อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 2 วันที่ 25 ต.ค. 57

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 2 วันที่ 25 ต.ค. 57

“เรื่องสวยและแท้ไม่ต้องห่วง ของของผมระดับสองร้อยปีขึ้นทั้งนั้น” แล้วเสี่ยเล็กก็เปิดโน้ตบุ๊กให้ดูภาพเศียรพระ ทั้งสองจ้องที่หน้าจออย่างใจจดจ่อ

เทพอยู่ข้างนอกก็ใช่จะปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาเลียบเคียงถามบัติว่าของส่วนใหญ่ของเสี่ยเล็กบัติเป็นคนไปเอาหรือ

“ก็แล้วแต่งาน ถ้างานยากและแพงเสี่ยเขาก็ต้องให้ผมไป” เทพถามอีกว่าแล้วบัติอยู่กับเสี่ยนานหรือยัง “ตั้งแต่ผมตัดผมจุก พ่อผมก็ให้มาอยู่ที่นี่แล้ว”


แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ อยู่ในสายตาผ่านกล้องจากปืนยาวของเมษาที่ขึ้นไปซุ่มส่องอยู่บนต้นไม้

ooooooo

หลังจากดูเศียรพระจากโน้ตบุ๊กแล้ว ไมค์บอกว่าตนเอาทั้งหมด ทำเอาเสี่ยเล็กมองอึ้งถามว่าพูดเล่นหรือเปล่าอย่าหลอกให้ตนหลงดีใจ ถามว่ารู้ไหมว่าทั้งหมดนี้ราคาเท่าไร บอกไมค์ว่าเกือบสองร้อยล้านบาทเชียวนะ

ไมค์บอกว่าตนวางล่วงหน้าร้อยล้าน แต่เงินอยู่ในรถ พอเสี่ยบอกไม่มีปัญหา ไมค์ก็บอกว่า

“แต่ผมจะวางเงินสด ก็ต่อเมื่อผมต้องเห็นของทั้งหมดด้วยตาผมก่อน” เสี่ยเล็กนัดพรุ่งนี้ไปดูที่โกดังเลยนัดเก้าโมงเช้าเจอกัน ไมค์บอกว่าเช้าไปตนไม่เคยตื่นเช้าขอเป็นเที่ยง เสี่ยตกลง

“งั้นเดี๋ยวผมวางมัดจำให้คุณสิบล้านก่อนดีไหม” พอเสี่ยเล็กไม่มีปัญหา ก็บอกว่า “แต่คิดอีกที เงินสิบล้านมันน้อยไปสำหรับเครดิตผม เอาไว้พรุ่งนี้เอาไปให้ร้อยล้านเลยดีกว่า เสี่ยจะได้สบายใจ”

“ก็ได้ครับ” เสี่ยเล็กตกลงทันที

พอไมค์ออกมา เทพถามว่าว่ายังไง ไมค์วางมาดเข้มสั่งกลับโรงแรม แล้วหันลาเสี่ยนัดพรุ่งนี้เจอกัน เทพถือโอกาสมองหน้าเสี่ยเล็กอย่างจดจำ จนบัติเตือนว่าเจ้านายกลับไปแล้วนะ เทพจึงทวงปืนคืน บัติเอาปืนคืนให้ เมษาที่ส่องกล้องอยู่บนต้นไม้นึก “พกปืนซะด้วย?...ใครกันนะที่มันมาเจอ” เมษาสะพายปืนยาวกระโดดลงจากต้นไม้ แล้วเดินหายไปในความมืด...

เทพถามไมค์ว่าคุยอะไรกับเสี่ยเล็กบ้าง ไมค์ยักท่าต่อรองราคาถูกๆว่า

“ฉันจะไม่บอกนาย จนกว่านายจะพาฉันกลับโรงแรมแล้วสั่งเบียร์ให้ฉันกิน...อยากรู้ก็รีบขับให้ถึงโรงแรมเร็วๆ”

เทพชำเลืองมองไมค์อย่างหมั่นไส้แต่ในยามนี้ต้องอดกลั้นไว้ก่อน

คืนเดียวกันนี้ปึกฝันว่าตนไปเจอพวกลักลอบตัดเศียรพระแล้วเข้าไปขัดขวาง ต่อสู้กับพวกมัน ในฝันปึกเก่งมาก ต่อสู้กับมันหนึ่งต่อสี่อย่างกล้าหาญ สุดท้ายถูกพวกมันตวัดเชือกรัดคอ ปึกหายใจไม่ออกตะโกนขอความช่วยเหลือ พอสะดุ้งตื่นพบตัวเองกลิ้งตกลงมานอนที่พื้นข้างเตียงจึงรู้ว่าฝันไป

คุณนายได้ยินเสียงปึกโวยวายรีบมาดู พอรู้ว่าปึกฝันก็บ่น “แกนี่บ้าจริงๆ” แต่พอคุณนายไป ปึกนั่งนึก...

“ทำไมเราถึงฝันถึงหลวงพ่อคำเกลี้ยงอีก” ปึกยกมือพนม “หลวงพ่อคะ หนูจะเอาเศียรหลวงพ่อมาคืนให้ได้ค่ะ หนูสัญญา”

ooooooo

เช้านี้ เมษาเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม เห็นเทพนั่งหันหลังกินอาหารเช้าอยู่คนเดียว ครู่หนึ่งเห็นไมค์ลงจากรถของเสี่ยเล็กที่มาส่งหน้าโรงแรม

เมษาคิดแผนบางอย่าง เดินไปหยิบถาดเอาขนมปัง กล้วยหอมและโยเกิร์ตใส่ถาดเหลือบมองเทพแล้วแกล้งถือถาดไปชนเทพ อาศัยความไวขณะเทพหันมาติดเครื่องดักฟังจิ๋วที่ปกเสื้อเขา แล้วทำเป็นขอโทษตนไม่ทันมองและเขาก็หันมาพอดี

เทพช่วยเก็บของที่พื้น เมษาทำกระฟัดกระเฟียด เขาถามว่ายังไม่หายโกรธที่เมื่อวานตนจะจูบเธออีกหรือ

“นายอย่าสำคัญผิด นายก็แค่คนขับรถ” เทพติงว่าเธอแบ่งชนชั้น เธอตอบอย่างยโสว่า “แน่นอน ฉันมีการศึกษาหน้าตาสวย ฉันจะไปมองคนขับรถอย่างนายทำไม” เทพบอกว่าบางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริง ถูกถามประชดว่า “จะบอกว่านายเป็นเจ้าชายปลอมตัวมาเป็นคนขับรถหรือ”

“ก็ไม่แน่นะครับ คุณไมค์อาจจะเป็นคนขับรถของผมก็ได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันก็คงต้องรอวันที่นายถอดรูปเป็นเจ้าชายก่อน ถึงวันนั้นฉันอาจจะมองนายแล้วกัน ขอตัว” เมษาเดินเชิดไปแล้ว เทพมองตามพึมพำยิ้มๆ ว่าปากจัดจริงๆ น่าจะจูบเสียให้เข็ด

ไมค์เห็นเมษาพอดี เขาร้องเรียก จะรี่ไปหา ถูกเทพคว้าแขนไว้เตือนว่า ตอนเที่ยงเรามีนัดสำคัญ ตอนนี้เขาควรรีบทานอาหารเสียเดี๋ยวบุฟเฟ่ต์จะหมดเวลา ไมค์มองหน้าแล้วพึมพำอย่างขัดใจ

“นายนี่มันยุ่งจริงๆ”

แต่เมษาพึมพำอย่างสนใจเมื่อได้ยินเสียงคุยกันจากบลูทูธ

“มีนัดสำคัญตอนเที่ยงงั้นเหรอ”

ooooooo

ไมค์กับเทพเดินคุยกันมาถึงหน้าโรงแรม ไมค์ถามว่าจะเอาเงินร้อยล้านที่ไหนมามัดจำเสี่ยเล็ก เทพส่ายหน้า ไมค์ใจไม่ดีบอกว่าถ้าไม่มีเงินแล้วไปพบ ตนถูกมันฆ่าแน่

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันมีแผนแล้ว” เทพพูดนิ่งๆ อย่างมั่นใจ

เมษาฟังบลูทูธอยู่สงสัยว่าสองคนนี้พูดจาแปลกๆ ได้ยินไมค์ถามว่าแผนอะไร

“พอไปถึงโกดังเก็บของของมัน...” เทพพูดได้แค่นั้น ก็ถูกไมค์บอกเดี๋ยว มองไปที่ปกเสื้อเทพบอกว่ามีอะไรติดอยู่แล้วเอื้อมมือไปหยิบทิ้งบอกไม่รู้อะไร ที่แท้มันคือเม็ดเครื่องดักฟังที่เมษาแอบติดไว้ที่ปกเสื้อเทพ ไมค์บอกให้เทพเล่าแผนของเขาต่อ เทพบอกว่าเดี๋ยวขึ้นรถแล้วค่อยเล่าต่อ

เมษาหงุดหงิดมากที่เม็ดเครื่องดักฟังมีแต่เสียงอู้อี้ๆ วิ่งออกมาดูเห็นไมค์กับเทพขึ้นรถไปแล้ว

พอขึ้นรถ เทพเล่าแผนของตนว่า ให้ไมค์ถ่วงเวลาการจ่ายเงินให้เสี่ยเล็ก หาทางคุยกับมันเพื่อเชื่อมโยงไปถึงเควินสมิธให้ได้ ย้ำว่า เราต้องการให้เสี่ยเล็กพาเราไปพบเควินสมิธ

เมษาวิ่งออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ตามไมค์กับเทพไป เห็นรถของไมค์เลี้ยวเข้าไปในโกดังของเสี่ยเล็ก แต่เธอเข้าไม่ได้เพราะมียามเฝ้าประตูอยู่

แต่เมษาไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค เธอใช้ความสามารถพิเศษเหวี่ยงตะขอเหล็กเกี่ยวขอบรั้วแล้วไต่เชือกข้ามกำแพงไป จากนั้นซ่อนตัวเลื้อยไปด้านหลังโกดัง

บัติพาไมค์เข้าไปในโกดัง ไมค์บอกเทพให้เข้าไปด้วย

ooooooo

ภายในโกดังมีทั้งเศียรพระพุทธรูป องค์พระ-พุทธรูปวางเรียงอยู่นับสิบองค์

ไมค์วางมาดนักซื้อของเก่า เอาแว่นขยายส่องสำรวจองค์พระ เทพเดินตามคอยมองรอบตัวอย่างสังเกตระแวดระวัง โดยมีบัติถือไอแพดที่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพระแต่ละองค์คอยอธิบาย เสี่ยเล็กนั่งอยู่มีลูกน้องรายรอบ

ไมค์พยายามทำตัวเป็นนักซื้อของเก่า ติว่าองค์นั้นบิ่น องค์นี้พระใหม่หรือเปล่า ไม่ใช่เอามาย้อมนะ ทำเอาเสียเล็กฉุนถามว่าทำไมพูดอย่างนี้! บัติเป็นลูกคู่เสริมทันทีว่า

“นั่นสิครับ นี่เราค้าขายกันระดับชาตินะ แล้วองค์นี้ผมเป็นคนตัดมากับมือผมเอง”

“คุณไมค์แกแค่โจ๊กน่ะครับเสี่ย” เทพช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่ไมค์กลับโพล่งขึ้นว่า

“ฉันไม่ได้โจ๊ก เรามาซื้อของเป็นร้อยๆล้าน เราก็ต้องสอบถามให้แน่นอน”

บัติกระซิบกับเสี่ยเล็กว่าดูท่าไมค์ไม่มีความรู้เรื่องของเก่าเท่าไร เสี่ยบอกช่างมัน ขอให้มันมีเงินให้เราก็พอ ส่วนเทพก็กระซิบเตือนไมค์ว่าอย่าพูดมากนักเดี๋ยวมันจะสงสัย ไมค์ตอบอย่างอวดดีว่า “รู้แล้วน่า” แล้วก้มส่องพระต่อ

เมษาซุ่มดูอยู่ เธอยกมือถือขึ้นถ่ายรูปทั้งเศียรพระ องค์พระ และไมค์กับเทพที่คุยกับเสี่ยเล็ก พึมพำเครียด...

“มันลักลอบซื้อขายเศียรพระจริงๆด้วย ไอ้พวกนี้มันเลวจริงๆ” และเมื่อซูมเข้าหน้าเสี่ยเล็กก็จำได้ว่า “ไอ้นี่มันไอ้เสี่ยเล็กร้อยเอ็ดนี่”

เมษาแอบโทร.รายงานผู้การสถิตย์ว่าตอนนี้ไมค์– โจ๊กเกอร์กำลังซื้อขายเศียรพระอยู่กับเสี่ยเล็กร้อยเอ็ด จะให้ตนจับเลยไหม ตนจะได้ขอกำลังเสริมจากพื้นที่เลย สถิตย์บอกไม่ต้อง อ้างว่าตำรวจพื้นที่อาจจะเป็นพวกของเสี่ยเล็กก็ได้ สั่งเมษาให้ออกจากพื้นที่เดี๋ยวตนจะจัดการเรื่องนี้เอง เมษาพยายามจะชี้แจงก็ถูกตัดบทว่า

“ผมไม่อยากให้คุณได้รับอันตราย ผมจะส่งหน่วยเฉพาะกิจไปเอง คุณรีบออกมาจากพื้นที่ได้เลย นี่เป็นคำสั่งผู้กองเมษา”

“ก็ได้ค่ะ” เมษาจำต้องรับคำ บ่นอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “ทำไมหัวหน้าไม่ให้เราจับพวกมันนะ?”

ชายชาติที่นั่งอยู่กับสถิตย์ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ พอสถิตย์เล่าให้ฟัง ชายชาติพูดอย่างรู้ดีว่า

“ถ้าเมษาจับไอ้ไมค์กับผู้กองเทพได้ แผนแตกนะครับ”

“ก็นี่ไง ฉันถึงสั่งให้เธอถอนตัวออกมา”
ooooooo

ในโกดัง เทพถ่ายรูปเศียรพระและพระพุทธรูปในโกดังและติดหน้าเสี่ยเล็กไปด้วย เสี่ยเล็กโวยว่ามาถ่ายรูปตนทำไม

“ผมไม่ได้ถ่ายเสี่ย ผมแค่ถ่ายเปรียบเทียบขนาดความสูงให้ลูกค้าดู” เทพชี้แจง แต่ก็ถูกเสี่ยสั่งไม่ต้องถ่ายตน

ไมค์พยายามที่จะเชื่อมกับเควินสมิธ อ่อยเสี่ยเล็กว่า ได้ข่าวว่าเควินสมิธเป็นเศรษฐีชอบสะสมของเก่าพอดี ตนได้ทับหลังนารายณ์จากเขมรมา

เห็นเสี่ยเล็กมองหน้า ไมค์ถามว่าไม่เชื่อหรือ ตนมีคนไปฝังตัวไว้ที่เขมรแล้วหาจังหวะเอาของปลอมไปเปลี่ยนของจริงมา อ่อยว่าถ้าเสี่ยติดต่อเควินสมิธให้ตนได้เสี่ยก็จะได้เห็น และถ้าขายให้กับเควินสมิธได้ ตนจะให้เสี่ยสิบเปอร์เซ็นต์ เสี่ยถามว่าจะปล่อยเท่าไหร่

“ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้าน”

“เดี๋ยวผมจะลองถามพรรคพวกดู รู้สึกว่าจะมีเพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯคนหนึ่งเขาสนิทกับคุณเควินสมิธ” แต่พอไมค์ถามว่าใคร เสี่ยตัดบทว่าบอกไปไมค์ก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่ค่อยเปิดตัว

ขณะเสี่ยเล็กกำลังคุยกับไมค์นั่นเอง มีสายจากสถิตย์เข้าถามเสี่ยว่าคุยกับไมค์โจ๊กเกอร์อยู่ใช่ไหม พอเสี่ยบอกใช่ สถิตย์บอกว่า

“มันเป็นสายตำรวจ คนที่มากับมันเป็นตำรวจชื่อผู้กองเทพ จัดการเก็บมันซะ อย่าให้เหลือซาก”

เสี่ยเล็กรับคำแล้วทำทีหันมาคุยกับไมค์ ต่อรองว่าถ้าตนติดต่อให้ไมค์พบเควินสมิธได้ขอยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหม ไมค์ต่อรองเหลือสิบห้า เสี่ยตกลงทันที ยื่นมือไปเช็กแฮนด์ พลางเหลือบมองและพยักหน้าให้บัติพร้อมกับกระชากไมค์เข้าไปล็อก เทพขยับจะหยิบปืนก็ถูกบัติเอาปืนจ่อหลังแล้ว

ไมค์ทำเสียงเข้มถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เทพก็บอกให้เสี่ยปล่อยไมค์เดี๋ยวนี้

“มึงไม่ต้องตอแหลไอ้ผู้กองเทพ” เสี่ยตวาด เทพตกใจที่เสี่ยรู้ทั้งยศและชื่อตน ไมค์ทำเป็นผสมโรงด่าเทพว่าเป็นตำรวจปลอมตัวมาจับตนหรือ ไมค์ขอบใจเสี่ยที่ช่วยชีวิตตนไว้ กลับถูกเสี่ยเล็กต่อยโครม ด่า “มึงอย่ามาแหลกะกู”

เมื่อรู้ตัวว่าพลาดท่าแน่แล้ว เทพบอกเสี่ยว่าคนที่ตนต้องการจับคือเควินสมิธ ส่วนเสี่ยตนจะกันไว้เป็นพยาน เมื่อเสี่ยไม่เล่นด้วย เทพบอกว่าเมื่อกี๊ที่ตนถ่ายรูปเสี่ยมันออนไลน์ไปที่สำนักงานตำรวจแล้ว และตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าตำรวจมาปิดล้อมอยู่ข้างนอกแล้วหรือยัง

“ฆ่ามัน!”

สิ้นเสียงเสี่ยเล็ก เสียงปืนกัมปนาทขึ้นนัดหนึ่งจากที่สูง ลูกปืนถูกท้องลูกน้องเสี่ยล้มลง ทุกคนแหงนมองเห็นคนชุดดำสวมหมวกสวมแว่นอยู่ข้างบน ไมค์ถามว่าใครมาช่วยเรา เทพเองก็ไม่รู้ ลากไมค์วิ่งหนี เสี่ยเล็กเห็นตะโกนสั่ง “ตามมันไป!”

“ออกรถเร็ว!” เทพสั่งไมค์ รถพุ่งออกไป กระจกท้ายรถลูกน้องเสี่ยระดมยิงแตก เสียงปืนยังรัวไล่หลังมา

ooooooo

ที่หลังโกดัง ลูกน้องเสี่ยเดินล้อมเข้าไปในพงหญ้าและเศษวัสดุที่ทิ้งอยู่เกลื่อนกลาด เสี่ยเล็กวิ่งมาถามว่ามันอยู่ไหน แต่ไม่มีใครเห็น บัติบอกว่ามันอาจจะอยู่ในบ่อ เสนอให้ยิงลงไปเลยดีไหม

“ไอ้บ้า ยิงได้ไง ในนั้นมีแต่เศียรพระ แต่ถ้ามันอยู่ในบ่อจริง เดี๋ยวมันก็ต้องโผล่ขึ้นมาให้เรายิง”

ที่ใต้น้ำในบ่อ...เมษาคาบหลอดกาแฟหายใจลำบากเข้าทุกที โชคดีที่เสี่ยเล็กบอกลูกน้องว่าถ้ามีใครซ่อนอยู่ใต้บ่อไม่น่าอึดได้ขนาดนี้ แล้วสั่งให้รีบกลับไปย้ายโกดัง

พอพวกเสี่ยเล็กไป เมษาก็โผล่ขึ้นมาฮุบอากาศหายใจแทบไม่ทัน

ไมค์กับเทพขับรถหนีกลับมาถึงห้องพักที่โรงแรม ไมค์ถามว่าคนที่มาช่วยเราเป็นพวกผู้กองใช่ไหม เทพบอกไม่รู้แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้ชาย ไมค์ถอดใจขอถอนตัวจากงานนี้ เทพบอกว่าถอนตัวไม่ได้ ไมค์ไม่ฟังไม่ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเงินแสนสองแสนอีกแล้ว

เทพเตือนว่าถ้าไมค์เดินออกจากห้องนี้ไป ตนไม่แน่ใจว่าพวกมันจะมารออยู่ข้างล่างคอยเชือดอยู่หรือเปล่า ไมค์หาว่าขู่ออกไปจนได้ แต่พอลงมาออกจากลิฟต์ก็เจอพวกบัติกำลังกระจายกำลังกันค้นหา ไมค์ตกใจแต่ยังห่วงเทพรีบโทร.บอกปรากฏว่าเทพปิดเครื่อง ไมค์ว้าวุ่นจะหนีก็ไม่รู้จะออกไปทางไหน

ไมค์แอบใส่ชุดมาสคอตเดินออกไป พอไปถึงหน้าโรงแรมถอดหัวออก ก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งเข้ามา!

เทพนั่นเอง...เขาบอกไมค์ให้รีบขึ้นรถ พอไมค์โดดซ้อนท้าย เทพก็พุ่งรถออกไปทันที

ooooooo

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 2 วันที่ 25 ต.ค. 57

ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทประพันธ์โดย มีนมีนา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ กำกับการแสดงโดย บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ ผลิตโดย บริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับโดยผู้จัด : ยุวดี ไทยหิรัญ ดำเนินงาน : วิไลลักษณ์ พูลประเสริฐ
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ