อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 20 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 20 ต.ค. 57

แสงคำวิ่งกระหืดกระหอบมา ณไตรกับเทพทัตหันไปมอง ณไตรจะถาม แสงคำพูดขึ้นก่อน “มากับผมเดี๋ยวนี้ อย่าเพิ่งถาม มาดูให้เห็นกับตา”
ณไตรพุ่งลงจากเรือน วิ่งตามแสงคำไป เทพทัตวิ่งตามไปอีกคน

แขไขถูกเชือกมัดแขนไว้กับเสา ไม่ให้หนีออกไป กำลังกรีดร้องอาละวาด แสงคำเข้ามาจับตัวไว้ไม่ให้ดิ้นหนี แล้วแกะคลายเชือกออกจากมือแขไข ณไตรกับหมอเทพทัตก้าวเข้ามา
ณไตรพอเห็นสภาพแขไขก็ตกตะลึง “แขไข คุณยังไม่ตาย”


แขไขพอเห็นคนอีก 2 คนก็กรีดร้อง ดิ้นด้วยพลังมหาศาล ทั้งกัด ทั้งจิก ข่วนเข้าไปที่หน้าจนหลุดมือแสงคำ แขไขวิ่งออกจากกระท่อม ณไตรพุ่งเข้าไปรวบตัวแขไขไว้ หมอเทพทัตกระโดดลงจากเรือน ตามมาช่วยจับตัว แขไขมองหน้าณไตร
ณไตรเขย่าร่างแขไข “แขไข ผมไงณไตร แขไข ฟังผมนะที่นี่ไม่มีใครทำร้ายคุณ”
แขไขมองณไตรที่เขย่าร่างแล้ววูบด้วยความอ่อนเพลีย สลบไปในอ้อมแขนณไตร หมอเทพทัต แสงคำมองกังวลสภาพแขไข

ปัจจุบัน ณไตร เทพทัต แสงคำเดินออกมาด้านนอก คุยกัน
“ที่แกเคยบอกว่าสมองกับจิตใจแขไขได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก อีกนานแค่ไหนกว่าแขไขจะจำอะไรได้เหมือนเดิม นี่ก็เกือบ 2ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่เจอแขไขแล้วพามารักษาที่นี่”
“ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ .. แล้วก็ยา”
“เรื่องยา ผมให้คุณแขไขเธอกินทุกมื้ออย่างที่หมอสั่ง”
“ที่ฉันไม่ให้แขไขไปรักษาในเมืองเพราะคิดว่าจะฟื้นความทรงจำแขไขกลับมาได้ แล้วแขไขก็จะปลอดภัยกว่าถ้าอยู่ที่นี่” หมอเทพทัต แสงคำ มองณไตรที่คิดอย่างรอบคอบ “ไอ้คนที่ลงมือ สร้างเรื่องคืนนั้น มันก็คงคิดว่าแขไขตายไปแล้ว ถึงได้สวมรอยทำเป็นผีแขไขหลอกคนในปาง”
“ตัวเดียวกับไอ้ผีปลอมที่ตีหัวผมคืนนั้น มันไม่ได้ทำร้ายแขไขอย่างเดียว มันจะฆ่าเนื้อนางด้วย”
ณไตรสีหน้ากังวล หันไปสั่งเทพทัต “แกต้องรีบรักษาแขไขให้หาย อย่างน้อยก็ให้จำเรื่องคืนนั้นได้เร็วที่สุด ถึงเวลาแล้วที่แขไขจะต้องชี้ตัวฆาตกร” ณไตรสีหน้าครุ่นคิด หนักใจ

เนื้อนางนั่งอยู่กับคำฝาย ม่อนดอยอยู่ใกล้ประตู เนื้อนาง คำฝายสบตากัน แล้วคำฝายก็พูดขึ้น “ไอ้ม่อนดอย แกไปโรงครัว เอากับข้าวมาให้เนื้อนางหน่อย ข้าจะได้อยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง”
“เออ ... เฝ้าดีๆล่ะ” ม่อนดอยเดินออกไป
คำฝายชะโงกมองตามไปที่ประตู เนื้อนางลุกทันที
คำฝายหันมาถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ “ตั๋วจะไปตามดูพ่อเลี้ยงจริงๆเหรอ”
“พี่คำฝายไม่สงสัยเหรอ พ่อเลี้ยงเค้าตอบทุกอย่างได้หมด เหมือนรู้ว่าเรากำลังสงสัย”
“พ่อเลี้ยงเค้าอาจจะสั่งไอ้แสงคำไปทำงานจริงๆ”
“แล้วทำไมม่อนดอยไม่ไปด้วย แต่ไหนแต่ไร ม่อนดอยก็เป็นคู่หูกับแสงคำไม่ใช่เหรอ ถ้าพี่คำฝายกลัวพ่อเลี้ยงโกรธ ก็อยู่เฝ้าเรือนแล้วกัน”
“ไปด้วยๆ พี่กลัวเนื้อนางโกรธมากกว่า” เนื้อนางเดินออกไป คำฝายรีบตามไปติดๆ

เนื้อนาง คำฝายเดินเร็วกันมาทางหนึ่ง ณไตร แสงคำ เทพทัตเดินมาจากอีกทาง เนื้อนาง คำฝายกับกลุ่มณไตรเดินมาเจอกัน สองฝ่ายต่างตกใจ นึกไม่ถึง
คำฝายถามขึ้นก่อน “หมอ หมอมาทำไม”
เนื้อนางมองหมอด้วยสายตาสงสัย
แสงคำรีบตอบ “อ้ายแวะไปรับหมอมาเอง”
“ผมจะให้หมอมาดูอาการคุณที่ถูกผีแขไขทำร้าย”
“เนื้อนางไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“ตรวจให้แน่ใจดีกว่าครับ” หมอเทพทัตยิ้ม เนื้อนางมองคนทั้งสาม
แสงคำรีบถามกลับ ไม่ให้เนื้อนางถามต่อ “แล้วนี่เนื้อนาง คำฝายจะไปไหนกัน”
คำฝายนึกไม่ทัน “ไป”
“ไปโรงครัวจ้ะ”
“ใช่ๆ ไปโรงครัว”
ไม่ทันขาดคำม่อนดอยเดินถือถาดอาหารผ่านมา มองเห็นเนื้อนาง คำฝายก็ถามขึ้น “อ้าว เนื้อนาง คำฝาย เดินมาทำไม ไหนบอกว่าจะรอกินข้าวอยู่ที่เรือน”
ณไตรหันขวับมองเนื้อนาง เนื้อนางหลบตาเหมือนเด็กถูกจับได้

ณไตรยืนอยู่กับหมอเทพทัต ที่เรือนสำนักงาน
“แกจะปิดเนื้อนางได้นานแค่ไหน เรื่องซ่อนแขไข” เทพทัตถาม
“ฉันรู้เนื้อนางเค้าสงสัยฉันกับแสงคำ ว่าหายไปทำอะไรในป่า แต่ฉันยังบอกไม่ได้จนกว่าแขไขจะจำเรื่องคืนนั้นได้ แล้วก็ชี้ตัวฆาตกร” ณไตรถอนใจ “ฉันอยากให้เรื่องทุกอย่างเปิดเผยอย่างบริสุทธ์ ยุติธรรมสำหรับทุกคน ไม่มีข้อกังขา ไม่มีการใส่ร้ายป้ายสีจับใครเข้าคุกโดยไม่มีความผิด ส่วนไอ้ฆาตกรที่ลงมือไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหน ฉันจะลากมันมาชดใช้ความเลวที่มันก่อไว้ ฉันจะเปิดปากให้มันพูดว่าทำลงไปเพราะอะไร”

วันดีกับบุญลือที่หลบคุยกันอยู่มุมหนึ่งในเมือง“ฉันเห็นมันจริงๆนะพี่ แขไขมันเป็นผี”
“ก็ช่างมันสิ ผีตายไปแล้ว มันไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก ผีพูดไม่มีใครเชื่อ แต่ถ้าคนพูดมันลากเราเข้าตารางได้ แกแน่ใจหรือเปล่าว่าแขไขที่แกเห็น มันไม่ใช่คน”
“ไม่ ..ไม่รู้ ตอนนั้นศพมันก็หายไป ฉันถึงไปเอาศพผู้หญิงคนอื่นมาหลอกไอ้ณไตร”
“บ้าจริงๆ หยุดเรื่องเนื้อนางไว้ก่อน แกไปตามหาให้แน่ใจว่าที่แกเห็นมันเป็นนังแขไขจริงๆ แล้วถ้ามันยังมีลมหายใจ ก็รีบฆ่ามัน ไม่งั้นแกกับฉันจะต้องเข้าคุกแทนเนื้อนาง” บุญลือรับคำสั่งแล้วรีบออกไป วันดีสีหน้ากังวล
เนื้อนางกับคำฝายกำลังนั่งพับเสื้อผ้า ด้านล่างแสงคำกอดปืน นั่งอยู่กับม่อนดอย
“พ่อเลี้ยงคงโกรธที่จับได้ว่าเราโกหก แสงคำมันถึงเฝ้าเรา จ้องเอาจ้องเอา”
“อยากเฝ้าก็เฝ้าไป” เนื้อนางหอบผ้ากลับเข้าไปในเรือน แสงคำมอง คำฝายฉีกยิ้มให้ แล้วเข้าเรือนไปอีกคน
ม่อนดอยเดินมาใกล้แสงคำ “เนื้อนางเค้าสงสัยว่าแกหายไปทำอะไรในป่าทุกวัน”
“ฉันก็ทำงานให้พ่อเลี้ยงน่ะสิวะ”
“งานอะไร แกให้ฉันช่วยมั้ย”
“ไม่ต้อง .. อยู่เฉยๆ” ม่อนดอยหน้าตายุ่งๆ อยากรู้ แสงคำหันมาถามเสียงดุๆ “ทำได้มั้ย”
“เออๆ ได้สิวะ ขืนไม่ได้พ่อเลี้ยงเตะข้าตาย”
แสงคำมองกลับเข้าไปในเรือนเนื้อนาง หนักใจที่เนื้อนางสงสัยมากขึ้นทุกที

วันดีเดินเร็วเข้าบ้านมา เสียงอรองค์ทักขึ้น “ป้าวันดีหายไปไหนมาคะ”
วันดีสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงอรองค์ หันไปมองอรองค์ยืนมองตรงมา “ฉันไปซื้อขนมให้คุณหนู”
อรองค์มองวันดีที่กลับมาตัวเปล่า “ไหนละคะ ขนม”
“ไม่มี หมด”
“อ๋อ ค่ะ หมด”
“คุณมีอะไรจะใช้ฉันหรือเปล่า”
“เปล่าหรอกค่ะ อรกำลังจะเดินไปดูคุณอัศดายุเธอนอน พอดีผ่านมาทางนี้ เห็นป้าเพิ่งกลับเข้ามา” อรองค์ยิ้มให้ แล้วเดินเลยไป เหมือนไม่มีอะไรติดใจ
วันดีจ้องอรองค์อย่างไม่ชอบใจ “แกชักจะสงสัยมากไปแล้ว ครูอรองค์” แววตาวันดีร้ายนึกระแวงทุกอย่าง ทุกคน

ในกระท่อม แสงคำกำลังป้อนข้าวแขไข “วันนี้รีบกินหน่อยนะ เดี๋ยวผมต้องรีบกลับไป”
แขไขนั่งให้แสงคำป้อน ท่าทางซึม สายตาเหม่อลอยยังไม่อาละวาด แสงคำเอาผ้าเช็ดปากให้แขไขอย่างไม่รังเกียจ

ที่ระเบียง ม่อนดอยกอดปืนหลับอยู่ เนื้อนางก้าวออกมาจากในเรือนพอมองด้านล่างก็ร้องขึ้นดัง “พี่คำฝาย”
คำฝายพรวดตามออกมาทันที สองคนมองไปด้านล่างที่พื้น สายตาตื่นตระหนก ซากไก่ถูกเชือดตายอยู่หน้าเรือนหลายตัว มีเลือดสาดเต็มพื้นน่าสยดสยอง
คำฝายเขย่าม่อนดอย “ไอ้ม่อนดอย ไอ้ม่อนดอย”
ม่อนดอยสะดุ้ง “ใคร ใครมา”
“ใครล่ะ นั่น.. แหกตาดู”
ม่อนดอยหันไปมองตกใจ พอเห็นซากไก่ ม่อนดอยลุกพรวด “ซากไก่ เลือด ใคร .. ใครมันทำ”
สามคนสีหน้าตกใจกับซากกับคาวเลือดที่สาดไปทั้งพื้น

แม่นายยกชากระเจี๊ยบสีแดงเข้มในแก้วใสขึ้นจิบ
จันตารีบจีบปากจีบคอรายงาน “ป่านนี้พวกมันคงกลัวหัวหด แทบจะเก็บของออกจากปาง”
“มันยังไม่ไปหรอก ฉันรู้จักนิสัยดื้อด้านของนังเนื้อนาง บอกพวกมันให้ลงมืออีก”
“ได้เจ้า มันจะต้องขนหัวลุกอยู่ไม่เป็นสุข เพราะน้ำมือนังสามคน”
อรองค์หลบมองอยู่ห่าง ไม่ได้ยินว่าแม่นายกับจันตาพูดอะไร อรองค์เห็นแม่นายหัวเราะ เสียงสะใจมาก สีหน้าอรองค์อยากรู้

กำปุ้งสีหน้าเคียดแค้น เดินนำรัญจวน สร้อยฟ้ามุ่งหน้าสู่ด้านในปาง สามคนมีสัมภาระติดตัวกันมานิดเดียว
“แค่เชือดไก่ให้ลิงดู ขู่พวกมันตามคำสั่งแม่นายยังน้อยไป ฉันเหี้ยมได้มากกว่านั้น จะให้ฆ่าหักคอเนื้อนาง แล่เนื้อทาเกลือให้แร้งกิน ฉันก็ทำได้” กำปุ้งโอ่
“แกว่ามันจะเชื่อเรามั้ย” รัญจวนถาม
สร้อยฟ้ารีบตอบ “ต้องเชื่อสิ พวกเราต้องตีบทให้แตก”
“เพราะแม่นายส่งพวกเรามา บดขยี้ชีวิตนังเนื้อนางให้แหลกเป็นจุณ”
กำปุ้ง สร้อยฟ้า รัญจวนเดินหน้าเริ่ดไปในปางด้วยรอยยิ้มร้ายกาจทั้งสามคน

เนื้อนาง คำฝาย ม่อนดอยเดินลงมาด้านล่าง ม่อนดอยรีบบอก “เมื่อคืนฉันกับไอ้แสงคำเฝ้าก็ไม่เห็นมีใครเลย จนเช้ามืด แสงคำมันบอกว่า จะไปหาพ่อเลี้ยง ฉันเห็นมันใกล้สว่าง ก็....ก็เลยงีบหลับไปแค่เดี๋ยวเดียว”
“ใครมันทำอุบาทว์ขนาดนี้ มีแต่เลือดเต็มไปหมด” คำฝายสงสัย
เนื้อนางมองเห็นกระดาษที่เสียบอยู่ที่เสาเรือนก็เข้าไปหยิบแล้วเปิดอ่าน คำฝาย ม่อนดอยรีบเข้ามาใกล้ เห็นลายมือที่เขียนด้วยเลือด เนื้อนาง แกต้องตาย
เนื้อนางมองตกใจ

ณไตรยืนอยู่กับหมอเทพทัตที่แต่งตัวใหม่ ใส่รองเท้า เตรียมจะเข้าไปในป่า
“แกไปรับหน้าเนื้อนางก่อน เดี๋ยวฉันไปดูแขไขเอง” หมอเทพทัตลงจากเรือนเดินเลี้ยวไป
ณไตรมองแล้วก้มลงใส่รองเท้า เห็นคนงานวิ่งมา “พ่อเลี้ยง เกิดเรื่องที่เรือนเนื้อนาง”
ณไตรคว้าปืนโดดพรวดลงจากเรือน วิ่งไปทางเรือนเนื้อนางทันที

เนื้อนางมองกระดาษที่เขียนด้วยเลือด แล้วยื่นกระดาษให้ณไตร
“มันจะจองเวรกันถึงไหน จะฆ่ากันให้ตายก็โผล่ออกมาเลย” คำฝายทนไม่ไหว
ม่อนดอยถาม “แกว่าใคร”
“ไม่รู้แล้ว จะผี จะคนก็ออกมาเลย”
ณไตรมองสภาพซากไก่ตาย เลือดนองเต็มพื้นก็มองเนื้อนาง “คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”
“เนื้อนางไม่เป็นไร คนที่ทำคงแค่อยากขู่ อย่างในจดหมายที่เขียนด้วยเลือด”
ณไตรขยำจดหมายปาลงพื้นด้วยความโมโห “ใครมันเลวได้ขนาดนี้” ณไตรหันไปมองเนื้อนางด้วยสายตาเป็นห่วง

กำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้าเดินเลาะมาด้านหลังเรือนพักคนงาน
กำปุ้งหยุดแล้วสั่งขึ้น “ทั้งเลว ทั้งร้าย อาฆาตไม่เลิก พร้อมนะ!! เราเพิ่งถูกไล่ออกมาจากคณะพ่อบุญน่าน”
สามคนเปลี่ยนสีหน้า กลายเป็นจ๋อย เศร้า ไหล่ตก บีบน้ำตาคลอๆ แล้วร้องแหกปากพร้อมกัน “เนื้อนาง คำฝาย”

คำฝายถือถังน้ำสาดราดลงไปตรงกองเลือด ที่รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ายืนอยู่ ยืนมองแก๊งค์รัญจวนด้วยสายตาไม่พอใจ “ฟ้าดินเป็นพยาน นังเสนียดสามตัวช่างปรากฏร่างมาได้จังหวะนรกซะเหลือเกิน หรือจะเป็นพวกแกที่แอบมาทำเรื่องเลวๆ แบบนี้”
กำปุ้งปฏิเสธ “ไม่ใช่พวกเรานะคะ พ่อเลี้ยง”
“ไม่ใช่พวกแก แล้วมันจะใคร” คำฝายไม่เชื่อ
เนื้อนางสงสัย “พวกเธอมาที่นี่อีกทำไม”
รัญจวนรีบบอก “เราโดนไล่ออกจากคณะพ่อบุญน่านแล้ว” เนื้อนาง คำฝายมองแปลกใจ
กำปุ้ง รีบเล่าต่อ “ประกายมันบ้าอำนาจ หาเรื่องเฆี่ยนเราทุกวัน หลังงี้แตกยิ่งกว่าลายแทง เราทนไม่ไหว....”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 20 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ