อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 18 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 18 ต.ค. 57

“ปากมากนะเอ็ง ข้ามองผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้นึกถึงคุณครูหัวสูงคนนั้นหรอก”
“ร้อนตัวเลยนะ ข้าว่าครูอรองค์เค้าก็น่ารักดีนะ”
“ข้าเห็นเอ็ง ลองใครผ่านเข้ามาในปางก็น่ารักไปหมด คราวก่อนก็ประกาย”

“เฮ้อ นึกแล้วก็คิดถึงเนื้อนาง คำฝาย โดยเฉพาะประกาย คนสวยของไอ้ม่อนหายกันไปหมด ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงกันบ้าง ไม่ได้ข่าวคราวเลย” สายตาแสงคำกับม่อนดอยทั้งเป็นห่วง ทั้งคิดถึงเนื้อนาง


ในบ้านพักบุญน่าน ประกายถูกบัวตองจิกผมลงบันไดมา เนื้อนาง คำฝายวิ่งตามหลังมา
“ปล่อยข้า ปล่อย”
บัวตองลากประกายมาจนบันไดขั้นสุดท้ายแล้วเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น กำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้ามองอยู่อย่างสะใจ แมงมันชะเง้อมองอยากรู้
เนื้อนาง คำฝายเข้ามาประคองประกายลุกขึ้น บุญน่านวิ่งเข้ามาดู
บัวตองกำลังอาละวาด “กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา มึงกล้าแย่งผัวกูใช่มั้ย นังประกาย”
บุญน่านสะดุ้งไม่คิดว่าเมียจะรู้ “เมียจ๊ะ เมียจ๋า แม่บัวตอง แม่ยอดขมองอิ่ม ฉันกับประกายไม่เค้ย ไม่เคยมีอะไรกัน แตะตัวสักนิดยังไม่เคย”
“ปากแข็งแบบนี้ มันต้องเอาอีโต้งัดปาก” บัวตองหันขวับไปทางประกาย “นังประกาย แกให้ท่าผัวชั้นใช่มั้ย”
“ผัวป้าต่างหากที่มาออดอ้อนออเซาะชั้น บอกว่าเบื่อเมียเหนียงยาน”
“ไอ้น่าน ทีนี้ชีวิตแกจะยานยิ่งกว่าเหนียงชั้นอีก”
ประกายมองเนื้อนาง “แกใช่มั้ย เนื้อนางที่เอาเรื่องนี้ไปฟ้อง”
“ฉันไม่ได้ฟ้องใครเลย” เนื้อนางปฏิเสธ
คำฝายรีบบอก “ฉันกับเนื้อนางไม่เกี่ยวนะ”
กำปุ้งหัวเราะคิกคักขึ้น เนื้อนาง คำฝาย ประกายหันไปทันที “แกเองเหรอ อีแมงมุม”
“ช่วยไม่ได้ ฉันซาบซึ้งในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของคุณแม่บัวตอง เห็นอะไรชั่วๆ ฉันก็ต้องแฉความจริง”
รัญจวนเชียร์ “เฉดหัวพวกมันออกไปเลยค่ะ คุณแม่บัวตองขา”
“ฉันจะไล่มันออกให้หมด”
“ว๊าย แล้วงานที่รับไว้แล้วยาวเป็นหางว่าวละคะ คุณแม่ ยกเลิกไม่ได้นะคะ เงิน เงิน เงินไม่รู้ตั้งเท่าไหร่” แมงมันรีบค้าน บัวตองพอได้ยินคำว่าเงินก็ชะงัก
บุญน่านได้โอกาสรีบเข้าประจบเมีย “เมียจ๊ะเมียจ๋า เอาอย่างนี้มั้ย ที่จริงผัวก็ยังไม่ได้นอกลู่นอกทางอะไรมาก ถือซะว่าผัวหาคนมาคอยรับใช้เมียอีกคน”
“อะไรนะ จะให้ฉันเป็นเมียน้อยนังป้าบัวตองเหรอ”
“อ้าว เฮ้ย เรียกใครว่าป้า เดี๋ยวตบหน้าตาแหก”
บุญน่านปราม “อย่าพูดมากนะ นังประกาย เอ็งมาแต่ตัว ถ้าไปก็ไปแต่ตัวไม่ได้สักบาท”
ประกายหน้าเสีย บัวตองมองอย่างเจ้าเล่ห์ ยื่นข้อเสนอ “แต่ถ้าเอ็งอยู่ เอ็งต้องช่วยข้าทำงาน ที่จริง.. คนอย่างข้า มีทองมาแลกเท่าหัวข้าก็ยกผัวให้เลย แต่นี่เอ็งไม่มี ถ้าไม่อยากลำบากก็ยอมกินน้ำใต้เข่าข้า ช่วยข้าทำมาหากิน แล้วข้าจะแบ่งเงินให้”
“ประกาย อย่ายอมเป็นเมียน้อยใครอีก” เนื้อนางเตือน
“นังประกาย เอ็งยังสาวยังสวย จะมาแย่งผัวคนอื่นทำไม” คำฝายเห็นด้วย
“เค้าไม่ได้เรียกว่าแย่ง เค้าเรียกแบ่งกันใช้ ฉันก็จะสบายได้เป็นเมียหัวหน้าคณะ มันก็ดีกว่าเป็นลูกจ้างเฉยๆ”
กำปุ้งคาดไม่ถึง “ว๊าย ทำไมเป็นแบบนี้ละคะ ต้องไล่พวกมันออกไปสิคะ ไล่ทั้งสามคนเลย”
สร้อยฟ้าเสริม “พวกแกต้องพากันออกไปให้หมด”
ประกายมองไปทางเนื้อนาง คำฝาย “ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากระหกระเหินไปไหนอีกแล้ว”
กลุ่มรัญจวนเต้น ผิดหวังที่แผนขับไล่เนื้อนางกับพวกพลาด โดยเฉพาะกำปุ้ง “เวร เวร เวร เวรกรรม รู้งี้ชั้นถวายตัวให้ตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่แล้ว”
แมงมันด่า “ทะเยอทะยานเป็นคางคกตะกายวอนะแก”
ประกายหน้าเชิดไม่สนคำพูดใคร บุญน่านแอบยิ้มลิงโลด แต่พอบัวตองหันขวับมอง บุญน่านทำเจียมตัว
เนื้อนาง คำฝายมองประกายอย่างผิดหวัง

อรองค์นั่งอยู่ วันดีนั่งเยื้องอยู่ ทั้งคู่มองอัศดายุที่วิ่งเล่นเครื่องบินกระดาษ ปาแล้ววิ่งเก็บไปทั่ว อรองค์เห็นอัศดายุอยู่ห่าง ก็เอ่ยถามขึ้นกับวันดี “คุณอัศเปลี่ยนครูมาหลายคนแล้วเหรอคะ”
“ครูคนก่อนๆ ไม่เอาใจใส่เธอ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ตอนแรกฉันนึกว่าเพราะคุณอัศเอาแต่ใจแบบเด็กขาดแม่”
วันดีหันขวับมองอรองค์ “อย่าพูดถึงเรื่องแม่กับคุณอัศเด็ดขาด”
“มีเรื่องอะไรร้ายแรงเกี่ยวกับแม่ของคุณอัศเหรอคะ” วันดียังไม่ตอบ อรองค์สีหน้ากังวล “ฉันถามเพราะจะได้ระวังคำพูดที่จะไปกระทบกระเทือนจิตใจคุณอัศ”
“คุณแขไข เมียคุณณไตรถูกผู้หญิงใจร้ายฆ่าตายที่ปาง”
“ตายจริง ใครคะ ผู้หญิงใจร้าย” วันดียังไม่ทันตอบ อัศดายุวิ่งเก็บเครื่องบินมาใกล้ วันดีหยุดพูด
ณไตรเดินมาจากอีกทาง อัศดายุพอเห็นณไตร ก็วิ่งโผเข้าไปกอด อรองค์หันไปมองณไตรกอดหอมอัศดายุด้วยความรัก ธรรพ์แอบดูอยู่แววตาเสียใจที่เห็นลูกชายตัวเองในอ้อมกอดของพี่ชาย
ณไตรหันมาทางอรองค์ “ขาดเหลืออะไร ก็บอกนะครับ”
“ผมอยากได้สีกล่องใหม่ ผมจะวาดรูปให้ครูดูครับ คุณพ่อ”
“ป้าวันดีช่วยไปซื้อสี สมุด ดินสอใหม่ๆ ให้ตาอัศด้วย”
“เจ้า” สายตาวันดีเหลือบมองอรองค์ก่อนจะถอยออกไป
อรองค์ยิ้มแย้มกับอัศดายุในตักณไตร “คุณอัศรู้มั้ยคะว่าดอกไม้เรียกว่าอะไร” อรองค์วาดรูปดอกไม้ลงบนกระดาษ อัศดายุผละจากพ่อ เข้ามาช่วยอรองค์วาด อรองค์สอนคำศัพท์ง่ายๆ ณไตรนั่งยิ้มมอง

ถนนหน้าร้านอาหารในเมือง เนื้อนางกับคำฝายเดินกันมา สีหน้าทุกข์ใจทั้งคู่
“ตั๋วไม่อยากอยู่ที่คณะน้าบุญน่านแล้วจริงๆเหรอ เนื้อนาง”
“ประกายทำไม่ถูกนะพี่คำฝาย อยู่ๆไป เดี๋ยวก็ต้องมีเรื่องกันอีก ประกายไม่ยอมเป็นแค่เมียน้อยใครหรอก จำตอนที่อยู่ในคุ้มเจ้าแสนพรหมไม่ได้เหรอ”
“เฮ้อ ก็จริงนะ มีเรื่องให้ตบกันสนั่นแน่ๆ เอาเถอะๆ ค่อยคิดหาทางกันอีกที แวะร้านนี้หาของอร่อยๆกินกันก่อน” คำฝายดึงเนื้อนางเข้าไปด้านในร้านอาหาร
พักเดียววันดีเดินผ่านมา ถือถุงของ ท่าทางคุ้นเคยกับเจ้าของร้าน “วันนี้มาซื้ออะไรล่ะ วันดี”
เนื้อนางได้ยินคำว่า วันดี ก็หันไปมอง เนื้อนางเห็นป้าวันดีหน้าร้าน เนื้อนางใจหายวูบ รีบดึงคำฝายหลบไปด้านใน สองคนแอบมองวันดีที่ยังยืนคุยกับเจ้าของร้าน
“ซื้อสีไม้สมุดวาดรูปให้คุณหนูน่ะ”
เนื้อนาง คำฝายหลบกัน ยืนมองวันดี
“ไม่ซื้อไปทีละเยอะๆล่ะ”
“แค่นี้ก็พอแล้ว ใช้อีกไม่เท่าไหร่หรอก เดี๋ยวพ่อเลี้ยงก็จะพาคุณหนูไปเรียนเมืองนอกแล้ว”
เนื้อนางได้ยินคำว่าเมืองนอก ก็ตกใจ
วันดีหยิบขนมใส่ไส้ที่วางขายในถาดยื่นให้เจ้าของร้านกับเงินค่าขนม วันดีรู้สึกแปลกๆ เหมือนถูกจ้อง ก็ขยับมองมาด้านใน เนื้อนาง คำฝายหลบกันตัวลีบ วันดีขยับมอง เห็นชาวบ้านที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ วันดีจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เจ้าของร้านยื่นถุงให้ “อ่ะ แถมให้สองชิ้น”
วันดีหันกลับมาสนใจคนขาย “ขอบใจจ๊ะ ไปนะ” วันดีมองไม่เห็นใครน่าสงสัย ก็เดินออกไป
คำฝายโล่งใจ หันไปมองเห็นสีหน้าเนื้อนางกังวล
“คุณหนูจะไปเมืองนอก”

เนื้อนางเดินเร็ว คำฝายเดินตาม
“มันไม่ใช่เรื่องของเรานะ เนื้อนาง แม่นายกับพ่อเลี้ยงไม่มีวันยอมให้ตั๋วเจอคุณหนู”
“แต่นี่จะไปเรียนเมืองนอกเลยนะ พี่คำฝาย ไปกี่เดือนกี่ปีก็ไม่รู้” เนื้อนางสายตาเศร้า “ไม่ใช่ลูก ก็เหมือนลูก คุณหนูกินนม เลือดในอกเนื้อนางมาตั้งแต่เกิด”
“เชื่อพี่นะ เนื้อนาง ตัดใจซะ ยังไงคุณหนูก็ไม่ใช่ลูกตั๋ว เค้าเป็นลูกพ่อเลี้ยงกับแขไขที่ตายไปแล้ว” คำฝายเดินห่างออกไป ทิ้งให้เนื้อนางคิดตามลำพัง
ประกายเดินมาจากอีกทาง ตรงมาที่เนื้อนาง “เธอจะอยู่ที่นี่ต่อใช่มั้ย” เนื้อนางหันไปมองประกาย “ตอนนี้ฉันไม่ใช่แค่ลูกจ้าง ฉันก็เป็นเมียพี่บุญน่านคนนึง เธอเป็นเพื่อนฉัน ยังไงฉันก็ต้องเห็นเธอดีกว่าพวกรัญจวน ฉันจะบอกน้าบัวตองให้ขึ้นเงินค่ารำให้เธอ”
“ไม่ต้องหรอก ประกาย ฉันไม่คิดจะสบายทางลัด”
ประกายหน้าชาคิดว่าเนื้อนางด่าตัวเอง “เธอมันหยิ่ง หัวดื้อ ใครๆ เค้าก็อยากสบายทั้งนั้น ทำไมเธอถึงไม่อาศัยวาสนาของฉันตอนนี้ จะได้สบายไปด้วย”
“วาสนาควรมาจากความดี ความเพียรของตัวเอง ไม่ใช่มาจากเรื่องผิดศีลธรรม”
“เธอไม่เคยทำผิดเลยล่ะสิ วาสนาของเธอมันก็มาจากที่มีผัวเป็นพ่อเลี้ยงเหมือนกันนั่นแหละ”
“ฉันกับหนานไตรเรารักกันมาก่อน เราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ฉันไม่เคยนอกใจหนานไตร” เนื้อนางมองประกาย สายตาอยากเตือนสติเพื่อน “ชีวิตคนเราต้องมีศักดิ์ศรีนะ ประกาย ถ้าเธอรักน้าบุญน่านจริงๆ ฉันก็ไม่ว่า แต่ถ้าเธอจะทำตัวเป็นเหลือบไร คอยสูบเลือดเนื้อผู้ชายเพื่อความสุขสบาย วันนึงเธอนั่นแหละที่จะไม่เหลืออะไรเลย แม้กระทั่งความภูมิใจในตัวเอง”
“ฉันไม่ต้องการความภูมิใจ ฉันต้องการเงิน ความสุขสบาย เธอจะไปลำบากที่ไหน ก็เชิญเถอะแต่ฉันไม่ไปด้วยอีกแล้ว” ประกายหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปทันทีทิ้งให้เนื้อนางสีหน้าเศร้า ผิดหวังอยู่คนเดียว
“ฉันคงเตือนเธอได้แค่นี้ ประกาย” เนื้อนางมองไปทางรั้ว สายตาเนื้อนางตัดสินใจบางอย่าง แล้วเดินเร็วออกไปทันที

ณไตร แสงคำ ม่อนดอย ยืนมองอรองค์ที่กำลังสอนเด็กสะกดคำ จากหน้าเรือนพักแสงคำ
“ครูอรองค์เค้าอยากมาที่นี่ ฉันฝากนายดูแลด้วยนะ แสงคำ”
“ทำไมไม่ฝากม่อนดอย ไอ้แสงคำมันเกลียดครูอรองค์จะตาย” แสงคำมอง ม่อนดอยยักคิ้วทะเล้น
“อย่าทะลึ่งน่ะ ม่อนดอย ครูอรองค์เค้าไม่เหมือนผู้หญิงแถวนี้ ฉันจะเข้าไปดูเรื่องตีตราไม้ ไปม่อนดอย ไปกับฉัน”
“ให้ผมไปกับพ่อเลี้ยงดีกว่า”
“ไม่ต้อง นายคอยดูแลครูอรองค์ที่นี่แหละ เผื่อเค้าต้องการอะไร แล้วถ้าเค้าขี้เกียจรออยากกลับบ้านหิมวัตก่อน ก็ช่วยไปส่งเค้าด้วย” ณไตรคว้าคอม่อนดอยออกไปทางด้านในปาง
แสงคำหันไปมองอรองค์แบบไม่ค่อยเต็มใจ แต่สักพักก็ค่อยๆ หันสายตากลับมามองอรองค์ อรองค์ที่กำลังสอนหันมาเห็นแสงคำที่ยืนอยู่ก็สบตาแบบเชิดๆ ไม่ชอบขี้หน้า หันกลับไปทางเด็กๆ แสงคำทอดสายตามองอรองค์

สนามบ้านหิมวัต อัศดายุถือลูกบอลมอง ธรรพ์ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“ครูอรองค์ไม่อยู่ ...ให้พ..” ธรรพ์จะพูดว่าพ่อแต่ไม่กล้า “อาธรรพ์เล่นกับอัศได้มั้ยครับ” อัศดายุถอยหนี ธรรพ์ยิ้ม “วันนี้อาอาบน้ำมาแล้วนะครับ รับรองไม่เหม็น”
อัศดายุยิ้มพยักหน้า แล้วอุ้มลูกฟุตบอลออกไปกลางสนามหญ้า ธรรพ์ตามไปติดๆ อัศดายุกำลังเล่นเตะบอลกับธรรพ์
วันดีเดินเอาขนมมาวาง มองไปบนฟ้า เห็นเมฆครึ้มๆ มาแต่ไกล “คุณหนูเข้าบ้านก่อนมั้ยเจ้า เดี๋ยวจะโดนละอองฝน”
อัศดายุไม่สนใจ เตะบอลกับธรรพ์ด้วยความเพลิดเพลิน วันดียืนยิ้มมอง คอยรอรับใช้

บ้านพักบุญน่าน เนื้อนางเดินเลาะข้างตัวบ้านมา เห็นแมงมันกับนางรำกำลังกินผลไม้ นินทาผู้ชายที่มาโค้งกันอย่างสนุกปาก เนื้อนางอาศัยจังหวะทุกคนกำลังหัวเราะเดินไปที่ประตู แล้วหลบออกไปอย่างเร็ว
แสงคำยืนมองอยู่ อรองค์กำลังสอนเด็กๆ
“เดี๋ยวกลับบ้าน กินข้าวแล้ว ครูมีเวลาให้เล่นครึ่งชั่วโมงนะคะ แล้วเราค่อยกลับมาเรียนกันต่อ”
“ค่ะ / ครับ คุณครู” เด็กไหว้แล้วพากันออกไป อรองค์ยิ้มมองเด็กๆ แสงคำเดินเข้ามา อรองค์กำลังเก็บของ พอเห็นแสงคำก็ถามขึ้น “ที่นี่มีโรงเรียน แล้วครูล่ะ เคยมีครูหรือเปล่า”
แสงคำคิดย้อนภาพเนื้อนางเคยเป็นครู “เคยมี”
“แล้วหายไปไหน”
“ไม่เห็นก็แสดงว่าไม่มีแล้ว จะถามให้ได้อะไร กลับไปบ้านหิมวัตได้แล้ว”
“คุณณไตรล่ะ ฉันจะกลับพร้อมคุณณไตร”
“พ่อเลี้ยงอยู่ในปางด้านใน ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่”
“งั้นฉันก็จะรอ เพราะฉันจะกลับกับคุณณไตรคนเดียว” อรองค์เดินถือหนังสือออกไป
แสงคำมองแล้วหงุดหงิด แต่ก็ต้องจำใจเดินตามไป

ธรรพ์กำลังเตะบอลอยู่กับอัศดายุ อัศดายุหัวเราะเสียงใส วันดีคอยมอง ธรรพ์ส่งบอลไป อัศดายุรับไม่ได้ บอลกลิ้งไปด้านหลัง อัศดายุวิ่งตามไปเก็บบอลทันที
“คุณหนู อย่าวิ่งเจ้า”
“อย่าวิ่ง ตาอัศ เดี๋ยวอาเก็บให้” ธรรพ์วิ่งตามไปอีกไม่ไกล อัศดายุหยุดยืนอยู่ ธรรพ์มอง
ธรรพ์เห็นแล้วสายตาตกตะลึง “เนื้อนาง” เนื้อนางเป็นคนถือบอลธรรพ์มองนึกไม่ถึงว่าจะเจอเนื้อนางอีกครั้ง ด้านหลังวันดีตามมาเห็น ก็มองอึ้ง
“อาธรรพ์ บอลของผม”
เนื้อนางย่อตัว ยิ้ม ยื่นบอลให้อัศดายุสายตามีแต่ความตื้นตัน “คุณหนู ...คุณหนูใช่มั้ยคะ” อัศดายุคว้าบอลมา ธรรพ์เดินมาใกล้ วันดีรีบตามมา
เนื้อนางไม่สนใจใครนอกจากเด็กน้อยตรงหน้า ยื่นมือไปแตะแขนอัศดายุด้วยความคิดถึง “คุณหนูของเนื้อนาง น่ารักเหลือเกิน”
“อย่าแตะคุณหนู” วันดีกรีดเสียงขึ้นทันที
อัศดายุตกใจตามเสียงห้ามของวันดี “อย่ามาจับเรา” อัศดายุปาบอลใส่เนื้อนาง เนื้อนางไม่ทันตั้งตัว โดนบอลอัดเข้าหน้า ล้มลง หัวกระแทกพื้น
ธรรพ์ตกใจรีบวิ่งมา “เนื้อนาง”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 18 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ