ยังที่ 1 อยู่” ภูมิยิ้มดีใจกับผู้จัดการ
“ทุ่มเงินโหวตไว้เยอะล่ะสิ” เบลเยาะ
"คุณมีเงินคนเดียวที่ไหนล่ะ” ภูมิย้อนเข้าให้ไม่กลัวอีกฝ่าย
“ครองอันดับ 1 ตั้งแต่ต้นจนถึงรอบรองสุดท้าย รู้สึกดีมากสินะ”
“ก็ดี ถ้าไม่ดี คุณคงไม่ “อยาก”ขนาดนั้น !”
“คราวหน้ารอบสุดท้าย ถ้าเกิดต้องชิมรสชาติเป็นที่สอง คงเฮิร์ทน่าดู“
ภูมิโมโหเสียงเข้มทันที “ไม่มีทาง! ผมไม่ยอมแพ้คุณหรอก”
ยาหยีชี้ที่ทีวี “คุณเบล มาดูที่นี่ค่ะ”
“นังหนูมาลี !” นีน่าตะลึง
ทุกคนมารุมดูกราฟคะแนนในทีวี

ที่ห้องโถง พิธีกรกำลังรายงานผลกราฟคะแนนการแข่งขัน
พิธีกรคนแรกประกาศ “ท่านผู้ชมคะ เกิดการเปลี่ยนแปลงอันดับแล้ว หนูมาลีแซงทั้งทิมมี่ และโกมินทร์ขึ้นมาเป็นที่สามแล้วดูสิคะ ดูๆ“
พิธีกรคนที่สองย้ำกติกา “เหมือนเช่นเคยนะคะ อีก 5 วินาทีจะปิดโหวต และคนที่ได้คะแนนต่ำสุด ก็จะตกรอบออกจากการแข่งขัน”

ภายในห้องแต่งตัว ทั้งโกมินทร์ และทิมมี่และหนูมาลีเครียด ทั้งสามนั่งลุ้นผลของตนในทีวีอย่างตั้งใจ
พิธีกรประกาศปิดโหวต “2... 1 หมดเวลาแล้วค่ะ”
กราฟคะแนนที่หยุดวิ่งหมดพร้อมกันเพราะหมดเวลาแล้ว
พิธีกรคนที่ 2 ประกาศผล “และคนที่ได้คะแนนต่ำสุดที่ต้องจากเราไปในคืนนี้คือ โกมินทร์ค่ะ”
โกมินทร์เศร้า ทิมมี่จับไหล่ปลอบหนูมาลีมองอย่างเสียใจด้วย
พิธีกรคนแรกสรุป “ผู้ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ เดอะซูเปอร์สตาร์ซีซั่นสอง เราได้มาทั้ง 4 คนแล้ว เรียงตามคะแนนสูงไปจนถึงต่ำ ได้แก่”
พิธีกรคนที่สองกล่าวต่อ “ภูมิ เบล หนูมาลี และทิมมี่ ค่ะ”
“ดีใจด้วยนะหนูมาลี ทิมมี่” โกมินทร์เอ่ยอย่างมีน้ำใจนักกีฬา
“ไม่เป็นไรนะโกมินทร์ ร้องเพลงต่อไปนะ” หนูมาลีให้กำลังใจอีกฝ่าย
“ผมเองก็แย่ การแข่งขันเวทีนี้มันสกปรกยังไงพิกล” ทิมมี่รู้สึกไม่ดีกับการประกวด
“ทำไมฉันไม่ดีใจเลยก็ไม่รู้ ความอยากจะชนะเหมือนตอนแรกๆ มันปลุกไม่ขึ้นเลย” หนูมาลีเอ่ยอย่างเหนื่อยๆ ท้อๆ

“เยส สุดยอด” ทองทายืนดูทีวีที่มีกราฟคะแนนอยู่ ร้องดีใจแทนหนูมาลี
เบลเดินมาสมทบ “ดีใจออกนอกหน้าเกินไปหน่อยไหมคะ”
“ต้องขอบใจเธอนะเบล ส่งคนไปทำข่าวที่ร้านเรื่องหนูมาลีร้องเพลงให้พ่อจนดังไปทั้งประเทศ ข่าวนั้นทำให้คะแนนหนูมาลีตีตื้นขึ้นมาจนได้" ทองทาประชด
“พี่ทองทา!” เบลร้องออกมาอย่างไม่พอใจ
“ไม่แค่นั้นนะ ตอนนี้ที่ร้านเซอร์ไพรส์ คนแน่นไปถึงเดือนหน้า เธอทำให้พ่อของหนูมาลีเขาปลดหนี้ได้แล้วล่ะ ไม่มีใครดีกับหนูมาลี เท่ากับเธอแล้วเบล”
“พี่ทองทา!” เบลโกรธจัด เสียงดังใส่หน้ายียวนของทองทา

ที่หน้าห้องควบคุมรายการ เจ้าหน้าที่รายงานให้โยทะกาทราบว่ามีคนมาหาหญิงสาวกำลังปฏิเสธเพราะมีงานยุ่งๆ ทันใดนั้นเห็นโรสยืนหน้าเศร้ารออยู่ หญิงสาวเปลี่ยนท่าที
“เอ้า เธอเองหรือ ...” โยทะกาเอ่ยกับโรส ก่อนหันไปส่งเอกสารแฟ้มที่ถือติดมาทำงานให้สตาฟฟ์ไป “เอานี่ไปวางที่ห้องที” หญิงสาวเดินไปหาโรส “เป็นอะไรไปน่ะ ทำไมหน้าซีดจัง”
“ไปด้วยกันหน่อยสิ ฉันนัดหนูมาลีไว้”
“ให้ฉันไปหรือ ทำไมหรือ มีอะไร”
“มันสำคัญกับฉันมาก มาเถอะ” โรสจับมือโยทะกาพาเดินไปด้วยกัน

ดึกแล้วที่ดาดฟ้าด้านบน หนูมาลีมองวิวอยู่เพราะพ่อนัดไว้ที่นี่ โรสและโยทะกาเดินเข้ามาหา โรสหน้าเครียด
“พ่อ...คุณโย” หนูมาลีดีใจ และแปลกใจพร้อมกันที่โยทะกามากับโรส
โรสมองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่อยู่เบื้องหน้า เริ่มพูดในสิ่งสำคัญ “กรุงเทพราตรี มันไม่หลับเลยเนอะ รำเพย ตอนเธอมากรุงเทพฯ ครั้งแรก เห็นมันครั้งแรก เธอรู้สึกยังไงหรือ”
หนูมาลีงงกับทีท่าโรส และวิธีเรียกชื่อของโรส แปลกไป
“เห็นกรุงเทพครั้งแรกหรือ มันไม่ชัดหรอก ลงรถทัวร์มาตาฉันยังมีน้ำตาอยู่เลย...” โยทะกานึกถึงอดีต “ฉันหนีทุกอย่างมา... ฉันมาที่นี่อย่างคนแพ้ หัวใจสลาย”
“หัวใจสลายที่ต้องทิ้งลูกมา? โรสย้อนถามขึ้น โยทะกามองหนูมาลีพยักหน้า
หนูมาลีเริ่ม เอะใจมากขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศไม่ดีเสียแล้ว
“ฉันอ่อนแอมาก แม่บอกแต่ว่ายกให้เขาไปเสียเด็กจะมีชีวิตที่ดีกว่าเรา จากนั้นฉันก็กลืนหายไปกับแสงสีในเมืองใหญ่เมืองนี้ ฉันพยายามบอกตัวเองให้ลืมทุกอย่าง แต่เชื่อไหม ไม่มีคืนไหนเลย ที่หลับอย่างมีความสุข ความรู้สึกผิดต่อเด็กคนนั้น ไม่เคยหายไปไหน”
“พ่อกับคุณโย?” หนูมาลีนิ่งงันไป
“พ่อกับคุณโยเป็นเพื่อนสมัยเรียน ที่จริงพ่อไม่รู้จักคนชื่อโยคนนี้เลย พ่อรู้จักแต่รำเพย เด็กสวยที่สุดในโรงเรียน ที่วันๆ เอาแต่นั่งเศร้าไม่ยอมพูดกับใคร”
โยทะกายิ้มบางๆ หนูมาลีเริ่มนิ่วหน้าเครียดทันที ตัวชาลงเรื่อยๆ
“เรืองยศเป็นเพื่อนคนเดียว ที่สนใจเด็กเหม่อลอยไม่มีใครคบอย่างฉัน เรืองแบ่งข้าวให้ฉันกินทุกวัน” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างตื้นตันใจกับสิ่งที่โรสมีน้ำใจให้
”รำเพยเขามีพ่อที่ไม่ยอมทำงานทำการ ติดเหล้า ทำร้ายลูกเมีย พ่อแบ่งข้าวของตัวเองให้เขาทุกวัน เราก็เลยสนิทกัน เราเป็นรักแรกของกันและกัน”
หนูมาลีหน้าเข้มเสียงเข้มโวยออกมา รับไม่ไหวแล้ว อาการช็อกแสดงออกมาในลักษณะก้าวร้าวเล็กๆ “พอก่อน! พอแค่นี้! หนูไม่ฟังแล้ว หนูจะไปแล้ว พี่ทองทารออยู่ข้างล่าง”
หนูมาลีจะเดินหนีแต่ โรสเดินเข้ามาขวาง “แกต้องฟัง ...” โรสเสียงอ่อนลง “ถึงเวลาแล้วที่หนูจะรู้ว่าแม่หนูเป็นใคร”
“หนูไม่ฟัง พ่อนั่นแหละที่ต้องหยุด ถามหนูบ้างสิ เมืองนี้ให้อะไรกับหนู ...ทันที่ที่มาถึง หนูเจอพ่อเป็นเกย์ หนูใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะเรียนรู้ว่าชีวิตจริงๆ มันยากเย็นแค่ไหน แล้วนี่พอหนูดีขึ้น พ่อเอาอะไรมาให้หนูอีก ทำไม ทำไมชีวิตหนูถึงไม่ง่ายเหมือนคนอื่นๆ เขา ทำไม!”
“หนูมาลี” โยทะกาเข้ามาจับ หนูมาลีสะบัดไม่ให้จับแทบจะทันที
“ออกไป อย่ามายุ่งกับหนูอีก อย่าแม้แต่เรียกชื่อหนู!” หนูมาลีตวาด โยทะกาหน้าเสีย
หนูมาลีมองเธออย่างเกลียดชัง ก่อนเดินจากไป
“เขาเกลียดฉัน เขาเกลียดฉันจริงๆ” โยทะกาเสียใจเจ็บปวดแทบใจสลายที่ลูกไม่ยอมรับ
“ไม่ เกลียดไม่ได้! เขาต้องรู้ เขาต้องยอมรับเธอให้ได้ ฉันไม่มีเวลาแล้ว!”
“ไม่มีเวลา แปลว่าอะไร” โยทะกาสงสัยสะดุดหู
โรสไม่ตอบรีบเดินตามหนูมาลีออกไป โยทะกาเดินตาม

หนูมาลีเดินลงมาจากจุดชมวิว หน้าตาเหมือนจะร้องไห้เมื่อเห็นทองทา “พี่ทองทา”
“เอ้า พี่โรสมาหรือยัง เห็นเขาบอกว่าจะถึงแล้ว”
หนูมาลีร้องไห้จนได้ “พาหนูกลับบ้าน หนูอยากกลับบ้าน”
“เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไป” ทองทางงจับต้นชนปลายไม่ถูก
โรสตามมาทัน “ทองทา ปล่อยเขา ให้เขามาเจอกับแม่ของเขา ให้เขาเจอกับความจริง”
ทองทาตกใจ “อะไรนะครับ”

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/3 วันที่ 21 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ