อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 21 ต.ค. 57

“เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไป” ทองทางงจับต้นชนปลายไม่ถูก
โรสตามมาทัน “ทองทา ปล่อยเขา ให้เขามาเจอกับแม่ของเขา ให้เขาเจอกับความจริง”
ทองทาตกใจ “อะไรนะครับ”

“เขาเก็บเธอไว้ตั้งเก้าเดือน ผู้หญิงที่มีเวลาตั้งเก้าเดือนที่จะทำแท้งแล้วเขาไม่ทำ ผู้หญิงคนนั้น ถึงยังไงก็เป็นแม่เธอ ยังไงเธอก็หนีไม่พ้น” โรสย้ำความจริงที่หนูมาลีควรรู้
“พี่โย...นี่คือ” ทองทาเพิ่งหาปากตัวเองเจอ ถามขึ้น
“เขาเป็นลูกพี่ หนูมาลีเป็นลูกพี่เอง” โยทะกายอมรับ
ทองทาตกใจมาก


หนูมาลีร้องไห้ พูดเสียงเข้ม “ไม่! ไม่ใช่ อย่ามาพูดกับหนูแบบนี้...ตอนหนูไม่สบาย บ้านเรามีเงินทั้งบ้านแค่ยี่สิบบาท ปู่นั่งสัปปะหงกเช็ดตัวหนูทั้งคืน ย่าไปเฝ้ารอเงินที่ไปรษณีย์ พ่อหนูวิ่งหาเงินหัวปั่น คุณอยู่ไหนจะบอกให้ คุณอยู่ในบ้านหรูกับเศรษฐี กินข้าวมือหนึ่งเป็นพันเป็นหมื่น นี่เรียกว่าแม่หรือ จะให้หนูเรียกแม่จริงๆ หรือ!”“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ” โยทะการ้องไห้
“ฟังพ่อ ใครๆ ก็เคยทำผิด เราต้องเข้าใจ ต้องให้อภัย คนที่อยู่ได้ คือคนที่ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขต่างหาก” โรสเอ่ยขึ้น
“พ่อเองก็เถอะ พ่อมีปู่กับย่า พ่อไม่เข้าใจหรอก ความรู้สึกถูกทอดทิ้งมันเป็นยังไง ถ้าผู้หญิงคนนี้ตาย พิการ เป็นบ้า เป็นคนจรจัด หนูจะเข้าไปหาเขา กอดเขาและเรียกเขาว่าแม่ทันที แต่ตอนนี้ พ่อดูเขา เขาเป็นใคร เขามีชีวิตดีกว่าเราสองคนร้อยเท่าพันเท่า พ่อดู!”
“หนูมาลี พี่ว่า…” ทองทาพยายามจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“หนูไม่ฟังอะไรอีกแล้ว คุณต้องออกไปจากชีวิตของหนู นั่นแหละถึงจะทำให้หนูดีขึ้น พ่อกับพี่ทองทาก็เหมือนกัน อย่าพูดเรื่องผู้หญิงคนนี้อีก” หนูมาลีเปลี่ยนท่าทางปาดน้ำตากลืนมันลงไป “หนูจะไม่ร้องไห้ พอแล้ว! หนูจะถือซะว่า คืนนี้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” หนูมาลีหลับตา ลืมตาตั้งสติขึ้นมาใหม่แล้วกลับมาเย็นชา ไม่สนใจอะไรอีก เดินออกไป
“หนูมาลี!” ทองทาหันมามองโรสว่าจะเอายังไงดี
“ไปส่งเขาที่ร้าน เดี๋ยวมันเตลิดไปใหญ่” ทองทารีบออกไป โรสหงุดหงิด “อีเด็กนี่มันน่าบีบคอเขย่าๆ ทำไมเข้าใจอะไรยากนักวะ”
โยทะกานั่งลงร้องไห้ โรสเข้าไปจับไหล่โอบเข้ามาปลอบอย่างเข้าใจ
ที่หน้าร้านเซอร์ไพรส์ ทองทาเดินมาส่งหนูมาลีที่หน้าร้าน “อยากคุยกับพี่ไหม”
“ไม่ เพื่อนๆ กำลังเก็บร้านงานเยอะแยะหนูจะไปช่วย พี่กลับไปเถอะค่ะ พรุ่งนี้ ต้องเริ่มโปรโมทอัลบั้มแล้วใช่ไหมคะ รีบนอนนะคะ” หนูมาลีทำอย่างปากว่า คือ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดจบก็เดินเข้าร้านไป ทองทามองตามเป็นห่วง

อีกด้านหนึ่ง โยทะกากลับมาถึงบ้าน ปวดหัวมาก หญิงสาวกินยานอนหลับเข้าไปแล้วนอนลงสีหน้าเจ็บปวด กินยามากขึ้นเพราะความเครียด

ที่บ้านพักโรส บอยนั่งคุยกับโรสเพิ่งรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น “พี่บอกความจริงเขาไปแล้วหรือ”
“บอยต้องช่วยฉันนะ บอกให้หนูมาลี ยอมรับแม่เขาบ้าง”
“ทำไมจู่ๆ ลุกขึ้นมาทำแบบนี้ล่ะครับ เมื่อก่อนพี่กลัวหนูมาลีรับไม่ได้ ก็เลยไม่บอก แล้วทำไมจู่ๆ ถึงบอกล่ะครับ”
“รำเพยเขาน่าสงสาร เขาน่าจะได้โอกาสแก้ไขอีกครั้ง” โรสเอ่ยสาเหตุที่แท้จริงเพียงครึ่งเดียว
“แค่นั้นจริงหรือ มันเกี่ยวกับที่พี่ไปหาหมอไหม จู่ๆไปหา ไม่ยอมให้ผมไปด้วย พี่เป็นอะไรกันแน่”
“ไปหาก็ว่า ไม่ไปก็ว่า จะเอาไงแน่” โรสตอบอย่างรำคาญ
บอยมองสีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธ หันหน้าหนี “ผมไปนอนข้างนอก”
“บอย โกรธหรือ” โรสเอ่ายถามเสียงอ่อนลง
“เราสัญญาว่าจะบอกกันทุกเรื่องไม่ใช่หรือ ไมงั้นจะเรียกว่ารักกันได้ยังไง”
โรสกอดบอยไว้ สายตาเศร้า “อีกเดี๋ยวนะ แล้วจะบอก รออีกแป๊บ นะนะ”
บอยชักเริ่มเครียด รู้สึกว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ

วันรุ่งขึ้น โรสเดินมาหาหนูมาลีที่ทำงานทำความสะอาดในร้านอยู่ “เมื่อคืนแกเป็นไง”
“นอนหลับสบาย ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเหมือนเดิม พ่อล่ะ เมื่อเช้าไม่เห็นกินข้าว ได้ยาหมอไปแล้ว ยังเบื่ออาหารอีกหรือคะ”
“ฉันสบายดี” โรสตอบสั้นๆ
“หนูไปดูหน้าร้านนะ ไม่รู้เขาเก็บของหมดหรือยัง” หนูมาลีเอ่ยแล้วปลีกตัวออกไป
โรสมองอย่างเป็นห่วง ที่อีกฝ่ายพยายามทำตัวเป็นปกติ
หนูมาลี เดินมาหน้าร้าน เจอชงโคที่เดินเข้าร้านมามองๆ
หนูมาลีดีใจ เอ่ยทักเพื่อน “ชงโค ไปไงมาไงเนี่ย”
“ฉันเห็นข่าว ร้านดังมากเลยนะ”
“ใช่ คอนเซ็ปต์ใหม่ ไม่มีผู้หญิงพวกนั้นแล้ว”
ชงโคหน้าเสียกับคำว่าผู้หญิงพวกนั้น
“ฉันขอโทษ” หนูมาลีส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อน ชงโคก็ยิ้มเจื่อนๆ เช่นกันพยักหน้าเข้าใจ เดินมาหาเซๆ เหมือนคนเมา
“นี่เธอดื่มมาหรือ”
ชงโคเอ่ยเสียงเศร้าลง “ฉันดื่มทุกวัน ตอนแรกก็งาน ลูกค้าให้ แต่ตอนหลังก็กลายเป็นติด ต้องซื้อกินเอง”
“โห กินทุกวัน แล้วจะเหลือเงินเท่าไหร่เนี่ย”
“มีใครอยู่บ้าง เกดอยู่ไหม วันนี้ฉันว่าง ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันอยากเลี้ยงข้าวพวกเธอ”
หนูมาลียิ้มพยักหน้ารับคำชวน

ที่ร้านอาหาร สามสาวมีโอกาสได้มากินข้างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ทั้งหมดกำลังดูเมนูอาหาร โดยมีบ๋อยคอยรับคำสั่ง
ชงโคบอกบ๋อย “เอากุ้งอบวุ้นเส้น สเต็กปลา แล้วก็ปลานึ่งซีอิ๊ว แล้วก็...” หญิงสาวทำท่าให้บริกรดู อย่างคุ้นเคยกัน “กรึ้บๆ หนึ่งขวด”
“ของแพงๆ ทั้งนั้นเลย เธอไม่ต้องเลี้ยงเราแพงขนาดนี้ก็ได้” การะเกดเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ฉันไม่อยากถูกต่อว่า ได้ดีแล้วลืมเพื่อน พวกเธอฟังเพลงฉันหรือยัง”
“มีเพลงใหม่แล้วหรือ” หนูมาลีถาม
ชงโคหน้าเสีย “ยัง ก็เพลงเก่า เพลงเดียวนั่นแหละ”
“แล้วเมื่อไหร่จะมีอัลบั้มล่ะ ดีใจด้วยนะ”
ชงโคโกหก “เสี่ยเขาบอกไม่นานมานี้ แล้วเธอล่ะหนูมาลี ดีใจด้วยนะที่เข้ารอบ”
“ไม่ดีใจสักนิด ไอ้การประกวดนี่ ฉันไม่น่าเริ่มต้นตั้งแต่แรกเลย สุดท้ายเพราะการประกวดนี่ ทำให้ฉันต้องมาเจอกับ ...เอ้อ” หนูมาลีเผลอหลุดความในใจออกมา แต่ะชะงักไว้ทัน
“เจออะไร มีอะไรหรือเปล่า” การะเกดถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“ช่างเถอะ” หนูมาลีทำท่าเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
ขณะนั้นเอง ทีวีในร้านที่เปิดไว้ มีรายการข่าวบันเทิงฉาย มีรูปภาพนิ่งเสี่ยวานิชปรากฏบนหน้าจอ การะเกดอึ้งไปกับรูปนายวานิชบนจอทีวี
“นายานิช… ขอให้มันโดนจับ” หนูมาลีเอ่ยแช่งชักอีกฝ่าย การะเกดนั่งหน้าเครียด
“เดี๋ยวเขาก็รอดเหมือนเดิมนั่นแหละ เขารอดมาหลายครั้งแล้ว” ชงโคเอ่ยอย่างรู้ดี เริ่มชิน
“คนเลว เอาอีกแล้ว มีผู้หญิงกี่คนแล้วที่โดนมันทำร้ายจิตใจ เมื่อไหร่จะมีคนจัดการกับมันเสียทีนะ” หนูมาลีหงุดหงิดไม่พอใจ
ทันใดนั้นเสี่ยคนนึงที่เป็นลูกค้าของชงโคเข้ามาเอ่ยทักขึ้น “เอ้า หนูเชอร์เบ็ต มาทำอะไรจ๊ะ”
“เอ้อ มาทานข้าวกับเพื่อน” ชงโคอายเพื่อน ไม่อยากพูดด้วย
“มาทำงานหรือ พาเพื่อนมาด้วย สวยๆ ทั้งนั้นเลย เป็นเลดี้ชาร์ล็อตกันหมดหรือเปล่า“ เสี่ยถามพลางมือไวเข้ามาจับมือหนูมาลี
“นี่ ปล่อยนะ” หนูมาลีทำเสียงไม่พอใจ
“คราวที่แล้ว เฮียพาเชอร์เบ็ตเขาไปภูเก็ตตั้งอาทิตย์ เราสนุกกันมากเลย หนูสองคนอยากไปไหม เฮียพาไป” เสี่ยถามขึ้นพยายามชักจูงใจ
“เอ๊ะ นี่จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ปล่อย” หนูมาลีเสียงดังก่อนสะบัดมือออกจนได้
“เฮีย.... พูดน้อยๆ หน่อยได้ไหม บอกว่าเพื่อนก็เพื่อนสิ” ชงโคเริ่มขึ้นเสียงไม่พอใจบ้าง
“เอ๊ะ แค่นี้ต้องอารมณ์เสีย. หมู่นี้ไม่มีงานล่ะสิ เลดี้คนใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน พวกคนเก่าๆอย่างเธอก็เตรียมถูกโละ เฮอะ ยังจะพูดไม่ดีกับลูกค้า....ไม่ยุ่งก็ได้วะ เชอะ” เสี่ยเอ่ยจบก็สะบัดหน้าจากไป
ชงโคนั่งเศร้าไป เงียบกันมองหน้าชงโคทั้งโต๊ะ
“ฉันไปเข้าห้องน้ำ!” ชงโคพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้
หนูมาลีลุกตามไป

ชงโคเดินออกมาร้องไห้ที่ลอบบี้โรงแรม หนูมาลีตามมา “เธอร้องไห้หรือ”
ชงโคดุใส่ น้ำตาไหล “ก็บอกแล้วไง.ว่าฉันจะไปเข้าห้องน้ำไม่ต้องตามมา กลับไปซะ!”
ชงโคปาดน้ำตาแล้วเดินหนีไป หนูมาลีได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก

หนูมาลีกลับมานั่งที่โต๊ะ
การะเกดพอจะเดาเรื่องออกเหมือนกัน “แต่งตัวสวย มีรถขับ มีมือถือ มีอาหารราคาแพงๆ กิน คนอื่นมองมามีแต่อิจฉา แต่ตัวเองเท่านั้นแหละที่รู้ว่า น่าอิจฉาจริงไหม”
“เขาดูไม่มีความสุขเลย เราจะช่วยชงโคยังไงดี”
“สุขสบายขนาดนี้ จะให้เขากลับไปเป็นเด็กเสิร์ฟอีกครั้ง เขาไม่ไปหรอก”
“เงินกับศักดิ์ศรี เลือกยากสินะ”
“คนเดี๋ยวนี้ คงเลือกเงิน แต่ดูวันนี้สิ ตอนไอ้เสี่ยนั่นเข้ามา หน้าสวยๆ ของชงโค ซีดแล้ว ซีดอีก เครื่องสำอางแพงๆ ปิดไม่มิดเลย เราจะหลอกตัวเอง แล้วเชิดหน้าในสังคมได้นานเท่าไหร่ล่ะ”
“เพราะไอ้วานิชนั่นคนเดียวชงโค ถึงเป็นแบบนี้” หนูมาลีเข่นเขี้ยว
การะเกดอึ้ง กลับไปคิดทบทวนเรื่องเอาผิดวานิชอีกครั้ง

ดึกแล้ว ชงโคนั่งอยู่ในห้อง มีแก้วเหล้าเหลืออยู่ข้างๆ นั่งร้องไห้อยู่ในชุดนอน บนเตียงมีชายหนุ่มเปลือยท่อนบนนอนหลับอยู่ แม้จะร้องไห้แต่ยังต้องทำงานให้บริการเหมือนเดิม

วันใหม่ เบลนั่งอยู่ที่บ้านของตน บุณฑริกเอาข่าวมาให้ดู เป็นรูปเมืองแมนกับเลขาจ๋าควงกันที่ชายทะเลจากกล้องแอบถ่าย “ดูสิ พอฉันเห็น ฉันจี๊ดขึ้นสมองเลย”
เบลรีบลุกมาดู สีหน้าเครียด “พ่อไปทะเลกับใคร” หญิงสาวอ่าน “ผู้เข้ารอบเดอะซูเปอร์สตาร์มีข่าวทุกวัน เจ้าของสถานีก็ไม่น้อยหน้าควงสาวคนใหม่ไปสวีทแถวชายทะเล คุณโยทะกาคนสวยช่างใจกว้างเป็นมหาสมุทร...หนอย” เบลยิ่งอ่านยิ่งคับแค้นใจ

เบลเขวี้ยงหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมลงตรงหน้าโยทะกา หญิงสาวมองรูปบนหนังสือพิมพ์เพิ่งเห็น มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นด้วยความเสียใจที่เห็นข่าว
โยทะกาฝืนถามกลับ “ทำไมหรือคะ”
“เห็นแล้วหรือ”
โยทะกาเมินหน้าหนี เพราะที่จริงเพิ่งเห็นรับไม่ได้แต่ไม่แสดงทีท่าออกมา
“เห็นแล้ว ยังเฉยอยู่ได้เนี่ยนะ” เบลทำเสียงไม่พอใจ
“นังนี่ไม่เหมือนคนอื่นนะ ฉันโทรไปถามหนังสือพิมพ์ ทางโน้นว่าผู้หญิงคนนี้แหละ เป็นคนส่งรูปตัวมันเองให้นักข่าว มันจงใจบอกทุกคนว่ามันคบเศรษฐีอยู่” บุณฑริกเอ่ยขึ้น สองสาวตกใจมากที่ได้ยิน

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 16/4 วันที่ 21 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ