อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 20 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 20 ต.ค. 57

“คนมันพาลไงล่ะเนื้อนาง เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่าไม่ทำความดีแล้วยังปากหาเรื่องเก่งแต่ด่าพ่อแม่คนอื่น”
จันตาไม่ยอม “อีคำฝาย แกอยากตายในคุกพร้อมเนื้อนางมันใช่มั้ย”
“เออสิวะ ใครทำเนื้อนาง อีคำฝายมันก็เจ็บเหมือนกัน”

ตำรวจรีบเข้ามาขวางทั้งสองฝ่ายไว้ ตำรวจอีกคนเอากุญแจมือออกมา หันไปทางเนื้อนาง “เราขอควบคุมตัวคุณไปสอบสวนก่อนครับ”
คำฝายไม่ยอม “ไม่ได้ เนื้อนางไม่ได้ฆ่าใคร”
ม่อนดอยยืนยัน “จริงๆ นะครับ คุณตำรวจ เนื้อนางไม่ได้ฆ่าแขไข ผมเป็นพยานได้”
“ไอ้พยานนั่นแหละค่ะ ตัวดี สมรู้ร่วมคิด จับไปให้หมดเลยค่ะ ยังมีไอ้แสงคำอีกคน “ จันตาชี้
“ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย” คำฝายโมโหเข้าไปผลักจันตา จันตาล้ม


อรองค์รีบห้ามเพราะกลัวเหตุการณ์บานปลาย “คำฝาย อย่านะ อย่า” อรองค์เข้ามาขวางคำฝาย คำฝายเหวี่ยงอรองค์ล้มไปอีกคน “มา ใครจะจับเนื้อนาง มาข้ามศพอีคำฝายไปก่อน”
ม่อนดอยตกใจเข้าไปช่วยอรองค์ขึ้นมา
ตำรวจเข้ามาดึงคำฝายที่กำลังอาละวาดไว้ ตำรวจอีกคนรีบคว้าข้อมือเนื้อนาง กำลังจะสับกุญแจมือ เนื้อนางหน้าเสีย แม่นายรีบบอก “จับมันเข้าคุกไปเลย”
“หยุดนะ ใครก็จับเนื้อนางไม่ได้” ทุกคนหันไปเห็นณไตรที่ออกมาจากชายป่า วิ่งตรงเข้ามา
คำฝายสะบัดตัวออกห่างตำรวจ ม่อนดอยรีบเข้าไปดึงคำฝายห่างพวกแม่นาย ณไตรเข้ามาดึงเนื้อนางออกห่างตำรวจ
“หยุดปกป้องนังเมียชั่วช้าของแกสักที”
ณไตรหันขวับมองแม่นายด้วยสายตาลุกเป็นไฟ “แม่นายตัดสินเนื้อนางด้วยความเกลียด ไม่เคยให้ความยุติธรรม ทั้งๆ ที่เนื้อนางไม่เคยด่าว่าแม่นายสักครั้ง”
อรองค์เสริม “คุณณไตรคะ แม่นายหวังดี อยากให้ตำรวจมาสอบสวนเรื่องนี้”
“เงียบ ครูอรองค์ นี่มันเรื่องในครอบครัวผม ถ้าคุณยังยุ่ง วุ่นวายไม่เลิก ผมจะไล่คุณออกแล้วส่งกลับกรุงเทพวันนี้”
อรองค์อึ้ง เงียบทันที แม่นายยิ่งโมโห “แกพาลคนอื่นเพื่อช่วยนังฆาตกรคนเดียว”
“ผมไม่ได้ช่วยฆาตกร เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่บอกว่าเนื้อนางฆ่าแขไข ไม่มีอาวุธ ไม่มีพยาน เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อ 5 ปีก่อน ทุกคนตรงนี้ ไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์เลยแม้แต่คนเดียว” ณไตรหันไปทางตำรวจ “แค่คำพูดปรักปรำว่าเนื้อนางฆ่าแขไข มันไม่ใช่หลักฐานที่จะตัดสินความผิดเอาคนเข้าคุกได้”
ตำรวจฟังแล้วก็นิ่งเงียบเพราะจริงอย่างที่ณไตรพูด แต่จันตายังไม่ยอม “เราก็เห็นศพคุณแขไขที่ก้นเหว”
“แล้วเราเห็นตอนเนื้อนางฆ่าแขไขหรือเปล่า ฆ่ายังไง ใครเห็นบ้าง เธอเหรอ จันตา” ณไตรย้อนถาม กราดสายตามองทางกลุ่มแม่นาย จันตา อรองค์ “ความเกลียด ความเคียดแค้นของแม่นายทำลายชีวิตแขไขไปคนนึงแล้ว ผมจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกกับเนื้อนาง”
แม่นายโกรธจัดตบหน้าณไตรดังฉาด ทุกคนตกใจตะลึง ณไตรยืนนิ่ง เนื้อนางมองสงสารณไตร
“ถ้าแกปกป้องมัน ต่อไปนี้อย่ามาเรียกฉันว่าแม่” แม่นายมองเจ็บใจลูกชาย แล้วตวัดสายตาไปทางเนื้อนาง “แก... นังผู้หญิงชั้นต่ำ สายเลือดแพศยา อย่าหวังเลยว่าชีวิตที่เหลือของแกจะมีความสุข”
แม่นายสะบัดหน้าหันหลังเดินออกไป จันตามองแค้นคำฝาย คำฝายกำหมัดจ้องกลับ จันตารีบเดินตามแม่นายไป
อรองค์มองเนื้อนาง ณไตรตวัดสายตามองอรองค์ อรองค์จำต้องเดินกลับไปกับแม่นาย
ณไตรมองไปที่ตำรวจ “เนื้อนางจะไม่หนีไปไหน ถ้าคุณจะสอบปากคำ ก็มาที่นี่ได้ตลอดเวลา”
ตำรวจพยักหน้าขอบคุณ แล้วพากันเดินออกไป
เนื้อนางเข้ามาแตะแขนณไตร มองด้วยความสงสาร ณไตรมองสบตาเนื้อนาง สีหน้าเศร้า

แม่นายเดินเร็วมา จันตา อรองค์ตามหลัง
“เราจะยอมแพ้มันง่ายๆ เหรอคะ แม่นาย มันจะยิ่งได้ใจที่มีพ่อเลี้ยงเข้าข้าง ลองแบบนี้ พ่อเลี้ยงคงไม่ยอมกลับไปบ้านหิมวัตอีก” จันตาใส่ไฟ
แม่นายหยุดเดิน สีหน้าใช้ความคิด จันตา อรองค์หยุดมอง “ที่นี่มีผีแขไขใช่มั้ย”
“เจ้า ... เค้าว่าเฮี้ยนขนาด” จันตาหันไปทางอรองค์ที่เคยเล่าเรื่องผีแขไขเหมือนขอเสียงสนับสนุน
“คราวก่อนผีแขไขเข้ามาทำร้ายเนื้อนางแต่พ่อเลี้ยงมาช่วยไว้ทัน” อรองค์อธิบาย
“ในเมื่อตำรวจยังเอามันเข้าคุกไม่ได้ เนื้อนางมันก็สมควรจะตายเพราะผีแขไข” แม่นายเหยียดยิ้มร้าย จันตามองหวั่นๆ
อรองค์มองแม่นายอย่างสงสัยว่าแม่นายจะทำอะไรต่อ

เนื้อนางมองณไตรที่ยืนอยู่แล้วพูดขึ้น “เมื่อวานเนื้อนางเจอผีหน้าเหมือนคุณแขไข” ณไตรหันมามอง คำฝาย ม่อนดอยมองณไตร “อ้ายแสงคำบอกว่าจะไปรายงานพ่อเลี้ยงเรื่องนี้ แล้วก็หายไปเลย”
“แสงคำมารายงานผม แต่เผอิญมีงานด่วน ผมใช้เค้าลงไปติดต่องานในเมือง”
เนื้อนางมองสงสัยณไตรที่ตอบอย่างไม่มีพิรุธ
คำฝายถามเรื่องผีขึ้นต่อทันที “ช่างเรื่องไอ้แสงคำมันก่อน ... พ่อเลี้ยง ถ้าผีหน้าเหมือนแขไขมันจะฆ่าเนื้อนางอีก”
“มันไม่มาแล้ว”
ม่อนดอยถาม “จะแน่ใจได้ยังไง”
“ฉันกับแสงคำวางแผนจับมัน จะไม่มีผีแขไขที่ไหนมาทำร้ายเนื้อนางอีก” ณไตรมองเนื้อนาง เนื้อนางแววตาสงสัยณไตรที่ยืนยันหนักแน่น “ม่อนดอย ดูเนื้อนางกับคำฝายไว้ อย่าให้ใครเข้าใกล้ ฉันจะไปที่เรือนสำนักงาน”
ณไตรมองไปทางเนื้อนาง เหมือนตั้งใจบอกให้รู้ “มีเอกสารต้องส่งป่าไม้จังหวัด ผมต้องจัดการให้เสร็จวันนี้” ณไตรสั่งแล้วเดินออกไป
เนื้อนางมองตาม สายตาสงสัย คำฝายมองสีหน้าเนื้อนางแล้วถามขึ้น “ตั๋วสงสัยพ่อเลี้ยง”
“เห็นหรือเปล่าว่าเมื่อกี้พ่อเลี้ยงออกมาจากทางในป่า” คำฝายกับม่อนดอยพยักหน้ากัน “ถ้าเค้าเพิ่งมา เค้าต้องมาจากทางหน้าปาง ไม่ใช่ออกมาจากทางนั้น” เนื้อนางหันไปมองทางป่าอย่างสงสัย

ในกระท่อม แขไขกำลังดิ้นรน มีแสงคำจับไว้ หมอเทพทัตกำลังฉีดยาระงับประสาทให้แขไข
“ไม่ ไม่เอา ..อย่าทำฉันเลย”
“ไม่มีอะไร แขไข หมอฉีดยาคุณเหมือนทุกครั้งไง”
หมอเทพทัตดึงเข็มออก แขไขยังดิ้นรนในอ้อมแขนแสงคำ หมอเทพทัตมองแขไขแล้วเอ่ยขึ้น “เมื่อเดือนก่อน อาการกำลังจะดีขึ้น ทำไมมาคราวนี้ แย่ลง”
“แขไขหนีออกไปเจอเนื้อนางมา”
หมอเทพทัตสีหน้าตกใจ แสงคำมองไปที่แขไขที่เริ่มนั่งนิ่ง กลายเป็นซึมเพราะฤทธิ์ยา

เนื้อนางเดินมาหลบมองข้างๆ เรือนสำนักงาน ม่อนดอยตามหลังมาติดๆ เนื้อนางมองไป ไม่เห็นณไตร “พ่อเลี้ยงไม่ได้มาที่เรือนสำนักงาน”
พักเดียวเห็นณไตรถือสมุดบัญชี เดินออกมาในเรือน นั่งลงที่ระเบียง แล้วเปิดอ่านสมุดบัญชี
“นั่นไงพ่อเลี้ยง” ม่อนดอยเถียงแทนทันที
เนื้อนางสีหน้าไม่วางใจ “เนื้อนางจะรอดูว่าพ่อเลี้ยงไปไหน”
“ไม่ดีหรอก กลับเรือนเถอะ เนื้อนาง” ม่อนดอยชวน
เนื้อนางประชด “พี่คำฝายเฝ้าอยู่แล้ว เรือนไม่หายไปไหนหรอก”
“แต่ถ้าพ่อเลี้ยงรู้ว่าเนื้อนางแอบตามมาจับผิด พ่อเลี้ยงจะเสียใจมากนะ เนื้อนาง”
ม่อนดอยเตือน เนื้อนางฟังแล้วต้องยอมถอยกลับไป ณไตรที่กำลังก้มหน้าเปิดสมุดบัญชี เงยขึ้นมองช้าๆ ณไตรเห็น เนื้อนาง ม่อนดอยกำลังเดินห่างไป ณไตรเดาได้ว่าเนื้อนางต้องตามมาด้วยความสงสัย
ณไตรปิดสมุดลุกขึ้นมอง รออีกพักแล้วเดินลงจากเรือน เลี้ยวไปอีกทางทันที

เนื้อนางเดินคุยมากับม่อนดอย
“พ่อเลี้ยงจะช่วยเนื้อนางจากแม่นายได้อีกกี่ครั้ง วันนี้แม่นายถึงขั้นเอาตำรวจมาจับ”
“พ่อเลี้ยงกับเนื้อนางเคยคุยกัน คนที่ฆ่าคุณแขไขแล้วก็ตีเนื้อนางจนสลบ ต้องเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องที่ทำลงไป”
“ใครล่ะ แก้วแหวนเงินทอง มันก็ไม่ได้เอาไปสักอย่าง”
“ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทองหรอก ม่อนดอย เนื้อนางกับพี่คำฝายบอกแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อ ป้าวันดีหลอกพี่คำฝายไปในเมือง แล้วก็หลอกเนื้อนางมาที่ปาง”
“ป้าวันดีเป็นคนหิมวัต จะฆ่าคุณแขไขทำไม” ม่อนดอยนึก “ยังมีอีกคน ไอ้บุญลือไงมันหลอกฉันกับไอ้แสงคำไปในเมือง จนไม่ได้อยู่ช่วยเนื้อนาง”
“บุญลือเคยเป็นผู้จัดการที่นี่ ป้าวันดีเป็นคนหิมวัต”
“นั่นสิ คิดยังไงสองคนนี้ก็ไม่เกี่ยวกัน”
“เนื้อนางก็นึกไม่ออกจริงๆ ป้าวันดีจงรักภักดีกับหิมวัต กับแม่นายมาก ถ้าจะฆ่า ฆ่าเนื้อนางซะคนเดียว ก็สิ้นเรื่องสิ้นราว ทำไมต้องไปฆ่าคุณแขไข แล้วป้าวันดีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพื่ออะไร”
สีหน้าเนื้อนาง ม่อนดอยครุ่นคิด ยังหาคำตอบไม่เจอ

วันดียืนสีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องเนื้อนางกลับมาที่ปางอีกครั้ง “ฉันอุตส่าห์ไว้ชีวิตแกคราวก่อน แกไม่น่ากลับมารนหาที่ตายเลย เนื้อนาง”
วันดีหันมา มองเห็นแม่นายกับจันตากำลังเดินเข้ามา สองคนคุยกัน วันดีทำเป็นยืนประสานมือรออย่างสงบเสงี่ยม
“รีบไปจัดการตามที่ฉันสั่ง เอาตัวพวกมันมาให้เร็วที่สุด”
“เจ้า .... ทีนี้นังเนื้อนางมันลอยหน้าอยู่ไม่ได้แน่ๆ”
แม่นายกับจันตายิ้มกันสองคน แม่นายเดินผ่านวันดีไปอย่างไม่สนใจ
จันตาหันมาเยาะใส่วันดี “ยืนทื่อไปวันๆ ยะการยะงานก็บ่ได้เรื่อง เหอะ แม่นายเปิ้นมีเมตตาจริงๆถึงเลี้ยงไว้เอาบุญ” จันตาเดินสะบัดออกไป
วันดีค่อยๆ เหลือบตามองจันตา แววตาวันดีนิ่ง แฝงความโกรธ อำมหิต
อรองค์เดินรั้งท้ายมา วันดีหันไปเห็นก็ถามอรองค์ขึ้น “ตำรวจจับเนื้อนางเข้าคุกแล้วใช่มั้ย”
“ยังค่ะ พ่อเลี้ยงไม่ยอมให้เนื้อนางถูกจับ”
วันดีชักสีหน้าทันที “จะช่วยมันไปถึงไหน เนื้อนางตายในคุกสักคน ที่นี่ก็จะหมดเรื่อง”
“ท่าทางป้าวันดีจะไม่ชอบเนื้อนางมากนะคะ”
“คุณเพิ่งมาทีหลัง ไม่รู้หรอกว่าหิมวัตลุกเป็นไฟ ตั้งแต่เนื้อนางก้าวเข้ามา”
“ถ้าเนื้อนางเป็นฆาตกรจริงๆ เค้าไม่ต้องกลับมาที่นี่ก็ได้ แต่เค้ากล้ากลับมา แล้วบอกว่าจะไม่หนี แสดงว่าเค้าเชื่อมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่มีคนอื่นเป็นฆาตกร”
“อย่าทำตัวฉลาดเกินไปครูอรองค์ คุณเพิ่งมา จะรู้อะไร” วันดีมองอรองค์ด้วยสายตากระด้าง “ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ไม่สนใจเรื่องนี้อีก ทำหน้าที่ครูของคุณหนูอย่างเดียว ชีวิตคุณก็จะอยู่สุขสบาย ไม่ต้องเดือดร้อน” วันดีพูดเหมือนคำขู่กลายๆ แล้วเดินออกไป
อรองค์มองตามป้าวันดีด้วยสายตาสงสัยท่าทางและคำพูดทุกคำ

ณไตร แสงคำ หมอเทพทัต มองแขไขที่กำลังสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาอยู่บนเตียง
แขไขละเมอออกเบาๆ “เนื้อ .. นาง”
ณไตรรีบเข้าไปใกล้ ฟังว่าแขไขจะพูดอะไร แสงคำ เทพทัตตั้งใจฟัง
แขไขพูดเพ้อจับต้นชนปลายไม่ได้ “เค้าจะฆ่าฉัน ...อย่าๆ ฉันกลัว .. กลัว .. เนื้อนาง”
ผู้ชายสามคนได้ยิน มองหน้ากันตกใจ แสงคำเอ่ยก่อน “แขไขไม่เคยพูดชื่อเนื้อนางเลย”
“ฉันเพิ่งถามแขไขเรื่องที่ไปเจอเนื้อนาง” ณไตรนิ่งคิด
“แขไขอาจจะจำชื่อนี้ แล้วก็พูดปะติดปะต่อเรื่องเข้ากันเอง เหมือนเอาหนังขาดๆ มาต่อกัน เป็นไปได้มั้ยไอ้หมอ”
“ใช่ .... นั่นแหละ”
สีหน้าณไตรยิ่งยุ่งยากใจ บอกทั้งแสงคำกับเทพทัต “วันนี้แม่นายเอาตำรวจมาจับเนื้อนาง ถ้าแขไขออกไปเจอทุกคนแล้วพูดแบบเมื่อกี้ เนื้อนางอาจจะติดคุก”
“ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าเนื้อนางไม่ใช่คนทำร้ายแขไข” แสงคำเชื่อมั่น
“ใช่ เรารู้ แต่ตำรวจอาจจะไม่คิดอย่างเรา เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้น ทั้งแขไข ทั้งเนื้อนาง ไม่มีใครได้ประโยชน์เลย เนื้อนางถูกหาว่าฆ่าคนตายหนีหายไปหลายปี แขไขกลายเป็นคนฟั่นเฟือน ถ้าแสงคำไม่ไปเจอ เราอาจจะเสียแขไขไปจริงๆ” ณไตรมองไปที่แสงคำ
แสงคำนึกถึงเหตุการณ์ 2 ปีก่อนหน้านี้
“วันนั้นผมไปตามช้างที่เตลิดเข้าไปในป่า”

แสงคำถือปืนมองหาไปรอบๆ แสงคำก้าวยาวๆข้ามกิ่งไม้ มีมือพรวดจากพุ่มไม้ด้านล่างมาจับขาแสงคำ แสงคำหน้าทิ่มพรวด พอตั้งหลักยืนได้ ก็หันกลับไปเล็งปืนทันที
แสงคำเห็นมือที่ยื่นออกมา เล็บดำมีรอยขีดข่วน ก็ค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้ มือถือปืน ระวัง แสงคำแหวกพุ่มไม้ มองเห็นร่างขาว เสื้อผ้าเก่าโทรมฉีกขาดเกือบทั้งหมด ผมเผ้าสกปรกรกรุงรัง เท้าเปลือยเปล่า เนื้อตัวมีแต่รอยแผล หันหลังครางฮือฮือเหมือนจับไข้
แสงคำวางปืน แล้วค่อยๆพลิกร่างตรงหน้าที่หนาวสั่น กลับมา แสงคำค่อยๆ แหวกผมเผ้าที่ปิดบังหน้าตาออก พอเห็นเต็มตาว่าเป็นใคร ก็อุทานด้วยความตกใจ “คุณแขไข”

ณไตรตอนนั้นยืนอยู่กับหมอเทพทัตที่กำลังวางขวดยาสีชาหลายขวดสำหรับคนงาน
“ขอบใจมากหมอ ยาพวกนี้ คนงานจำเป็นต้องใช้”
แสงคำวิ่งกระหืดกระหอบมา ณไตรกับเทพทัตหันไปมอง ณไตรจะถาม แสงคำพูดขึ้นก่อน “มากับผมเดี๋ยวนี้ อย่าเพิ่งถาม มาดูให้เห็นกับตา”
ณไตรพุ่งลงจากเรือน วิ่งตามแสงคำไป เทพทัตวิ่งตามไปอีกคน

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 20 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ