อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19 วันที่ 20 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19 วันที่ 20 ต.ค. 57

“แล้วพวกแกหยุดซ้อมทำไม ใครสั่งให้หยุด”ประกายฟาดแส้เฉียดร่างกลุ่มรัญจวนที่ร้องกรี๊ด
ม่อนดอยแกล้งแหย่ขึ้น “อย่าให้ถึงตายเลยนะ ประกาย”
“ใช่ เพราะอีป้าสามคนเนี่ยะ มันไม่มีป่าช้าไหนจะให้ไปสิงสู่แล้ว นึกว่าเลี้ยงสัมภเวสี เวทนามันเอาบุญ”

“แกคิดว่าจะไปตลอดรอดฝั่งเหรอ นังคำฝาย” กำปุ้งเหยียด
“ไม่ต้องมาห่วงข้า ห่วงเงาหัวพวกแกเองดีกว่า” คำฝาย หัวเราะ
“ขอให้อยู่ที่นี่เป็นผีบ้าน ผีเรือนไปจนตายคาเวทีนะจ๊ะ” คำฝายหัวเราะเยาะดัง
กำปุ้งจะเข้าไปตบ ประกายฟาดแส้ขวั่บโดนตัว กำปุ้งร้องลั่น ม่อนดอยมองเสียวไส้
บัวตองห้าม “พอแล้วนังประกาย นี่คณะของข้า จะมาตีคนเหมือนหมูเหมือนหมาไม่ได้”



“แกนั่นแหละพอ นังบัวตอง น้องประกายเค้าจะทำให้คณะเจริญรุ่งเรือง เก่าหงำเหงือกอย่างแก อย่ามาขวางมือขวางเท้า” บุญน่านฮึดฮัด
ประกายทำเป็นรีบดึงบุญน่าน “อย่าจ้ะ อย่าพี่บุญน่าน แก่ขนาดนี้ ปล่อยให้หมดลมไปเองดีกว่า เราจะได้ไม่บาป” ประกายหัวเราะเยาะ
คำฝายเห็นท่าไม่ดี ยกมือไหว้บุญน่านกับบัวตอง “เรื่องผัวๆเมียๆ ฉันไม่ขอเป็นพยาน .. มานานแล้ว .. ฉันลาล่ะจ้ะ” คำฝายกับม่อนดอยพากันยกข้าวของออกไป
ประกายมองเยาะบัวตองแล้วพูดสั่งขึ้น “ซ้อมกันไปนะ ฉันไม่ว่าง เจอเพื่อนเก่าทั้งที จะพาไปกินข้าวแพงๆซะหน่อย” ประกายพูดอวดเต็มที่ แล้วเดินเชิดตามคำฝาย ม่อนดอยออกไป
บัวตองมองไม่ชอบใจประกายอย่างมาก “นังประกาย หยิ่งผยองผองขน กำเริบกระทั่งคนที่ชุบเลี้ยงมันมาอย่างกู ซักวันเถอะ กูจะจิกหัว ตบล้างน้ำ แล้วกระทืบๆๆให้จมดิน ไม่ต้องเผยอหน้าขึ้นมาได้อีก”
สามคนเห็นแล้วแอบยิ้มตามนิสัยชอบยุแหย่

เนื้อนางออกมานั่งอยู่ที่แคร่ ณไตรยังนั่งใกล้
เนื้อนางมองณไตรแล้วเอ่ยขึ้น “คืนนั้น ที่เกิดเรื่อง เนื้อนางถูกตีจนสลบ คุณแขไขหายไป คุณธรรพ์ไม่รู้ว่าตัวเองมานอนในเรือนได้ยังไง” ณไตรมองเนื้อนางที่พูดทบทวนขึ้น “มีคนอยากให้เกิดเรื่องเนื้อนางเป็นชู้กับคุณธรรพ์แล้วพอเนื้อนางกลับมา ก็ยังมีมีคนอยากให้เนื้อนางตายตรงที่ๆ เจอศพคุณแขไข มันไม่ใช่ความบังเอิญ มีคนอยากให้เนื้อนางไปจากบ้านหิมวัต ไปจากที่นี่ ไม่อยากให้เนื้อนางพูดความจริง”
“ถ้าคนที่ทำเรื่องนี้ทั้งหมดต้องการปิดปากคุณ ทำไมถึงต้องฆ่าแขไขด้วย มันไม่ง่ายกว่าเหรอถ้าจะจัดการคุณคนเดียว โจทย์ที่เราต้องตีให้แตก หาคำตอบให้ได้ คือใครที่ได้ผลประโยชน์จากการตายของคุณกับแขไขมากที่สุด”
เนื้อนางกับณไตรไม่ทันจะคุยต่อ อรองค์เดินมาทางณไตรกับเนื้อนาง สองคนหันไปมอง อรองค์ยิ้มหวานให้ณไตร
“ครูอรองค์ มาที่นี่ทำไมอีกครับ”
“อรมาตามคำสั่ง.... ของแม่นายค่ะ”
ณไตรพอได้ยินชื่อแม่นายก็สีหน้ายุ่งยากใจหันไปมอง สีหน้าเนื้อนางหนักใจขึ้นทันที
คำฝาย ม่อยดอยพากันหอบหิ้วของมา กำลังจะออกจากรั้ว
ประกายเดินเร็วตามหลังมาเรียก“คำฝาย ม่อนดอย รอก่อน” คำฝาย ม่อนดอยหันไป ประกายเดินมาหยุดหน้าคำฝาย ม่อนดอย “ไหนๆก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาไปเลี้ยงข้าว”
“ไม่ต้องหรอก พวกฉันจะรีบกลับปาง”
“เฮ้ย .. อะไรคำฝาย นานๆ คนป่าจะเข้าเมือง แล้วปางมันก็ไม่หายไปไหน น้องประกายเค้าอุตส่าห์มีน้ำใจ อยากใกล้ชิดข้าเป็นครั้งสุดท้าย” ม่อนดอยทักท้วง
“กี่ปี กี่ปีก็ไม่เจียมเลยนะ ไอ้ม่อน” ประกายด่า
“เออๆ จะไปก็รีบไป หิวเหมือนกัน แต่ห้ามโอ้เอ้นะ ข้าไม่อยากกลับถึงปางดึกๆ” คำฝายเห็นแก่ประกาย
ประกายเดินนำ คำฝาย ม่อนดอยพากันหอบหิ้วของเดินตาม

เนื้อนางมองณไตรกับอรองค์แล้วเอ่ยขึ้น เสียงขมขื่น มีความในใจ “ถึงเวลาแล้วสินะ ที่ฉันจะต้องไปรับคำเย้ยหยัน ดูถูกจากแม่นาย”
อรองค์มองเนื้อนางที่สีหน้าเจ็บปวด แต่ณไตรกลับห้ามขึ้น “ไม่ต้องไปเนื้อนาง คุณก็รู้ว่าถ้าคุณเจอแม่นาย ยังไงก็ต้องมีเรื่องกันอีก”
“แต่ฉันก็จะไม่ทำตัวเป็นคนขี้ขลาด เอาแต่หลบหน้าแม่นายทั้งๆที่ฉันไม่ผิด”
“ผมไม่อยากให้มีเรื่องกันตลอดเวลา ถึงได้แยกให้คุณมาที่นี่ ต่างคนต่างอยู่”
อรองค์มองแล้วถามขึ้นเสียงเกรงๆ “แม่นายจะไม่พอใจหรือเปล่าคะ ถ้าคุณณไตรกลับไปคนเดียว”
“เรื่องนี้ผมรับผิดชอบเอง แม่นายอยากรู้อะไร ก็คุยกับผมคนเดียว” ณไตรพูดเสียงเฉียบขาด ไม่เปิดโอกาสให้เนื้อนางหรืออรองค์โต้แย้งได้อีก
แสงคำกำลังเดินตรงมาที่เรือน ณไตรหันไปเห็นแสงคำ ก็มองเบาใจ แสงคำเดินมา ปรายตามองอรองค์ อรองค์มองแสงคำสายตาเมินเฉย
ณไตรบอกแสงคำ “ฉันจะกลับหิมวัต”
แสงคำมองไปที่เนื้อนาง แล้วบอกอย่างรู้ความคิดณไตร “พ่อเลี้ยงไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง”
ณไตรมองไปที่เนื้อนาง สีหน้าเนื้อนางหนักใจเพราะรู้นิสัยว่าแม่นายจะไม่มีวันเลิกเกลียดชังเอาผิดเธอ

ในร้านอาหาร คำฝายกับม่อนดอยกำลังกินอาหารอร่อย
ประกายมองคำฝายแล้วถามขึ้น “ฉันถามจริงๆ เถอะ คำฝาย แกจะกลับไปลำบากลำบนที่ปางอีกทำไม”
คำฝายกับม่อนดอยหยุดกินทันที
“ในป่า ไม่สบายกายแต่สบายใจนะ ประกาย” ม่อนดอยน้ำเสียงน้อยใจ ประกายมองเชิด ไม่สน
คำฝายมองประกายแล้วตอบจริงจัง “ชีวิตฉันกับเนื้อนางเกิดกลางป่า ที่ปางเป็นบ้านของฉัน แล้วชีวิตที่มีเพื่อนมันก็เป็นชีวิตที่มีความสุขมากกว่าชีวิตที่มีเงินแต่ไม่มีอิสระ”
ประกายเบะปากไม่เห็นด้วย คำฝายเห็นแล้วเตือนประกายด้วยความหวังดี “แกก็เหมือนกัน หัดเก็บเงินเก็บทองไว้บ้าง อย่าเอาไปซื้อเสื้อผ้าประโคมโหมแต่งตัวซะหมด”
“ฉันไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแกกับเนื้อนางนี่”
ม่อนดอยชะงักกับคำพูดแรงๆของประกาย
คำฝายมองประกายแล้วเอ่ยตอบ ไม่มีท่าทีโกรธเคือง “เออ แกจะมองฉันกับเนื้อนางต่ำต้อยยังไงก็ช่าง ฉันไม่ถือเพราะฉันเห็นแกเป็นเพื่อน” ประกายสีหน้าเจื่อนลง คำฝายยังพูดตรงๆ “จำไว้นะ ประกาย ... คนอื่นเค้าจะนับถือเราที่ความดี เพราะเสื้อผ้าต่อให้สวยแค่ไหนก็ปิดใจสกปรกไม่ได้ ฉันก็ขอให้ชีวิตแกโชคดีแล้วกัน”
คำฝายยิ้มให้ ประกายละอายใจต้องหลบสายตาซื่อจริงใจของคำฝายกับม่อนดอย มองไปทางอื่น

เนื้อนางนั่งชะเง้อมอง มีแสงคำที่คอยอยู่ใกล้ “ป่านนี้พี่คำฝายกับม่อนดอยน่าจะกลับมาได้แล้ว” เนื้อนางบ่นด้วยความเป็นห่วงแล้วหันกลับมามองทางแสงคำ เนื้อนางแกล้งพูดขึ้น“อ้ายแสงคำหายไปทั้งวัน เนื้อนางคิดว่าไปตามหาผีแขไข”
แสงคำรีบตอบ “ใช่ๆ อ้ายไปตามหาว่ามีใครหรือเปล่า ที่มันแอบเข้ามาในปาง”
“อ้าว เหรอ ... ไหนพ่อเลี้ยงบอกว่าใช้อ้ายแสงคำไปดูไม้”
แสงคำเห็นสายตาสงสัยของเนื้อนาง ก็รู้ว่าตัวเองพลาด เสียรู้เนื้อนางไปแล้วเลยรีบยิ้มกลบเกลื่อน “ก็ไปดูไม้ด้วยไง”
“เนื้อนางเชื่อใจนะ ว่าอ้ายแสงคำกับพ่อเลี้ยงไม่ได้ช่วยกันปิดอะไรเนื้อนาง”
แสงคำเห็นสายตาเนื้อนางคมกริบ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

ณไตรยืนอยู่ตรงหน้าแม่นาย จันตา วันดียืนห่างออกมา อรองค์หลบฟังอยู่ห่างออกไปที่มุมหนึ่ง
“แกอยากเห็นฉันอกแตกตายใช่มั้ย ถึงปกป้องนังฆาตกรขนาดเอามันไปหลบที่ปาง”
“ที่ผมแยกตัวเนื้อนางไป เพราะไม่อยากให้แม่นายไม่สบายใจ ไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะตบตีกันอีก”
“มันสมควรโดน ขนาดมันเป็นฆาตกร แกยังเห็นมันดีกว่าแม่ ฉันถามแกจริงๆเถอะ” แม่นายมองณไตรแล้วกรีดคำพูด “แกกอดผู้หญิงแพศยาอย่างเนื้อนางลงไปได้ยังไง ไม่ทุเรศตัวเองเลยเหรอที่ต้องใช้ผู้หญิงคนเดียวกับน้องชาย”
“แม่นาย” เสียงณไตรเครียดเข้ม ทุกคนตกใจเงียบกริบ
อรองค์มองด้วยสายตาลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองแม่ลูก
“ผมรู้ว่าแม่นายเกลียดเนื้อนาง ไม่เคยต้อนรับ ไม่เคยเห็นใจ ผมถึงแยกเนื้อนางไปให้ห่างสายตาแม่นายที่สุด ห่างจากธรรพ์เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นมาอีก”
“คิดเหรอว่าแกจะเปลี่ยนนิสัยกร้านโลกีย์ของเมียแกได้ ไม่มีทางหรอก ณไตร แกต้องเสียใจเพราะเนื้อนางอีก”
ณไตรมองแม่ด้วยสายตาขมขื่น “แม่ครับ แม่ทั้งลงโทษ ทั้งปรักปรำ ทั้งให้ร้ายผู้หญิงคนนึงมากเกินไปหรือเปล่าครับ ความจริงยังไม่มีการพิสูจน์ จะพิพากษากันเลยหรือครับ”
แม่นายมองโกรธ จันตาพลอยมีสีหน้าขัดเคืองเหมือนแม่นายไปด้วย วันดีมองด้วยสายตาคมปลาบ อรองค์มองสังเกตทุกอย่างไว้เป็นข้อมูล
“ในเมื่อเนื้อนางมันกล้ากลับมา มันก็ต้องเตรียมตัวตาย” แม่นายประกาศเสียงกร้าว
ณไตรสีหน้ากดดัน

เนื้อนางกำลังปูที่นอน แสงคำยืนที่ประตู มีปืนในมือ เฝ้าเนื้อนาง “พรุ่งนี้พ่อเลี้ยงจะมาที่นี่ได้อีกหรือเปล่า” เนื้อนางหันมามองแสงคำๆ พูดต่อ “แม่นายต้องขวางเรื่องพ่อเลี้ยงกับเนื้อนางอีก”
เนื้อนางยิ้มเศร้า แสงคำมองสงสาร “เนื้อนางนอนเถอะ อ้ายจะไปเฝ้าอยู่ข้างนอก”
“เดี๋ยวพี่คำฝายก็คงมาแล้วล่ะจ้ะ”
แสงคำเดินออกไป เนื้อนางหันมาปูที่นอนรอคำฝาย

ริมถนนในเมือง เห็นคำฝาย ม่อนดอยยืนถือ หอบข้าวของพะรุงพะรังกันอยู่
“เป็นไงล่ะ มัวแต่อาลัยอาวรณ์ประกายคนสวย ตกรถเลยเห็นมั้ย”
“เออๆๆ รู้แล้ว ฉันผิด”
“ยิ่งต้องรีบกลับปางไปอยู่กับเนื้อนางด้วย มืดค่ำป่านนี้แล้ว”
ม่อนดอยประชด “ขี่หลังฉันไปเลยมั้ยล่ะ”
“เออ เอาซีวะ น้ำหน้าอย่างแก กว่าจะถึงปางคงชาติหน้า”
“งั้นก็รอรถโดยสารพรุ่งนี้เที่ยวแรก หรือไม่ก็เดินกันไป” ม่อนดอยเสนอทางเลือก
คำฝายสีหน้าหงุดหงิดใส่ม่อนดอยด้วยความเป็นห่วงเนื้อนาง

แสงคำเดินมานั่งเฝ้าที่ระเบียง ที่ชายป่าหลังเรือนเห็นชุดขาววูบขึ้น แสงคำลุกพรวด ชุดขาวเคลื่อนไปในป่า “มึงมาอีกแล้วใช่มั้ย ไอ้ผีแขไข” แสงคำยกปืนยิงปังไปที่ชายป่าแล้วแทบโดดลงเรือน วิ่งตามจับผีแขไขทันที
เนื้อนางสะดุ้งที่ได้ยินเสียงปืน “อ้ายแสงคำ” ไม่มีเสียงตอบ เนื้อนางเดินมาชะโงกมองที่ประตู ไม่เห็นแสงคำ เนื้อนางมองไม่สบายใจ
แสงคำวิ่งไล่ตามปิงที่วิ่งเร็วมา ปิงวิ่งนำไปไม่ไกล แสงคำยกปืนยิงอีกนัด หวังหยุดร่างข้างหน้า เสียงปืนดังปัง! ปิงโดดหลบไปข้างพุ่มไม้ทันที แสงคำยกปืนยิงไปทางพุ่มไม้อีกปังแล้ววิ่งตามอย่างเร็ว มีเชือกขึงต่ำอยู่ที่พื้น แสงคำไม่ทันเห็นสะดุดเข้าเต็มที่ กลิ้งล้มลงไปกับพื้น
แสงคำกำลังจะลุก บุญลือพุ่งมาจากด้านหลัง ฟาดไม้ลงที่ท้ายทอยแสงคำสองที แสงคำถึงกับทรุด ล้มลง หมดสติ

เนื้อนางหยิบมีดเป็นอาวุธมาวางไว้ข้างตัว เสียงด้านนอกลมพัดแรง เนื้อนางมองไปนอกหน้าต่าง ต้นไม้โอนเอนไหวตามแรงลม เป็นเงาวูบวาบน่ากลัว

ที่ชายป่าหลังเงาต้นไม้ บางอย่างปรากฏในความมืดขึ้น ผมยาวปลิวตามแรงลมปิดหน้า ค่อยๆเคลื่อน ตรงมาทางเรือนเนื้อนาง
บุญลือกับปิงมองแสงคำที่นอนสลบกับพื้น บุญลือมองแค้น กระทืบลงกลางหลังแสงคำ “ทีนี้มึงก็ขวางกูไม่ได้แล้ว ไอ้แสงคำ” บุญลือยิ้มร้าย หันหลังเดินไปทางเรือนเนื้อนาง ปิงตามไป ทิ้งร่างแสงคำไว้
เนื้อนางรู้สึกหนาววูบ มองมีดที่อยู่ข้างตัวให้อุ่นใจ ลูบแขนตัวเองแล้วเอนตัวลงนอน
ผู้หญิงผมยาวปิดบังหน้าตากำลังเคลื่อนมาใกล้เรือนเนื้อนางขึ้นทุกที
เนื้อนางพลิกตัวตะแคงหันหลังให้ประตู กระสับกระส่ายไปมา แล้วหลับตาลง
ผู้หญิงผมยาวเคลื่อนไหวไร้เสียง ก้าวขึ้นมาหยุดที่ระเบียง
เนื้อนางขยับ พลิกตัว นอนไม่หลับเพราะความกังวลที่คำฝายยังไม่กลับ แสงคำก็หายไป เนื้อนางมองไปบนเพดาน ถอนใจเบาๆ เนื้อนางรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนจ้อง ก็ค่อยๆพลิกหน้ามา
ใบหน้าที่พุ่งเข้าชิดหน้าเนื้อนาง ใบหน้านั้นแสยะยิ้ม เนื้อนางมองตาค้าง จำได้ไม่ลืมว่าเป็นใบหน้าแขไข !!!

ในป่า แสงคำยังนอนเหยียดยาว สลบ ไม่ได้สติ
เนื้อนางที่หน้าจ่อกับหน้าแขไข เสียงสั่นด้วยความกลัว “คุณ..แขไข”
หน้าแขไขที่ไม่มีสีสันของเครื่องสำอาง ผมยาวสยาย แววตาจ้องเขม็งที่เนื้อนาง เนื้อนางกำลังจะลุก แขไขพรวดบีบคอเนื้อนาง เนื้อนางดิ้น “คุณแขไข ..อย่า”
แขไขสายตาไม่รับรู้คำร้องขอชีวิตของเนื้อนาง ภาพความทรงจำขาดวิ่นของแขไขคืนที่ถูกบุญลือบีบคอ แขไขดิ้นรน มองเห็นแต่แววตาเหี้ยมของบุญลือ เนื้อนางดิ้นรน “คุณแข..ไข ปล่อย”
แขไขได้ยินเสียงอ้อนวอนเหมือนเสียงกระตุ้น ยิ่งเพิ่มแรงกดลงไป เนื้อนางดิ้นรนอย่างคนขาดอากาศ

บุญลือ ปิง เดินเร็วกันมา มุ่งหน้าไปที่เรือนเนื้อนาง

แขไขกดคอเนื้อนางที่เริ่มหายใจไม่ออก “อย่า.. อย่าทำ ..เนื้อ นาง”
เนื้อนางคว้ามือพยายามหยิบมีดข้างตัว แต่แขไขกดคอแรง เนื้อนางกำมีดได้ แขไขกดแรงขึ้น เนื้อนางหมดแรง มีดที่กำลังจะยกขึ้นหล่นจากมือ แขไขมองจ้องเนื้อนาง บีบแรงขึ้น เนื้อนางดิ้นเฮือก รวบรวมกำลังเอามือจับแขนแขไขที่กดคออยู่
แขไขถูกเนื้อนางแตะตัว แววตาวาบความโกรธเกลียดรุนแรง จับหัวเนื้อนางกระแทกลงพื้น เนื้อนางถึงกับหมดสติทันที แขไขมองจ้อง ปล่อยมือออกจากคอ หยิบมีดขึ้นมาถือไว้ มองเนื้อนางด้วยสายตากระด้าง

บุญลือวิ่งมา มองเห็นเรือนอยู่ตรงหน้า บุญลือพุ่งตรงขึ้นบันไดเรือน ปิงตามหลังไปติดๆ
แขไขกำลังยกมีดพร้อมจะจ้วง บุญลือเข้ามาในเรือน ปิงตามมาด้านหลัง บุญลือมองภาพตรงหน้าก็ชะงักทันที
แขไขหันขวับมาทางบุญลือ บุญลือตกใจตาค้าง “แข ... ไข” แขไขลุกขึ้น ตัวแข็งทื่อ ถือมีดในมือ บุญลือขาสั่นด้วยความกลัว “แกตายไปแล้ว... ฉันฆ่าแกกับมือ”
แขไขกำมีด ขยับเพียงก้าวสั้นๆ บุญลือตกใจ แหกปากร้องด้วยกลัว “ผี”
ปิงถอย วิ่งไปก่อน บุญลือหมุนตัวกลับหลังวิ่งหนีทันที แขไขมองจ้อง แล้วเคลื่อนตัวตามออกไป

ปิงโดดบันไดพรวดเดียวถึงพื้นแล้ววิ่งหน้าตั้งไปทางชายป่า บุญลือถอยมาที่บันได แขไขก้าวออกมาคลี่ยิ้มช้าๆ น่าสะพรึงกลัว บุญลือหันไปเห็นก็ตกใจสุดขีด ถอยหลังสะดุดขาตัวเอง กลิ้งลงจากบันได
แขไขหยุดยืนมองลงมา บุญลือตาเหลือกลานวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานกลับเข้าไปทางป่าด้านหลังอย่างไม่คิดชีวิต

ในความมืด เงียบสงัด บรรยากาศวังเวง แขไขยืนเด่นพร้อมจะกลับมาทวงแค้นทุกคนอีกครั้ง
แขไขขยับใบหน้าช้าๆ มองกลับเข้าไปในเรือน
เนื้อนางยังสลบไม่ได้สติ
แขไขกำมีดในมือ หันกลับมาจากในเรือน สายตาแขไขไม่รับรู้สิ่งใดอยู่ในภวังค์ของตัวเอง แขไขมองไปทางชายป่าที่ออกมา แล้วเคลื่อนร่างลงบันไดไปช้าๆ แขไขลงจากเรือนค่อยเคลื่อนกลับไปทางชายป่า แขไขหายลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงคำนอนสลบอยู่เริ่มขยับรู้สึกตัว แสงคำลุกขึ้นยืนสะบัดหัวไล่ความมึน แล้วนึกวาบ “เนื้อนาง” แสงคำวิ่งเร็ว กลับไปทางเรือนเนื้อนางทันที

ยามเช้า คำฝาย ม่อนดอยกำลังหอบหิ้วของกลับมาจากในเมือง
“เนื้อนาง .. พี่กลับมาแล้ว” คำฝายกำลังขึ้นบันได
แสงคำวิ่งออกมาจากชายป่า แสงคำตะโกน “เนื้อนาง” คำฝายกับม่อนดอยหันมามองแสงคำ แสงคำรีบบอก “เมื่อคืนผีแขไขออกมา ฉันถูกมันตีสลบอยู่ในป่า”
คำฝายทิ้งของในมือทันทีวิ่งพรวดเข้าไปในเรือน ม่อนดอย แสงคำวิ่งตามเข้าไป

เนื้อนางนอนสลบ ไม่ได้สติ คำฝายพุ่งเข้ามาเขย่าเนื้อนาง แสงคำ ม่อนดอยเข้ามามอง
“เนื้อนาง เนื้อนาง.. มันอะไรกัน ฉันไม่อยู่ทีไร เนื้อนางมีแต่เรื่องทุกที พ่ออุ๊ยหมื่นหล้าฝากเนื้อนางไว้กับฉันแท้ๆ”
เนื้อนางค่อยๆได้สติ ฟื้นขึ้นมา ทุกคนมองเบาใจไปเปลาะหนึ่ง คำฝายประคองเนื้อนางนั่ง เนื้อนางเอามือแตะที่คอ คำฝายมองตามมือเนื้อนางแล้วสะดุ้ง “คอๆตั๋ว”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19 วันที่ 20 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ