อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[2] วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[2] วันที่ 21 ต.ค. 57

อรองค์กำลังนั่งหันหลังอยู่ วันดีเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ อรองค์ฮัมเพลงไม่รู้ว่าวันดีกำลังมองจ้อง วันดีมองผ่านครูสาวไปที่กุหลาบสีแดงที่อรองค์ปักลงแจกันใกล้เสร็จ “ฉันไม่รู้ว่าครูชอบกุหลาบสีแดง”
อรองค์สะดุ้ง หันมา “มาเงียบๆ ตกใจหมดเลยค่ะ”

วันดียิ้มน้อยๆ แต่อรองค์ไม่รู้ ว่ามันเป็นยิ้มที่เย็นเยียบ วันดีมองผ่านกุหลาบ เหมือนไม่ติดใจ “น่าจะได้เวลาทานอาหารว่างของคุณหนูแล้ว”
“ค่ะ อรกำลังจะลงไป” อรองค์ทำเป็นยกแจกันไปวางประดับที่มุมห้อง แล้วเดินออกไป


วันดีมองจ้องจนอรองค์เดินห่าง อรองค์ผ่อนลมหายใจเบาๆ คิดว่ารอดสายตาสงสัยของวันดีมาได้ เดินลับลงไปด้านล่าง
วันดีมองไปที่กุหลาบสีแดง แล้วเข้าไปขยำกุหลาบช่อสวยจนแหลกคามือ กลีบตกพื้น ไม่เหลือชิ้นดี “คนที่ต้องตายอีกคนคือแก ครูอรองค์”

ณไตรเดินกลับเข้ามาเรือนสำนักงาน เห็นเนื้อนางยืนรออยู่หน้าเรือน “มารอผมเหรอ เนื้อนาง พอดีผมสั่งงานแสงคำอยู่” เนื้อนางมอง ณไตรยิ้มแล้วบอกขึ้น เสียงไม่ผิดปกติ “ผมให้แสงคำลงไปค้างในเมือง รอทำเรื่องกับป่าไม้ให้เสร็จ”
ณไตรเดินขึ้นเรือนมากับเนื้อนาง เห็นคำฝาย ม่อนดอยที่ยืนอยู่ บนโต๊ะมีขันโตกอาหาร
“เนื้อนางทำอาหารมาให้พ่อเลี้ยง”
ม่อนดอยแหย่ “น่ากินทุกอย่างเลย”
“กินด้วยกันสิ คำฝาย ม่อนดอย”
“ไม่เป็นไร พ่อเลี้ยงกินกับเนื้อนางเถอะ เดี๋ยวฉันกับไอ้ม่อนดอยไปกินที่โรงครัว”
“แต่พ่อเลี้ยงชวน” ม่อนดอยไม่อยากไป
“ไม่ต้อง ... ไป ไอ้ตะกละ” คำฝายลากม่อนดอยออกไป
ณไตรมองเนื้อนาง เนื้อนางวางจาน ตักข้าวให้
ณไตรมองแล้วถามยิ้มๆ “ทำไมวันนี้อารมณ์ดี ทำกับข้าวให้ผมกิน”
“เนื้อนางเห็นคุณเหนื่อย คอยเฝ้า คอยดูแลเนื้อนาง เนื้อนางก็อยากจะทำอะไรให้คุณสบายใจบ้าง”
ณไตรฟังแล้วชื่นใจ กุมมือเนื้อนางขึ้นมาหอม เนื้อนางยิ้มอาย

คำฝายเดินมากับม่อนดอย
ม่อนดอยมองแล้วบ่นขึ้น “แกคิดเหรอว่าพ่อเลี้ยงเค้าจะมองไม่ออกว่าเอาเรื่องกับข้าวมาบังหน้า ที่จริงน่ะเนื้อนางอยากคอยดูว่าพ่อเลี้ยงไปไหน ทำอะไร”
“รู้ก็ไม่เห็นแปลก เมียจะเฝ้าผัว ผิดกฎหมายข้อไหน”
“มันไม่ผิดกฎหมายหรอก แต่มันจะผิดใจคนเรารักกัน ต้องไว้ใจกัน”
“ถ้าไว้ใจ พ่อเลี้ยงก็ต้องบอกสิวะว่าทำอะไรอยู่ บอกแง้มๆก็ได้ เนื้อนางน่ะเมียนะ ปิดบังเมียน่ะเค้าเรียกว่าไว้ใจเร๊อะ”
ม่อนดอย คำฝายเดินเข้ามาในโรงครัว เจอกับกลุ่มรัญจวนที่กินข้าวอยู่ก่อนแล้ว
รัญจวนกระแทกแดกดัน “อ้าว คุณคำฝาย มากินข้าวเหรอคะ”
สร้อยฟ้าเสริม “ปกติเห็นกินหญ้า” สามคนหัวเราะสะใจ
“กินหญ้าเป็นช้างเป็นม้า ยังมีประโยชน์ให้คนใช้งาน แต่พวกที่ไม่น่าจะอยู่ให้หนักแผ่นดินที่นี่ คือเหลือบ หมัดสัตว์ไร้ประโยชน์ คอยแต่จะจองเวรเนื้อนางอย่างพวกแก”
กำปุ้งแจง “รับรองว่าไม่จองเวร ไม่กลั่นแกล้งอะไรแล้วค่ะ เพื่อนรักคำฝายต้องการอะไร จิกหัวพวกเราใช้ได้นะคะ”
“ฉันไม่ใช่นก ไม่ชอบจิกใคร อย่าให้รู้นะว่าแกคิดไม่ซื่อ”
สามคนทำตาใสๆส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง ลุกขึ้นเดินออกไป คำฝายเดินไปนั่งกับม่อนดอย
รัญจวนเดินห่างออกมา รีบถามกำปุ้งทันที “แกจะลงมือจัดการนังเนื้อนางมันอีกเมื่อไหร่”
“ไม่นานเกินรอค่ะ เรามาเพื่อทำลายชีวิตนังเนื้อนางตามคำสั่งแม่นาย” เสียงกำปุ้งดุดัน สามคนสีหน้าแววตาร้าย

ที่ระเบียง เนื้อนางยืนมองไปไกล ณไตรเข้ามาโอบเนื้อนางจากด้านหลัง
“ผมอยากให้เป็นแบบนี้ทุกวัน” เนื้อนางพลิกหันมามองณไตร ณไตรมองเนื้อนาง “คืนนี้คุณอยู่ที่นี่เถอะนะ”
“เนื้อนางอยากกลับไปนอนที่เรือน”
“เนื้อนาง ทำไมถึงไม่กลัวคนที่มันจ้องจะทำร้ายคุณ”
“ผีแขไขคงไม่กล้ามาถึงนี่ แต่ถ้าเป็นเรือนเนื้อนาง ใกล้ป่า เค้าหลบเข้ามาทำร้ายเนื้อนางได้ง่ายกว่า ถ้าเราจะจับผีให้ได้ ก็ต้องอยู่ที่เรือนเนื้อนาง” เนื้อนางให้เหตุผล
ณไตรพยักหน้ายอมรับและบอกขึ้น “อยู่ที่เรือนคุณก็ได้ แต่ผมไม่ให้ใครเฝ้าคุณ... นอกจากผมคนเดียว”
ณไตรเข้มทั้งเสียงและแววตา จนเนื้อนางไม่กล้าเถียง
ในกระท่อม เห็นแสงหรี่จากตะเกียง แสงคำถือปืนอยู่ด้านใน คอยหลบมองผ่านช่องหน้าต่างว่าจะมีใครเข้ามาใกล้
แขไขนอนหลับอยู่บนเตียงสะดุ้งเฮือกด้วยความกลัว ตกใจตัวสั่น ครางเป็นพักๆ แสงคำค่อยเข้ามาดูใกล้ๆ แล้วดึงผ้าห่มให้แขไข
แขไขเพ้อ “อย่า ... อย่า ฆ่าฉัน”
“ใครฆ่าคุณ แขไข” แสงคำถาม แต่แขไขไม่รับรู้ ร้องอื้ออ้าทำท่าหนี “รีบนึกให้ออกเถอะ แขไข... เนื้อนางจะได้พ้นผิดสักที” สายตาแสงคำมองแขไขอย่างสงสาร

เนื้อนางนอนหลับอยู่บนที่นอน แดดส่องไล้มา เนื้อนางตื่น ลืมตา พลิกตัวหันมา มองทางประตู เห็นณไตรนั่งถือปืนเฝ้าอยู่มองทอดสายตามา เนื้อนางลุกขึ้นนั่ง ณไตรยิ้มมอง “คุณหลับบ้างหรือเปล่า”
“ได้นั่งมองคุณอย่างนี้ ผมหลับไม่ลงหรอกครับ อยากเก็บภาพคุณที่สวยที่สุดทุกวันไว้ในใจนานๆ” ณไตรมองทอดสายตา เนื้อนางหลบตาด้วยความอาย
ด้านนอกเรือน เสียงประกายเรียกดังเข้ามา “เนื้อนาง เนื้อนาง” เนื้อนางได้ยินเสียงก็จำได้ ลุกขึ้นทันที ณไตรลุกยืน หันไปมองตามเนื้อนาง
“เสียงประกาย” เนื้อนางบอกณไตร

เนื้อนางกับณไตรออกมาจากเรือน เห็นประกายที่ยืนอยู่ในเสื้อผ้าธรรมดา สภาพรีบร้อน มีกระเป๋าเล็กๆติดตัวมาใบเดียว เนื้อนางลงจากบันไดมา ประกายโผเข้าไปกอด “เนื้อนาง”
คำฝาย ม่อนดอยเดินเร็วมาจากอีกทาง ทุกคนมองแปลกใจ
“ประกาย มีอะไร ทำไมถึงมาที่นี่ได้ แล้วคณะรำวงล่ะ แตกเหรอ” เนื้อนางถาม
“ไม่ใช่คณะแตก ชั้นนี่แหละ แตก .. แตกระบมไปทั้งตัวเพราะฝีมือไอ้บุญน่านกับนังบัวตอง” ประกายเลิกเสื้อแขนยาว เห็นเนื้อตัวเขียวช้ำ รอยทุบตี
คำฝายประชด “เฮอะ!! ไหนว่ารักกันปานจะกลืนกิน”
“ก็นังป้าบัวตองน่ะสิ พอผัวจะตีจากเข้าหน่อย ก็ริบเงินทุกบาททุกสลึง เข้ากระเป๋าแล้วดันยื่นคำขาด ให้ไอ้บุญน่านไปจากคณะ”
“แล้วทำไมน้าบุญน่านถึงต้องตีเธอ”
“ก็ไอ้บุญน่านมันไม่ยอมเลิกกับเมียแก่สิ มันบอกว่ามันกลัวจน มันกอดแข้งกอดขาเมียแก่นังป้าบัวตองมันเลยได้ใจให้ไล่ฉันออก”
“แล้วเธอก็ไม่ยอมออก” ม่อนดอยเดา
“ใช่ ถึงได้เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ ไล่ออกจากคณะยังกับหมูกับหมาไม่พอ มันยังยึดเสื้อผ้าสวยๆที่ซื้อให้คืนไปหมด เหลือแต่ตัวจริงๆ”
“ไหนว่าเสน่ห์มัดใจ ผัวรัก ผัวหลง จนวันตาย” คำฝายหมั่นไส้
“แกจะเหยียบฉันให้จมดินตรงนี้เลยมั้ย นังคำฝาย”
ณไตรถาม “ตกลงจะกลับมาอยู่ที่นี่”
“ขอฉันอาศัยอยู่ด้วยคนนะ พ่อเลี้ยง คิดซะว่าช่วยลูกนก ลูกกา”
คำฝายอ่อนใจแทนณไตร “ช่วยเป็นฝูงแล้วตอนนี้ รู้หรือเปล่าว่าผีสามป่าช้า กลุ่มป้ารัญจวนมันก็เพิ่งมาขออยู่ด้วย”
“ต๊ายยยยย นึกว่าจะได้ดิบได้ดีไปไหน สุดท้ายก็กลับมาสุมหัวกันอยู่ที่ปาง ...เหมือนเดิม” ประกายหัวเราะลั่น แต่สักพักก็มอง เห็นเนื้อนาง คำฝาย ทุกคนเงียบจ้องมา ประกายลดเสียงเปลี่ยนเป็นยิ้มแห้งๆ

รัญจวนวางจานข้าว มองกำปุ้ง สร้อยฟ้า “จริงเหรอวะ นังประกายมันกลับมา”
สร้อยฟ้ายืนยัน “แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง คนงานพูดกันให้แซ่ด”
“งั้นเราก็ต้องรีบไปต้อนรับมันหน่อย”
กำปุ้งคัดค้าน “ไม่ต้องไปหรอกค่ะ คุณพี่ เดี๋ยวมันจะได้ใจ นึกว่าเราดีใจเนื้อเต้น นังประกายมันซมซานกลับมาก็ดีแล้ว ทีนี้เราจะได้เอาคืนให้มันสาสม ทีเดียวทั้งสามคน”
กำปุ้ง สร้อยฟ้า รัญจวนหัวเราะลั่นแล้วรีบสุมหัวกัน ทวนแผนที่จะแกล้งเนื้อนาง

ประกายยืนอยู่หน้าเนื้อนาง กับทุกคน หน้าตาจ๋อยๆ ขอความเห็นใจเต็มที่ “จะขับไสไล่ส่งฉันได้ลงคอเหรอ พ่อเลี้ยง”
“ฉันแล้วแต่เนื้อนางคนเดียวเท่านั้น ว่าจะให้อยู่มั้ย ลองขอกันดู” ณไตรมองเนื้อนางให้ตัดสินใจ แล้วหันกลับมาสั่งม่อนดอย “ม่อนดอย นายไปช่วยฉันดูเรื่องทะเบียนไม้ดีกว่า”
“ดีเหมือนกัน พ่อเลี้ยง อยู่นานๆ เดี๋ยวจะใจอ่อน อยากมีเมียอีกรอบ” ม่อนดอยแกล้งแหย่
ประกายทอดสายตา “จีบได้นะ ฉันโสดแล้ว”
“ฮึ่ย ไม่เอา ชายสามโบสถ์ หญิงสามผัว พระท่านว่าไว้”
“ว่าไว้ยังไง” คำฝายทำถาม
“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนน่ะดีแล้ว”
“ไอ้ม่อนดอย” ประกายฉูน
ม่อนดอยไม่อยากยุ่งกับประกาย รีบเดินตามณไตรไป
เนื้อนาง คำฝายมองประกาย“เอายังไงละ เนื้อนาง ตั้งคณะรำวงใหม่ซะเลยดีมั้ย มากันครบแล้ว”
เนื้อนางมองประกาย “ที่นี่ไม่มีแสงสี ไม่มีความสะดวกสบายที่เธอชอบ เธอก็คงอยู่สักพักจนกว่าจะหาที่ใหม่ได้ใช่มั้ย”
“อันที่จริง ฉันก็คิดไว้แบบนั้นแหละ”
“จะไล่เธอไปสภาพนี้ ก็คงใจดำเกินไป”
“ขอบใจมาก เนื้อนาง ไม่แน่นะกลับมาคราวนี้ ฉันอาจจะรักปาง อยากอยู่ที่นี่จนตายเลยก็ได้” น้ำเสียงประกายสดใส
เนื้อนางอมยิ้ม คำฝายมองค่อน หน้าตาไม่อยากเชื่อคำพูดประกาย

ณไตรเดินเร็วขึ้นมาบนเรือน หยิบสมุดบัญชีส่งให้ม่อนดอย “เอาไปนับดูว่าแสงคำลงจำนวนตรงหรือเปล่า”
“แต่ไอ้แสงคำ มันก็นับครบทุกทีนะ พ่อเลี้ยง”
“นับอีกที เอาไปทำ แล้วก็ไปคอยเฝ้าเนื้อนางที่เรือนด้วย”
“ครับๆ” ม่อนดอยรับสมุดแล้วเดินลงกลับออกไป
ณไตรมองแล้วรีบเดินเข้าไปในบ้าน พักเดียวณไตรหยิบถุงใส่อาหารที่เตรียมไว้ด้านในออกมา แล้วก้าวพรวดลงเรือนไปด้านหลังอย่างเร็ว เพื่อเอาอาหารไปให้แสงคำกับแขไข

เนื้อนางยืนมองคำฝายกับประกาย
“เอ้าๆ .. เนื้อนางให้อยู่ งั้นแกก็ตามข้า ขึ้นไปจัดที่หลับที่นอน”
“มีเรือนใหม่ๆให้ฉันอยู่มั่งมั้ยล่ะ บางที ... ก้ออยากอยู่คนเดียว
“อยากอยู่คนเดียว เงียบๆ ใช่มั้ย
“ใช่”
“มีที่นึง อยู่เงียบๆ ไม่มีใครรบกวน โน่น !!! ป่าช้าโน่น”
“นังบ้าคำฝาย ฉันยังไม่ตาย ไปๆ นอนที่นี่ก็ได้” ประกายบ่นกระปอดกระแปด ตามคำฝายขึ้นเรือน
เนื้อนางอมยิ้ม ขำประกายกับคำฝาย ขยับจะเดินไปที่แคร่ เนื้อนางมองไปทางชายป่า เห็นร่างไหวๆวูบเข้าไปในป่า “ใครน่ะ” เนื้อนางขยับไปเพ่งมอง เห็นชุดขาวเหมือนชุดผีแขไข เคลื่อนไหวหายไปในป่า “ผีแขไข .. ผีปลอม”
เนื้อนางอยากรู้ ลืมคำเตือนของณไตร วิ่งตามเข้าไปในป่าทันที

ประกายรับหมอน ผ้าห่มจากคำฝาย มาวางจัดบนที่นอน
“มาอาศัยเค้าก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่สะดวกสบาย แต่รับรองไม่มีใครมาตบมาตีให้แกช้ำใจเหมือนที่คณะรำวงโน่น”
“เออ รู้แล้ว ไม่ต้องซ้ำเติม แล้วนี่เสื้อผ้าสวยๆของเนื้อนางอยู่ไหน เอามาให้ฉันยืมใส่มั่งสิ”
“มาแต่ตัวเลยนะ”
“ก็ไอ้ผัวบ้ามันซ้อมฉัน ข้าวของเสื้อผ้าแก้วแหวนเงินทองมันก็ยึดเอาไปหมด จะเม้มจะเก็บอะไรที่ไหนทันล่ะ” ประกายหน้าง้ำ คำฝายมองค้อนอย่างหมั่นไส้

คำฝายออกจากเรือนลงบันไดมา ประกายตามหลัง ม่อนดอยเดินถือสมุดบัญชีมาจากอีกทาง
คำฝายมองหา “เนื้อนางล่ะ”
“อ้าว ก็อยู่กับแกไม่ใช่เหรอ คำฝาย”
“เนื้อนาง เนื้อนาง” คำฝายร้องเรียก
“เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย” ประกายก็ช่วยมองหา
“หรือว่า เนื้อนางเข้าไปในป่า” คำฝายนึกได้วิ่งตามเข้าไปในป่าอย่างสังหรณ์ใจ
ม่อนดอยทิ้งสมุดบัญชี วิ่งตามไป ประกายวิ่งตามไปอีกคน

เนื้อนางเดินเร็วมา มองหา เห็นผีแขไขที่กำปุ้งทำหลอกล่อ เนื้อนางเดินลึกไปด้านใน เนื้อนางเห็นหลังผ้าขาวไวๆ “วันนี้ ฉันจะได้เห็นหน้าแกจริงๆ สักที ผีแขไข”
เนื้อนางก้มลงคว้าไม้บนพื้นเป็นอาวุธแล้วเดินตามเข้าไปอย่างไม่กลัว

ณไตรหิ้วถุงอาหารมา หยุดยืนแล้วลองผิวปากเบาๆ เห็นแสงคำโผล่ออกมาจากมุมหนึ่ง ณไตรรีบส่งถุงอาหารให้ “แขไขเป็นยังไงบ้าง”
“เหมือนเดิมครับยังไม่พูดว่าใคร”
“มีใครมาป้วนเปี้ยนมั้ย”
“ไม่มีครับ”
“เฝ้าไว้ให้ดี แล้วฉันจะพาหมอมา” ณไตรฝากฝังแล้วเดินกลับไป
แสงคำแยกเดินไปอีกทางอย่างเร็ว

เนื้อนางเดินลึกเข้ามา กำปุ้งที่ปลอมเป็นผีแขไขรีบวิ่ง เนื้อนางวิ่งตาม

แสงคำสะพายถุงใส่อาหาร ผลักประตูเข้ามา กวาดตามองไปรอบๆ “แขไข”
แสงคำมองตกใจ ปิดประตู หันไปเห็นแขไขซุกอยู่ด้านหลังประตู แสงคำถอนใจโล่งที่เห็นแขไข
เนื้อนางวิ่งตามมา กำปุ้งที่แกล้งเป็นผีแขไขล่อเนื้อนางมาใกล้แล้วเลี้ยวหลบไปในพุ่มไม้ เนื้อนางวิ่งมา มองไปรอบๆขาเนื้อนางที่กำลังจ้ำก้าวเข้าไปเหยียบกับดักสัตว์บนพื้น
“เนื้อนาง ระวัง อย่าเหยียบ” ม่อนดอยที่วิ่งตามมากับคำฝาย ประกาย ร้องตะโกนขึ้นก่อน
เนื้อนางชะงักเท้า มองต่ำ คำฝายเข้ามากระชากเนื้อนางสุดแรง ให้ถอยหลังออกมา ประกาย ม่อนดอยวิ่งมา ทุกคนมองกับดักสัตว์อันใหญ่วางอยู่ที่พื้น
กำปุ้งที่หลบอยู่โมโห เจ็บใจ หันหลังวิ่งหนี
คำฝายตาไวมองเห็น “มันไปทางนั้น”
กำปุ้งวิ่งเร็ว แต่ไม่ทัน คำฝายวิ่งมาดักหน้า กำปุ้งหันหลังเห็นเนื้อนาง หันไปข้าง ม่อนดอย ประกาย ดักไว้ทุกทาง คำฝายกับม่อนดอยพุ่งเข้ารวบตัว กำปุ้งดิ้น ไม่ยอมให้จับ
ม่อนดอยรวบตัวไว้แน่น “เสร็จล่ะ ไอ้ผีแขไข”
เนื้อนางเข้ามากระชากหน้ากากผีออก ทุกคนมอง ตกใจเห็นเป็นกำปุ้ง เนื้อนางอุทาน “กำปุ้ง เธอเองเหรอ”

กำปุ้งถูกม่อนดอยผลักมาตรงหน้าแทบเท้าณไตรที่จ้องด้วยสายตาโกรธจัด เนื้อนาง คำฝาย ประกายยืนอยู่อีกด้าน รัญจวน สร้อยฟ้ายืนตกใจที่ถูกจับได้
“กำปุ้งแค่ทำหลอกเล่นๆ เห็นคนงานบอกว่ามีผีแขไขอาละวาด”
“แล้วกับดักที่แกวางไว้ ล่อให้เนื้อนางเหยียบล่ะ จะให้ขาขาดเล่นๆ ด้วยหรือเปล่าฮะ” คำฝายรี่เข้าไปทุบกำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้าผลักคำฝาย คำฝายผลักกลับ ประกายเข้าไปทุบสร้อยฟ้า
“หยุด” ณไตรสั่ง สองฝ่ายต้องถอยห่าง
“กับดักอะไร กำปุ้งไม่รู้เรื่องเลยนะคะ พ่อเลี้ยง” กำปุ้งเข้าไปกอดขา ณไตรสะบัดเท้า ขาโดนหน้ากำปุ้งหงาย ณไตรไม่สนใจความเจ็บกำปุ้ง หันไปสั่ง “ม่อนดอย เอาไปมัดไว้ที่ต้นไม้”
รัญจวนขอ “อย่าฆ่านังกำปุ้งมันเลยนะคะ อย่าฆ่ามันเลย”
กำปุ้งสะบัด ไม่ยอม ณไตรชักปืนออกจากเอว กำปุ้งตกใจ เข่าอ่อน ม่อนดอยลากกำปุ้งมามัดไว้ด้วยเชือกติดกับต้นไม้
“กำปุ้งไม่รู้เรื่องจริงๆ เอากำปุ้งไปสาบานที่ไหนก็ได้ค่ะ พ่อเลี้ยง”
“หยุดคร่ำครวญได้แล้ว ฉันบอกแล้วว่าอย่าก่อเรื่องให้เนื้อนางอีก”
ประกายเชียร์ “มันน่าจะฆ่าทั้งสามคน”
“ใครให้เธอทำแบบนี้ กำปุ้ง” เนื้อนางถาม
รัญจวน สร้อยฟ้ามองกันไม่กล้าพูด
กำปุ้งรีบบอก “เนื้อนาง ฉันแค่หยอกเธอเล่นๆ ไม่ได้คิดร้ายกับเธอเลยจริงๆ”
“เธอจะไม่เจ็บตัวมากไปกว่านี้นะ กำปุ้ง ถ้ายอมสารภาพความจริงว่า ใครสั่งให้เธอทำ” เนื้อนางคาดคั้น

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[2] วันที่ 21 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ