อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ต.ค. 57

กำปุ้งรีบบอก “เนื้อนาง ฉันแค่หยอกเธอเล่นๆ ไม่ได้คิดร้ายกับเธอเลยจริงๆ”
“เธอจะไม่เจ็บตัวมากไปกว่านี้นะ กำปุ้ง ถ้ายอมสารภาพความจริงว่า ใครสั่งให้เธอทำ” เนื้อนางคาดคั้น
“ไม่มีใครสั่ง” กำปุ้งยังไม่ยอมรับ
ณไตรมองโมโห “ห้ามใครปล่อยทั้งนั้น ให้มันตากแดดตากฝนอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะยอมพูด” ณไตรเสียงเข้ม มองจ้องกำปุ้งแทบจะฆ่าให้ตายคามือ

แม่นายยืนอยู่ที่ระเบียงบ้านหิมวัต สายตามองไปไกล จันตาเดินเร็วเข้ามา แม่นายหันไปมอง
จันตารีบบอก “นังสามคนนั้น มันแย่แล้วเจ้า”
“มีอะไร”


“รัญจวนมันจ้างคนงานแอบมาส่งข่าว พ่อเลี้ยงจับได้ว่ามันแกล้งเนื้อนาง ตอนนี้กำลังทรมานให้บอกว่าใครสั่ง”
แม่นายฟังแล้ว สีหน้าโมโหมาก

อรองค์กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่สนาม แม่นายเดินเร็วมากับจันตา จะไปขึ้นรถ อรองค์มองเห็นก็รีบเดินเข้าไปใกล้ “ประทานโทษค่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ อรเห็นแม่นายท่าทางรีบ”
“ฉันรีบ เธอก็ไม่ควรมาขวาง” แม่นายดุ อรองค์หน้าสลด
จันตามองแล้วถามแม่นายขึ้น “ให้ครูอรองค์ไปช่วยเราด้วยดีมั้ยเจ้า”
แม่นายปรายตามองอรองค์ แล้วตัดสินใจถามขึ้น “ฉันกำลังจะไปที่ปาง ยังมีที่ว่าง”
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนแม่นาย อรขอไปด้วยค่ะ”
“รีบตามมาสิ” อรองค์รีบเดินตามไปกับแม่นาย จันตา

กำปุ้งถูกมัดตากแดด ปากแห้งเพราะไม่ได้กินน้ำ สร้อยฟ้า รัญจวนจะเข้าไปเอาน้ำให้ ม่อนดอยที่ยืนถือปืนเฝ้ายกปืนขึ้นขู่
คำฝายห้าม “ถอยไป พ่อเลี้ยงสั่งให้มันอดข้าวอดน้ำจนกว่าจะพูด”
ประกายชี้หน้า “อยากโดนมัดเป็นอีเห็นตากแห้งสามตัวเรียงกันใช่มั้ย”
รัญจวน สร้อยฟ้ารีบวางกระบอกน้ำ รัญจวนบอกกำปุ้งเบาๆ “แกไม่ต้องกลัวนะ ฉันให้คนไปบอกแม่นายแล้ว”
กำปุ้งผงกหัวมองรับรู้อย่างอ่อนล้า รัญจวน สร้อยฟ้ารีบถอยออกไป มองม่อนดอยที่ถือปืนด้วยความกลัว

เนื้อนางมองไปนอกเรือนทางที่กำปุ้งถูกมัดอยู่ แล้วหันมาขอร้องณไตร “เนื้อนางไม่อยากให้พ่อเลี้ยงลงโทษกำปุ้งรุนแรงขนาดนี้”
“ผมอยากรู้ว่าใครสั่งให้กำปุ้งทำเรื่องผีแขไขมาหลอกคุณ สมองอย่างกำปุ้งวางแผนเองไม่เป็นแน่ นอกจากรับคำสั่ง”
“คนที่จะสั่งกำปุ้งได้ .. ก็มีแค่ ...” เนื้อนางนึกแล้วก็ไม่กล้า เพราะสงสารณไตร
ณไตรมองสายตาเนื้อนาง แล้วนึกรู้ “แม่นาย”

แม่นายเดินเข้ามามองสภาพกำปุ้งที่ถูกมัด จันตา อรองค์มองอยู่ใกล้ รัญจวน สร้อยฟ้าหมอบอยู่กับพื้น
แม่นายตวัดสายตาไปสั่งม่อนดอย คำฝาย ประกายที่คอยเฝ้า “แก้มัด”
“พ่อเลี้ยงสั่งว่าไม่ให้ใครปล่อยครับ”
จันตาขึ้นเสียง “เดี๋ยวนี้กำเริบขนาดกล้าขัดคำสั่งแม่นาย อยากหัวขาด กระเด็นออกไปจากที่นี่ใช่มั้ย”
คำฝายไม่ยอม “ใครปล่อยมัน ก็หัวขาดเหมือนกัน เพราะพ่อเลี้ยงสั่งไว้”
“แกจะตีฝีปากกับฉัน กับแม่นายเหรอ ฉันบอกให้แก้มัดนังกำปุ้ง”
“ไม่ต้อง กฎของที่นี่ คนผิดต้องรับโทษ” ณไตรเดินมากับเนื้อนาง
แม่นายจ้องลูกชาย แล้วหยุดสายตาเกลียดชังที่เนื้อนาง “จะลงโทษคนถึงตายเพราะเอาใจเมีย ถึงเวลาแล้วสินะที่หิมวัตต้องล่มจมเพราะนังผู้หญิงแพศยาคนนี้”
อรองค์มองความบาดหมางอย่างรุนแรงของสองแม่ลูก
“หยุดด่าว่าเนื้อนางสักทีเถอะครับ แม่นาย กำปุ้งตั้งใจทำร้ายเนื้อนาง มีพยานเห็นทุกคน ถ้าไม่ใช่ผมแต่เป็นตำรวจ แม่นายคิดบ้างหรือเปล่าครับว่าคนที่สั่งให้กำปุ้งทำจะต้องติดคุกไปด้วย”
แม่นายมองผิดหวัง ทั้งๆ ที่ณไตรพยายามเตือน “แกเข้าข้างมัน ช่วยมันจนลืมความเป็นหิมวัต”
“ความเป็นหิมวัตคือการให้เกียรติทุกคน เนื้อนางเค้าก็มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเหมือนเรา”
“ไม่เหมือน มันก็ชั้นต่ำเหมือนแม่มัน”
“แม่นายจะเกลียดเนื้อนางแค่ไหน เนื้อนางเข้าใจ แต่แม่เนื้อนางไม่เกี่ยวอะไรด้วย เนื้อนางขอเถอะจ้ะ แม่นายอย่าด่าว่าถึงแม่เนื้อนางอีกเลย”
“ฉันจะด่าเพราะฉันเกลียดแม่แก นังช่างฟ้อนจันทร์เป็ง”
เนื้อนางตกใจ “แม่นายรู้จักแม่เนื้อนาง”
ทุกคนมองสงสัย ที่แม่นายเอ่ยชื่อแม่เนื้อนางออกมาด้วยเสียงเคียดแค้น
“ฉันรู้จักมันดี ต่อให้ตาย ฉันก็ไม่มีวันลืมชื่อมัน” สายตาแม่นายกร้าว หันไปมองลูกชาย “รู้มั้ยณไตร พ่อแกต้องตายเพราะใคร .. แม่ของมันไงล่ะ นังช่างฟ้อนจันทร์เป็งมันยั่วพ่อแกจนหลงโงหัวไม่ขึ้น”
ณไตร เนื้อนางสีหน้าตกใจเมื่อรู้เรื่องในอดีตที่เกี่ยวพันกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แม่นายสายตากระด้างเจ็บปวดเมื่อต้องเอ่ยถึงความหลังอันขมขื่นที่สุด
“พ่อแกอยากได้นังจันทร์เป็งมาเป็นเมียอีกคน ถึงขนาดจะแย่งมันมาจากผัวที่เป็นนายห้างฝรั่ง”

ในอดีต กัศยะยืนเผชิญหน้ามิสเตอร์ยอร์ชนายห้างฝรั่งพ่อของเนื้อนาง ต่างคนต่างมีปืนในมือ จันทร์เป็ง แม่เนื้อนางวัย 18 สาวช่องฟ้อนคนสวย ยืนอยู่ระหว่างผู้ชายทั้งสองคน
“พ่อเลี้ยงกัศยะ จันทร์เป็งบ่ได้รักพ่อเลี้ยง จันทร์เป็งเป็นเมียนายห้างยอร์ช”
“ฉันไม่สน ฉันรักเธอ ฉันอยากได้เธอไปอยู่ที่หิมวัต”
“งั้นเราก็มาตัดสินกันอย่างลูกผู้ชาย”
กัศยะกับมิสเตอร์ยอร์ชยกปืนขึ้นมา สองคนมองจ้องกัน จันทร์เป็งมองอยู่กับคนงานห่างออกมา สีหน้าจันทร์เป็งหวาดหวั่น กัศยะกับยอร์ชหันหลังให้กัน สองคนจะดวลกันแบบคาวบอย เดินห่างจากกัน ไม่ถึงสามก้าว กัศยะหันมาก่อน ยิงไปจังหวะที่ยอร์ชหันมาช้ากว่า เสียงปืนดังปัง ปัง ปัง
จันทร์เป็งตกใจ กระสุนกัศยะเจาะทะลุหัวเข่าขวายอร์ชล้มลง เลือดไหลทะลัก จันทร์เป็งรีบวิ่งเข้ามาประคองยอร์ช
กัศยะไม่ยอม วิ่งเข้ามาดึงมือจันทร์เป็งจะลากออกไปด้วย “ฉันชนะ เธอต้องไปกับฉัน”
จันทร์เป็งสะบัดมือจากกัศยะอย่างแรง กอดยอร์ชไว้แน่น “จันทร์เป็งไม่ไปกับพ่อเลี้ยง ช่วยด้วย เรียกตำรวจด้วย พ่อเลี้ยงจะฆ่านายห้างเรียกตำรวจมาจับพ่อเลี้ยงกัศยะเร็ว” จันทร์เป็งร้องบอกคนงาน
กัศยะตกใจ คิดไม่ถึงว่าจันทร์เป็งจะกล้าเอาเรื่องถึงตำรวจ

แม่นายมองจ้องเนื้อนางอย่างจงเกลียดจงชัง
เนื้อนางที่ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วครางขึ้น “ที่พ่อขาพิการก็เพราะเรื่องนี้”
“มันยังน้อยไปกับที่แม่แกทำลายครอบครัวฉัน” เนื้อนางกับณไตรมองสบตากันอย่างเสียใจ แม่นายหันไปทางณไตร “พ่อแกต้องหนีคดีไปซ่อนตัวในป่าอยู่หลายปี จนสุดท้ายเป็นมาเลเรีย ซมซานกลับออกมาตายที่หิมวัต”
แม่นายหันไปมองเนื้อนาง สายตามีแต่ความเกลียดชัง“เพราะนังจันทร์เป็ง แม่แกที่เอาชีวิตผัวฉันไป”
“แม่จันทร์เป็งจะผิดได้ยังไง ในเมื่อแม่จันทร์เป็งรัก แล้วก็ซื่อตรงกับพ่อเนื้อนางคนเดียว แม่นายอย่ากล่าวหาแม่เนื้อนางอีกเลยนะจ๊ะ”
“แม่ครับ แม่อย่าเอาความผิดพลาดในอดีตมาตัดสินชีวิตผมกับเนื้อนางเลยนะครับ ความแค้นมันไม่ได้สร้างประโยชน์ แต่มันจะทำลายอนาคตพวกเราทั้งหมด”
“ฉันไม่อโหสิให้มันตั้งแต่วันแรกที่ฉันเห็นหน้ามัน ยิ่งรู้ว่ามันเป็นหลานหมื่นหล้า ฉันก็ไม่เคยลืม มันคือลูกนังจันทร์เป็งหรือแกจะรักมัน จนลืมว่าแม่มันทำให้พ่อแกตาย”
“คุณพ่อไม่ควรไปยุ่งกับเมียคนอื่น”
“สันดานผู้ชาย มักมาก ไม่เคยเลือก”
“เนื้อนางไม่เคยรู้มาก่อน ว่าแม่นายเกลียดเพราะเนื้อนางเป็นลูกแม่จันทร์เป็ง” เนื้อนางก้มลง พนมมือ ตรงหน้าแม่นาย “ขอให้เนื้อนางกราบขอโทษแม่นายกับทุกอย่างในอดีต เนื้อนางจะไม่ขออะไรเลย นอกจากแม่นายอย่าจงเกลียดจงชัง อย่ากล่าวโทษแม่จันทร์เป็งของเนื้อนางอีก” เนื้อนางยอมที่จะก้มลงกราบ
แต่แม่นายไม่ฟัง ผลักเนื้อนางกลิ้งไปกับพื้น ณไตรเข้ามาประคองเนื้อนางที่น้ำตาคลอ ทุกคนมองตกใจ กับความเกลียดชังรุนแรงของแม่นาย
“ถ้าแกจะให้ฉันยกโทษให้ ทางเดียวคือ... แกก็ตายตามแม่แกไป” แม่นายหันหลัง เดินออกไป
จันตาหันมาทางอรองค์ สายตาเร่งให้ตาม แต่อรองค์บอกขึ้นก่อน “ฉันจะอยู่ที่นี่”
“อยากเกลือกกลั้วกับผู้หญิงมารยาร้อยเล่มเกวียน .. ก็ตามใจ” จันตาสะบัดหน้า รีบเดินตามแม่นายกลับไป
อรองค์หันไปมองเนื้อนางที่สะอื้นด้วยความเสียใจ ณไตรประคองเนื้อนางไว้
ม่อนดอยรีบแก้เชือก กำปุ้งคอพับร่วงหมดแรงกับพื้น รัญจวน สร้อยฟ้าช่วยกันลากกำปุ้งออกไป คำฝาย ประกาย ม่อนดอยมองสงสารเนื้อนางที่ร้องไห้ในอ้อมกอดของณไตร
“รู้อย่างนี้แล้ว พ่อเลี้ยงยังจะรักเนื้อนางอยู่อีกมั้ย”
“ความรักของฉันกับเนื้อนางเกิดขึ้นมาด้วยใจบริสุทธิ์ เราไม่เคยรู้เรื่องความบาดหมางของผู้ใหญ่” ณไตรมองเนื้อนางที่สะอื้นเสียใจ “สิ่งเดียวที่จะลบล้างความเกลียดชัง ความเจ็บปวดได้คือความรัก”
“คุณจะรักกันต่อไปได้ยังไง ในเมื่อแม่นายบอกแล้วว่าจะไม่มีวันให้อภัยเนื้อนาง” อรองค์ถามขึ้นเสียงเศร้า คำฝาย ประกาย ม่อนดอยสีหน้าไม่ดีเพราะรู้ว่าอรองค์พูดเรื่องจริง
ณไตรสีหน้าเครียดมองเนื้อนางด้วยสายตาทวีความสงสาร

ในบ้านหิมวัต แม่นายมองไปไกลตัวสั่นด้วยความโกรธ จันตายืนอยู่ด้านหลัง อีกมุมเห็นวันดียิ้มเยาะหลบฟังทุกอย่าง
“ฉันอยากให้เนื้อนางมันตาย ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้ามัน ฉันรู้ว่านังจันทร์เป็งมันกำลังหัวเราะเยาะฉัน”
จันตามองเจ็บใจไปด้วย แม่นายน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่เก็บไว้มายาวนาน

เนื้อนางนั่งกอดรูปตา น้ำตาไหลด้วยความเสียใจ ประกาย คำฝาย มองกันอย่างสงสาร
“ร้องจนน้ำตาเป็นสายเลือด ตั๋วก็เปลี่ยนใจดำๆของแม่นายไม่ได้”
“คิดซะว่ายังดีที่รู้ว่าเค้าเกลียดเราเรื่องอะไร” ประกายปลอบ
“แม่จันทร์เป็งไม่ผิดอะไรเลย ถ้าจะเกลียด จะลงโทษด่าว่า ก็ขอให้เป็นเนื้อนางคนเดียว” เนื้อนางสะอื้น สายตาเศร้ามาก

วันดีมองบุญลือที่กำลังมาเล่าเรื่องทั้งหมด
“กรรมเวรยังตามสนองแม่นายไม่หมดหรอก”
“คราวนี้แม่นายมันคงกะจะให้แตกหัก แยกไอ้ณไตรกับเนื้อนางให้ได้”
“มันเกลียดกันขนาดนี้ เราก็ต้องทำให้แม่นายมันเป็นคนสั่งฆ่าเนื้อนาง กระสุนนัดเดียวยิงนกทุกตัว” วันดียิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาวาดหวัง “เนื้อนางตาย ตำรวจก็จับแม่นายเข้าคุก ณไตรมันก็ต้องเป็นบ้า หิมวัตก็จะเหลือทายาทแค่คุณธรรพ์”
อรองค์ยืนชะเง้อ มองไปด้านใน คำฝายเปิดประตูออกมาพอเห็นอรองค์ ก็เดินลงมา “คุณจะอยู่ที่นี่ทำไม หรือว่ามาเป็นหูเป็นตาให้แม่นายอีกคน”
“ฉันไม่ได้เห็นด้วย เรื่องที่แม่นายให้คนทำร้ายเนื้อนางนะ”
“พวกคนรวยตีค่าชีวิตคนจนเหมือนฝุ่น เนื้อนางไม่เกี่ยวกับเรื่องในอดีต ทำไมต้องมารับกรรม ถูกเกลียด ถูกทำร้าย ถูกเอาชีวิต”
“ถ้าเธอเป็นคนที่ถูกแย่งความรัก เธอจะไม่มีเหตุผลให้กับใครทั้งนั้น”
“ความรักที่แท้จริงต้องไม่เห็นแก่ตัว ถึงขนาดจะฆ่าคนอื่นให้ตาย”
“เพราะคนบางคนไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมเป็นรองใคร ไม่ต้องการใช้ของร่วมกับใครโดยเฉพาะ .... สามี”
“อย่างแขไขล่ะสิ” อรองค์มองคำฝายตาวาววับขึ้นมา “ดิ้นรนยื้อแย่งหนานไตรมาจากเนื้อนาง สุดท้ายไม่ได้ทั้งความรัก ไม่มีความสุขจนวันตาย”
คำฝายมองอรองค์แล้วเดินกลับเข้าไปในเรือนเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง
อรองค์ฟังแล้ว สีหน้าเจ็บปวดขึ้นมาอย่างมาก

ในกระท่อม ณไตรกำลังเช็ดผมให้แขไขเบามือ แขไขนั่งกอดอก ณไตรเอาผ้าห่มให้อีกชั้น แสงคำ หมอเทพทัตมองอยู่
“พ่อเลี้ยงกลับไปที่ปางเถอะ ผมดูแลคุณแขไขให้เอง” แสงคำอาสา
ณไตรลุกขึ้น สีหน้าเศร้า “ฉันไม่รู้จะมองหน้าเนื้อนางยังไง ยิ่งรู้อดีตทุกอย่างว่าทำไมแม่นายถึงเกลียด ฉันก็ยิ่งสงสารเนื้อนาง”
“เนื้อนางเป็นคนดี ความดีอาจจะทำให้ความโกรธเกลียดจางลงได้สักวันนึง”
“ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่นายพูด แสงคำ ทางนี้ฉันฝากดูแขไขด้วย”
“ฉันจะมาทุกวัน เผื่อคุณแขไขจะดีขึ้นเร็วๆ” เทพทัตบอกเพื่อน
“ดี จะได้ผลัดกับแสงคำ หายมานานๆ คนจะสงสัย” ณไตรมองขอบใจเพื่อน แล้วเลื่อนสายตาไปมองแขไข ก่อนจะเดินออกไป
แขไขยังอยู่กับตัวเอง แขไขนึกถึงวันที่ถูกทำร้ายในปาง หน้าวันดีกับบุญลือแวบเข้ามา แขไขตัวสั่น รำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ ยังไม่มีใครได้ยิน “ผู้ชาย .....ผู้หญิง”
เนื้อนาง คำฝายเดินเข้ามาในโรงครัว กลุ่มรัญจวนนั่งกินข้าวอยู่แล้ว พอเห็นเนื้อนางก็พยักพเยิดกัน ลุกขึ้นเดินมา รัญจวนแขวะ “ลดตัวลงมากินข้าวที่โรงครัวได้เหรอจ๊ะ เนื้อนาง”
เนื้อนาง คำฝายหันมามองแบบเบื่อๆ “ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะ ฉันไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกันให้อายคนงาน”
กำปุ้งประชด “ผู้ดีก็ไม่ใช่ แต่ดัดจริต .. ทำเป็นหน้าบาง”
“เอ๊ะ นังกำปุ้ง แกสัญญากับพ่อเลี้ยงแล้วนะว่าจะไม่หาเรื่องเนื้อนาง” คำฝายเตือนอย่างไม่พอใจ
กำปุ้งลอยหน้า “สัญญา สัญญาตอนไหน อุ๊ยตาย ... ความจำเสื่อมกะทันหัน”
คำฝายเงื้อมือ “งั้นชั้นจะตบกะโหลกแกเรียกความจำ”
เนื้อนางดึงมือ “อย่า พี่คำฝาย มีเรื่องกับคนพาล เราก็พลอยเป็นคนพาลไปด้วย” เนื้อนางดึงคำฝายกลับมาตักข้าว
กำปุ้งมองแล้วแกล้งเข้าไปปัดจานข้าวในมือเนื้อนางหล่น
“อีกำปุ้ง” คำฝายโกรธ
กำปุ้งยื่นหน้ามาใกล้ “ทำไม คิดว่าพ่อเลี้ยงจะคุ้มกะลาหัว พวกแกได้ตลอดล่ะสิ แม่นายไม่ปล่อยแกสองคนไว้เป็นเสี้ยนตำใจหรอก โดยเฉพาะแก ..เนื้อนาง”
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าหัวเราะสะใจ แต่พอหันมาเห็นณไตรกอดอกมองอยู่นานแล้ว ม่อนดอยอยู่ด้านหลัง 3 คนรีบตีสีหน้าอ่อนหวานทันที
“พ่อเลี้ยงมาเงี้ยบเงียบ” รัญจวนทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“พ่อเลี้ยงเค้ามาตั้งแต่แกเริ่มต้นหาเรื่องเนื้อนางแล้ว” ม่อนดอยบอก
กำปุ้งอธิบาย “ไม่ได้หาเรื่องเลยค่ะ ทักทายประสาเพื่อนเก่า”
“พอได้แล้ว กำปุ้ง สร้อยฟ้า รัญจวน ฉันเห็นทุกอย่างที่เธอทำลงไปหมดแล้ว คนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างพวกเธอ ไว้ใจไม่ได้จริงๆ เลี้ยงเก็บไว้ ก็รังแต่จะสร้างความระยำไม่สิ้นสุด” ณไตรกวาดตามองสามคนที่ยืนตัวลีบ “ทุกคนฟังไว้ ต่อไปใครเห็นสามคนนี้เข้ามาใกล้ปางหิมวัต จับโยนออกไปให้หมด”
สร้อยฟ้าถาม “แปลว่าอะไรคะ พ่อเลี้ยง... พ่อเลี้ยงไล่เราเหรอคะ”
คำฝายชี้หน้า “หน้าด้านแล้วยังจั๊ดง่าวขนาดพ่อเลี้ยงเค้าไล่พวกแก แก แก ออกไปน่ะสิ”
รัญจวนไม่ยอม “ไม่ไป”
“ม่อนดอย โยนออกไปทั้งสามคน” ม่อนดอยพุ่งเข้าไปจับรัญจวน สร้อยฟ้า สองคนดิ้น
กำปุ้งมั่นใจ “พ่อเลี้ยงกล้าไล่เราเหรอคะ ถ้าแม่นายรู้ รับรองว่าแม่นายจะโกรธมากนะคะ”
“ม่อนดอย หยุด” พวกรัญจวนยิ้ม เชิด ดีใจว่ารอด ณไตรหยิบปืนที่เหน็บไว้ข้างหลังออกมาขึ้นลำ “เสียเวลาพูด ยิงกบาลเรียงตัวเลยดีกว่า”
3 คนกรี๊ดลั่น สร้อยฟ้าวิ่งหนีออกไปก่อน “ไม่อยู่แล้วจ้า ... ฉันกลัวตาย”
“ไอ้ที่เหลือสองคนนี่ คงอยากกินลูกตะกั่วแทนข้าว” ม่อนดอยเปรยเยาะๆ
“ไม่เอา ไม่เอาแล้ว ฉันยังอยากมีผัวอีกซักสามสี่คน” รัญจวนวิ่งตามไปอีกคน
เหลือกำปุ้งที่อยู่วงล้อมของคำฝาย ม่อนดอย
“ว่าไง .. ใจกล้า ปากกล้า หน้าด้านนักใช่มั้ย” คำฝายโมโห โดดชกเข้าหน้ากำปุ้งสุดแรง กำปุ้งเซ
“อีคำฝาย แกกับฉันมาตบกันให้ตายไปข้างนึง”
“อย่างแก ตบไปก็ไม่สะทกสะท้าน เพราะหนังมันหนา ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี มันต้องเจอของแรงแบบนี้ ถึงจะรู้สึก” ม่อนดอยยกเท้าถีบกำปุ้งหงายกระเด็นกลิ้งออกไปนอกโรงครัว ทุกคนพากันวิ่งมาสมน้ำหน้า
คำฝายหัวเราะซ้ำ เนื้อนางมองตกใจ ณไตรเดินมาใกล้เนื้อนาง “ไปซะ กำปุ้ง ถ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนดีไม่ได้ ก็อย่าอยู่รบกวนความสุขของเมียฉันอีก”
ณไตรยิงปืนขึ้นฟ้า กำปุ้งแหกปากร้องลั่น วิ่งออกไป คำฝายหัวเราะ เนื้อนางหันไปมองณไตร ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มขอบคุณ

บุญลือยืนซุ่มอยู่หลังต้นไม้มองไป เห็นด้านหลังประกายที่กระโจมอก กำลังก้าวขึ้นเรือน บุญลือจ้องจนประกายเข้าเรือนไปด้วยความคิดว่าเป็นเนื้อนาง “นังเนื้อนาง”

อรองค์เดินลัดเลาะมาจนเห็นกระท่อมที่แขไขอยู่ แสงคำก้าวออกมาจากกระท่อม อรองค์เพ่งมอง “แสงคำ” อรองค์หลบมอง เห็นแสงคำเดินเร็วออกไปจากกระท่อม
อรองค์รอจนคิดว่าแสงคำไม่เดินกลับมาก็เดินตรงไปที่กระท่อม อรองค์มาหยุดด้านหน้า วางไม้ในมือลง
แขไขหันไปมองทางประตู อรองค์กำลังจะผลักเข้าไป ส่วนแขไขเดินลากโซ่มาหยุดตรงข้าม อีกด้านของประตู

บุญลือย่องเงียบขึ้นมาบนเรือน มองเข้าไป เห็นด้านหลังประกายที่ใส่เสื้อของเนื้อนางกำลังนั่งมวยผมขึ้น
บุญลือมองจ้อง ในมือบุญลือมีมีดยาวคมวาววับ

อรองค์กำลังผลักประตู แขไขยืนอยู่ด้านใน อรองค์ออกแรงผลักไปเบาๆ แต่ประตูยังไม่ทันเปิด แสงคำเข้ามาจับมืออรองค์กระชากออกจากประตู อรองค์หันมาเห็นแสงคำก็ตกใจ
ประกายกำลังนั่งฮัมเพลง มวยผมเสร็จก็หยิบกระปุกแป้งขึ้นมาจะผัดหน้า บุญลือเข้ามาจากด้านหลัง
ประกายผัดหน้าอย่างคนรักสวยรักงาม บุญลือพุ่งเข้า ล็อคคอประกาย แล้วใช้มีดปาดคอฉับ ประกายตาเหลือกลาน
บุญลือปล่อยแขน ประกายล้มลง ดิ้นพราดพลิกร่างมา บุญลือเห็นเต็มตาว่าเป็นประกายก็ตกใจ “เฮ้ย .. อีประกาย ... ไม่ใช่เนื้อนาง”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ