อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 19 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 19 ต.ค. 57

“ก็จนกว่าเราจะกำจัดผีแขไขได้จริงๆ” ณไตรมองแสงคำ แสงคำรับฟังอย่างรู้กันว่าหมายความว่าอะไร ก็คว้าปิ่นโตบนโต๊ะที่เตรียมไว้เดินเร็วลงจากเรือนไป
ณไตรมองตามแสงคำที่เดินหายลับไปด้านหลัง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณณไตร” ณไตรหันขวับไปมองทันที เห็นธรรพ์กับอรองค์ก้าวมาด้านหน้าเรือน อรองค์ยิ้มหวานสดใสต่างจากธรรพ์ที่หน้าตาบึ้งตึง ณไตรมองแปลกใจที่เห็นธรรพ์กับอรองค์มาถึงปาง


วันดีมอง บุญลือ น้องชายสีหน้าไม่พอใจ “เรื่องง่ายๆ แค่ฆ่านังเนื้อนาง ทำไมถึงทำไม่สำเร็จ”
“มันไม่กลัวผี แถมยังมีอีคำฝายแล้วก็พวกพ่อเลี้ยงมาช่วย”
“ตอนนี้มันยกโขยงไปที่ปางกันหมด... ก็คงจะเรื่องผีแขไข” วันดีสีหน้ากังวล หันมาสั่งน้องชาย “บุญลือ แกต้องหาทางใช้ผีแขไขฆ่าปิดปากนังเนื้อนางให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้นขึ้นมา”
บุญลือหันหลังวิ่งเร็วออกไป วันดีมองตามด้วยสายตาเหี้ยม

เนื้อนางนั่งสีหน้าครุ่นคิด คำฝาย ม่อนดอยยืนกันคนละข้าง
ม่อนดอยเล่าให้เนื้อนางฟัง “ผีแขไขอาละวาดจนปางนี้แทบจะร้างมาแล้ว หลังๆ ก็ซาไปบ้าง แต่พอเนื้อนางกลับมา”
“ผีแขไขคงตั้งใจจะหลอกตั๋วให้กลัว จนหนีไปจากปาง”
“แต่เนื้อนางรู้สึกว่าที่เห็น... มันไม่ใช่ผี”
“เนื้อนาง ผีมันก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ โดยเฉพาะผีตายโหงอย่างแขไข ขนาดเป็นๆ มันยังเกลียดตั๋วยังกับอะไรดี นี่ตายไป ...มันก็คงอยากจะมาเอาชีวิตตั๋วไปด้วย”
“เนื้อนางไม่กลัวนะ พี่คำฝาย แล้วเนื้อนางก็จะไม่หนีแล้วด้วย”
“เฮ้อ ... มาไม่ทันข้ามวัน ผีแขไขก็มาต้อนรับเนื้อนางซะแล้ว”
“เพราะคุณแขไขเธอถูกทำร้าย ตายอย่างทารุณ แล้วคนที่ฆ่าเธอก็ยังไม่ถูกลงโทษ เธอถึงต้องกลับมาถามหาความยุติธรรม” ม่อนดอย คำฝายมองเนื้อนางที่สีหน้าเชื่อมั่น ยากจะเปลี่ยนใจ

ณไตรมองธรรพ์ที่ยืนข้างอรองค์
“คนงานบอกว่าเมื่อคืนมีผีแขไขอาละวาด ทำไมพี่ไม่เคยบอกผมเรื่องนี้เลย”
“ก็เพราะฉันไม่เห็นประโยชน์ ว่าทำไมต้องพูดเรื่องไร้สาระ”
“คนตายทั้งคน วิญญาณไม่สงบสุข ฆาตกรก็ยังลอยนวลอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคะ”
“ครูอรองค์ ผมไม่คิดว่าคุณจะต้องสนใจเรื่องแขไข”
“เพราะอรเจอผีคุณแขไขแล้วน่ะสิคะ แสงคำเป็นพยานได้” อรอนงค์มองหา “แสงคำอยู่ไหนคะ”
ณไตรตอบเร็ว “แสงคำไปทำงานให้ผม” ณไตรตัดบทห้วน อรองค์ต้องเงียบ “กลับไปซะธรรพ์ ที่นี่ไม่มีเรื่องสนุก ไม่มีอะไรที่นายต้องมาหา”
ธรรพ์ยิ้มกวน “พี่ไล่ผม เพราะเนื้อนางอยู่ที่นี่” ณไตรจ้องธรรพ์ “ทำไม... ทุกคนได้เจอผีแขไข แล้วทำไมต้องกีดกันผม ผมเคยรู้จักแขไข รู้จักดีที่สุด คืนที่เค้าตาย ผมก็อยู่ที่นี่” เสียงธรรพ์คับแค้นใจ จ้องหน้าณไตร
อรองค์มองหน้าธรรพ์
“ผมอยากเจอแขไข ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ผมก็อยากเจอแขไข” ธรรพ์หันหลังเดินออกไปทันที
ณไตรหันหลังให้สีหน้าไม่พอใจ อรองค์มองความบาดหมางของพี่น้องทั้งคู่อย่างสังเกต

แสงคำเดินถือปิ่นโตอาหารมา มองซ้ายมองขวา กลัวจะมีคนตามมา เสียงนกร้องเสียงดัง
แสงคำหยุดมองไปรอบๆ ไม่เห็นใครก็จ้ำเดินเร็วไปทางป่าทึบทันที

ณไตรข่มใจ ระงับความโมโหหันกลับมา
อรองค์ยิ้มหวานให้ณไตร “ปางหิมวัตนี่กว้างจังเลยนะคะ”
“ครับ กว้างมาก ป่าทึบล้อมรอบ”
“แล้วในป่ามีเหวมั้ยคะ เวลาเดินเล่น อรจะได้ระวังไว้ก่อน เกิดพลาด .. น่ากลัวตกลงไป.... คงถึงตาย”
ณไตรได้ยินแล้วห้ามขึ้นทันที “อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว ห้ามไปไกลจากแถวนี้ โดยเฉพาะในป่านั่นห้ามไปเด็ดขาด”
อรองค์สีหน้าตกใจที่ณไตรเสียงแข็ง “อรไม่ได้คิดจะวุ่นวายอะไรเลยจริงๆนะคะ” อรองค์เสียงอ้อน “อุตส่าห์มาถึงปางทั้งทีก็อยากเห็นป่ากว้างๆ สักครั้งในชีวิต อรไม่รบกวนคุณณไตรหรอกค่ะ ให้แสงคำพาอรไปก็ได้”
ณไตรท่าทางอึดอัดทันที “แสงคำไม่ว่าง เอาไว้วันหลังนะครับ ผมจะพาครูอรองค์ไปดูรอบๆ เอง แต่วันนี้อย่าเพิ่งเดินไปไหน รออยู่ที่นี่ก่อน” ณไตรสั่งแล้วเดินลงจากเรือนไป
อรองค์มองตาม สายตาสงสัย “ทั้งแสงคำ ทั้งคุณณไตร...เอาแต่ขู่ ห้ามไม่ให้เข้าไปในป่า” อรองค์ขยับมอง รอจนณไตรเดินลับไป ก็รีบลงจากเรือน เดินแยกไปอีกทางด้วยความอยากรู้ทันที

ธรรพ์เดินมาถึงหน้าเรือน เนื้อนาง ม่อนดอย คำฝายหันไปมอง
“คุณธรรพ์” เนื้อนางมองธรรพ์ที่สีหน้าร้อนใจมายืนตรงหน้า
“เธอเจอแขไขแล้วใช่มั้ย”
“ผีคุณแขไข แทบจะฆ่าเนื้อนาง” ม่อนดอยเล่า
“แขไข ... เป็นยังไงบ้าง”
“ก็มีตา หู จมูก แต่เละแบบเป็นผีน่ะสิ ถามได้ เมาหรือเปล่าเนี่ยะ” คำฝายประชด
เนื้อนางมองสังเกตธรรพ์ที่สีหน้าเจ็บปวด เพราะรู้ความจริงว่าธรรพ์รักแขไขมาก
“แขไขพูดอะไรกับเธอหรือเปล่า”
“เปล่า .. เค้าบีบคอฉัน”
“ผู้หญิงอะไรร้ายจริงๆ อาฆาตตั้งแต่เป็นยันตาย” คำฝายว่า ธรรพ์ได้ยินแล้วหันหลังเดินออกไปไม่อยากฟังต่อ คำฝายมองงงๆ “อะไรของเค้า นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป”
“คุณธรรพ์เค้าติดเหล้า เที่ยวหัวราน้ำ...งานการไม่สนใจ ไม่เอาอะไรเลย เวลาไปบ้านหิมวัตทีไรก็เห็นแต่นอนกอดขวดเหล้า ไม่ใช่คุณธรรพ์ใจดีคนเดิมแล้ว” ม่อนดอยปลง
เนื้อนางได้ยินก็นึกสงสารธรรพ์ เดินตามไป
“ก็คงเรื่องคืนนั้น คืนที่แขไขตายน่ะสิ ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณธรรพ์มาที่นี่ แล้วไปอยู่ในเรือนกับเนื้อนางได้ยังไง” คำฝายยังค้างคาใจ
ม่อนดอยกับคำฝายสีหน้าอ่อนใจ เพราะนึกเหตุผลไม่ออก

ธรรพ์เดินมาบนสะพาน หยุดยืนแล้วทุบมือลงที่ราวสะพานแรงๆ อย่างระบายอารมณ์
เนื้อนางตามมาด้านหลัง รีบเข้ามาห้ามธรรพ์ “คุณธรรพ์อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้ ยังไงคุณแขไขเธอก็ไม่กลับมาอีกแล้ว”
ธรรพ์หันขวับ “เพราะใคร เพราะเธอใช่มั้ยเธอทำให้แขไขผิดหวัง เธอแย่งพี่ณไตรคนที่แขไขรัก แขไขรักพี่ณไตรจนวันตาย”
“คุณธรรพ์ ใจเย็นๆนะจ๊ะ”
“ไม่ต้องมาปลอบ ฉันมันคนขี้แพ้ ฉันมันอ่อนแอ เมียคนเดียวยังปกป้องไม่ได้”
เนื้อนางเข้าไปจับแขนธรรพ์อย่างให้สติ “อย่าพูดแบบนี้ ที่นี่ คุณธรรพ์..มีสติก่อนเถอะจ้ะ” เนื้อนางมองธรรพ์แววตาขอร้อง

อรองค์เดินมองมาเรื่อย ๆ มองไปรอบๆ ไม่เห็นมีคน หรือสัตว์ร้าย ก็พูดขึ้น “ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ทำไมถึงต้องขู่กันนักกันหนา ไม่ให้เข้ามา” อรองค์กำลังจะหันหลังกลับ เสียงเดินมาจากด้านหลัง อรองค์หลบวูบ แสงคำกำลังเดินมา อรองค์มองปราดเห็นมือแสงคำที่มีปิ่นโต
แสงคำเห็นพุ่มไม้ไหวๆ ก็มองตรงไป หยิบปืนในเอวออกมาอย่างระวังตัว แสงคำที่ถือปืน ทิ้งปิ่นโตลงพื้นเบาๆ ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้อรองค์ที่หลบอยู่

เนื้อนางจับไหล่ธรรพ์ พยายามมองให้สติ “เนื้อนางรู้ว่าคนที่ทรมานใจที่สุด เพราะคุณแขไขหายไป ก็คือคุณธรรพ์”
“ฉันเสียแขไข.. เสียทั้งลูก .. อัศดายุไม่เคยเรียกฉันว่าพ่อเลย”
“โธ่!!! คุณธรรพ์”
“บาปกรรมใช่มั้ย บาปกรรมที่ฉันไม่พูดความจริง ฉันถึงต้องเสียทั้งเมีย ทั้งลูก สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตฉัน” ธรรพ์น้ำตาหยด ซบลงที่ไหล่เนื้อนางอย่างอ่อนล้า “ถ้าฉันเชื่อเธอตั้งแต่ตอนนั้น พูดความจริงกับทุกคน ไม่ยอมให้พี่ณไตรเป็นพ่ออัศดายุ วันนี้ฉันก็จะมีทั้งเมียทั้งลูก แขไขก็คงไม่ตาย” ธรรพ์สะอื้น เนื้อนางลูบหลังธรรพ์ปลอบเบาๆ
ณไตรก้าวมาเห็น ตาลุกวาว พุ่งเข้าไปกระชากธรรพ์ออกมาเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น “ผู้หญิงชั่ว ผู้ชายมันก็เลว สุดท้าย มันก็อดไม่ได้ที่จะลอบมาสมสู่กันอีก” ณไตรพุ่งเข้าไปเตะธรรพ์
เนื้อนางเข้าไปกระชากณไตรสุดแรง “หยุดบ้าสักที” ณไตรสะบัด แต่เนื้อนางไม่ยอมดึงไว้แน่น “นั่นน้องชายคุณนะ หนานไตร หรือว่าจะฆ่าสายเลือดเดียวกันให้ตายคามือ”
ณไตรหยุดชะงัก เนื้อนางยังดึงณไตรไว้ ธรรพ์พยุงตัวลุกขึ้น เลือดทะลักออกจากปาก ธรรพ์มองพี่ชายแล้วโงนเงนล้มลง
“ธรรพ์” ณไตรตกใจเข้าไปมองร่างน้องชาย
เนื้อนางเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง

แสงคำเดินมาใกล้ตรงที่อรองค์หลบซุ่มตัวอยู่ แสงคำเอามือแหวกพุ่มไม้ ไม่เห็นใคร แสงคำมองไปรอบๆ “ใคร...ออกมา” อรองค์กลั้นหายใจ แนบตัวหลบเงียบ
แสงคำมองแล้ว ไม่เห็นใคร ก็เดินเร็วออกไปจากตรงนั้น พักเดียวอรองค์คลานออกมาจากทางด้านหลัง
อรองค์มองไปที่ปิ่นโตที่แสงคำทิ้งไว้ อรองค์รีบไปเปิดปิ่นโตดู เห็นข้าวติดก้นปิ่นโตอยู่แค่ก้อนเล็กๆ “แสงคำ ... เอาข้าวไปให้ใคร”

ธรรพ์สลบไม่ได้สติ ถูกคนงาน 2 คนวางลงที่เก้าอี้ยาว คนงานถอยลงจากเรือนไป ณไตรวางกาละมังน้ำลง
เนื้อนางหยิบผ้าชุบน้ำจะเช็ดหน้าให้ธรรพ์ ณไตรกระชากผ้ามาจากมือเนื้อนาง “ไม่ต้อง ฉันเช็ดเอง” เนื้อนางหน้าตึง ณไตรมองจ้องเนื้อนางดุๆ “ธรรพ์ มันไม่เป็นอะไรหรอกยังไม่ตายง่ายๆ ต้องอยู่ทรมานกันอีกนาน”
“เค้าเป็นน้องชายคุณนะ”
“เพราะเป็นน้อง มันถึงเจ็บมากกว่าเป็นคนอื่น” ณไตรจ้องเนื้อนางแล้วสั่ง “กลับไปเรือนได้แล้ว ถ้าเธอยังมองมันด้วยสายตาเป็นห่วงอีก ฉันอาจจะเปลี่ยนใจฆ่าไอ้ธรรพ์ให้ตายอยู่ตรงนี้”
เนื้อนางมองโมโหณไตร หันหลังเดินลงไป สายตาณไตรอ่อนลง มองตามเนื้อนางด้วยความน้อยใจ ณไตรหันมาเอาผ้าเช็ดหน้าน้อง สายตาหวานอมขมกลืนเรื่องน้องชายกับเมียรัก
ม่อนดอยวิ่งขึ้นเรือนมา ณไตรมองแล้วสั่ง “เรียกคนงานมา ... พาธรรพ์กลับไปบ้านหิมวัต
“ครับ”ม่อนดอยมองไปที่ธรรพ์
ณไตรถามขึ้น “เห็นครูอรองค์มั้ย”
“ไม่เห็นเลยนะ พ่อเลี้ยง”
“งั้นจัดการเรื่องธรรพ์ด้วย ฉันจะไปตามหาครูอรองค์” ณไตรเดินเร็วลงไปจากเรือน
ม่อนดอยหันไปมองสภาพธรรพ์ที่ร่างกาย จิตใจทรุดโทรมด้วยสายตาเวทนา

แสงคำเดินเร็วมาท่าทางหัวเสีย บ่นกับตัวเอง “ตาฝาดหรือเปล่าวะ ไอ้แสงคำจะมีใครกล้าตามเข้าไป”
“หายไปไหนมา อ้ายแสงคำ” แสงคำสะดุ้งสุดตัวหันไปมองเห็นเนื้อนางที่กำลังเดินมาจากอีกทาง “เนื้อนางไม่เห็นอ้ายตั้งแต่เช้า”
อรองค์ที่หลบอ้อมมาจากด้านหลัง มองแสงคำกำลังหยุดคุยกับเนื้อนาง
“ช้างตกมันเตลิดไปในป่า อ้ายไปช่วยควาญเค้าไล่กลับมา”
อรองค์มองแสงคำด้วยสายตาสงสัยมาก อรองค์รำพึงกับตัวเอง “แสงคำโกหก”
เนื้อนางยืนตรงหน้าแสงคำ “เนื้อนางไม่เห็นคนงานพูดเรื่องช้างตกมันเลย”
“ก็ ก็.. พอดีอ้ายไปช่วยไว้ทันน่ะสิ” แสงคำหลบสายตาไม่มองเนื้อนาง
อรองค์จ้องแสงคำ แล้วรีบเดินหลบออกไปก่อน เพราะเห็นแล้วว่าแสงคำกำลังโกหก
เนื้อนางมองแสงคำที่หลบตา “อ้ายแสงคำไม่ได้ปิดอะไรเนื้อนางอยู่ใช่มั้ย”
“โธ่!!! เนื้อนางก็รู้ ตั้งแต่เล็กอ้ายไม่เคยโกหกเนื้อนาง อ้ายไปหาพ่อเลี้ยงก่อนนะ” แสงคำรีบเดินออกไป เนื้อนางมองกลับไปทางด้านในป่าที่แสงคำเดินมา สายตาสงสัยแสงคำที่ท่าทางมีพิรุธ

อรองค์เร่งเท้าเดินลัดเลาะมา เหลียวมองกลัวแสงคำหรือคนอื่นมาเห็น อรองค์เดินเร็วผ่านต้นไม้ แล้วนึกได้ หันกลับไปเด็ดดอกไม้มาถือไว้ ก่อนจะรีบเดินกลับไปทางเรือนพักณไตร

เนื้อนางกำลังเดินขึ้นเรือน เห็นร่างในผ้าขาวพริ้ววูบไปทางป่าหลังเรือน “ใครน่ะ”
เนื้อนางเดินเร็วลงมา มองไป “ผีที่ไหนจะมาหลอกกลางวัน” เนื้อนางสงสัย เดินตามไปอย่างเร็ว

ณไตรเดินมาหยุดกลางสะพานมองไปรอบ ๆ หาอรองค์ แสงคำเดินมาด้านหลัง
ณไตรเห็นแสงคำก็ถามขึ้นทันที “เรียบร้อยใช่มั้ย”
“เรียบร้อย .. พ่อเลี้ยง”
ณไตร แสงคำถามตอบอย่างรู้กันเรื่องที่แสงคำถือปิ่นโตข้าวเข้าไปในป่า
อรองค์ทำเป็นเดินทอดน่อง ถือดอกไม้ขึ้นมาจากปลายสะพานอีกด้าน ณไตร แสงคำหันไปมองพร้อมกัน “ผมสั่งแล้วว่าอย่าออกไปไหน”
อรองค์เห็นสายตาดุของณไตร ก็แกล้งทำหน้าจ๋อยๆ “อรแค่เดินไปดูดอกไม้ตรงนี้เองค่ะ ขอโทษนะคะ อรกลับไปอยู่กับคุณธรรพ์ก็ได้ค่ะ”
“ผมส่งธรรพ์กลับหิมวัตไปแล้ว” อรองค์หน้าตาสงสัย จะถาม
แต่ณไตรพูดขึ้นกับแสงคำ “แสงคำดูครูอรองค์ด้วย .. อย่าให้ครูเที่ยวเดินเล่น” ณไตรเน้น “ไปไหนมาไหนคนเดียว” ณไตรตวัดสายตามองอรองค์ดุๆ แล้วเดินออกไป
อรองค์ขยับจะตาม แสงคำพูดขึ้น “จะตามไปทำไม พ่อเลี้ยงเค้ามีธุระ”
“ธุระอะไร”
“ท่าทางก็ฉลาด ถ้าไม่แกล้งโง่ ก็ต้องรู้ว่า...ธุระส่วนตัว” อรองค์ชักสีหน้ามองแสงคำทันที
แสงคำมองกวนตอบโต้

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 19 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ