อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17 วันที่ 22 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17 วันที่ 22 ต.ค. 57

“ก็...กินมาตลอด เวลาที่มีเรื่องก็ต้องกินเยอะหน่อย กินแล้วถึงนอนหลับได้”
“พี่จะตายเพราะยาพวกนี้รู้ไหม ทำไมถึงทำตัวเองแบบนี้”
“แล้วหมอว่าไง”

“หมอฉีดยาให้ แล้วขอให้พี่อยู่ที่นี่เช็คร่างกาย ดูอาการคืนหนึ่ง”
โยทะกาพยักหน้า ทองทามองโยทะกาสงสาร

ภายในรถส่วนตัวของเมืองแมน เมืองแมนนั่งดูรูปหนูมาลีด้วยมือถือในรถ สายตาหลงใหล ยิ้มอยู่คนเดียว เสียงมือถือดังหน้าจอบอกว่าทองทาโทรมา เมืองแมนรับสายขณะนั่งในรถเอ่ยขึ้นมา “ว่าไง”


“ทำไมไม่รับสายจากที่บ้าน” ทองทาเอ่ยเสียงดุ
“สายอะไร” เมืองแมนยังงงๆ
“โทรศัพท์แม่บ้านเขาตามพ่อ ทำไมไม่รับสาย”ทองทาถามอย่างมาพอใจ
“ที่บ้านมีแต่เรื่อง คุณโยก็อยู่ เดี๋ยวเขาก็จัดการเองนั่นแหละ”
“พี่โยอยู่โรงพยาบาล กินยานอนหลับเกินขนาด ทั้งหมดเพราะฝีมือพ่อ ถ้าเขาเป็นอะไรไป เขาจะเป็นผู้หญิงคนที่สามที่ชีวิตพังพินาศเพราะพ่อ อยากให้เป็นแบบนั้นใช่ไหม” ทองทากดสายทิ้งแค้น เมืองแมนอึ้งไป

ที่หน้าสถานี หนูมาลีนั่งรออยู่ ทองทาหน้าเครียดเดินมาหา เพิ่งมาถึง
“พี่ทองทา ทีมงานเขารออยู่ข้างใน”
“คุณโยทะกากินยาเกินขนาด อยู่โรงพยาบาล”
“เป็นอะไรมากไหมคะ” หนูมาลี อึ้ง ตกใจ
“เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก เขาเครียด ใช้ยามานานแล้ว เพิ่มขนาดยาเองไม่ยอมปรึกษาหมอ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว” หนูมาลีพยักหน้า โล่งใจไปหน่อย
“ไปเยี่ยมเขากันนะ” ทองทาชวน
หนูมาลีคิดเล็กน้อย กลับมาเย็นชา มึนตึง “พี่ไปคนเดียวเถอะค่ะ”
“หนูมาลี!”
“พี่กับเขาสนิทกันมานานแล้ว พี่ไปเถอะ พอดีขนม เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ไว้วันหลัง หนูทำให้ใหม่ วันนี้หนูกลับก่อน”
หนูมาลีท่าทางขึ้งเครียดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เดินหนีไป จนทองทาต้องตาม “เอ้า เดี๋ยวสิ”

ทองทาเดินตามมาอธิบาย “เพราะพี่สนิทกับเขาไง พี่ถึงรู้ว่าเขาไม่เคยมีความสุข เขารู้สึกผิดจริงๆ เรื่องหนูมาลี พี่เห็นกับตา เห็นมาตลอด”
“รู้สึกผิดแล้วไงคะ นั่งอยู่เฉยๆ กินยาทำร้ายตัวเอง แค่นั้นหรือคะ” หนูมาลีย้อนเสียงแข็ง
“เขาไม่ใช่คนเข้มแข็งนัก เขามีพ่อพี่อยู่ เขาจะไปตามหาหนูมาลีได้ไง พ่อพี่ไม่รู้เรื่องของเขาเลย ผู้จัดการตอนประกวดนางงามตกแต่งประวัติให้เขาใหม่หมด ทุกคนนึกว่าเขาเป็นเด็กกรุงเทพฯ เรียนจบมาอย่างดี เขาจะบอกทุกคน บอกพ่อได้ยังไงว่าเขาเคยมีลูก”
“งั้นก็ดีแล้ว เป็นคนใหม่แล้ว จะอาลัยอาวรณ์เรื่องมารหัวขนที่เกิดมาอีกทำไม หนูกับพ่อต้องใช้ชีวิตตามปกติ หนูมาลีไม่เคยสนิทกับเขา เพราะฉะนั้น หนูไม่จำเป็นต้องเห็นใจ ไม่จำเป็นต้องไปเยี่ยม ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกทั้งนั้น” หนูมาลีเอ่ยอย่างใจดำยังโกรธอยู่
“นี่ มันเกินไปแล้วนะหนูมาลี หนูเป็นคนเก่งเป็นคนดีทุกอย่าง ยกเว้นอยู่อย่างเดียว ทำไมถึงไม่พยายามเข้าใจคนอื่นบ้าง คราวของพี่โรสก็ทีหนึ่งแล้ว นี่มาเรื่องแม่อีก ชีวิตมันก็เป็นของมันแบบนี้แหละ จะทิฐิไปทำไมกัน”
“หญิงคนนั้นเป็นรักแรกของพี่ เขากับพี่สนิทกันมาก่อนหนูมาลีอีก ยังไงพี่ก็ทิ้งเขาไม่ลงถูกไหม แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันต่อไปดีล่ะคะ ในเมื่อหนูมาลีคบกับพี่ แต่ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากฟังเรื่องของเขา หนูมาลีว่า ความสัมพันธ์ของเรามีปัญหาแล้วล่ะค่ะ” หนูมาลีพาลโกรธทองทาไปด้วย เดินจากไป ทองทายืนอึ้ง

ที่โรงพยาบาล โยทะกาแต่งตัวเสร็จแล้วจะกลับบ้าน
ทองทามารับ “ผมมารับพี่กลับบ้าน”
“เพิ่งไปถ่ายรายการมาใช่ไหม น่าจะกลับไปพัก พี่ไม่เป็นไรหรอก”
“เขาไม่มาหรือ”
“โทรมาแล้ว เขาบอกว่าติดประชุม”
“ใจร้ายจริงๆ มีสามีแบบนี้มีไปทำไม”
“เราอยู่กันอย่างนี้มานานแล้ว พี่ชินแล้ว เขาคงไม่เชื่อหรอกว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ เขาคงคิดว่าพี่เรียกร้องความสนใจจากเขานั่นแหล่ะ”
“เฮ้อ กลับกันเถอะครับ”
“หนูมาลี รู้ไหม”
“คนนี้สินะ ที่เป็นความสุขความทุกข์ของพี่จริงๆ”
“เขาว่ายังไง”
“เขาไม่ยอมมากับผม แถมท้าเลิกกับผมถ้าผมยังสนิทกับพี่อีก”
“โธ่ ไม่น่าเลย พี่จะทำให้เธอลำบากไหมเนี่ย”โยทะกาตกใจ
ทองทาถอนหายใจรู้สึกกลุ้มอยู่เหมือนกัน

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ ชงโคหิ้วกระเป๋าใบเล็ก เดินร้องไห้ หน้าตาซีดเซียวเข้ามา กำลังหนีออกจากชีวิตเดิมด้วยความช็อก
“ชงโค เป็นอะไร” บอยถามเมื่อเห็นอาการแปลกๆ ของชงโค
โรสกับหนูมาลี เดินออกมาสมทบ หนูมาลีเข้าไปกอด “ชงโค ร้องไห้ทำไม”
“พี่ซูซี่ไม่สบายหนัก เขากำลังจะตาย”
“คนอย่างนั้น จะตาย ต้องจุดพลุฉลองนะ ร้องไห้ทำไม” โรสกระแนะกระแหน
“เขาเป็นเอดส์! พี่ซูซี่เป็นเอดส์ !” ชงโคโพล่งออกมาเสียงดัง ทุกคนตกใจมาก
“เธอก็เลยกลัวใช่ไหม” บอยถามขึ้น
“เราไปเที่ยวด้วยกันบ่อย กับผู้ชายคนเดียวกัน กับผู้ชายหลายๆ คน” ชงโคร้องโฮ
“เขาไม่ได้เรียกเที่ยว เขาเรียกแบหราแลกเงิน” โรสอดเหน็บชงโคไม่ได้
“จะซ้ำเติมอะไรก็เอาเลย ตอนนี้หนูไม่แคร์อะไรทั้งนั้น พี่โรส ถ้าหนูเป็นเอดส์แล้วหนูตายตามพี่ซูซี่ไปล่ะ หนูกลัว ฮือ หนูกลัวตาย !” ชงโคร่ำไห้ สภาพเสียขวัญถึงกับหอบผ้าหอบผ่อนหนีมา ทำให้ทุกคนสงสาร

ที่บ้านพักคนงาน ชงโคเข้ามาพักที่ห้องเดิม ชงโคยังร้องไห้ หนูมาลีอยู่เป็นเพื่อน ช่วยเอาของออกจากกระเป๋า บุญมา สมศรี การะเกด ได้ข่าวตามมาดู มาคุยกับโรสและ บอย เสียงเบาอยู่ หน้าห้อง
“สุดท้ายก็กลับมาตายรัง เฮ้อ” บุญมาเอ่ยอย่างปลงๆ
“มันไม่มีญาติ มันมาขอพึ่ง จะให้ทำไง” โรสเอ่ยอย่างสงสาร
“แล้วถ้ามันติดโรคมาล่ะ” สมศรีกังวล
“เอดส์ไม่ติด ด้วยการกินข้าวกินน้ำร่วมกัน ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ” การะเกดบอกอย่างเข้าใจ
“โรคเอดส์ พวกฉันเพศที่สามรู้จักมันมากกว่าใคร ฉันบอกว่าไม่ติดก็ไม่ติด เชื่อฉันเหอะ” โรสรับประกันความปลอดภัย
“โรคเอดส์ไม่ใช่โรคของเพศที่สามสักหน่อย พูดให้ถูก เป็นโรคที่มากับความสำส่อนของทุกเพศนั่นแหละ “ บอยกล่าวแก้
“ซูซี่รับกรรมไปแล้ว เมื่อไหร่จะถึงคิวไอ้วานิชวะ เมื่อไหร่จะมีคนจัดการกับมันซะที” โรสเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด การะเกดอึ้งไปกับคำพูดของโรส

ดึกแล้วการะเกดนอนคิดอะไรบางอย่าง นอนไม่หลับเช่นกัน หญิงสาวลุกขึ้นมาเปิดไฟ .เอาหนังสือพิมพ์ที่มีข่าววานิชขึ้นมาดู นึกถึงคำพูดของอธิที่เคยคุยกันไว้

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ หลังจากปิดร้านแล้ว หนูมาลีกำลังเก็บเข้าของ ทองทาเดินเข้ามา
“เอ้า มาซะดึกเลยค่ะ”
“เพิ่งเสร็จงานน่ะ ได้ข่าวชงโค เลยแวะมาเยี่ยมเขาน่ะ ยังไงเขาก็เป็นลูกศิษย์”
“เขาอยู่ในห้อง เอาข้าวเย็นไปให้เขากินก็ไม่ยอมกินพี่ไปคุยกับเขาหน่อยก็ดี”
“คุณโยออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ เขากลับไปบ้าน แต่ไม่ยอมไปทำงาน ลาพักร้อนน่ะ"
“ก็ดีแล้วค่ะ พี่น่าจะพาเขาไปเที่ยวนะ จะได้สบายใจขึ้น”
“งั้นไปด้วยกันสามคนนะ” ทองทาชวน
“ไม่ค่ะ“ หนูมาลีเดินหนีไป ทองทาทนไม่ไหว คว้าตัว ดึงหนูมาลีเข้ามากอด
“พี่ทองทา นี่ เดี๋ยวพ่อมาเห็นนะ” หนูมาลีร้องปรามขึ้น
“สัญญาได้ไหม อนาคตต่อไปข้างหน้า อย่าเดินหนีพี่ อย่าบอกเลิกกันแบบคราวที่แล้วอีก พี่เจ็บ!” สายตาทองทาขอร้องน่าสงสาร
หนูมาลีอึ้งไป “ก็หนูไม่อยากทะเลาะด้วยนี่คะ ปล่อย”
“ไม่.... ไม่ถูก.... เราต้องทะเลาะกัน. ต้องคุยกันให้จบ ไม่งั้นเราจะรักษาชีวิตคู่ของเราไม่ได้ สัญญาสิว่าจะต้องทะเลาะกันให้จบทุกครั้ง” ทองทาเอ่ยขึ้นจริงจัง
“งั้นพี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่พูดเรื่องคุณโยอีก จะไม่กดดันหนูอะไรทั้งนั้น สัญญาได้ไหมล่ะ”
“เฮ้อ ทำไมดื้ออย่างนี้นะ ก็ได้ตกลง” ทองทาเหนื่อยใจ
“งั้นหนูก็ตกลง” หนูมาลียอมอ่อนข้อให้
ทองทามองหน้าถอนใจออกมา พลางจับแก้มหญิงสาว “นี่ท่าทางพี่จะแพ้เธอไปตลอดชีวิตใช่ไหมเนี่ย”
หนูมาลีค่อยยิ้มออกมาได้

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ โรสยืนอยู่หน้าร้าน กำลังบันทึกคำสัมภาษณ์ให้นักข่าวรายการทีวีที่มาถ่ายทำสัมภาษณ์ แคที่แต่งตัวสวยอยู่ข้างหลังโรส ทำท่าทางต่างๆ เข้ากล้อง เช่น สยายผม ทำปากจุ๊บ ส่งจูบคนดู ประมาณขโมยซีน วิ่งไปมา เพราะอยากออกทีวี รบกวนซีนอยู่ข้างหลังโรส
“คอนเซ็ปต์ร้านเรา ช่วยให้ความฝันของทุกคนเป็นจริง ใครๆ ก็อยากเป็นซุปตาร์ แต่บางทีก็อ้วนเกินไป แก่เกินไป ถ้าคุณเป็นแบบนี้มาที่ร้านเราได้เลยครับ”
“เอ้อ ขอถ่ายใหม่ได้ไหมครับ ป้าข้างหลัง อย่าเข้ามาครับ”
แคที่ท้าวสะเอว อารมณ์เสีย หน้าบูดหน้างอน

บรรยากาศในร้านมียายอ้วนร้องเพลง แอ็กท่าเป็นซุปตาร์อย่างเมามันบนเวที เด็กเสิร์ฟในร้านวันนี้เจองานยุ่งมาก จนบุญมา และสมศรีต้องหยิบอาหารออกมาวางเอง
“เอ้า มาเอาไปหน่อยโว๊ย โฮ๊ย ต้องหาคนมาเพิ่มแล้วมั้ง” สมศรีเอ่ยเรียก
“มาแล้วๆ รีบขาจะขวิดแล้วเนี่ย” ปลารับคำรีบมาหยิบจานไป
“แค่นี้ก็ทำไม่ทันแล้ว ไอ้พวกนักข่าว จะมาสัมภาษณ์อะไรกันนักหนาวะ” บุญมาแอบบ่น
“จองคิวถึงเดือนหน้า.เรารวยแล้ว คิดเรื่องเงินส่วนแบ่งไว้สิพี่ พี่โรสเขาบอกว่าเราจะได้ส่วนแบ่งทุกคนเลยนะ” หนูมาลีเดินมารับอาหาร เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดียกอาหารเดินออกไป
หลังจากการสัมภาษณ์รายการเสร็จสิ้น โรสเดินมาส่งนักข่าวกลับ “ขอบคุณนะครับที่มาทำข่าวให้ ขอบคุณนะครับ” จู่ๆ โรสรู้สึกเสียดท้องขึ้นมา ปวดจนต้องงอตัว
“ปวดท้องล่ะสิ กินยาแล้วทำไมยังไม่หายอีกนะพี่“ บอยถามอย่างสงสัย
“โฮ้ย ฉันก็เป็นๆ หายๆ อย่างนี้มานานแล้ว นี่มีอะไรให้ดู มานี่เร็ว” โรสหยิบสมุดบัญชีให้ดู “เมื่อคืนพี่ทำบัญชี นี่ๆ กำไรเป็นครั้งแรก พี่มีเงินจ่ายนังกะทกรกมันเป็นครั้งแรก”
“เยส” บอยเข้าไปกอด “พี่เก่งที่สุด รักพี่ที่สุด เรารวยแล้ว” ทั้งสองหัวเราะให้กัน
“แบบนี้ถ้าต้องตาย ก็ตายตาหลับแล้ว มายดาร์ลิ้ง” โรสเอ่ยอย่างเบา
“ตายอะไรนะ” บอยอึ้งไป

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17 วันที่ 22 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ