อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 22 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 22 ต.ค. 57

“เยส” บอยเข้าไปกอด “พี่เก่งที่สุด รักพี่ที่สุด เรารวยแล้ว” ทั้งสองหัวเราะให้กัน
“แบบนี้ถ้าต้องตาย ก็ตายตาหลับแล้ว มายดาร์ลิ้ง” โรสเอ่ยอย่างเบา
“ตายอะไรนะ” บอยอึ้งไป

โรสยิ้มให้ไม่สนใจ เดินไปหาที่โต๊ะที่ลูกค้ายกมือเรียก ลืมความเจ็บทั้งปวง “ว่าไงพี่ เอาอะไรเพิ่มดีคะ”
บอยมองตามสงสัยขึ้นทุกที

อีกด้านหนึ่ง การะเกดยกถาดอาหารมา เจอชงโคนั่งเหม่อกลุ้มเรื่องของตนเองเงียบๆ คนเดียวในมุมมืดมุมหนึ่งดูราวกับเป็นโรคซึมเศร้า การะเกดต้องเรียกหลายครั้งกว่าจะได้ยิน


“ชงโคๆ ทานข้าวจ้ะ” การะเกดเรียก
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ออกไปช่วยเลย” ชงโคเอ่ยอย่างละอายใจอยู่บ้าง
“เธอจะเอาแต่นั่งเหม่ออย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือ ไปตรวจโรคกันไหม จะได้รู้กันไปว่าเธอติดโรคจากพี่ซูซี่จริงไหม”
“ฉันไม่กล้า” ชงโคร้องไห้ออกมา
การะเกดตัดสินใจบางอย่างแล้ว เลยบอกด้วยสีหน้าเข้มแข็ง “เรามาทำสัญญาความกล้ากันไหม”
“สัญญาอะไรนะ” ชงโคได้ยินไม่ถนัด งงๆ
“ถ้าฉันทำในสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดหนึ่งอย่าง เธอต้องทำในสิ่งที่เธอกลัวที่สุด คือไปตรวจโรค”
“เธอจะทำอะไร....” ชงโคสงสัย การะเกดมีสีหน้ามุ่งมั่น

วันรุ่งขึ้น การะเกดลงจากรถอธิ มองไปยังสถานีตำรวจ เพื่อรวบรวมความกล้า
“พี่ดีใจที่เกดทำแบบนี้ อีกสักพักจะมีคนมากมาย มาถามเรื่องของเกดกับนายวานิช”
“ถามว่าโดนข่มขืนยังไง เขาจะย้ำถามว่าไม่ได้สมยอมใช่ไหม”
“ใช่ ทั้งตำรวจ ทนาย ผู้พิพากษาและสื่อ เกดต้องตอบซ้ำไปซ้ำมา…ทุกนาทีที่กำลังจะแย่ เกดต้องจำไว้ เกดกำลังช่วยผู้หญิงอีกมากมายไม่ให้โดนอย่างเกด”
การะเกดหลับตา หายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ “เกดพร้อมแล้วค่ะ”
อธิพยักหน้า เดินนำการะเกดเข้าไปพบกับตำรวจข้างในสถานี
อธิกับการะเกดเดินเข้ามา โดยไม่รู้ว่าวานิชก็มาเรื่องคดีเดินออกมาพอดี ทั้งคู่เดินสวนทางกันโดยบังเอิญ
“การะเกด” วานิชเรียก
“ไม่ต้องไปสนใจ ตามพี่มา เราจะไปห้องโน้น”
วานิชเริ่มระแวงเดินตาม “เธอมาทำอะไร. มีอะไรมาคุยกันก่อนไหม...เกด เกด”
อธิเข้าขวางไว้ “คุณอย่ามายุ่งดีกว่า เสร็จธุระคุณแล้ว ก็กลับไปซะ”
วานิชไม่สน เดินไปใกล้เกด ชี้หน้าดุ “คิดให้ดีนะ คนตัวเล็กๆ อย่างเธอ ทำอะไรไม่ได้หรอก” วานิชเอ่ยเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคน ไพวกชั้นต่ำ”
การะเกดกลืนน้ำลาย ก่อนจะรวบรวมความกล้า “ฉันจะไม่กลัวแกอีกแล้ว ฉันจะไม่ตายทั้งเป็นเพราะกลัวแกอีก!”
“ผู้หญิงอย่างพวกแก เห็นแก่เงินทุกคน พวกไม่รู้จักพอ คนอย่างพวกแกทำงานเป็นที่ไหน วันๆ เอาแต่แต่งตัวสวยขอเงินจากผู้ชาย เอาสิ ถ้าแกจะเอาเรื่องฉัน บอกมาเลยว่าจะเอาเท่าไหร่ ฉันจะเซ็นเช็คให้แกเดี๋ยวนี้เลย” วานิชเอ่ยอย่างดูถูก
“ผู้หญิงส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นอย่างที่แกพูด เขาฝันที่จะเป็นเมียคนที่เขารัก เป็นแม่ที่ลูกภูมิใจ ฉันจะต้องเป็นแบบนั้นให้ได้ แกไม่มีสิทธิ์ทำลายความฝันของใครอีก ... ถุย” การะเกดถุยน้ำลายใส่หน้าวานิช
วานิชโกรธมาก อธิรีบเข้าขวาง ตำรวจอีกสองสามคนรีบมาดึงวานิชออกไป เพราะวานิชโวยวายหนักเหมือนจะทำร้ายการะเกด “อีบ้า ฉันจะฆ่าแก แกใส่ร้ายฉัน ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก!” วานิชโวยวายคลุ้มคลั่ง การะเกดมองหน้าวานิชไม่กลัวอีก วานิชถูกตำรวจลากออกไปจนได้

หลังจากตำรวจบันทึกปากคำ ทำการสอบสวนการะเกดในห้องสอบสวนเรียบร้อย
อธิมาส่งการะเกด “เกดทำแบบนั้นไปได้ยังไง กับนายวานิชน่ะ”
“ทำไม่ได้ใช่ไหมคะ ทำผิดใช่ไหมคะ มีผลต่อคดีไหมคะ”
“ใครบอก มันเยี่ยมที่สุดเลย ....วันนี้เกดเหมือนเป็นคนละคน” อธิชมหญิงสาวอย่างทึ่งๆ
“จริงหรือคะ เกดกลัวสุดๆ เลย ไม่รู้ทำออกไปได้ยังไง”
“เกดเป็นคนใหม่แล้ว เป็นคนใหม่แล้วจริงๆ” อธิยิ้ม การะเกดยิ้มตอบสบายใจขึ้นท“ไม่ต้องห่วงนะ ตำรวจจะปกป้องพยานอย่างเกด และผู้หญิงทุกคน จะพยายามลดขั้นตอนให้มากที่สุด” อธิเอ่ยให้กำลังใจ
“เกดทำทั้งหมดนี่ได้ เพราะมีพี่อยู่ เกดรู้ว่าพี่จะปกป้องเกด” การะเกดมองหน้าอธิ สายตาจริงจัง
อธิซาบซึ้งจะยื่นมือไปจับ “เกด” ชายหนุ่มยั้งมือไว้ทัน ถอยกลับ “เอ้อ พี่ขอโทษ พี่ลืมไปว่า เกดไม่ชอบ เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่เนอะ เอ้อ เอาเถอะ พี่ต้องไปละ ไปทำงานต่อ”
อธิเก้อเขิน พลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้ แล้วเดินกลับไป
“เอ้อ...” การะเกดจะเรียกอธิไว้ อยากคุยต่อ อยากเปิดใจแล้ว แต่ไม่กล้าพูด
ที่คลินิกแห่งหนึ่ง หนูมาลี โรส และชงโค ทั้งสามคนนั่งรอคิวตรวจ ชงโคว้าวุ่นใจมากมองซ้ายมองขวา ขยับขาตลอด
“ความตายไม่ได้น่ากลัวหรอก ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างดีแล้ว” โรสปลอบ
“ชีวิตที่ดี หนูก็ไม่มี” ชงโคตัดพ้อขึ้น
“แกมีเพื่อนมีพี่ แล้วที่แกไปเต้นนั่น อยากได้เงิน แต่งตัวสวย แกก็ทำมาหมดแล้วนี่”
ชงโคหงุดหงิดเลยวีนขึ้น “ให้พี่ตายบ้างเอาไหม พี่อยากตายนักหรือไง” โรสอึ้ง ชงโคชะงัก ยกมือไหว้ “เอ้อ...หนูขอโทษ”
“ที่จริงฉันพร้อมแล้ว!” โรสเอ่ย
“อะไรนะคะ” หนูมาลีหันมองทันที ถามย้ำขึ้นมา
หนูมาลีมองหน้าโรส คาดคั้นว่าพูดทำไม โรสมองอย่างเสียใจ “ฉันไปรอข้างนอกดีกว่า” โรสชี้หน้าชงโค “อย่าหนีกลับล่ะ แกเจอมือฉันแน่”
ชงโคร้องฮึ่ยอย่างขัดใจ
“ชงโค ฉันอ่านมาหมดแล้ว มีคนที่เป็นโรคแล้วใช้ชีวิตปกติ อายุยืนยาวไปได้เป็นสิบปีก็มีนะ ถ้ารู้ก่อนก็ดูแลตัวเองได้ไง” หนูมาลีปลอบ

หลังจากตรวจเสร็จแล้ง ทั้งสามคนเดินหน้าเศร้าเข้ามาในร้าน
“นังชงโค ผลเป็นยังไง” บุญมาถามอย่างร้อนใจอยากรู้
สามคนหน้าเศร้าลง ทุกคนเลยเครียดไป
“จริงหรือครับพี่โรส” บอยถาม
“เอาเถอะนะ มีอะไรก็ค่อยๆ แก้ไขกันไป”สมศรีเข้าไปกอดชงโค
ชงโคเลยตะโกนออกมา หน้าตายิ้มแย้มสุดๆ ทุกคนถอนใจโล่งยิ้มออกมา “หนูไม่เป็น หนูได้โอกาสอีกครั้ง หนูไม่เป็น !!”
“ไอ้พวกบ้า ตกใจหมด แกล้งกันเนียนเชียว” บุญมาดุ
“ชงโคสุดยอด เย้ๆ” บอยเอ่ยนำ ทุกคนร้องตามบอย เย้ๆ จับหัวชงโคกันใหญ่ ดูอบอุ่น
“หมอนัดว่าอีกสามเดือนให้ไปตรวจอีกครั้ง แต่เบื้องต้นนี้ ปลอดภัยจ้ะ” ชงโคบอกผลให้ฟังอย่างละเอียด
“ดีใจกับชงโคคนเดียวไม่ถูก ดูนี่” สมศรีหยิบหนังสือพิมพ์ไปให้การะเกดดู
“มาอ่านให้ฟัง...” บุญมาอ่าน “สอบพยานเพิ่มอีกหลายปาก วานิชดิ้นไม่หลุด ปิดกิจการเลดี้ชาร์ล็อตถาวร”
การะเกดได้ยินดีใจสุดๆ ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน “เย้ๆๆ”
“แกเก่งมาก เกด.... เก่งที่สุดเลย” สมศรีชมเด็กสาว
“พี่โรส หนูกับเกดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนร้านนี้ ทุกอย่างต้องไปได้ดีเหมือนร้านของเรา”ชงโคเอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้ง
“ใช่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ เย้ๆ” โรสกอดสองสาวไว้ ทุกคนดีใจมีความสุข ยกเว้นโรสที่ดวงตาเศร้าลง เมื่อนึกถึงอาการป่วยของตน
โยทะกานั่งซึมเศร้าอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน นั่งเหม่อบนเตียง ไม่ได้ป่วยแต่ไม่มีกะใจทำอะไรเลย
เมืองแมนเดินมาหา “ยังไม่หายหรือ”
“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่คะ”
“แล้วทำไมไม่ไปทำงาน สถานีวุ่นวายไปหมด จู่ๆก็ลาพักร้อนแบบนี้”
“ฉันไม่มีใจแล้ว ฉันเพิ่งให้คนสืบ ยายเบลทำรายการปั่นป่วนไปหมด ปล่อยข่าวทำลายคู่แข่งคนอื่นจนวุ่นวาย” โยทะกาเอ่ยอย่างท้อๆ เบื่อมาก
“มีข่าวทุกวัน เรตติ้งก็ยิ่งขึ้น ไม่ดีตรงไหน” เมืองแมนพูดเอาแต่ได้
“หน้าที่ของสื่อ คือนำเสนอความจริง ไม่ใช่แย่งชิงเรตติ้งไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ เพราะเป็นแบบนี้แหละ ฉันถึงไม่อยากทำงาน คุณหาคนอื่นมาทำงานแทนแล้วกัน ....ฉันลาออก” หญิงสาวเอ่ยคำขาด
เมืองแมนปรี๊ด โมโหมาก ชี้หน้าทันที เพราะขาดโยทะกาไม่ได้ในเรื่องการทำงาน “ลาออก พูดง่ายๆ แค่นี้หรือ. แล้วผมจะไปหามาจากไหน โธ่โว้ย อยู่ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา เมื่อก่อนก็ยังดีๆ ผมไม่ยอมให้ลาออก พรุ่งนี้คุณต้องไปทำงาน..... ถ้าไม่ไป มีเรื่อง!”

อีกด้านหนึ่งพรรคพวกของเบลนั่งประชุมกัน ตรงหน้าเต็มไปด้วยข่าวหนังสือพิมพ์บันเทิง มีไอแพด วางอยู่ แต่ละคนหน้าเครียด
นีน่าอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ “อดีตเมียทิมมี่เคลียร์ลงตัว คะแนนโหวตทิมมี่ขยับดีขึ้น”
“ทำไมเคลียร์ง่ายนักล่ะ ไปเคลียร์กันตอนไหน เคลียร์ยังไง” เบลงง สงสัย
“เอ้อ เราไม่รู้ค่ะ ไม่ได้เป็นจิ้งจกในบ้านเขา” ยาหยีย้อนขึ้นมา
“เอ๊ะ นังนี่” เบลตาขวางไม่พอใจ ยาหยียิ้มแห้งขอโทษ
“แล้วภูมิล่ะ มันจองที่หนึ่งตลอด ต้องจัดการมันให้ได้” เบลเอ่ยถาม
“วันๆ เอาแต่ซ้อม ไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยว ไม่เคยมีเรื่องกับใคร สรุปคือ ยังหาจุดอ่อนไม่เจอค่ะ” นีน่าเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ
“หาต่อไป” สั่งจบ เบลก็หยิบหนังสือพิมพ์ที่มีรูป โรสถ่ายกับร้านขึ้นมาตอนไปสัมภาษณ์ “นี่อะไร”
“สัมภาษณ์พ่อนังหนูมาลี เรื่องร้าน วันนี้ลงตั้งสามฉบับกำลังเห่อร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่น่ะค่ะ" ยาหยีอธิบาย ท่าทางไม่สนใจเพราะไม่ใช่ข่าวของหนูมาลีโดยตรง
“บ้าจริง โฆษณาร้านก็เท่ากับโฆษณานังหนูมาลี ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องจัดการด่วน!”
ยาหยีและนีน่างงจะให้จัดการยังไง
ที่ร้านเซอร์ไพรส์ หนูมาลีเช็ดโต๊ะทำความสะอาดอยู่ที่โต๊ะหนึ่งใกล้กันกับอีกโต๊ะที่มีหญิงสองคนโวยวายขึ้น ชี้ไปที่จานอาหาร “อร๊าย แมลงสาบๆ”
หนูมาลี หันมองตามทันทีเพราะอยู่ใกล้ไม่เห็นแมลงสาบอะไรเลย
โรสรีบเดินมา มองหา “ไหนครับ ไหนครับ”
“อยู่บนจานผักเนี่ย ร้านอะไรสกปรกที่สุด”
หนูมาลีมองไป ที่โต๊ะอื่นๆ ก็เห็นลูกค้าไม่กล้ากินอาหารบนโต๊ะของตน
“เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนให้ใหม่นะครับ” โรสรับผิดชอบโดยจะเปลี่ยนจานใหม่ให้
ลูกค้าสาวกลับเอ่ยเสียงดัง “ไม่...ฉันไม่กินแล้ว แมลงสาบตัวเบ้อเร่อ ใครกินลงก็เชิญ” หญิงทั้งสองคนลุกไปทันที
แขกโต๊ะอื่นกินไม่ลงด้วย วางช้อนทันที

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 22 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ