อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 19 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 19 ต.ค. 57

“ผมจะสั่งคนงานเพิ่มเวรยามเฝ้าทุกด้าน” แสงคำมองไปในเรือน “เนื้อนางเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรมาก ฉันคอยดูอยู่ ยังไงนายช่วยพาครูอรองค์กลับหิมวัตด้วย”
“แล้วถ้าเกิดครูอรองค์ไม่ยอมกลับ”

“บังคับ!! ฉันไม่อยากให้คนอื่นอยู่ที่นี่ ตราบใดที่เราลากตัวไอ้สารเลวนั่นมาไม่ได้”
แสงคำ ม่อนดอยมองณไตร สายตาณไตรเจ็บใจที่เนื้อนางถูกทำร้าย


วันดีตบหน้าบุญลือดังฉาด บุญลือหน้าสะบัด “แค่ฆ่าเนื้อนาง งานง่ายๆแค่นี้ แกทำพลาดได้ยังไง”
“ก็เนื้อนางมันดวงแข็ง พ่อเลี้ยงก็ตามมาช่วยไว้ทันแถมยังมีไอ้ม่อนดอย ไอ้แสงคำที่คอยอยู่รอบตัวมันอีก”
“ก็แยกมันสิ แกมีตั้งสองคน ทำงานสะเพร่า ไม่ได้เรื่อง”
“ฉันกับไอ้ปิงก็ทำเต็มที่แล้ว พี่จะให้ฉันทำยังไงต่อ”
“แยกทุกคนที่ช่วยเนื้อนางออกมา แล้วแกก็หาโอกาสฆ่าเนื้อนางให้ได้ เราต้องรีบลงมือทำให้เนื้อนางมันตายตามแขไขไป” บุญลือมอง เห็นสายตาเหี้ยมโหดของวันดี

เนื้อนางนั่งอยู่ในเรือน มีณไตรนั่งใกล้ คำฝายกับม่อนดอยนั่งถัดมา
คำฝายถามขึ้นหน้าตาสงสัย “ถ้าไม่ใช่ผีแขไข แล้วใครที่อยากฆ่าเนื้อนาง เนื้อนางไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนอกจากแขไข”
“ฉันกับแสงคำจัดเวรยามให้แน่นหนาขึ้นแล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องระวังตัวด้วย คำฝาย ม่อนดอยเฝ้าเนื้อนางไว้”
“ให้ไอ้ม่อนมันเฝ้าก่อนนะ พ่อเลี้ยง พรุ่งนี้ฉันว่าจะไปเอาของที่บ้านน้าบุญน่าน ออกมายังไม่ทันได้เก็บอะไรเลย ทั้งของฉันของเนื้อนาง”
“ของเยอะนะพี่คำฝาย เนื้อนางไปด้วยดีกว่า”
“ไม่ต้องๆ เนื้อนางอยู่ที่นี่กับพ่อเลี้ยงนั่นแหละ ฉันไปช่วยคำฝายมันถือเอง” ม่อนดอยอาสา
ณไตรพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันมามองเนื้อนาง ทอดสายตาห่วงใย

ในเรือนพักณไตร แสงคำยืนอยู่ตรงข้ามอรองค์ที่ซักไซ้ “ทำไมถึงจับตัวไม่ได้ อย่างนี้ผีแขไขก็ไม่มีจริงใช่มั้ย แล้วใคร..ที่อยากจะฆ่าเนื้อนาง”
“ผมก็สงสัยเหมือนคุณนั่นแหละ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาถาม คุณต้องกลับหิมวัต”
“ฉันยังไม่อยากกลับ”
“ที่นี่ไม่มีที่ให้คุณพักหรอกนะ นี่ก็เรือนพ่อเลี้ยง หรือว่าคุณจะไปนอนที่เรือนคนงาน ผมจะลองไปฝากให้...สงสัยว่าคุณจะไม่ห่วงลูกชายพ่อเลี้ยงแล้ว” แสงคำมองล้อๆ
อรองค์เห็นสายตาแสงคำก็ยังไม่ยอม “ที่นี่ไม่ปลอดภัย คุณณไตรจะอยู่ทำไม”
“พ่อเลี้ยงเค้าอยู่เฝ้าเมียเค้า แต่คุณ.. ไม่เกี่ยวอะไรกับที่นี่ อย่าถามมาก น่ารำคาญ พ่อเลี้ยงสั่งให้คุณกลับบ้านหิมวัตเดี๋ยวนี้ รถรออยู่แล้ว” แสงคำทำเสียงห้วนดุ
อรองค์สะบัดหน้า จำใจเดินลงไป แสงคำส่ายหัวอ่อนใจ เดินตาม
ยามเช้าในบ้านหิมวัต แม่นายเดินออกมา โมโหมากเมื่อรู้เรื่องเนื้อนางจากวันดีที่อยู่ด้านหลัง จันตายืนหน้าตาโมโหไปด้วย “พอฉันไม่อยู่นังผู้หญิงกาลี มันกล้ากลับมาที่นี่เชียวเหรอ แล้วทำไมถึงไม่มีใครเอาตำรวจมาจับมันเข้าคุก”
“พ่อเลี้ยงพาเนื้อนางไปอยู่ที่ปางแล้วเจ้า” วันดีรายงาน
แม่นายสีหน้าเจ็บใจลูกชาย จันตารีบจีบปาก “โอ๊ย มันร้าย นังนี่มันต้องใช้คุณไสยมนตร์ดำ อำนาจมืดแน่ๆ เจ้า”
“แล้วนี่ธรรพ์ไปไหน”
“คุณธรรพ์หลับอยู่ในห้องเจ้า”
“เมาข้ามวันข้ามคืนอีกใช่มั้ย” แม่นายมองวันดี วันดีก้มหน้า ไม่อยากตอบให้ธรรพ์ดูแย่ในสายตาแม่นาย
“จันตาไปปลุกให้เอง” จันตาอาสา
“ไม่ต้อง ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ตอนนี้เรื่องเนื้อนางสำคัญกว่า”
“ให้วันดีไปตามเนื้อนางมาหาแม่นายนะเจ้า”
“ให้อรไปก็ได้ค่ะ แม่นาย” แม่นายหันไปมองอรองค์
จันตามองอย่างไม่เคยเห็นหน้า “หล่อนเป็นใคร”
อรองค์ไหว้แม่นายอย่างนอบน้อม “ดิฉันชื่ออรองค์ คุณณไตรจ้างมาเป็นครูของอัศดายุค่ะแม่นาย” อรองค์ยิ้มนอบน้อมให้แม่นายที่มองอรองค์หัวจรดเท้า

ณไตรรับชามข้าวต้มจากคำฝายมา จะป้อนเนื้อนาง เนื้อนางยังไม่ยอมกิน “เนื้อนางกินเองได้จ้ะ”
“ก็ให้พ่อเลี้ยงป้อนนั่นแหละ เนื้อนาง จะได้หายไวไว” คำฝายยิ้มทะเล้น
ม่อนดอยที่รออยู่ด้านนอกประตู ชะโงกหน้าเข้ามาเรียก “ไปหรือยัง คำฝาย”
“เร่งจริง เห็นมั้ยเนี่ยะว่าเอาข้าวมาให้เนื้อนางก่อน” คำฝายหันไปทางเนื้อนาง “เดี๋ยวพี่รีบไป รีบกลับนะ”
คำฝายรีบออกจากเรือน
เนื้อนางมองแล้วหยั่งเสียงอ้อนขอณไตร “ฉันอยากไปลาน้าบุญน่านกับน้าบัวตองด้วยตัวเอง”
“วันหลังผมจะพาคุณไป วันนี้คุณยังไม่หายดี ต้องอยู่ที่นี่ อยู่ในสายตาผมตลอดเวลา” ณไตรแกล้งมองดุๆ เนื้อนางจำต้องเงียบ ณไตรตักข้าวต้มป้อนถึงปาก เนื้อนางต้องยอมกิน

อรองค์นั่งเรียบร้อยตรงหน้าแม่นาย จันตาอยู่ด้านหลัง วันดีมองอรองค์อย่างกรุ่นๆ ที่อาสาจะไปปางหิมวัต “อรเห็นคุณณไตรสนิทสนมกับเนื้อนางที่ปางน่ะค่ะ เป็นห่วงเป็นใยทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อวานที่เนื้อนางตกลงไปในเหว”
“ตกเหว แล้วทำไมมันไม่ตาย”
“มีคนจะฆ่าเนื้อนางด้วยเหรอ” จันตาสงสัย
“ค่ะ ลือกันว่าเป็นผีคุณแขไข”
“ว๊าย ผีคุณแขไข อาละวาดไม่เลิกซะที เฮี้ยนนัก ผีตายโหง” จันตาโวยวาย
“อรก็ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุเท่าไหร่นะคะ แต่คนที่ปางกลัวผีคุณแขไขกันมากยกเว้นเนื้อนาง ดูเธอไม่กลัว แล้วก็ชอบท้าทายผีคุณแขไข”
“ก็มันนั่นแหละ นังฆาตกรฆ่าคุณแขไข” จันตาใส่ไฟ
“อรก็ได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน เนื้อนางเธอใจร้ายเหลือเกินนะคะ ฆ่าคนทั้งคน ทำไมถึงไม่มีใครเอาผิดเธอได้”
แม่นายมองอรองค์ด้วยสายตาพิจารณา เห็นว่าอรองค์ไม่ชอบเนื้อนาง
วันดีมองแล้วรีบเสนอตัว “ให้ครูอรองค์อยู่ดูแลคุณหนูอัศดายุเถอะเจ้า วันดีไปที่ปางให้เอง”
“ไม่ต้อง คนงานอย่างแกไปจะได้เรื่องอะไร แกดูแลอัศดายุไป วันดี” แม่นายหันมาทางอรองค์ “ครูอรองค์ เธอช่วยไปตามณไตรกลับมาหาฉันหน่อยได้มั้ย ฉันไม่อยากเห็นหน้าเนื้อนางให้เป็นเสนียดตาตั้งแต่วันแรกที่กลับมา”
“ได้ค่ะ อรยินดีรับใช้ตามคำสั่งแม่นายทุกอย่างค่ะ” อรองค์ยิ้มหวานท่าทางนอบน้อมให้แม่นายเต็มที่

เนื้อนางชะเง้อมองไปด้านนอก แล้วหันมาถามณไตร “อ้ายแสงคำไปไหน เนื้อนางยังไม่เห็นเลยตั้งแต่เช้า”
“ผมใช้แสงคำไปดูไม้ในป่า”
“ไม่เห็นม่อนดอยเล่าเลยว่าช่วงนี้มีตัดไม้”
“ม่อนดอยไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ผมสั่งแสงคำคนเดียว”
“วันก่อนอ้ายแสงคำก็เข้าป่าไปคนเดียว แล้วบอกว่าไปทำงานให้พ่อเลี้ยง” เนื้อนางสายตาสงสัย คอยมอง ท่าทางณไตร แต่ณไตรตอบหน้าตาปกติ
“ผมมีงานให้แสงคำทำทุกวันอยู่แล้ว เพราะเค้าเป็นผู้จัดการปาง หรือคุณคิดว่าผมกับแสงคำปิดบังอะไรคุณอยู่” ณไตรย้อนถามกลับ
เนื้อนางมอง ไม่ตอบอะไรต่อความ ได้แต่เก็บความสงสัย

แสงคำถือปิ่นโตเดินมองซ้ายมองขวา ระวังว่าจะมีคนเห็น มาหยุดหน้ากระท่อมกลางป่า มีต้นไม้บดบัง
แสงคำเดินถือปิ่นโตก้าวยาวๆ เปิดประตู แทรกร่างเข้าไปก่อนจะปิดประตูสนิท

ณไตรนั่งเฝ้าอยู่ใกล้เนื้อนาง เนื้อนางมองแล้วบอกขึ้น “พ่อเลี้ยงจะเข้าไปทำงานในปางก็ไปเถอะ กลางวันแสกๆ เนื้อนางอยู่ได้ ไม่กลัวหรอก”
“ไม่ได้ ต้องอยู่จนกว่าจะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ”
เนื้อนางมองค้อน หมั่นไส้น้อยๆ ประชดขึ้น “ไม่ต้องทำการทำงานกันเลยสิ มานั่งเฝ้าผู้หญิงคนเดียว”
“ก็อยากเฝ้า แล้วนี่อีกนานมั้ยกว่าคำฝายจะกลับ” ณไตรถามขึ้น
เนื้อนางมองไปไกล คิดถึงคำฝายที่ไปบ้านคณะบุญน่าน

ที่บ้านบุญน่าน คำฝาย ม่อนดอยมีลังใส่ของข้างตัว 2 ใบ กระเป๋า 2 ใบ ถุงใส่ของอีก 2ใบยืนอยู่หน้าบุญน่าน บัวตอง
คำฝายยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งคู่ “ขอบคุณน้าสองคนมากที่ช่วยให้ฉันกับเนื้อนางมีที่อยู่ที่กิน มีงานทำเลี้ยงชีวิตมาตั้งหลายปี”
“เออ ไปดีแล้วกัน อย่าซมซานกลับมาอีกล่ะ” บุญน่านอวยพร
คำฝายอดไม่ได้ “ก็ไม่รู้จะดีได้นานแค่ไหน ไปถึงก็เจอแต่เรื่อง”
“เรื่องอะไร" บัวตองถาม
ม่อนดอยเล่า “ก็ผีหลอกน่ะสิ”
“ฮ้า !!! ผี”
คำฝายกำลังจะเล่าเรื่องผีแขไข แต่เสียงกำปุ้งกรี๊ดดังยาวออกมาจากอีกด้าน “อ๊ายยยยยยยย” สี่คนมองตกใจ
คำฝายนึกได้ก่อน “เสียงอีผีบ้ากำปุ้ง เสียงร้องเหมือนถูกเชือด หรือว่ามีใครฆ่ามัน”
คำฝายคว้าถุงกับกระเป๋าวิ่งนำไป บุญน่าน บัวตองตามไปติดๆ
ม่อนดอยทั้งหิ้วทั้งแบกของที่เหลือตามไป

ที่ลานบ้านกำลังซ้อมเต้น ประกายถือแส้ฟาดขวับลงที่ก้นกำปุ้งอย่างแรง “อ๊ายยยยยยยยย เจ็บนะ อีประกาย”
“แกเรียกใคร อี”
“เรียกอีนี่” กำปุ้งรีบหันไปชี้สร้อยฟ้า “เรียกอีสร้อยฟ้าค่ะ คุณแม่ประกายเจ้าขา”
แมงมันที่ดูซ้อมอยู่หัวเราะหยัน “กิ้งก่ามันยังเปลี่ยนสีไม่ทันแกเลยนังกำปุ้ง”
“ก็กิ้งก่ามันไม่มาเจอแส้อย่างคุณน้องนี่คะ อีคุณพี่แมง”
“หยุดพูดมาก เต้นไป ดีดี ตั้งใจซ้อม ใครผิดจังหวะอีกครั้งเดียว ฉันหักเงินค่าแรงเรียบ”
ทุกคนทำหน้าตกใจ นักดนตรีขึ้นเพลง ทุกคนซ้อมเต้น รัญจวนตกใจเสียงประกาย ทำผิดท่า ค้างเติ่งอยู่คนเดียว ประกายฟาดขวับ รัญจวนกรี๊ด คำฝาย บัวตอง บุญน่านพากันเข้ามาเห็น ม่อนดอยรั้งท้ายเพราะแบกข้าวของ
ประกายกำลังฟาดก้นรัญจวนอีกขวับ
“อีประกาย เอ็งเห็นข้าเป็นวัวเป็นควายหรือไง ตีเอาตีเอา”
“วัวควายตีแล้วมันยังจำ ชั้นตีแกทุกครั้งที่ซ้อม ทำไมแกไม่จำ”
คำฝายหัวเราะลั่น พวกรัญจวนหันขวับมองคำฝาย ม่อนดอย คำฝายเท้าเอว หัวเราะจนตัวโยนด้วยความสะใจ

กระท่อมกลางป่า ได้ยินเสียงแสงคำกำลังคุยกับใครคนหนึ่งในกระท่อม
“ไม่ต้องรีบกิน เดี๋ยวจะสำลัก เอ้า...น้ำ แล้วค่ำๆ จะมาใหม่นะ”
“อือ..อือ” เสียงรับคำฟังไม่ชัดว่าเป็นใคร

คำฝายมองกลุ่มรัญจวนด้วยสายตาสะใจมาก ม่อนดอยอมยิ้มอยู่ใกล้ๆ “เป็นไงล่ะพวกแก ทีใครทีมันนะ ทำเป็นข่มคนอื่นเค้าไว้เยอะ ทีนี้รู้หรือยัง คนเราอย่าเอาแต่ดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น วันนึงบาปกรรมมันจะย้อนตามทัน”
สร้อยฟ้าเอ่ย “อีคำฝาย”
ประกายถาม “เรียกใคร อี”
สร้อยฟ้าชี้คำฝาย “เรียกมัน”
“นี่เพื่อนชั้น เรียกใหม่ ไม่งั้นแม่ฟาดตายคาแส้” ประกายเงื้อแส้
บัวตองหมั่นไส้ ตวาดขึ้น “ให้มันน้อยๆหน่อย นังประกาย ตีเอาตีเอา เดี๋ยวมันทำงานไม่ได้ รายได้หายหมดกันพอดี”
“ต้องตีให้มันหลาบจำ จะได้รู้ว่า ที่นี่ใครใหญ่” ประกายแผดเสียง “ฮ้า ชั้นถามว่าใครใหญ่”
3 คนรีบตอบพร้อมเพรียง “คุณแม่ประกายใหญ่ที่สุดค่ะ”
ประกายยืด บุญน่านรีบเข้าไปโอ๋เมียใหม่ “เอาเลยจ้ะ แม่ประกายคนสวย จะลงโทษพวกมันยังไง พี่ไม่ห้าม จะฟาดจะตี จะตบจะเตะพี่เห็นดีด้วยทุกอย่าง”
บัวตองปราม “มากไป ไอ้แก่”
“แกกลับเข้าไปนอนในบ้านเลยไป นังบัวตอง ไม่ต้องมายุ่งอะไรอีก ปล่อยให้น้องประกายคนสวย เค้าคุมคณะแทนได้แล้ว”
ประกายเบะปาก เชิดใส่บัวตอง บัวตองชักสีหน้าที่บุญน่านเอาใจประกายทุกอย่าง
ม่อนดอยได้แต่มองเสียดายประกาย
“สันดานเมียน้อย ... คางคกขึ้นวอ” กำปุ้งมุบมิบด่าประกาย
ประกายได้ยิน หันขวับ ยกแส้ “ใครด่าฉัน”
“ไม่มี้ คุณแม่ประกาย หูแว่วหาเรื่องไปเองรึเปล่าคะ”
“แล้วพวกแกหยุดซ้อมทำไม ใครสั่งให้หยุด”ประกายฟาดแส้เฉียดร่างกลุ่มรัญจวนที่ร้องกรี๊ด
ม่อนดอยแกล้งแหย่ขึ้น “อย่าให้ถึงตายเลยนะ ประกาย”
“ใช่ เพราะอีป้าสามคนเนี่ยะ มันไม่มีป่าช้าไหนจะให้ไปสิงสู่แล้ว นึกว่าเลี้ยงสัมภเวสี เวทนามันเอาบุญ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 19 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ