อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 17 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 17 ต.ค. 57

คำฝาย ประกายยกมือไหว้บุญน่านกับบัวตอง “ฉันขอโทษจ้ะ/ ฉันขอโทษจ้ะ”
บุญน่าน บัวตองมองเนื้อนาง คำฝาย กับประกายอย่างอ่อนใจ
คำฝายรับปาก “ฉันจะอดทนเพื่อเนื้อนาง”
บัวตองค่อยสบายใจ “เออดี เพราะไม่งั้นเนื้อนางมันไปอยู่ที่ไหน ก็จะมีแต่คนหมั่นไส้ รังเกียจ”

“พี่คำฝายดูแลเนื้อนางตามคำสั่งตา อาจจะใจร้อนไปบ้าง แต่พี่คำฝายก็หวังดีจ้ะ”
บุญน่านกับบัวตองมองทั้งสามคนอย่างรู้สึกดีขึ้น “พวกเอ็งนี่มันรักกันดี เอาเถอะ ข้าจะช่วยปรามๆ นังรัญจวนมันด้วย ยังไงพวกเอ็งก็มีคนมาโค้งเยอะกว่านังรัญจวน แต่อย่าลำพองใจล่ะ เพราะผู้ชายที่ชอบแบบแปลกๆ อย่างพวกนังรัญจวนมันก็มี ไปเล่นแต่ละที่ คนชอบมันก็ไม่เหมือนกันสามัคคีกันไว้เท่านั้น เราถึงจะไม่อดตาย”
เนื้อนาง ประกาย คำฝายมองบุญน่าน บัวตองด้วยสายตาขอบคุณและเชื่อฟัง


ม่อนดอยขับรถมาอย่างเร็ว แสงคำนั่งข้าง ณไตรนั่งด้านหลัง
ทั้งสามคนสีหน้าใจร้อน อยากจะไปให้ถึงบ้านบุญน่านเร็วๆ

เนื้อนางหอบผ้าแต่งเวที หลากสีขึ้น หันไปบอกประกายกับคำฝายที่กำลังจัดของ “เดี๋ยวเนื้อนางเอาผ้าพวกนี้ไปตากแดดหน้าบ้านก่อนนะจ๊ะ”
สองคนมองพยักหน้า แล้วหันมาจัดของ วางให้เข้าที่กันต่อ เนื้อนางหอบผ้าเดินออกไป

ณไตรลงจากรถ มองไปที่ป้ายหน้าบ้าน แสงคำ ม่อนดอยตามลงมา
เนื้อนางกำลังจะออกไปด้านนอก เห็นณไตรที่ยืนอยู่นอกรั้ว “หนานไตร” เนื้อนางใจหายวาบ วิ่งกลับเข้าไปด้านในทันที
แสงคำผลักประตูเปิดออก ณไตรมองแล้วพุ่งเข้าไป แสงคำ ม่อนดอยเดินตาม

เนื้อนางหอบผ้าวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน ประกาย คำฝายหันไปมอง “พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงณไตรมาที่นี่” บัวตองลงจากบันไดมา ได้ยิน ก็มองเนื้อนางที่สีหน้าตกใจ
ณไตร แสงคำ ม่อนดอย เดินตรงจะไปทางตัวบ้าน
บุญน่านก้าวมาจากทางสวน “อ้าว พ่อเลี้ยงณไตร”
“ผมมาหาเนื้อนาง เนื้อนางมาทำงานที่นี่ใช่มั้ย”
บุญน่านกำลังจะตอบ บัวตองก้าวออกมาจากในบ้าน “เนื้อนางไม่ได้อยู่ที่นี่” บุญน่านมองเมียงงๆ ที่เมียปฏิเสธ
“ต้องอยู่สิ ก็มีคนเห็นเนื้อนางอยู่ในคณะรำวง” ม่อนดอยอ้าง
บัวตองถามกลับ “เนื้อนางเป็นเมียพ่อเลี้ยงณไตรไม่ใช่เหรอ เมียพ่อเลี้ยงจะมาเป็นสาวรำวงได้ยังไง”
“น้าบัวตอง .. ขอฉันกับพ่อเลี้ยงเข้าไปดูหน่อยได้มั้ย” แสงคำขอร้อง
บัวตองนิ่งไป บุญน่านมองแล้วถามขึ้น “มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าถึงต้องมาตามหาเนื้อนาง”
“ผมมีเรื่องต้องคุยกับเนื้อนาง เรื่องสำคัญมาก” ณไตรหันไปมองทางบัวตอง
บัวตองบอกขึ้น “อยากเข้าไปค้น ก็เชิญ”
ณไตรพุ่งเข้าไปทางตัวบ้านทันที แสงคำตามไป
บุญน่านหันมามองบัวตอง แล้วถามให้ได้ยินกันสองคน “เนื้อนางอยู่ที่นี่ ทำไมแกไปบอกพ่อเลี้ยงว่าไม่อยู่”
“หรือเอ็งจะให้นางรำทำเงินอย่างเนื้อนาง หลุดมือไปจากคณะเรา”
บุญน่านสายตาเห็นแก่เงินเหมือนเมียขึ้นมาทันที “เออจริง งั้นข้าเอง” บัวตอง บุญน่านรีบตามเข้าไป

เนื้อนาง คำฝาย ประกาย วิ่งมาด้านหลัง มองไปเห็นแต่คลองสายยาวตรงหน้า
ประกายดึงแขนเนื้อนางถามอีกที “คุยกับพ่อเลี้ยงอีกทีมั้ยเนื้อนาง”
“แสงคำกับไอ้ม่อนดอยก็มาด้วย คงไม่ได้มาจับตั๋วส่งตำรวจหรอก”
“เนื้อนางเกลียดพ่อเลี้ยง เค้าด่าว่าเนื้อนางเป็นผู้หญิงมากชู้หลายใจ เนื้อนางไม่อยากเจอเค้าอีก”
“สุดทางแล้ว จะหนีไปไหนได้เนี่ยะ”
ประกาย คำฝายมองอย่างนึกไม่ออก เนื้อนางมองลงไปที่น้ำในคลองอย่างตัดสินใจ

ณไตรเดินเข้ามา มองไปรอบๆ แสงคำมองหา บัวตองกับบุญน่านตามเข้ามา
“เพิ่งกลับมาจากงาน นอนพักเอาแรงกันหมด อยากจะเปิดดูตามห้องเลยด้วยมั้ย หรือจะให้เรียกลงมาตั้งแถวต้อนรับพ่อเลี้ยง”
“ไม่ต้องหรอก ฉันขออนุญาตแล้วกัน.. แสงคำ ม่อนดอยนายขึ้นไปดูทุกห้อง”
แสงคำ ม่อนดอยวิ่งขึ้นบันไดไปทันที ณไตรเดินแยกไปทางหลังบ้าน บัวตอง บุญน่านชักเริ่มสีหน้าไม่ดี
แสงคำ ม่อนดอยวิ่งขึ้นไปบนห้องพัก ม่อนดอยเห็นห้องก็พุ่งไปเปิดประตู เห็นนักดนตรีผู้ชายนอนพักกัน
ม่อนดอยก็ถอยออกมา วิ่งไปดูอีกทาง แสงคำกำลังจะไปเปิดอีกห้อง แมงมันเปิดประตูออกมากับกลุ่มนางรำ พอเห็นแสงคำ แมงมันก็กรี๊ดในความแมน แสงคำตกใจ แมงมันกับนางรำเข้ามาดึงลากตัวแสงคำจะเข้าห้อง
ณไตรเดินมาบริเวณหลังบ้าน มองหาไปรอบๆ บัวตองกับบุญน่านเดินตามมา
“เอาไว้ถ้าเราเจอ เราจะบอกเนื้อนางให้ หรือไม่ก็ไปบอกพ่อเลี้ยงว่าเนื้อนางอยู่ที่ไหน”
ณไตรเดินมาใกล้ริมน้ำ กวาดตามองไปรอบๆอีกครั้ง “ถ้าเจอเนื้อนาง บอกเค้าด้วยว่าทุกคนรอความจริงจากเค้า ..กลับไปบ้านหิมวัต สะสางเรื่องทุกอย่างให้จบ อย่าหนีเหมือนคนมีความผิดติดตัว”
ณไตรยืนมองอยู่อีกครู่ ม่อนดอยตามออกมา ส่ายหน้าว่าไม่เห็นเนื้อนาง ณไตรตัดสินใจเดินกลับออกไป บุญน่าน บัวตองรีบเดินตามไปส่ง
สักพักใต้น้ำ เนื้อนาง ประกาย คำฝายที่ดำลงไปซ่อนตัว โผล่ขึ้นมา ทั้งสามคนหายใจหอบ เกาะตลิ่งไว้อย่างแทบจะหมดแรง

ที่เรือนต้นไม้ ณไตรยืนมองไปไกล สีหน้าผิดหวัง แสงคำนั่งอยู่ที่แคร่
ม่อนดอยมองทั้งคู่แล้วบอกขึ้น “ถ้าเนื้อนางเป็นนางรำจริงๆ ยังไงก็ต้องออกมาทำงาน จะหนีสายตาคน เอาแต่เก็บตัวอยู่ไม่ได้หรอก”
“แสงคำ ส่งคนของเราไปตามคณะรำวง คอยดูว่าไปเล่นที่ไหนในเมืองแล้วมาบอกฉัน”
“ได้ พ่อเลี้ยง”
“ยังไงเราก็ต้องเจอเนื้อนาง ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ นานแค่ไหน เนื้อนางจะต้องกลับมาที่ปางหิมวัต”
ณไตรสีหน้าไม่เผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวัง

เนื้อนาง คำฝาย ประกายในเสื้อผ้าชุดใหม่ ผมกำลังหมาด
บุญน่าน บัวตองมองทั้งสามคน “ที่ข้าช่วยนี่เพราะเห็นว่าเอ็งคงไม่อยากเจอพ่อเลี้ยง”
“จ้ะ เนื้อนางไม่อยากเจอ ชีวิตเนื้อนางทุกข์เพราะรักมามากแล้ว เนื้อนางถูกเหยียบย่ำแค่ไหน เนื้อนางทนได้ แต่ถ้าต้องให้แม่นายมาดูถูกถึงแม่ ถึงตา เนื้อนางทนไม่ไหว.. ในเมื่อพ่อเลี้ยงเค้ารักแม่ รักครอบครัวของเค้า เนื้อนางก็รักแม่ รักตาของเนื้อนางไม่น้อยกว่ากัน .. เส้นทางของเนื้อนางกับพ่อเลี้ยง มันไม่ควรมาบรรจบกันตั้งแต่แรก ขาดจากกันได้แล้ว ชาตินี้ก็อย่าเจอหน้ากันอีกเลย”
“โชคดีของเอ็งนะ เนื้อนาง ข้าเพิ่งรับงานที่หัวเมืองแพร่โน่นแล้วก็คงตระเวนเล่นแถบโน้นอีกหลายที่ กว่าจะกลับมาที่นี่ก็คงอีกนาน”
คำฝาย ประกายยิ้มโล่งใจ เนื้อนางมองไปไกล แววตาหม่นเศร้า ปิดบังความรู้สึกรักและผูกพันกับณไตรฝังลงไปในใจทั้งหมด

ณไตรยืนมองคนงานที่มายกมือไหว้ลาออก ม่อนดอยเอ่ยบอก “พวกมันกลัวผีคุณแขไข.. ตอนนี้ยิ่งหนักนะพ่อเลี้ยง มาหลอกแทบทุกคืน”
ณไตรไม่เชื่อว่าผีจะมีจริง “เป็นไปไม่ได้”
“ผีคุณแขไขแน่ๆ ตายโหงอย่างนั้น มันเฮี้ยน อยู่ไม่ไหวแล้วจริงๆ” คนงานบอกแล้วเดินออกไป
ณไตรมองโมโห “ไม่มีผีที่ไหนทั้งนั้น ใครอยากออกก็ออกไป รับคนงานใหม่ที่ไม่กลัวผีเข้ามา”
แสงคำรีบเดินเข้ามาณไตรหันไปมอง “คนงานที่เราให้ไปเฝ้าคณะรำวง มันกลับมาบอกว่าคณะบุญน่านเก็บข้าวของกันไปหมด ปิดบ้านเงียบ”
“ก็ตามสิ ว่าไปเล่นกันที่ไหน”
“ถามแล้ว ไม่มีใครรู้เลย”
ณไตรฟังแล้วสีหน้ากลัดกลุ้มซ้ำสองที่ยังตามร่องรอยของเนื้อนางไม่ได้

เวทีรำวง เสียงเพลงสนุก เนื้อนาง คำฝาย ประกายมีผู้ชายมาโค้ง พวกรัญจวนพยายามยื้อแย่งดึงผู้ชายให้โค้งพาตัวเองออกไปรำบ้าง บนเวที เนื้อนาง คำฝาย ประกายรำสวยเป็นจุดสนใจ แมงมัน บัวตอง ยิ้มปรบมือมองอย่างถูกใจ

ณไตรยืนอยู่หน้าเรือนเนื้อนาง แสงคำ ม่อนดอยอยู่ด้านหลัง ทุกคนถือคบไฟสว่างจ้าในมือ
“ดูสิว่าคืนนี้ ผีแขไขจะออกมาหลอกใครอีก” ณไตรถือปืนรอ สีหน้าเอาจริงท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชน สว่างไปทั่วบริเวณ

เวทีรำวง นักดนตรีกำลังเปลี่ยนเพลงเป็นลีลาศ บุญน่านตีกลองรัวด้วยความมันส์
เนื้อนาง คำฝาย ประกายเต้นสนุก หนุ่มๆ พากันเปลี่ยนหน้ามารำด้วยไม่ซ้ำแต่ละรอบ
เนื้อนางหมุนตัวตามจังหวะเพลงลีลาศ นางรำทุกคนเต้นหมุนไปเป็นวงกลม
เนื้อนางหมุนพลิ้วไปในชุดสวยเสมือนเป็นดาวเด่นระยิบระยับแห่งค่ำคืน

5 ปีผ่านไป

บ้านหิมวัตเสียงเด็กน้อยกำลังหัวเราะ วิ่งเล่นอย่างมีความสุข “ตามมาให้ทันสิ วันดี ตามมาเร็วๆ”
อัศดายุวัย 5 ขวบกำลังวิ่งเล่น มีวันดีคอยดูอยู่ใกล้ๆ สาวสวยในเสื้อผ้าสีอ่อนหวานก้าวมายืนมองอัศดายุ ในมือหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ สาวสวยสวมหมวกปิดหน้า ขยับตัวมองบรรยากาศสดชื่นรอบๆ
วันดีหันมาเห็นก็ถามขึ้น “คุณมาหาใครคะ”
สาวสวยในเสื้อผ้าสวยงาม อ่อนหวาน ยิ้มสดใส ย่อตัวยิ้มให้กับอัศดายุที่วิ่งมาตรงหน้า “หนูคืออัศดายุใช่มั้ย”
อัศดายุมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เคยเห็น วันดีมายืนข้างอัศดายุ
อรองค์ยืนตรงขึ้นมองทั้งคู่แล้วยิ้มแนะนำตัว “ฉันชื่ออรองค์..อรองค์ ติลกโชติ ที่จะมาเป็นครูของหนูน่ะจ้ะ” อรองค์ สาวสวยผมยาวดำขลับ แนะนำตัวอย่างชัดถ้อยชัดคำ รอยยิ้มแววตาแจ่มใสแข่งกับดอกไม้
ยามเช้า ที่โต๊ะริมระเบียงบ้านหิมวัต ธรรพ์ฟุบหน้าหลับอยู่ มีขวดใสเจียระไนตั้งอยู่ด้านหน้าพร้อมแก้วที่ยังมีเหล้าเหลือติดก้นแก้ว ธรรพ์สะลึมสะลือลุกขึ้น มือธรรพ์คว้าแก้วเหล้าที่เหลือมายกกระดกขึ้น
ทันทีที่ลิ้นแตะเหล้า ธรรพ์รู้สึกขย้อนเพราะเหล้าค้างคืน หันไปบ้วนเหล้าทิ้ง ยกแขนเสื้อเช็ดปากแล้วตะโกนขึ้น “เฮ้ย ใครอยู่แถวนี้ เอาขวดใหม่มาให้ฉัน” ธรรพ์รอแต่ไม่มีใครมา ธรรพ์สีหน้าฉุน “หายหัวไปไหนกันหมดวะ”
ธรรพ์มองไม่เห็นใครมารับใช้ก็เดินออกไปอย่างคนที่ดื่มหนัก เพราะความช้ำใจตลอด 5 ปี

อรองค์ยื่นตุ๊กตาผ้าน่ารักให้กับอัศดายุเป็นการผูกมิตร วันดียืนอยู่ใกล้ “ฉันเอามาฝากหนูจ้ะ” อัศดายุยังไม่รับ อรองค์ยิ้มหวาน ยื่นตุ๊กตาให้ “รับไปสิจ๊ะ อัศดายุ” อัศดายุยื่นมือไปรับตุ๊กตา อรองค์ยิ้มให้
ธรรพ์ที่ยังไม่สร่างเดินออกมาเห็น “เอาอะไรให้อัศดายุ” ธรรพ์เข้ามาดึงตุ๊กตาออก อรองค์มองแปลกใจ
วันดีรีบบอกอรองค์ “คุณธรรพ์ลูกชายแม่นาย เจ้าของหิมวัต”
อรองค์มองธรรพ์แล้วยกมือไหว้สวยงาม “ดิฉัน อรองค์ มาเป็นครูของคุณอัศดายุค่ะ”
“ครู!!ทำไมฉันไม่รู้เลยว่าอัศจะมีครูคนใหม่”
“คุณณไตรหามาให้เจ้า”
ธรรพ์พอได้ยินคำว่าณไตร ธรรพ์ก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที “ทำไม .. อะไรๆในบ้านนี้ก็ต้องณไตรคนเดียว เรื่องอัศดายุก็ต้องมาถามฉันสิ”
วันดีเห็นธรรพ์เริ่มโวย รีบเข้าไปใกล้ กลัวธรรพ์จะคุมสติไม่อยู่ หลุดพูดอะไรออกมา “คุณธรรพ์ .. คุณอัศจะตกใจนะเจ้า”
ธรรพ์หันมองทางอัศดายุที่ยืนอยู่ก็คิดได้ ส่งตุ๊กตาให้อัศดายุ อัศดายุรีบรับตุ๊กตาไป ธรรพ์อ้าแขน “มาสิ อัศ มาให้อากอดหน่อย”
“คุณอา..เหม็น”
ธรรพ์ชักสีหน้า อรองค์มอง วันดีรีบบอกอัศดายุ “คุณอัศ กอดคุณอาหน่อยสิเจ้า”
อัศดายุไม่สนใจ วิ่งออกไปพร้อมตุ๊กตา ธรรพ์มองเสียใจ อรองค์มองทั้งคู่แปลกใจ
วันดีไม่อยากให้อรองค์รู้อะไร ก็รีบพูดขึ้น “ให้คุณครูไปพบคุณณไตรที่ปางก่อนนะเจ้า”
“ก็รีบไปสิ” ธรรพ์มองอรองค์แล้วหันหลังกลับไปในบ้านไม่สนใจเรื่องของอรองค์
อรองค์สงสัยหันมาถามวันดี “ปาง...ปางอะไรหรือจ๊ะ”
วันดีมองอรองค์ที่หน้าตางงสุดขีด

อรองค์นั่งมาในรถ คนขับค่อยๆขับรถมาถึงหน้าปาง อรองค์มองไปที่ป้ายปางไม้หิมวัต แล้วเลื่อนสายตามองตรงไปตามทางที่นำเข้าสู่เข้าปาง
อรองค์เดินมาหยุดมองรอบๆ ไม่เห็นใคร อรองค์มองไปบนเรือนสำนักงาน แล้วเดินขึ้นไป
“มาหาใคร” อรองค์หันไปเห็นแสงคำที่ร่างกายกำยำเดินมาทางด้านหลัง
อรองค์ตกใจ ก้าวขาถอยไปชนกับโต๊ะทำงานแล้วล้มลง แสงคำก้าวเข้าใกล้ ยื่นมือตั้งใจจะดึงอรองค์ขึ้น
อรองค์กระถดตัวถอยหนี “อย่านะ อย่าเข้ามา” แสงคำไม่สนใจ ย่อตัวดึงแขนอรองค์ขึ้น อรองค์ปัดมือแสงคำอย่างแรง “อย่าทำอะไรฉัน”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 17 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ