อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17 วันที่ 18 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17 วันที่ 18 ต.ค. 57

อรองค์ตกใจ ก้าวขาถอยไปชนกับโต๊ะทำงานแล้วล้มลง แสงคำก้าวเข้าใกล้ ยื่นมือตั้งใจจะดึงอรองค์ขึ้น
อรองค์กระถดตัวถอยหนี “อย่านะ อย่าเข้ามา” แสงคำไม่สนใจ ย่อตัวดึงแขนอรองค์ขึ้น อรองค์ปัดมือแสงคำอย่างแรง “อย่าทำอะไรฉัน”

แสงคำชักสีหน้าทันที “นี่ฉันกำลังช่วยเธอนะ ยืนประสาอะไร ถึงได้ล้มลงไป”
อรองค์ได้ยินน้ำเสียงแสงคำตำหนิก็สีหน้าไม่พอใจถอยห่างอย่างไว้ตัว
แสงคำมองอรองค์ “หน้าตาไม่ใช่คนงานที่นี่ มาสมัครงานล่ะสิ กลับไปซะ ที่นี่ไม่รับผู้หญิง”
“ฉันไม่ได้มาสมัครงาน”


“แล้วมายืนเกะกะทำไม ที่นี่มันที่ส่วนตัว ไม่ใช่ใครจะเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาได้”
“ฉันมาหาพ่อเลี้ยงณไตร”
“มีธุระอะไร แล้วจะให้บอกว่าใครมาหา มีชื่อมั้ย”
อรองค์มองหน้าเชิดอย่างถือตัว “กรุณาบอกพ่อเลี้ยงว่าฉันชื่ออรองค์ ครูของคุณอัศดายุ”
“ครู .. งั้นก็รออยู่ที่นี่แหละ อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่าน โดนช้างเหยียบขึ้นมา เดี๋ยวจะไม่ทันได้สอนหนังสือ” แสงคำมองไม่สนใจ เดินออกไปทางเรือนพักณไตร อรองค์มองตามแสงคำสายตาไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ

ณไตรปิดสมุดบัญชี มองแสงคำที่มารายงาน ม่อนดอยยืนใกล้ณไตร
ณไตรสงสัย “เค้ามาเป็นครูของอัศดายุ แล้วทำไมถึงพามาที่นี่”
“ไปคุยเอาเองเถอะพ่อเลี้ยง ผู้หญิงอะไร หัวสูง มองคนด้วยหางตา”
“สวยมั้ยวะ แสงคำ”
“ก็งั้นๆ”
“เอ็งน่ะ ชาตินี้จะมีใครสวยกว่าเนื้อนาง” ม่อนดอยแซวตลก แต่ณไตรเงียบไม่ขำ แสงคำก็นิ่งมองณไตร ม่อนดอยมองจ๋อย
ณไตรมองม่อนดอยกับแสงคำแล้วพูดขึ้น “ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เราก็จะรอ เนื้อนางต้องกลับมาที่นี่” สายตาณไตรหม่นหมองลงแล้วเดินหันหลังออกไป ม่อนดอย แสงคำเดินตามออกไปด้วย
ที่ศาลาริมน้ำ บ้านพักคณะบุญน่าน เนื้อนางกำลังมองภาพถ่ายตัวเองกับหนานไตร สายตาเนื้อนางมีแต่ความคิดถึง
“เนื้อนาง” เสียงคำฝายเรียก
เนื้อนางรีบเอาภาพถ่ายเก็บสอดไว้ในหนังสือนิยายภาษาอังกฤษของเจน ออสเตน หันไปมองเห็นคำฝาย กับ แมงมันกำลังเดินตรงมาหา เนื้อนางยิ้มให้
แมงมันพอเห็นเนื้อนางถือหนังสือก็ชะโงกมอง “อ่านหนังสืออีกละ สนุกตรงไหน”
“สนุกตรงที่พี่แมงอ่านไม่ออกไงจ๊ะ” คำฝายแซว
“อ๋อ เหรอ เดี๋ยวฉันจะสนุก แหกปากแกให้กว้างถึงหูเลยดีมั๊ยนังคำฝาย” แมงมันหมั่นไส้คำฝาย เนื้อนางหัวเราะ แมงมันหันไปชวนเนื้อนาง “ไปซื้อของในเมืองกันดีกว่าเนื้อนาง ฉันอยากไปดูเสื้อใหม่ๆ”
“เดือนที่แล้วก็เพิ่งซื้อ”
“เอ๊ะ นังคำฝาย ขัดตลอดนะ มีสะตุ้ง สตางค์ก็ต้องใช้สิไม่ใช่เอาแต่เก็บ” แมงมันคว้ามือเนื้อนาง “ไป .. ไปผลาญแบงค์เล่นกัน”
“พี่แมงมันไปกับพี่คำฝายเถอะจ้ะ” เนื้อนางปฏิเสธ
“อะไรเนื้อนาง ทำงานรอนแรมไปทั่วเป็นเดือนๆ ได้เงินมาไม่รู้เท่าไหร่ ทำไมไม่เอาไปแต่งเนื้อแต่งตัว หาความสุขให้ตัวเองบ้าง มัวแต่อ่านหนังสือ”
“ก็เนื้อนางเค้าชอบแบบนี้ พี่แมงอยากไป ไปกับฉันก็ได้ แล้วอย่าลืมซื้อเสื้อให้ฉันใหม่ๆ สักตัวนะ”
“อย่างแก ฉันจะซื้อตะกร้อครอบปากให้” แมงมันมองเนื้อนาง “ไม่ไปก็ไม่ไป ทำยังกับต้องหลบๆซ่อนๆใคร” แมงมันสะบัดหน้าแพร่ด เดินบิดออกไป
คำฝายหันมามองเนื้อนาง “เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว บางทีพวกเค้าอาจจะเลิกตามหาตั๋วแล้วก็ได้”
“เนื้อนางรู้นิสัยเค้าดี หนานไตร.. เค้าไม่มีวันหยุดไม่มีวันล้มเลิก ตราบใดที่เค้ายังไม่ได้สิ่งที่เค้าต้องการ”
คำฝายมองอ่อนใจ เนื้อนางแววตาเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดเพราะรู้จักนิสัยคนรักดี

ณไตรมองอรองค์ที่ยิ้มหวาน แสงคำยืนหน้าบึ้งใกล้ณไตร ม่อนดอยมองอรองค์ตาปรอย
“ที่จริงคุณอรองค์รอผมที่บ้านหิมวัตก็ได้ ไม่ต้องมาถึงนี่”
“ดิฉันอยากพบคุณที่เป็นนายจ้างก่อนน่ะค่ะ ที่จริงก็ไม่ลำบากอะไรเลยนะคะ ดิฉันออกจะตื่นเต้นด้วยซ้ำ” อรองค์ ยิ้ม “ไม่เคยเห็นปางไม้เลย”
ม่อนดอยสายตาเพ้อกับรอยยิ้มอรองค์ แสงคำมองหมั่นไส้เพื่อน
“ที่นี่มีโรงเรียนมั้ยคะ ดิฉันมาช่วยสอนเด็กๆในปางให้ด้วยก็ได้”
ณไตรไม่ทันตอบ แสงคำสวนขึ้น “ไม่ต้อง พวกเราสอนเด็กของเราได้”
“แต่มีครูก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ” ม่อนดอยท้วง
แสงคำไม่สนใจ “ดูแลลูกพ่อเลี้ยงก็เหนื่อยแล้ว ไม่ต้องนั่งรถมาถึงนี่หรอก”
ม่อนดอยหงุดหงิด “เอ็งจะกีดกันคุณครูคนสวยเค้าทำไมวะ”
อรองค์มองแสงคำแล้วเมินหน้า หันไปยิ้มกับณไตร “หลังจากสอนคุณอัศดายุแล้ว ให้ดิฉันมาช่วยสอนเด็กๆ ที่นี่นะคะ”
“ถ้าคุณอยากมา ผมก็ไม่ห้าม แต่ยังไงผมก็อยากให้คุณสอนภาษาอังกฤษอัศดายุให้ดีที่สุด”
“ภาษาอังกฤษเป็นพิเศษเลยเหรอคะ”
“ครับ ผมจะส่งอัศดายุไปเรียนที่อังกฤษ”
“ไปตอนตัวน้อยๆ นี่เลยเหรอ พ่อเลี้ยง” ม่อนดอยถาม
“ใช่ ฉันอยากให้อัศดายุโตมาอย่างดีที่สุด ไม่ต้องรับรู้เรื่องอะไรที่นี่ พร้อมเมื่อไหร่ฉันจะพาอัศดายุไปอังกฤษทันที” ณไตรบอกทุกคนอย่างคนที่ตัดสินใจมาแล้วอย่างดี

เนื้อนางถือหนังสือเดินกลับเข้ามาบ้านกับคำฝาย
รัญจวนนั่งให้สร้อยฟ้า กำปุ้งทาเล็บให้ มองเห็นเนื้อนางถือหนังสือก็พูดกระทบกระเทียบ “ถือไปถือมา ทำโก้ว่าอ่านหนังสือปะกิดออก”
กำปุ้งต่อ “อ่านออกแค่ตัวนึงซะละมั้งคะ คุณพี่”
“วันนี้น้ำข้าวมันหมดหรือไง หมาสามตัวแถวนี้มันถึงเห่าถึงหอนกันจัง”
กำปุ้งลุกพรวด “น้ำข้าวไม่หมดหรอก แต่ข้าคันมือคันเท้าอยากดีดปากคนมาหลายวันแล้ว”
คำฝาย กำปุ้งจะพุ่งเข้าหากัน แมงมันกระแอมมาก่อนตัว ทุกคนหันไปมอง เห็นแมงมันเดินถือถุงของกลับมาจากตลาด ทุกคนมองเกรง
“มันต้องขบ ต้องกัดกันทุกวันใช่มั้ย วันไหนไม่ได้ฟาดปากกัน มันกินข้าวไม่อร่อย”
กำปุ้งฟ้อง “คุณพี่แมงมันขา นังคำฝายมันแกว่งปากมาหาส้นของน้องก่อนจริงๆค่ะ”
เนื้อนางต่อว่า “พูดดีๆ นะ กำปุ้ง พวกเราไม่เคยหาเรื่องเธอก่อน อย่าหยาบคายให้มากนัก”
สร้อยฟ้าหมั่นไส้ “ย่ะ แม่หน้าบาง”
คำฝายว่าให้ “หน้าพวกชั้นไม่ได้บางหรอก แต่หน้าพวกแกน่ะมันหนาเกินชาวบ้าน”
“พอ!!! ใครไม่หยุด ฉันจะให้คุณพ่อบุญน่านตัดเงินให้เรียบ” แมงมันสั่ง ทุกคนเงียบกริบ
เนื้อนางรีบดึงคำฝายขึ้นบันไดไปทางห้องพัก
กำปุ้งมองตาม “นึกว่าสวย คนโค้งเยอะ เลิศเลอนักเหรอยะ พวกฉันต่างหากที่เป็นตัวทำเงิน ผู้ชายต่อแถวรอโค้งยาวจากนี้ไปถึงถ้ำขุนตาลไม่อยากจะคุย”
แมงมันเดินเข้าไปตบผัวะเข้าแก้มกำปุ้ง “ตื่นหรือยังนังกำปุ้ง”
“นี่มันฝ่ามือหรือฝ่าเท้าช้างคะ คุณพี่”
แมงมันตบอีกผัวะ กำปุ้งถึงกับกระเด็น
ในห้องพัก เนื้อนางเก็บหนังสือวางไว้อย่างดี คำฝายนั่งลงใกล้ “ไม่รู้ต้องทนอยู่กับกลุ่มนังผีบ้าสามตัวนี่ไปอีกกี่ปีกี่ชาติ เนื้อนาง ตั๋วไม่คิดถึงพ่อเลี้ยงเลยเหรอ”
“ไม่จ้ะ เนื้อนางไม่คิดถึงเค้า ถ้าจะคิดถึงก็แค่คุณหนูคนเดียว ป่านนี้คงโตน่ารักน่ากอด”
“ตั๋วก็ได้แต่คิดล่ะ แม่นายคงไม่ให้ตั๋วได้แตะคุณหนูอีก” เนื้อนางได้ยินแล้วน้ำตาคลอๆ คำฝายมองสงสาร “อย่าคิดมากเลยนะเนื้อนาง อยู่อย่างนี้ ไม่สบายแต่ก็ไม่ลำบาก ยังไงก็ดีกว่าตั๋วต้องติดคุกเรื่องที่พวกมันหาว่าฆ่าแขไข”
“ลำบากแค่กาย เนื้อนางทนได้จ้ะ ทุกวันนี้เนื้อนางก็ขอแค่ให้ได้เจอคุณหนูอีกสักครั้ง อยากจะขอกอดเธอให้หายคิดถึง” เนื้อนางแววตาเศร้า มองไปไกลเมื่อนึกถึงทารกน้อยที่เคยให้นม

อัศดายุนั่งอยู่ติดณไตร อรองค์ยืนมองทั้งคู่ ถัดมาคือวันดี ธรรพ์ยืนตรงข้ามทุกคน
ณไตรก้มบอกอัศดายุ “ขยันเรียนกับครูอรองค์นะครับ จะได้ไปเรียนต่อเร็วๆ”
“ผมไม่อยากให้อัศไปเรียนอังกฤษ มันไกลหูไกลตาเกินไป อายุก็ยังน้อยแค่นี้ จะดูแลตัวเองได้ยังไง”
“เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ ธรรพ์ในเมื่อทุกคนยืนยันว่าอัศดายุเป็นลูกฉัน แกไม่เกี่ยว ฉันจะเลือกอนาคตให้เค้าเอง”
ธรรพ์ฟังแล้วอัดอั้นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่ามีฐานะแค่อา “ผมก็เลยไม่มีสิทธ์เป็นห่วงหลาน เป็นได้แค่หัวหลักหัวตอ ให้หมามันปัสสาวะรดเล่น ไม่มีความสำคัญกับใครทั้งนั้น”
“ธรรพ์ ถ้าสมองแกคิดได้แค่นี้ ก็อยู่ห่างๆ อัศดายุดีกว่านะ” ณไตรเห็นอรองค์ที่ยืนตกใจ ก็หันไปสั่งวันดี “พาครูอรองค์ไปห้องพัก” ณไตรมองอัศดายุ “อัศครับ ไปเล่นที่อื่นก่อน”
“ครับ คุณพ่อ” อัศดายุรีบวิ่งออกไปอย่างว่าง่าย
วันดีหันไปทางอรองค์ “ทางนี้เจ้า” อรองค์เดินตามวันดีไปอย่างสงบเสงี่ยม
ณไตรหันมามองธรรพ์ด้วยสายตาไม่พอใจ

อรองค์เดินตามวันดีไปห้องพัก ถามขึ้นหน้าตาสงสัย “คุณณไตรเค้าจะไม่คิดถึงลูกเหรอคะ ส่งไปเรียนไกลขนาดนั้น”
“นายผู้ชายก็ส่งคุณณไตรกับคุณธรรพ์ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็กๆ”
“ป้าวันดีคงจะอยู่ที่นี่มานานแล้ว” วันดียิ้ม “ก็ตั้งแต่คุณธรรพ์เกิด”
“ทำไมคุณธรรพ์ท่าทางเธอไม่อยากให้คุณอัศดายุไปเรียนต่อล่ะ”
วันดีหันมามองอรองค์ทันที อรองค์ตกใจ “คุณมาเป็นครู... ก็สนใจแต่เรื่องสอนหนังสือเถอะ”
“ฉันพูดอะไรผิดไปเรื่องคุณธรรพ์เหรอ”
“ถึงห้องแล้ว” วันดีตัดบทไม่ตอบ อรองค์เห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่หน้าห้อง วันดีเดินออกไป อรองค์ได้แต่มองตาม
ณไตรมองจ้องธรรพ์ที่ยืนเผชิญหน้ากัน “จะพูด จะทำอะไร หัดคิดให้มากกว่านี้หน่อย ธรรพ์ หรือถ้าแกจะเมาทั้งวันทั้งคืนจนคุมสติไม่อยู่ก็ไปเมาในห้องแก อย่าโผล่หน้าออกมาให้อัศดายุเห็นตัวอย่างไม่ดี”
“ตัวอย่างดีๆ มันต้องเป็นพี่คนเดียวใช่มั้ย บ้านหิมวัตมันไม่มีใครประเสริฐเท่าพ่อเลี้ยงณไตร”
“ใช่ เพราะถึงจะผิดหวังแค่ไหน ฉันจะไม่ทำตัวสำมะเลเทเมาเหมือนแก เหล้ามันดับทุกข์ไม่ได้”
“ผมจะกิน มันเรื่องของผม ผมไม่ใช่เด็กที่พี่จะมาชี้เป็นชี้ตายเหมือนที่แม่นายทำ”
“รับรองว่าฉันจะไม่ใช้วิธีของแม่นาย แค่แกพูดไม่คิดอีกคำฉันจะเตะแกให้กลิ้งอยู่ตรงนี้” ณไตรมองเอาจริง
ธรรพ์เหยียดยิ้ม “คิดว่าผมกลัวเหรอ ไม่เลย..ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เพราะผมเหลือแค่นี้แค่ชีวิตตัวเอง ทุกคน ... ที่ผมรัก มันตาย มันสูญหาย มันหลุดมือไปหมดแล้ว” ธรรพ์ยิ้มขื่น
ณไตรย้อนถามทันที “แกหมายถึงใคร”
“จะเป็นใครก็ช่าง..มันเรื่องของผมพี่ไม่เกี่ยว แล้วสำหรับเรื่องของพี่ รู้ไว้เลยเนื้อนางเค้าไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”
“แกไม่มีหน้าที่ต้องสนใจเรื่องเนื้อนาง อย่าให้ฉันได้ยินแกพูดชื่อเนื้อนางที่นี่อีก ฉันไม่อยากให้อัศดายุได้ยินชื่อนี้”
“ต่อให้ตัดลิ้นทุกคน เรื่องบ้าๆ มันก็เกิดขึ้นมาแล้ว ยังไงพี่ก็ไม่มีทางลบชื่อเนื้อนางออกไปจากหิมวัตได้” ธรรพ์เสียงแข็ง หันหลังออกไป ทิ้งให้ณไตรมองผิดหวังที่น้องชายกลายเป็นคนละคน

ในห้องพัก เนื้อนางนอนอยู่ ถัดไปคือคำฝายที่นอนหงายกรนเสียงดัง เนื้อนางได้ยินเสียงกรนก็ลุกขึ้น ขยับร่างคำฝายให้นอนตะแคง เสียงกรนเงียบไป
เนื้อนางมองเลยไปที่นอนว่างข้างคำฝาย “ประกายไปไหน ทำไมยังไม่ขึ้นมานอน” เนื้อนางสีหน้าสงสัย

มุมหนึ่งในความมืด ประกายกำลังเบียดชิดโอบรอบคอบุญน่าน บุญน่านหอมแก้มประกายซ้ายขวา
“พอแล้วจ้ะ แก้มประกายช้ำหมดแล้ว”
“อย่าห้ามเลย ฉันคิดถึงประกายจะแย่”
“คิดถึงอะไร เห็นหน้ากันทุกวัน”
“เห็นแต่ตา กอดไม่ได้ จับก็ไม่ได้ มันอัดอั้นมากรู้มั้ย” บุญน่านซุกไซร้
ประกายปัดป้องอย่างมีจริต “ไหนพี่บุญน่านบอกว่าจะซื้อวิทยุใหม่ให้ประกาย"
“ไปสิจ๊ะ คืนนี้ออกไปเจอกันที่เดิม ประกายอยากได้อะไร พี่จะซื้อให้ทุกอย่าง”
เนื้อนางแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ตกใจเมื่อเห็นประกายกับบุญน่านลักลอบพบกัน
ยามเช้า ประกายเดินกลับเข้าบ้านมา แต่งหน้าทาปากเฉี่ยว ฉีดประโคมน้ำหอมขวดใหม่ที่เพิ่งได้มา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เนื้อนางที่ยืนรออยู่ พอเห็นประกายก็ตรงเข้าไปดึงแขน “เธอทำอะไรลงไป ประกาย รู้หรือเปล่าว่ามันผิด”
“เรื่องอะไร” ประกายมองสายตาเนื้อนาง “อ๋อ เรื่องตาบุญน่านน่ะเหรอ ชั้นป่าวนะ เค้าเข้ามาหาฉัน เสนอโน่นเสนอนี่ให้เอง”
“หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทุกคนจะรู้เรื่อง โดยเฉพาะน้าบัวตอง”
“เชอะ แก่ป่านนั้น ผัวยังยอมอยู่ด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว”
เนื้อนางบีบแขนประกายแรง “เธอกำลังทำผิดนะ ประกาย”
ประกายสะบัดออก “ไม่ต้องมาเตือนฉัน ดูตัวเองซะก่อนเถอะ เธอก็เป็นชู้นอนกับคุณธรรพ์ น้องผัวไม่ใช่เหรอ แถมยังถูกผัวจับได้อีก” เนื้อนางสีหน้าตกใจ ที่ประกายขุดเรื่องนี้มาหยัน “เธอก็ไม่ได้วิเศษวิโสกว่าฉันนักหรอก กี่ผัวแล้วล่ะ ทั้งพ่อเลี้ยง ทั้งเจ้าแสนพรหม ทั้งคุณธรรพ์ ว่างๆ ก็คงจะมีไอ้แสงคำคอยเปลี่ยนเวรด้วยหรือเปล่า”
เนื้อนางมองประกายตัวสั่นด้วยความผิดหวัง “เธอคิดอย่างนี้มาตลอดใช่มั้ย”
“เออ ฉันก็คิดของชั้นแบบนี้แหละ เลิกสั่งสอนฉันได้แล้ว ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะ ต้องหนีไปอีกกี่ปี ถ้าฉลาดก็ปิดปากไว้ อย่ามาขวางทางสบายของฉัน”
กำปุ้งที่หลบฟังตั้งแต่แรก สายตาร้ายกาจ ค่อยๆ เคลื่อนตัวหายไปอย่างเงียบกริบ ประกายปัดเนื้อนางพ้นทาง เดินขึ้นบันไดไป ทิ้งให้เนื้อนางยืนนิ่งสีหน้าเสียใจ

ณไตรเดินออกมาเห็นคนๆ หนึ่งกำลังชะเง้อมองไปทางห้องอัศดายุ ณไตรก้าวเข้ามาเงียบกริบเข้ามาซ้อนหลัง “กำลังหาอะไรอยู่เหรอครับ”
อรองค์ตกใจหันมาปะทะกับอกของณไตร ณไตรก้มมองอรองค์ที่อยู่ใกล้ “คือดิฉันมาดูว่าคุณอัศดายุตื่นหรือยังน่ะค่ะ” ณไตรมอง ยังไม่เชื่อคำพูดอรองค์ อรองค์ อายๆ “คือ ที่จริงอรตื่นเต้นน่ะค่ะ ไม่เคยอยู่กับธรรมชาติสวยขนาดนี้ เลยอยากออกมาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ ไม่ได้ตั้งใจจะออกมาเดินวุ่นวายตอนเช้าๆ ปลุกคนในบ้านเลยค่ะ”
ณไตรยิ้ม “งั้นมาตรงนี้สิครับ” ณไตรเดินนำมาอีกด้าน อรองค์เดินตาม “มุมนี้จะมีดอกไม้เยอะเลย”
อรองค์เดินตามมา หยุดใกล้ณไตร แล้วมองไปดอกไม้กะจิดริดขึ้นสะพรั่ง อรองค์ก้มลงไปดูดอกไม้ใกล้ๆ
สีหน้าชื่นบาน หันมายิ้มสดใสกับณไตร “สวยจังเลยค่ะ” อรองค์เด็ดดอกไม้ขึ้นมาถือไว้ ณไตรมอง อรองค์มองณไตรแล้วถามขึ้น เสียงเกรงใจ “ตั้งแต่มา อรยังไม่เห็นคุณแม่ของคุณอัศดายุเลย”
ณไตรหน้าขรึมลงทันที “อัศดายุกำพร้าแม่ครับ”
“โถ น่าสงสารเหลือกิน” อรองค์สีหน้าเห็นใจ ณไตรมอง “ขอบคุณมากนะคะที่บอกอร อรจะได้ไม่ถามเรื่องนี้ให้สะกิดใจคุณอัศดายุ”
ณไตรยิ้มขอบคุณให้กับอรองค์

แสงคำเดินมากับม่อนดอย ผ่านโรงเรียน แสงคำหันไปมอง
ม่อนดอยเห็นสายตาเพื่อนก็แซวขึ้น “ไง มองหาคุณครูคนใหม่ที่จะมาสอนอยู่เหรอ”
“ปากมากนะเอ็ง ข้ามองผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้นึกถึงคุณครูหัวสูงคนนั้นหรอก”
“ร้อนตัวเลยนะ ข้าว่าครูอรองค์เค้าก็น่ารักดีนะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17 วันที่ 18 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ