อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 23 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 23 ต.ค. 57

พิธีกรร่วมอีกคนเอ่ยขึ้น “งานนี้ สถานีเอ็มเอ็มแชนนัล แถลงยอมรับแล้วนะครับ ขอยกเลิกการแข่งขัน คืนเงินให้กับคนที่โหวตมา ใครที่โหวตรายการนี้ก็รอเช็คเงินคืนได้เลย”
เมืองแมนกำลังนั่งดูรายการอยู่เห็นพิธีกรคนแรกพูดถึงข่าวของตัวเอง

“ใช่ ตอนนี้ มีข่าวภายในเป็นข่าวด่วนนะครับ กรรมการบริหารช่องเอ็มเอ็มเชนนัล เตรียมปลดคุณเมืองแมน ที่เป็นข่าวกับเมียอยู่ตอนนี้”
พิธีกรร่วมเสริมเป็นปี่เป็นขลุ่ย “นี่ก็จบแล้วเหมือนกัน เป็นผู้บริหารคิดจะเคลมนักร้องในสังกัด แบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ”

เมืองแมนนั่งบนรถเข็น สีหน้าหมดสภาพ กำลังโวยวายเอามือตีบนรถเข็น เพราะขัดใจกับการรายงานข่าว “โว้ย โธ่ๆๆๆ”
แซนดี้ กับบรมมายืนดูอยู่ที่ประตูเห็นทั้งหมดแล้วแอบวิจารณ์กันสองคน


“สภาพแย่กว่าที่คิด” บรมไม่เชื่อสายตา
“นี่แค่เริ่มต้น ผู้ชายมากรัก สุดท้ายก็จบที่....ไม่มีใครรัก ไม่มีคู่ชีวิตที่จริงใจ ไม่มีลูก ไม่มีหลาน” แซนดี้เอ่ยออกมาอย่างสลดใจ
ขณะนั้นเองเมืองแมนหันมาเจอแซนดี้กับบรมพอดี “มากันทำไม”
บรมสรุปให้ฟังสั้นๆ “คุณรู้อยู่แล้ว ตอนนี้เราเหลือทางเดียว คุณเซ็นลาออกซะ สถานีเปลี่ยนผู้บริหาร สถานีเราถึงจะรอด แต่ถ้าไม่ ทั้งคุณและสถานีก็จบ”
เมืองแมนอึ้งไปสองนาที จากนั้นก็ยอมรับสภาพ ถอนใจหนึ่งครั้ง แล้วพูดออกมา“ทองทา....”
“ทองทาทำไมคะ” แซนดี้ถามขึ้นอย่างสงสัย
เมืองแมนตัดสินใจยอมยกสถานีให้ทองทา

ที่บ้านของทองทา แซนดี้บอกข่าวกับทองทา
“เขาขอให้ผมขึ้นบริหารแทนหรือครับ”
“กรรมการบริหารเห็นด้วย ขอให้คุณเมืองแมนลาออกก็พอ”
“ผมเพิ่งรู้จากพี่โย สถานีไม่เคยเป็นหนี้ เขาหลอกผมมาตลอด ทั้งโกหก ทั้งหื่นกาม คนแบบนี้ผมไม่อยากนับถือแล้ว นี่จะให้ผมไปทำงานหนักเพื่อเขาอีกหรือครับ”
“อธิกำลังช่วยคุณโย เขามั่นใจไม่ใช่หรือว่าคุณโยจะรอดจากคดีทำร้ายร่างกาย”
“ครับ อธิเชื่อว่าคุณโยน่าจะโดนแค่รอลงอาญา ทนายจะบอกว่าคุณโยแค่บันดาลโทสะ”
“ถ้าอำนาจอยู่ในมือเธอ เธอก็เอาคุณโยกลับมาทำงาน ยึดสถานีจากพ่อของเธอซะ ให้เขาเป็นแค่ผู้ถือหุ้น เธอยังอยากทำหน้าที่ครู ปลูกสร้างคนต่อไปถูกไหมล่ะ”
“ครับ ก็ใช่”
“ครูก็อยากสร้างสถานีโทรทัศน์ใหม่ที่เน้น คุณภาพ กรรมการทุกคนเห็นด้วย ถ้าเธอจะมาทำหน้าที่นี้แทนพ่อเธอ เราจะทำรายการสอนร้องเพลง สอนเต้น ทำรายการดีๆ มีคุณภาพ มาทำงานสร้างคนด้วยกันเถอะนะทองทา”
“ถ้าอย่างงั้น ก็ตกลงครับ” ทองทาคิดเล็กน้อยแล้วก็พยักหน้า
แซนดี้ยิ้มดีใจที่ชักจูงให้ทองทาร่วมงานได้สำเร็จ

ที่โรงพยาบาล ภายในห้องพักผู้ป่วย เบลนอนเหม่อ เริ่มมีอาการทางจิตดีสลับร้ายปนกันแยกแยะอะไรไม่ได้ เบลรำพึงเบาๆ ตาลอย ยิ้มๆ “ฉันเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว ชนะแล้ว ชนะแล้ว”
“อาการหนักแล้ว เพ้อแล้ว เอาไงดีอ่ะ” ยาหยีกระซิบกับนีน่า นีน่ายักไหล่ไม่สนใจ
บุณฑริกเดินไปเดินมาเครียด “ทองทาขึ้นบริหาร อีกหน่อยมันต้องยึดบริษัทแน่ ยายเบล แกต้องรีบหายนะ ต้องไปทวงเงินเราคืน เอาตำแหน่งบริหารคืนมา”
นีน่ากระซิบเบาๆ กับยาหยี “นี่ก็เพ้อไปอีกแบบ รวยจะตายยังไม่รู้จักพอ”
“นีน่า ไปเอารถออก ฉันจะไปร้องเพลง ฉันต้องขึ้นแสดง คนดูรอฉันอยู่” เบลเอ่ยขึ้นทำท่าจะลุกจากเตียง
นีน่ารีบจับไว้ “คุณไม่มีงานแสดงแล้ว เพลงก็ไม่ต้องร้อง มีที่เดียวต้องไป คือไปขึ้นศาลค่า”
“นี่แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแก” เบลไม่พอใจ
“คุณเบล ยอมรับความจริงเถอะค่ะ การแข่งขันจบไปแล้ว โฮ้ย วันๆ พูดเป็นร้อยครั้ง ฟังที่ไหน” ยาหยีเอ่ยอย่างเบื่อๆ
เบลร้องกรี๊ดออกมา อาละวาดเขวี้ยงของใส่สองสาว“อีบ้า แกทรยศฉันไปช่วยนังหนูมาลีแล้วใช่ไหม ทั้งพี่ ทั้งพ่อ แล้วนี่แกสองคนอีก ไป๊ออกไป”
“นี่หยุดลูก หยุด เลิกเพ้อเรื่องร้องเพลงเสียที พอเสียที ยายเบื่อเต็มทีแล้ว หันมาจัดการเรื่องบริษัทดีกว่านะ ฟังนะยายเบล แกไม่ได้เป็นซุปตาร์แล้ว ไม่ได้เป็นแล้ว ได้ยินไหม” บุณฑริกพยายามพูดให้หลานสาวยอมรับความจริงให้ได้
“อร๊าย ไม่จริ๊ง” เบลสะบัดจนบุณฑริกร่วงลงไปที่โซฟา นีน่า และยาหยีร้องวี้ด บุณฑริกอึ้งกับการกระทำของหลานสาว
นีน่ากระซิบกับหยาหนี “จัดการพ่อได้ ตอนนี้มาจัดการยายแล้ว โคตรน่ากลัวเลยว่ะ”
เบลกระโดดลงจากเตียง พุ่งไปบีบคอนีน่า “แกคนทรยศ ฉันจะไม่ยอมให้ใครทรยศฉันอีกแล้ว อยากไปอยู่กับหนูมาลีใช่ไหม แกตาย”
“คุณอย่า คุณปล่อย ปล่อยนะ ช่วยด้วย คุณพยาบาลช่วยด้วย” ยาหยีเข้าไปดึงเบลไว้ร้องเรียกขอความช่วยเหลือ
บุณฑริกเองยังตกใจ เข้าไปช่วยดึงให้ออกจากกัน “ยายเบล ปล่อยๆๆ”
บุรุษพยาบาลเข้ามาพร้อมเชือก ช่วยกันจับเบลลงไปที่เตียงแล้วผูกมือเบลกับเตียงไว้ นีน่าทรุดลงไปไอแค่กๆ อยู่บนพื้น
ยาหยีรับไม่ได้ “คุณมันบ้าไปแล้ว เหมือนผู้หญิงของนายเมืองแมนทุกคน...เราสองคน ขอลาออก”
นีน่าเห็นพ้อง “ใช่ เราลาออก คุณหญิงน่ะเลี้ยงปีศาจขึ้นมาชัดๆ เอาแต่ความเกลียดชังสอนเขา คอยดูไปเถอะ คุณจะตายเพราะปีศาจที่คุณสร้างขึ้นมา”
บุณฑริกหวาดหวั่น กลัวหลานตัวเองเหมือนกัน สองสาวหิ้วของออกไป
“อร๊าย อีบ้ามาว่าฉัน ไป ฉันเป็นซูเปอร์สตาร์“ เบลกรีดร้องอาละวาดหนัก บุณฑริกมองหลานอย่างสลดใจ บุรุษพยาบาลล็อกแขนเบลไว้จนสำเร็จ

ที่หน้าบ้านพักของโรส โยทะกาขับรถมาจอด หนูมาลีออกมารับกอดกันแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เริ่มสนิทกันมากขึ้น “คุณแม่” หนูมาลีทักทาย
“วันนี้มีปาร์ตี้หรือ”
“ค่ะ เราปลดหนี้หมดแล้ว จ่ายหนี้ธนาคารทุกคนหมดแล้ว เราก็เลยเลี้ยงฉลองกันค่ะ”
ทั้งสองยิ้มให้กัน เดินเข้าไปในบ้าน

บริเวณบ้านพักเด็กเสิร์ฟ การะเกดยกถาดเนื้อย่างแจ่วจะออกไปที่งานปาร์ตี้ อธิเดินเข้ามาเพิ่งมาถึง
“หูย วันนี้ลาภปาก” อธิตักชิม “ฮืออร่อยเหมือนเดิม มีเกดเป็นแฟน พี่ต้องอ้วนแน่”
การะเกดกังวล “เป็นตำรวจอ้วนไม่ได้ใช่ไหมคะ แล้วจะทำไงดีล่ะ”
“ไม่เป็นปัญหา อ้วนก็ออกกำลังกาย แต่ถ้าไม่ได้กินข้าวเกด ไม่ได้เห็นหน้าเกด พี่คงตายแน่”
“มีแฟนเป็นสาวเสิร์ฟไม่อายเพื่อนตำรวจหรือคะ”
“เพื่อนพี่มีแฟนจบนอก ใช้เงินเปลือง ไม่ทำงานบ้าน มีชู้อีก การศึกษา ชนชั้นวรรณะ คนละเรื่องกับเป็นคนดี พี่เลือกเกดที่เป็นคนดี เกดไม่ทิ้งพ่อแม่ เกดก็จะไม่ทิ้งพี่ ไม่ทิ้งคนที่รักเกดทุกคน พี่เฝ้าดูเกดมานาน ตั้งแต่วันแรกที่พี่พบเกด พี่พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เกดมองพี่บ้าง พี่ต้องใช้เวลานานเท่าไร เกดจึงหันมาดูพี่ทั้งๆ ที่เกดก็รู้ว่าพี่รักเกด หวังดีกับเกดมาตลอด และพี่ก็เห็นแล้วว่าเกดเป็นคนดี ที่พี่พร้อมจะมอบหัวใจให้เกดดูแลพี่ตลอดไป” อธิเอ่ยจริงจังยาวๆ เป็นครั้งแรก
“เกดรักพี่อธิ ขอบคุณพี่อธิมากๆ เลยนะคะ” การะเกดยกมือขึ้นไหว้ “เกดขอบคุณพี่อธิอีกครั้งที่พี่ไม่หมดความพยายามกับเด็กบ้านนอกโง่ๆ คนนี้ แรกๆ เกดกลัว กลัวทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเกด แต่พี่อธิไม่เคยทอดทิ้งเกดเลย คอยดูแลให้กำลังใจกับเกดตลอดมา เกดรักพี่อธิมากค่ะ”
อธิกอดกับการะเกดยิ้มมีความสุข

ภายในงานปาร์ตี้ โรสพยายามทำตัวปกติที่สุด แม้นจะป่วยก็ตาม นั่งอยู่มุมหนึ่ง ทุกคนมาพร้อมหน้าในปาร์ตี้แล้ว มองไปที่เวทีที่มีการแสดงของการะเกดกำลังร้องเพลงด้วยเสียงทรงพลัง โรสเพลิดเพลิน เป่าปากมีความสุข
“สุดยอด....การะเกด” โรสชมอย่างจริงใจ
“วันนี้นังโรส หน้าตาดูสดชื่นดีเนอะ” บุญมาสบายใจขึ้น
“ผมยังมีหวังใช่ไหมครับ พี่โรสตั้งใจรักษาตัวเองขนาดนี้ ต้องรอดใช่ไหมครับ” บอยมีความหวัง
“มีสิวะ คนเราเกิดมาต้องมีหวังโว้ย” สมศรีเข้ามาประสานเสียงเพลงเดียวกัน ทุกคนฟังเสียงเพลงอันไพเราะ
“เริ่ดอ่ะ น้ำตาจะไหล” แคที่ซึ้งจะต่อมน้ำตาแตกอีกรอบ
โรสมองร้านรอบๆ เหมือนเป็นการสั่งลา “ร้านของฉัน ชีวิตของฉัน ความสุขของฉัน เฮ้อ” โรสเอ่ยอย่างใจหาย มองดูสมศรี และ การะเกดโชว์พลังเสียง ทุกคนอยู่ในบรรยากาศซาบซึ้ง อบอุ่น

เวลาผ่านไป ทุกคนรวมตัวกันที่หน้าลานบ้านพักของโรส
“เอาล่ะเว้ย เริ่มพิธีกรรมได้ นังโรส จัดไป“ แคที่จัดแจงเอากระถางใส่ใบแจ้งหนี้และสมุดบัญชีทั้งหลายมาวาง แคที่ยื่นปืนจุดไฟให้
“กองหนี้ทั้งหลาย กู๊ดบาย กู๊ดไนท์ ซาโยนาระ ลาก่อนตลอดกาล” โรสจุดไฟเผาเอกสาร ทุกคนร้องเย้ ปรบมือ“ต่อไปนี้ กำไรทั้งหมดของร้านจะตกเป็นของผู้ก่อตั้งร้านนี้ บอย พี่บุญมา พี่สมศรี ส่วนหนูมาลีจะได้รับส่วนของผมไป ชงโค การะเกดก็ได้นะในฐานะเด็กเสิร์ฟที่ทำงานนานที่สุด ทุกคนจะได้รับค่าหุ้นส่วน แบ่งกันตามส่วน ผมระบุในเอกสารนี้แล้วนะครับ”
ชงโคอยู่ใกล้ๆ หยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน “พินัยกรรม!” ทุกคนหน้าเสีย
“ทำหน้าสลดกันเชียว ไม่เอาโว้ย แบบนั้นเซ็งกันพอดี นี่งานปาร์ตี้โว้ย” โรสเอ่ยขึ้น ทุกคนยิ้มออกมา “นับจากนี้ไป ร้านเซอร์ไพรส์ของเรา จะมีแต่เดินหน้า เดินหน้าและเดินหน้า..ชงโค มิวสิก”
ชงโคเดินไปเปิดดนตรีสนุกๆ ทุกคนพยายามยิ้มแย้มตามความต้องการของโรส บอยนั่งข้างๆ จับมือกับโรสไม่ยอมปล่อย
อธิกระซิบการะเกด “ถ้าเกดทำร้านต่อ แล้วหลังแต่งงาน จะได้กลับบ้านเราไหมอ่ะ”
การะเกดไม่ได้ยินเพราะเพลงดัง “งานๆ อะไรนะ”
อธิตะโกน “แต่งงาน แต่งงานไง” คราวนี้ทุกคนชะงักหันมามอง ชงโคปิดเสียงเพลง “ทำไมหรือ ผมขอแต่งงานการะเกด ผิดตรงไหนหรือ”
“ฮิ้วววว” ทุกคนพร้อมใจกันร้องแสดงความยินดี
การะเกดอาย “พี่อธิ พูดอะไรก็ไม่รู้”
“ก็พี่พูดจริง เอ แต่เกดเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คนงาน แต่งงานแล้วก็ไปๆ มาๆ เนอะ ไม่เห็นเป็นอะไร”
“จ้ะ”
“จ้ะ นี่ตกลงแล้วนะ ตกลงแต่งงานนะ” เกดพยักหน้า “เยส” อธิดึงการะเกดเข้ามากอด ทุกคนร้องฮิ้ววว ดีใจด้วย
โยทะกานั่งลงข้างๆ โรส “ขอบใจนะที่ให้อภัยฉัน เข้าใจฉัน อยู่ข้างฉันเสมอ ขอบคุณที่สุด คือเลี้ยงลูกของเรา”
“ต่อไปจากนี้ ดูแลเขาแทนฉันนะ ส่วนเธอใช้ชีวิตที่มีความสุขเสียที” โรสเข้าไปกอดโยทะกา
โยทะกากลั้นน้ำตาแล้วเดินออกไป
โรสมองทองทากับหนูมาลี ทั้งสองเดินเข้าไปหา นั่งลงข้างๆ “ดีแล้ว ที่ตัดสินใจทำงานที่สถานี รักกันนานๆ อดทนต่อกันนะ”
ทองทาน้ำตาคลอ “ผมยังต้องการพี่อยู่ อย่าเพิ่งพูดแบบนั้น”
“ข้อดีของโรคนี้ คือนี่แหละ โอกาสที่จะพูด โอกาสที่จะเตรียมตัว” โรสเอ่ยขำๆ
หนูมาลีจับมือโรส พูดอย่างยากลำบาก “หนูจะอยู่ให้ได้ สิ่งที่พ่อสอน มันอยู่ในตัวหนู พ่อจะอยู่กับหนูเสมอ”
“นี่แหละลูกของฉันแท้ๆ ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าคนเป็นพ่อแม่ต้องการอะไร ใช่ พ่อทุกคนอยากได้ยินประโยคนี้...หนูจะเข้มแข็ง จะใช้ชีวิตที่ดีที่สุด” โรสอย่าภาคภูมิใจในตัวหนูมาลี
“หนูจะเข้มแข็ง จะเรียนต่อ จะร้องเพลง จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” หนูมาลีกลั้นน้ำตาให้คำสัญญา เดินออกไปพร้อมกับทองทา
โรสบอกกับบอยที่นั่งข้างๆ ตลอดเวลา หันมาคุยกัน “ถ้าทำได้ กลับไปคบกับผู้หญิง มีลูก มีครอบครัวปกติ ได้ไหม”
“ทำไม...ทำไมชอบบังคับผม” บอยน้ำตาไหล
“งั้นก็ตามใจ จะเป็นใครก็ได้ ไม่ยุ่งล่ะ เอาเป็นว่า ขอให้มีความรักแท้อีกครั้ง อย่าหยุดที่จะรักใคร ทำให้พี่ได้ไหม”
“แล้วถ้าทำไม่ได้ล่ะ...ถ้าลืมพี่ไม่ได้ ผมจะทำยังไง” บอยร้องไห้หนักขึ้น
โรสมองหน้าบอย น้ำตาไหลออกมา “พี่อยากให้เธอมีความสุข ต้องมีความสุขนะ ต้องมีความรัก เพราะในชีวิตของฉัน...ฉันรักเธอ รักเธอที่สุด” โรสจูบหน้าผากบอย เอ่ยอย่างจริงใจ
ทุกคนเดินล้อมเข้ามารอบตัวโรส
“พวกเธอเข้าใจผิดนะ ถึงร่างกายฉันไม่อยู่ แต่ตัวฉันยังอยู่กับพวกเธอ นิสัยของฉันอยู่ในตัวหนูมาลี ความทรงจำดีๆ ยังอยู่ในสมองของพวกเธอ ยังอยู่ในฝาผนัง อยู่ในเพดาน ในทุกอย่างที่เกิดเป็นร้านแห่งนี้ เชื่อเถอะ”
ทุกคนพยักหน้าทั้งน้ำตา

เช้าวันใหม่ โรสกลับมาพักและใช้ชีวิตที่เหลือที่บ้านเกิดของตัวเองอีกครั้ง โรสอยู่ในสภาพป่วยหนักนั่งอยู่ มีหนูมาลีกอดอยู่ ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน โรสสีหน้าสดใสมองพระอาทิตย์กันทั้งพ่อลูก โรสฮัมเพลง หนูมาลี มีลูกแมวเหมียว ออกมา
“มีเพลงอื่นที่ดีกว่านี้ไหมพ่อ”
โรสหัวเราะไป ปวดท้องไปโรยแรงเต็มที
ทองทาเอากีตาร์ขึ้นมาด้วย เดินมานั่งห่างออกไป
“พี่ตั้งชื่อนี้ให้เขาทำไม รู้ไหมทองทา” โรสเอ่ยถามขึ้น
“เพราะอยากให้หนูร้องเพลง พ่อเป็นคนชอบร้องเพลง ขอให้ได้อยู่กับเพลง พ่อจะมีความสุขที่สุด พ่อนี่แหละเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเป็นนักร้อง ไม่ใช่นายซีโร่นั่นหรอก” หนูมาลีตอบคำถามแทนทองทา
“ใช่แล้ว เพลงเป็นเพื่อนเรา ร้องเพลงทุกครั้งที่มีความทุกข์ ร้องเพลงทุกครั้งที่มีความสุข”โรสเอ่ยขึ้น
ทองทาเริ่มเล่นกีตาร์ หนูมาลีเริ่มร้องเพลงที่โรสแต่งขึ้น โรสร้องคลอเบาๆ ระหว่างนั้น หนูมาลีเอากุหลาบขาวให้พ่อ แล้วจูบที่แก้มพ่อ พ่อรับมาถือไว้
ดวงตาของโรส เหมือนคนง่วงนอน จะหลับมิหลับแหล่ โรสนึกถึงเรื่องราวชีวิตของคนที่ผ่านมา มีทั้งความทุกข์ ความสุขปะปนกัน และแล้ว...มือที่ถือกุหลาบก็ปล่อยร่วงลงไป โรสคอพับสิ้นใจไป ขณะที่หนูมาลีกับทองทาร้องเพลงท่อนสุดท้ายจบลง ทั้งคู่หันกลับมามอง ทองทาหยุดเล่นกีตาร์…ทุกอย่างเงียบงัน !
“พ่อๆๆ” หนูมาลี จับตัวโรสเขย่า ทองทาเดินมาจับที่ตัวโรสกอดหนูมาลีเพื่อปลอบ รู้แล้วว่าโรสสิ้นใจแล้ว บอย ปู่เชื้อ และย่าหงส์เพิ่งเดินมาถึง เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ทั้งสามคนรีบวิ่งไปดูให้ชัดๆ ทั้งหมดล้อมตัวโรสไว้
“ไปแล้วครับ พี่โรสไปขึ้นสวรรค์แล้ว” ทองทาบอกทุกคน
“ปาฏิหาริย์ไม่มี ไม่มีอยู่จริง” บอยทรุดตัวลงร้องไห้ทันที
ปู่เชื้อกับย่าหงส์หลับตารับสภาพแล้ว ย่าหงส์ลูบหัวลูกชายอย่างอ่อนโยน ยิ้มให้ทั้งน้ำตา “ไม่เจ็บปวดแล้วนะลูก ไม่เป็นไรแล้วนะ”
“แค่ไปรอพ่อกับแม่ เดี๋ยวเราก็เจอกันใหม่นะ” ปู่เชื้อลูบหัวลูกชายอย่างเบามือมีทีท่าสงบไม่ต่างจากย่าหงส์ มี
หนูมาลี บอยและทองทายิ่งร้องไห้หนักขึ้น เสียใจกับการสูญเสีย

หนึ่งปีผ่านไป หน้าสถานีเอ็มเอ็มแชนนัล ทองทาลงจากรถประจำตำแหน่ง ในชุดสูทหรู เท่ นักข่าวกรูเข้ามาสัมภาษณ์
“ข่าวที่ว่าจะมีเดอะซูเปอร์สตาร์ ซีซั่นสาม เป็นจริงแค่ไหนครับ” นักข่าวถามขึ้น
“มีจริงครับ เราต้องการล้างชื่อเสียจากปีที่แล้ว รายการในปีนี้ เน้นการสอนร้องเพลง และการแสดง จะเน้นตรงนี้มากที่สุดเลยครับ” ทองทาเอ่ยคอนเซ็ปต์ของรายการที่ปรับปรุงใหม่
“ตอนนี้ทั้งภูมิ และหนูมาลี ได้รับการชดเชยจากทางสถานีแล้ว” นักข่าวถามต่อ
“ครับ เราเซ็นสัญญากับสองคนนี้เป็นนักร้องในสังกัดเรียบร้อย”
“วางแผนแต่งงานไว้เมื่อไหร่คะ” นักข่าวเปลี่ยนคำถามกะทันหัน
“รอน้องเรียนจบครับ มีแน่นอนครับ ขอบคุณนะครับ” ทองทายิ้มๆ

ที่ห้องแต่งตัว หนูมาลีวอร์มเสียงอยู่ เตรียมอัดรายการคอนเสิร์ตร้องเพลงในรายการเพลงเดียวกับภูมิ ซีโร่เดินถือดอกไม้เข้ามาหา
“พี่ซีโร่” หนูมาลีทัก
“พี่มาลาน่ะ พี่จะไปเรียนดนตรีต่อที่ต่างประเทศ เพิ่มเติมความรู้ที่ผ่านมา พี่ขอโทษนะ” ซีโร่เอ่ยสำนึกผิดที่ทำไม่ดีกับหนูมาลีไว้
“พี่ขอโทษจริงๆ หรือคะ” หนูมาลีรับดอกไม้ ทำท่าไม่ไว้ใจ
ซีโร่หัวเราะ “กลับมาเชื่อใจยากสินะ พี่สำนึกผิดแล้วจริงๆ ที่ผ่านมาพี่ยึดติดกับตำแหน่งมากเกินไป แล้วก็ใช้วิธีที่ผิด พี่ตั้งใจจะกลับตัวเป็นคนใหม่จริงๆ นะ”
ทองทาเดินเข้ามา ได้ยินสิ่งที่ซีโร่เอ่ยออกมาทั้งหมด “ฉันเชื่อนาย”
“คุณทองทา! ที่ผ่านมา พี่ทำร้ายหนูมาลี ทำร้ายตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลยเพียง ความคิดชั่วๆ วูบเดียว เราสามารถทำความเลวได้ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด สุดท้ายพี่ก็ต้องแพ้ พี่ต้องอายกับเหตุการณ์ที่พี่ทำ พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ขอบคุณครับคุณทองทา ที่คุณยังเชื่อผม”
“อายุนายยังน้อย ตั้งใจเรียนเพิ่มเติม ค้นหาเส้นทางที่เป็นนายเอง ฉันเอาใจช่วย” ทองทายื่นมือให้จับ ซีโร่จับอย่างจริงใจพยักหน้าขอบคุณ
“ถ้าพี่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ งั้นหนูมาลีอวยพรขอให้พี่โชคดีนะคะ” หนูมาลีเอ่ยยิ้มๆ จริงใจ
ซีโร่พยักหน้ายิ้ม มีความจริงใจที่จะกลับตัวจริงๆ

ในสตูดิโอ หนูมาลีร้องเพลงที่โรสแต่งไว้ ทองทาเดินเข้ามาในสตูดิโอ มามองหนูมาลี ร้องเพลงเงียบๆ
หนูมาลีร้องเพลงจบหนึ่งท่อน ก็ยกมือขึ้นบอกความในใจ
“วันนี้หนูมาลีเป็นนักร้องเต็มตัวแล้ว หนูมาลี อยากขอบคุณ เทวดาของหนูสองคน คนหนึ่งคือครูที่สอนหนูร้องเพลง ผู้ชายคนนี้หล่อ เก่ง มีทุกอย่าง เขาไม่เคยดูถูกที่หนูมาลี เป็นเด็กบ้านนอก เป็นเด็กเสิรฟ์ ไม่ใช่แค่ทองเท่านั้นที่ทาอยู่ที่ตัวเขา เขามีหัวใจเป็นทองด้วย พี่ทองทาค่ะ”
หนูมาลี ผายมือไป ไฟจับที่ทองทา ทองทาโบกมือตอบ มีความสุขไปด้วย
“อีกคนหนึ่งคือคนที่แต่งเพลงนี้ พ่อของหนูมาลี พ่อกับหนู ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากนัก ที่สำคัญตอนนี้เขาก็ไม่อยู่แล้ว ความรักของเรา ต้องส่งผ่านไปกับท้องฟ้าและดวงดาวเสมอๆ หนูมาลี ก็คงเหมือนคุณๆหลายคน เราไม่ได้อยู่กับครอบครัว แต่ทุกนาทีที่ลำบากและเจ็บปวด เราทำเพื่อครอบครัวของเราอยู่ ขอให้ความรักอยู่กับคุณนะคะ เพราะที่ใดที่มีความรัก ที่นั่นจะมีพลังแฝง จะทำให้ความเหนื่อย ความเจ็บหายไปค่ะ”
หนูมาลีร้องเพลงต่อ

ดึกแล้ว ทองทาและหนูมาลีเต้นรำอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
หนูมาลีมองเข้าในเสื้อคอกว้าง “นี่พี่ยังเป็นแผลอยู่อีกหรือคะ สองปีแล้ว ทำไมแผลยังไม่หายอีก” หนูมาลีนึกถึงครั้งแรกที่เจอกับทองทา หญิงสาวเอาสนับมือทำร้ายทองทา
“ดีแล้ว ประทับใจ .... ประทับที่กลางหัวใจ”
“พี่สอนทั้งบทเพลงและความรัก ขอบคุณนะเทวดาของหนู”
ทองทาจูบที่หน้าผากหนูมาลี “ขอบคุณที่ทำให้พี่ พบพลังแฝงของชีวิต พี่ไม่ต้องเหงาโดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเราจะเป็นครึ่งชีวิตของกันและกันตลอดไป”
หนูมาลีพยักหน้ากอดทองทาแน่นขึ้นอย่างมีความสุข

*******อวสาน*******

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 23 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ