อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 3 วันที่ 26 ต.ค. 57

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 3 วันที่ 26 ต.ค. 57

เมษากลับไปรายงานผู้การสถิตย์ ถูกผู้การตำหนิ ที่ขัดคำสั่ง เมษาอ้างว่าในสถานการณ์อย่างนั้นถ้าเป็นผู้การ ผู้การก็ต้องทำแบบตน ผู้การอ้างว่าเป็นห่วงความปลอดภัยของเธออย่าได้ทำอย่างนี้อีก

เมษาขอบคุณ ถามว่าแล้วจะให้ตนตามไมค์โจ๊กเกอร์ต่อไหม ผู้การให้ตามต่อ เธอสัญญาว่าจับไมค์โจ๊กเกอร์ให้ได้ พอเมษาออกไป ผู้การสถิตย์ก็ส่ายหน้าบ่น “เสีย เรื่องหมด!”


เมษาออกมาเจอตำรวจรุ่นพี่คือวิทย์กับสิทธิ์ เธอถามว่ารู้จักไมค์โจ๊กเกอร์ไหม สิทธิ์แนะให้ลองถามแฟนเธอดูเพราะชายชาติเคยตามพวกลักลอบตัดเศียรพระอยู่เป็นปี พอเดินผ่านไปเมษาบ่น “ฮึ...แฟนเราที่ไหนกัน” แล้วหยิบมือถือขึ้นกด

ชายชาติคุยอยู่กับผู้การเสวี พอมือถือดังเขาขอตัวออกไปรับสาย บอกผู้การว่าเดี๋ยวจะตามไปที่ห้องประชุมเลย

เมษาโทร.มาชวนชายชาติทานข้าวกัน เขาทั้งแปลกใจและดีใจ แต่พอเมษานัดเย็นนี้เขาบอกติดงานขอเป็นพรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน พอกดวางสายก็พึมพำกระหยิ่ม “สงสัยงวดนี้จะถูกหวย น้องเมโทร.ชวนกินข้าว...”

เควินสมิธมาถึงเมืองไทยแล้ว ทีวีออกข่าวแพร่ภาพที่เขาแสดงความรักเด็กและผู้หญิงที่ด้อยโอกาสอย่างอบอุ่นมาก

ปึกดูทีวีอยู่กับคุณนาย ชมว่าฝรั่งคนนี้ใจดีมากเลย คุณนายบอกว่าแต่ละปีเขาบริจาคเงินช่วยคนบ้านเราเยอะมาก ผู้หญิงหลายคนที่ไปอยู่มูลนิธินี้นอกจากได้งานแล้วบางคนยังได้ผัวฝรั่งด้วย ปึกหูผึ่งตาโตแต่ถูกคุณนายปรามว่าห้ามไปไหนเพราะเพิ่งมาทำงานได้ยังไม่ถึงเดือน

“วันไหนมีโอกาสต้องหาทางไปมูลนิธิเควินโฮปซะหน่อย เผื่อจะได้เจอฝรั่ง” ปึกแอบหวัง

โอกาสเป็นของปึก เมื่อเควินโฮปโทร.มาคุยกับวัฒนาและนัดทานข้าวกลางวันกัน วัฒนาบอกคุณนายว่าพรุ่งนี้ให้ปึกออกจากบ้านไปสักสองสามชั่วโมงเพราะเควินโฮปจะมาทานข้าวเที่ยงที่นี่ คืนนี้คุณนายจึงบอกปึกว่าพรุ่งนี้อนุญาตให้หยุดงานหนึ่งวัน เช้าทำงานให้เสร็จ สิบเอ็ดโมงให้ออกจากบ้านได้เลย กลับมาอีกทีตอนห้าโมงเย็น

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าความฝันของเราจะเป็นจริง นี่คงเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่ดลบันดาลให้เรา...” ปึกดีใจมากยกมือพนม “ขอบคุณหลวงพ่อหลายๆเด้อ อีปึกสิต้องนำเศียรของหลวงพ่อกลับคืนสู่บ้านเฮาให้ได้”

ooooooo

ที่ร้านอาหารในโรงแรม ผู้การเสวีนั่งดื่มกาแฟอยู่กับผู้กองเทพ เขาสงสัยว่าในหน่วยของเราจะมีหนอนบ่อนไส้ ไม่อย่างนั้นเสี่ยเล็กจะรู้ได้อย่างไรว่าตนชื่อเทพและเป็นตำรวจ

ผู้การติงว่าไม่น่ามีใครรู้เพราะตนยังไม่รู้เลยว่าเขานัดหมายกับเสี่ยเล็ก หรือจะเป็นผู้หญิงที่เป็นเซลส์ที่มาติดพันไมค์ เทพบอกว่าทีแรกตนก็สงสัย แต่มาคิดอีกทีเธอไม่รู้ว่าตนเป็นตำรวจ

“อืมม์...นั่นสิ แล้วใครกันที่เป็นคนโทร.ไปบอกไอ้เสี่ยเล็ก แต่ผมก็ไม่อยากเชื่อนะว่าในหน่วยเราจะมีหนอนบ่อนไส้”

เมื่อคิดกันไม่ออก ผู้การรับปากว่าจะลองสืบดูอีกทางแล้วกัน

ขณะทั้งสองนั่งดื่มกาแฟคุยกันนั้น เมษาเข้ามากับชายชาติเดินไปนั่งอีกมุมหนึ่งต่างไม่เห็นกัน

แต่ขณะที่ชายชาตินั่งทานอาหารกับเมษาอยู่นั่นเอง เทพเดินมาหยุดข้างหลังเขาทักกันอย่างไม่คิดว่าจะเจอกัน เมษามองหน้าเทพ เขาชิงทักขึ้นก่อน “สวัสดีครับคุณสวยเสมอ”

“นี่พี่ชายรู้จักนายเคนด้วยหรือคะ” เมษาถาม เทพเลยชิงเล่าว่า

“ก่อนผมจะมาอยู่กับนายไมค์ ผมเคยขับรถให้คุณพ่อของคุณชายมาก่อนน่ะครับ กี่ปีแล้วนะครับคุณชาย” ชายชาติบอกสองปีมั้ง เทพเออออไปตามเพลงแล้วขอตัว “ขอตัวก่อนนะครับคุณชาย ผมไปก่อนนะครับคุณสวย-เสมอ นี่ถ้าคุณไมค์รู้ คุณไมค์ต้องเสียใจแย่เลย”

พอเทพเดินไป เมษาบอกชายชาติว่านายเคนเป็นคนขับรถของไมค์โจ๊กเกอร์ ชายชาติทำหน้าตายว่าทำไมไม่บอกกัน เมษาขอตัวลุกเดินตามเทพไป

เทพเดินไปที่มุมสงบลับตาแล้วโทรศัพท์ถึงชายชาติบอกว่าอย่าบอกผู้หญิงคนนั้นว่าตนเป็นตำรวจ ชายชาติถามว่าทำไม

“มันเกี่ยวกับเรื่องงาน อ้อ...แต่ฉันจะเตือนนายอย่างนะ ผู้หญิงคนนี้เจ้าชู้นะ ท่าทางจะมีกิ๊กเยอะ” พูดเสร็จหันมาเจอเมษายืนจ้องอยู่ เขาทำหน้าขรึมถาม “อ้าวคุณ... นี่คุณทานข้าวเสร็จแล้วหรือครับ” เมษาตอบนิ่งๆว่ายัง เขาถามกวนๆว่า “แล้วมีอะไรกับผมหรือครับ”

“มี...ฉันจะถามว่าคุณไมค์อยู่ไหน”

“คุณนี่ร้ายจริงๆ กินข้าวกับผู้ชายคนหนึ่งยังจะถามหาผู้ชายอีกคน ถามจริงๆคุณมีกิ๊กกี่คนเนี่ย”

เมษาอ้างว่าตนเป็นเซลส์ขายของจะคุยหรือกินข้าวกับใครก็ได้

“แต่ผมคิดว่าคุณคงจะไม่ได้ขายวัตถุโบราณอย่างเดียวแน่ ผมว่าคุณคงต้องขายอย่างอื่นด้วย”

โดนดูถูกขนาดนี้มีหรือเมษาจะทนได้ เธอตบหน้าด่าว่าให้เขาเอาหมาออกจากปากบ้างก็ดี เทพยียวนว่าเธอจะกัดปากตนช่วยเอาหมาออกไหมล่ะ? เลยกลายเป็นเรื่องโต้เถียงท้าทายกัน เทพถูกเมษากระแทกเข่าเข้าเป้าจนตัวงอ จ้องหน้าด่า

“ตอนแรกฉันก็กะว่าจะกัดปากนายเหมือนกัน แต่คิดอีกทีปากนายมีหมาอยู่ ก็เลยไล่หมาออกจากปากนายดีกว่า หมาออกไปรึยัง?”

เทพยังเจ็บเป้า เม้มปากนิ่งพูดไม่ออก เมษาตัดบทว่า “แสดงว่าหมาออกไปแล้ว” แล้วหันเดินไปเลย

“โอย...แม่นี่พิษรอบตัวจริงๆ สงสัยจะเป็นมวยไทย เข่าคมชะมัด...โอยยยยย...” เทพครางพยายามยันตัวลุกขึ้น

ooooooo

ระหว่างทานข้าวชายชาติขอให้เมษาย้ายแผนก เสียเพราะถ้าแต่งงานกันแล้วก็ไม่อยากให้เธอต้องออกไปเสี่ยงแบบนี้ “เมบอกแล้วไงคะว่าอย่าพูดเรื่องแต่งงานกับเม” ชายชาติพยายามจะชี้แจง เมษาตัดบทว่า “พี่ชายคะ เมเคยบอกแล้วนะคะว่าเมคิดกับพี่ชายเหมือน พี่ของเมมากกว่า”

“แต่พี่รักเมจริงๆนะ แล้วก็รักมานานแล้วด้วย”

เมษาบอกว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงไม่อยากมาทานข้าวกับเขา ชายชาติขอโทษขอให้ใจเย็นๆ เมษาบอกว่าไม่ต้องขอโทษตนหรอก แล้วขอตัวอ้างว่ามีงาน ชายชาติก็ยังอุตส่าห์รั้งไว้ถามว่าไม่โกรธตนใช่ไหม เธอบอกว่าไม่โกรธ แล้วออกไป พอเมษาคล้อยหลังไปเท่านั้น ชายชาติก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นไม่พอใจ ทุบโต๊ะปัง

ส่วนไมค์โจ๊กเกอร์ เดินผ่านร้านตัดผมมองเงาตัวเองในกระจกแล้วเดินเข้าร้านให้ช่างเล็มผม พอช่างเล็มผมเสร็จก็บอกช่างโกนเคราให้หน่อยตนอยากหลับสักงีบ ช่างจึงปรับเก้าอี้ให้นอนลง หยิบครีมโกนหนวดทาครีมจนทั่วแล้วสั่งเด็กเอาผ้าร้อนมาสองผืน

ไมค์ถามว่าที่นี่มีตัดผมแบบพิเศษไหม ช่างถามงงๆ ว่าพิเศษแบบไหน

“คือตัดผมแล้วมีอย่างอื่นด้วย แบบสาวๆหลังร้านน่ะ”

“ไม่มีหรอกครับ ร้านผมตัดผมอาชีพครับ” ช่างเสียง ขรึมอย่างไม่พอใจ พอดีประตูร้านเปิดช่างหันไปมอง ร้องทักอย่างยินดี “อ้าว...สวัสดีครับเฮียฮง”

ไมค์สะดุ้งมองในกระจกเห็นเฮียฮงกำลังเดินเข้ามา ไมค์รีบหันหน้าหลบไปอีกทางนึกในใจว่าวันนี้ตายแน่ ยิ่งเมื่อได้ยินช่างบอกให้เฮียฮงมาที่โต๊ะสี่ติดกับตัวเองด้วย ไมค์ก็หายใจไม่ทั่วท้อง

ระหว่างนั้น เฮียฮงถามนุกับสอนลูกน้องที่เดิน ตามเข้ามาว่า “ไอ้นุ ที่ข้าให้เอ็งไปตามหาตัวไอ้บุญเลิศ ถึงไหนแล้วล่ะ”นุบอกว่าให้ลูกน้องตามอยู่แต่ไม่รู้มันหายไปไหน สอนเสริมว่า ได้ยินว่าไปเป็นสายให้ตำรวจ ไมค์ได้ยินแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเลย แต่ก็ทำได้แค่พยายามเบือนหน้าไปทางอื่น ก็ถูกช่างจับหันกลับมาจนได้

“มันคงนึกว่าอยู่กับตำรวจแล้วมันจะปลอดภัย เอ็งสองคนจำไว้นะ ถ้าเจอหน้ามันที่ไหน กระทืบให้จมดินเลย”

“ไม่ต้องห่วงผมจะเอาให้มันปางตายเลย” นุพูดอย่างมันเขี้ยว

“ไอ้บุญเลิศ!” เสี่ยคำราม ไมค์สะดุ้งเฮือก “ไม่ช้ามึงจะต้องหมดบุญช่าง เสร็จแล้วเรียกนะ ฉันจะงีบหน่อย” ช่างจึงหันไปปรับเก้าอี้ให้นอน ไมค์ลุกขึ้นทันที ช่างบอกว่ายังไม่เสร็จ ไมค์บอกว่าตนรีบ ช่างจะเช็ดครีมให้ก่อนก็ไม่เอา ลุกเอาเสื้อบังๆหน้าเดินออกไป เฮียฮงมองตามพูดขำๆ

“ไอ้นี่ท่าทางจะเป็นคนบ้ารึเปล่าวะช่าง อยู่ๆก็ลุกพรวดพราดออกไป”

“สงสัยได้ยินเสี่ยพูดว่าจะกระทืบใครก็เลยกลัวมังครับ” ช่างพูดขำๆ แล้วก็พากันหัวเราะสมเพช

พอไมค์ออกจากร้านแล้วก็รีบขึ้นรถ เอาทิชชูเช็ดครีมที่หน้า พึมพำอย่างไม่หายตกใจ...

“เกือบไปแล้วเรา ดีนะที่พวกมันไม่เห็นหน้าเรา ไม่งั้นเราจมดินแน่” แล้วรีบขับรถออกไป

ooooooo

ที่ห้องทำงานที่บ้านวัฒนา เศียรพระถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะให้เควินสมิธดู วัฒนากับประไพพรรณนั่งดูเควินลุ้นๆ ครู่หนึ่งเควินเอาไอแพดมาเปิดให้ดู

เควินบอกวัฒนาว่าตนสนใจองค์นี้ พลางชี้ให้ดูเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง วัฒนาบอกว่าตนให้คนไปหาให้อยู่แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่กับใคร ถ้าได้เรื่องจะรีบติดต่อ คาดว่า ราคาคงสูงมาก

“ไม่มีปัญหา ผมสู้ทุกราคา” พูดแล้วดูนาฬิกา “เอาล่ะ ผมขอตัวก่อน” เขามองประไพพรรณชมว่ากับข้าวอร่อยมาก เธอชวนก่อนกลับมาทานกันอีก เควินบอกว่าถ้าว่างจะมาอีก ยื่นมือไปเช็กแฮนด์กับวัฒนาบอกว่ายินดีที่ได้ทำธุรกิจกัน

พอเควินออกไปแล้ว ประไพพรรณเสนอวัฒนาว่า ต้องรีบหาหลวงพ่อคำเกลี้ยงให้เควินสมิธเร็วๆ

“ผมก็ตามอยู่ แต่ไอ้คนที่เอาไปมันคงกลัวตำรวจ มันถึงได้เก็บเงียบ” วัฒนาพูดอย่างขัดใจ

ooooooo

ปึกดีใจมากพอออกจากบ้านวัฒนาก็ลิ่วไปที่มูลนิธิเควินโฮป ยืนมองเข้าไปในมูลนิธิอึดใจแล้วยกมือพนมอธิษฐาน

“เจ้าประคู้ณ...ขอให้หลวงพ่อคำเกลี้ยงดลใจให้ลูกได้เจอฝรั่งเจ๋งๆ สักคนเถอะ” แล้วสูดลมหายฟืดดด...เรียกกำลังใจก่อนเดินเข้าในมูลนิธิ พอเจอเจ้าหน้าที่ก็ยกมือไหว้แนะนำตัวเอง...

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อหนูปึกค่ะ หนูสิมาหาผัว...เอ๊ย...

บ่แม่นค่ะ หนูอยากจะมาหางานทำน่ะค่ะ”

เจ้าหน้าที่เอาใบสมัครให้ไปกรอกชื่อที่อยู่และระบุด้วยว่าทำอะไรเป็นบ้าง อยากทำงานอะไร อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ปึกรับใบสมัครเดินรี่ไปนั่งเขียนที่โต๊ะ พอถึงช่องระบุเงินเดือน ปึกนิ่งคิดไม่รู้จะเอาเท่าไหร่ดี

ปีเตอร์นั่งอยู่ในห้องทำงาน ดูจอมอนิเตอร์เห็นปึกกำลังกรอกใบสมัคร เขามองอย่างสนใจ ครู่หนึ่งก็ลุกเดินตรงไปทัก

“สวัสดีครับ ผมชื่อปีเตอร์ เป็นเมเนเจอร์ของมูลนิธิครับ”

“สวัสดีค่ะ มายเนมอีสหนูปึกค่ะ”

“อ้อ...พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยนะ ทำไมถึงมาสมัครทำงานที่นี่ล่ะครับ”

“หนูปึกบอกตรงๆนะคะ หนูปึกไม่ได้อยากมาทำงานหรอกค่ะ หนูปึกอยากจะมาหาคู่มากกว่า”

ปีเตอร์ร้อง “อ๋อ...อยากหาแฟน” บอกปึกให้เข้าไปในห้อง ตนจะสัมภาษณ์เอง ปึกดีใจรีบตามเข้าไป ปีเตอร์เอาป้ายห้ามรบกวนไปแขวนไว้ที่ประตู

ปึกนั่งรออยู่หน้าโต๊ะทำงานของปีเตอร์ ครู่หนึ่งเขาเอาเครื่องดื่มมาวาง หยิบแก้วมาสองใบ ถามปึกว่าจะดื่มอะไรดี พอปึกบอกก็เทเครื่องดื่มให้ เขาเหลือบมอง ปึกเห็นกำลังมองสำรวจห้องอยู่ จึงแอบเอายาเม็ดจากแขนเสื้อใส่ลงในแก้วเลื่อนแก้วนั้นไปให้ปึก ตัวเองมีอีกแก้ว แล้วเริ่มสัมภาษณ์

ปีเตอร์ถามว่าปึกชอบฝรั่งชาติไหน หนุ่มหรือแก่ ปึกบอกว่าชาติไหนก็ได้ขอให้รวยเท่านั้น หนุ่มแก่ไม่เกี่ยง ปีเตอร์ถามว่าอย่างตนได้ไหม ตนเป็นโสดมานานและชอบปึก

“จริงเหรอคะ” ปึกตาโต นึกในใจว่า ไม่อยากเชื่อเลยว่าหลวงพ่อจะดลบันดาลให้เจอเร็วขนาดนี้ พอปีเตอร์ขอคำตอบ ปึกบอกทันทีว่า “ชอบค่ะ คุณปีเตอร์ก็ยังไม่แก่ ว่าแต่คุณปีเตอร์มีฐานะเป็นยังไงคะ รวยไหมคะ”

“ผมก็ไม่รวยมากพอมีพอกิน มีรายได้ปีนึงสามถึงสี่ล้านบาท” ปึกคำนวณทันทีว่าตกเดือนละสามแสนหก แล้วตอบตกลงทันที ถามว่าตนต้องทำอย่างไรบ้าง “ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไร ดื่มน้ำก่อน เดี๋ยวจะได้คุยเรื่องส่วนตัวกัน”

พอปึกยกน้ำดื่ม ปีเตอร์ถามไปอีกว่า สูงเท่าไหร่ สัดส่วนล่ะ เอวเท่าไหร่ สะโพกเท่าไหร่ ปึกตอบทุกคำถามแต่พอถามถึงสะโพกปึกก็คอพับหลับคาเก้าอี้ ปีเตอร์มองสะโพกปึกบอกว่า “สะโพกเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสามสิบสี่” ว่าแล้วดีดสะโพกปึกเพียะหนึ่งแล้วเดินล็อกประตู กลับมาอุ้มปึกไปวางที่เตียง มองหื่นพึมพำ

“เดี๋ยวเธอก็จะได้เป็นเมียฝรั่งแล้ว” แต่เพื่อความคึกคะนอง ปีเตอร์เอายายัดปากปึกอีกเม็ดหนึ่ง แล้วถอดเสื้อกางเกงเอาไปแขวน หันมาอีกทีไม่เห็นปึกแล้วเพราะปึกกลิ้งตกเตียงไปนอนที่พื้น จึงอ้อมไปลากขึ้นเตียง ปึกผลักไส ลืมตาถามว่าที่นี่ที่ไหน ตนอยู่ไหน พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ปึกศอกใส่ปีเตอร์แล้ววิ่งออกจากห้อง ปีเตอร์รีบนุ่งกางเกงวิ่งตะโกนบอก รปภ.ว่าปึกขโมยเงินของมูลนิธิไป แล้ววิ่งไล่ตามไป

ooooooo

ปึกวิ่งหนีแต่พอเหลียวมองเห็นปีเตอร์ไล่ตามมาชี้โบ๊ชี้เบ๊ ปึกตัดสินใจวิ่งฝ่าไฟเขียวไป ถูกรถคันหนึ่งที่เลี้ยวมาอย่างเร็ว เบรกกะทันหัน ปึกกระเด็นผ่านกระโปรงรถไปอีกฝั่ง

เป็นรถของไมค์นั่นเอง! ไมค์ตกใจวิ่งลงไปดูเขย่าเรียกอย่างไรก็ไม่รู้สึกตัว วินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นเข้ามาช่วยดูบอกว่าสงสัยคอหัก ไมค์ตาเหลือก พริบตานั้น ปึกก็คว้าคอไมค์

“ช่วยข้อยแน มันสิขืนใจข้อย” ไมค์ถามว่าใคร ปึกก็พูดแต่ประโยคเดิม วินมอเตอร์ไซค์คนนั้นบอกให้รีบพาส่งโรงพยาบาลดีกว่า แล้วช่วยกันประคองปึกไปที่รถไมค์

ปีเตอร์วิ่งโผล่จากซอยมาเห็นไมค์อุ้มปึกขึ้นรถไปพอดี มันบ่น “เกือบจะได้อยู่แล้วเชียว” แล้วหันเดินกลับไป

ไมค์พาปึกไปที่บ้านเทพ พยายามเรียกให้เธอได้สติ พอปึกปรือตามองก็ไปเอาน้ำมาให้ดื่ม ปึกรับน้ำไปดื่มอึกสองอึก หายใจหอบถี่แล้วเอาน้ำราดหัวตัวเอง ร้องว่าร้อน...ร้อน...เท่านั้นไม่พอ ปึกถอดเสื้อออกจนไมค์เตือนว่าทำแบบนี้ไม่ดีนะ

“ข้อยทนบ่ไหวแล่ว ข้อยฮ้อน...ฮ้อนอีหลี...” ปึกกอดไมค์ซุกไซ้ไปทั่ว เทพกลับมาพอดีเห็นไมค์กับปึกกำลังพัลวันกันอยู่ก็พุ่งไปจิกผมไมค์ออกมาต่อยโครม!

“ไม่ต้องกลัว ฉันมาช่วยเธอแล้ว” เทพบอกปึกไมค์กุมปากถามว่าต่อยตนทำไม “แกนี่มันเลวจริงๆ พาผู้หญิงมาข่มขืนที่บ้านฉันหรือ!”

ระหว่างนั้น ปึกก็ร้องแต่ว่าร้อน ให้ช่วยตนด้วย เทพถามไมค์ว่าผู้หญิงนี่เป็นใคร?

“ฉันไม่รู้จัก...ใจเย็นๆ นั่งลงก่อน แล้วจะเล่าให้ฟัง เรื่องมันยาว...” ไมค์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของปึก

พอนั่งคุยกัน ไมค์เล่าเหตุการณ์แต่ต้นให้ฟัง เทพถามว่าแสดงว่ามีคนเอายาปลุกเซ็กซ์ให้เธอกินถึงได้เป็นแบบนี้ใช่ไหม ไมค์ถามว่าถ้าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วยายังไม่หมดฤทธิ์จะทำยังไง

“ฉันว่ากว่าเธอจะฟื้นยาคงหมดฤทธิ์แล้วล่ะ” บอกไมค์ให้เฝ้าเธอไว้ก่อน เดี๋ยวเธอตื่นขึ้นมาค่อยถามว่าบ้านช่องอยู่ไหน

ooooooo

เมษาได้รับโทรศัพท์จากแม่รู้ว่าปึกยังไม่กลับทั้งที่บอกแล้วว่าให้กลับมาห้าโมงเย็น เมษาถามว่าแล้วทำไมแม่ถึงให้ปึกออกไปคนเดียวทั้งที่เพิ่งมากรุงเทพฯไม่กี่วันเอง อาจจะหลงทางก็ได้

“ก็แม่เห็นมันบ่นเหงาๆ ก็เลยให้มันออกไปเดินเล่นปากซอย ลูกไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวมันก็มา ไอ้พวกนี้พอได้ออกไปข้างนอกหน่อยมันไม่กลับเข้าบ้านง่ายๆ หรอก” เมษาค่อยเบาใจบอกว่าถ้าปึกกลับให้โทร.บอก ตนด้วย “จ้ะลูก ไม่ต้องห่วงนะ” พอวางสายจากเมษา ประไพพรรณก็บ่นหน้าตึง “นังหนูปึกนะนังหนูปึก เดี๋ยวกลับมาจะต้องเล่นงานซะหน่อย”

วางสายจากแม่แล้ว เมษาดูคอมพิวเตอร์เห็นรูปถ่ายของไมค์กับเทพที่เธอแอบถ่ายไว้ เธอหยิบมือถือโทร.หาไมค์ ต่อว่าเขาที่หนีกลับกรุงเทพฯก่อน ไมค์อ้างว่ารีบกลับมาประชุมกับลูกค้า

เมษาอ่อยถามว่าคืนนี้ว่างไหมอยากชวนไปดื่มและฟังเพลงกันหน่อย ไมค์ตอบรับทันที พอเธอนัดสองทุ่มเจอกัน ไมค์ก็จุ๊บๆ ก่อนปิดเครื่องพึมพำเคลิ้ม...

“ไม่อยากเชื่อเลยว่า ช่วงนี้เราจะเสน่ห์แรง เมื่อบ่ายน้องนี่ก็อยากจะฟัดเรา อีกชั่วโมงถัดมาก็มีผู้หญิงมาชวนดื่ม...”

“ดื่มอะไร” เทพเดินมาได้ยินแว่วๆ ไมค์สะดุ้งเฮือกบอกว่าไม่มีอะไร “ไม่มีอะไรก็ดี เดี๋ยวน้องเขาตื่นขึ้นมา นายก็ถามเขาว่าบ้านอยู่ไหน แล้วก็ให้ค่าแท็กซี่เขาไปร้อยนึง” ไมค์ผิดหวังถามว่าเขาจะไปไหน “ฉันจะไปทำงาน”

“เดี๋ยวผู้กอง...ฉันบอกความจริงก็ได้ คือเมื่อกี๊น้องสาวโทร.มาบอกว่าแม่ฉันป่วยหนัก” เทพตกใจถามว่าเป็นอะไร ไมค์โกหกหน้าตาเฉยว่า “ดื่มยาพิษ ก็ที่เมื่อกี๊บอกว่าดื่มน่ะแหละ”

เทพมองหน้าอย่างไม่อยากเชื่อถามว่าพูดจริงหรืออำ ไมค์ทำขึงขังถามว่าจะเอาเรื่องแม่มาอำได้ไง พอเทพอนุญาตให้ไปดูแม่ ไมค์แบมือขอยืมเงินห้าพัน พอเทพชะงัก ไมค์ทำเสียงน่าเห็นใจว่า

“แม่ฉันอยู่ไอซียูนะ โรงพยาบาลเขาต้องการเงินมัดจำ” พอเทพเอาเงินให้ ไมค์หน้าชื่นทันที “ฉันไปก่อนนะ อ้อ...ถ้าน้องเขาตื่น ก่อนไปผู้กองขอเบอร์ไว้หน่อยนะ เผื่อจะได้โทร.ถามว่าใครที่จะข่มขืนเธอ จะได้ไปกระทืบซะหน่อย”

เทพพยักหน้ามองไมค์ที่ดี๊ด๊าออกไป ส่ายหน้าอย่างระอาความขี้หลีของไมค์

ooooooo

เมื่อไปถึงผับที่นัดกับเมษาไว้ ไมค์เข้าไปจ๊ะเอ๋หมายเซอร์ไพรส์ เมษามือไวตบหน้าเพียะทำเอาไมค์มึนไปเลย

สั่งเครื่องดื่มแล้ว เมษาถามว่า “คุณไมค์ยังสนใจสินค้าที่สวยเคยเสนอให้ดูไหมคะ”

“สนใจสิครับ โดยเฉพาะคุณสวยเสมอ” ไมค์

พูดนอกเรื่อง คว้ามือเธอไปกุม “อย่าหาว่าผมปากว่า มือถึงเลยนะครับ ผมเป็นคนปากกับใจตรงกันครับ ผมรักคุณสวยนะครับ”

เมษาถามว่าจริงหรือ เราเพิ่งรู้จักกันนะ ไมค์กะล่อนว่าตนรู้สึกว่าเคยเจอกับเธอมาแต่ชาติปางก่อนแล้ว

ขณะไมค์กำลังหวานกับเมษาอยู่นั่นเอง ไมค์เห็นเฮียฮงเดินเข้ามากับลูกน้องสองคน ไมค์ก้มหน้าเกือบมุดใต้โต๊ะ จนเมษาถามว่ามีอะไรหรือ หลบใครหรือ ไมค์บอกว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมา ลุกยกเสื้อขึ้นบังๆหน้าเดินงุดๆจะไป

“ไอ้บุญเลิศ!” เฮียฮงร้องเรียก ไมค์ทำหูทวนลมเดินต่อ “หยุดนะไอ้บุญเลิศ ถ้าคิดจะหนีละก็ กูยิงมึงจริงๆ”

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 3 วันที่ 26 ต.ค. 57

ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทประพันธ์โดย มีนมีนา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ กำกับการแสดงโดย บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ ผลิตโดย บริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับโดยผู้จัด : ยุวดี ไทยหิรัญ ดำเนินงาน : วิไลลักษณ์ พูลประเสริฐ
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ