อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ต.ค. 57

บุญลือปล่อยแขน ประกายล้มลง ดิ้นพราดพลิกร่างมา บุญลือเห็นเต็มตาว่าเป็นประกายก็ตกใจ “เฮ้ย .. อีประกาย ... ไม่ใช่เนื้อนาง”
ประกายจับคอที่กำลังเลือดทะลัก ตาจ้องไปที่บุญลือ “แก.. ไอ้บุญลือ” ประกายจำหน้าบุญลือได้ ดิ้นชักกระตุกทั้งร่าง บุญลือถอยหลังเมื่อเห็นว่าไม่ใช่เนื้อนาง รีบออกจากเรือนไป

ประกายพยายามดิ้นเฮือกหายใจ

แสงคำดึงแขนอรองค์มาข้างป่า อรองค์สะบัดมือออก แสงคำมองสีหน้าโกรธมาก
“มีใครอยู่ในกระท่อม”
“ไม่มี”


“ไม่มีแล้วทำไมคุณไม่ให้ฉันเข้าไป ทำไมต้องดึงฉันออกมา”
ปิงค่อยๆ โผล่มาหลบฟังในพุ่มไม้ แสงคำกับอรองค์ที่กำลังทะเลาะกันไม่ทันเห็น
“พ่อเลี้ยงสั่งห้ามคุณวุ่นวาย ทำไมถึงไม่เชื่อคำสั่งพ่อเลี้ยง”
“ฉันแค่เดินมาเรื่อยๆ”
“อย่าโกหก”
“ฉันไม่ได้โกหก ฉันกำลังจะกลับ”
“งั้นก็กลับด้วยกัน ผมจะไปส่งให้ถึงปาง”
แสงคำมองจ้องจนอรองค์ต้องยอมเดิน แสงคำตามประกบ ปิงมองสองคน แล้วรีบหลบออกไปอย่างเร็ว

ณไตรกำลังเดินออกจากโรงครัวมากับเนื้อนาง คำฝาย ม่อนดอยตามหลัง
“วันนี้เนื้อนางยังไม่เห็นอ้ายแสงคำเลย”
“ป่าไม้จังหวัดให้ไปรับเอกสาร เดี๋ยวก็คงใกล้กลับมาถึงแล้วล่ะ” ณไตรบอก
“พักนี้แสงคำไปทำงานนอกปางบ่อยเนอะ” คำฝายชักสงสัย
ณไตรอธิบายกลบเกลื่อน “แสงคำเป็นผู้จัดการปาง ต้องรู้เรื่องทั้งในปาง แล้วก็เรื่องติดต่อราชการ”
ม่อนดอยบอกคำฝาย “แต่ก่อนตอนพ่อเลี้ยงเป็นผู้จัดการ เค้าก็ทำแบบนี้”
“คุณสงสัยอะไรหรือเปล่า เนื้อนาง” ณไตรทำเป็นย้อนถาม เนื้อนางมอง ณไตรยิ้มด้วยสีหน้าปกติ “เดี๋ยวผมขอไปดูคนงานตีตราไม้ก่อน ม่อนดอยพาเนื้อนางกลับเรือน” ณไตรเดินแยกไปไม่มีพิรุธ
เนื้อนางมองแล้วเดินไปกับคำฝาย ม่อนดอยอีกทาง
ในป่า ปิงมาเล่าเรื่องกระท่อมให้บุญลือฟัง บุญลือดีใจ “วันนี้เนื้อนางมันรอด แต่โชคยังเข้าข้างฉันที่นังแขไขมันอยู่ในกระท่อมหลังนั้น” บุญลือรีบเดินออกไป ปิงตามไปติดๆ

เนื้อนางเดินเข้ามาในเรือน สายตาเนื้อนางตกตะลึง คำฝาย ม่อนดอยตามหลังมา ทุกคนมองไปในเรือนแล้วอึ้ง ประกายนอนเลือดท่วมอยู่บนที่นอน เนื้อนาง คำฝายรีบเข้าไปประคองประกายขึ้น
เนื้อนางวางหัวประกายในตัก “ประกาย .. ใคร ใครทำอย่างนี้กับเธอ”
ม่อนดอยรีบหาผ้ามาส่งให้ เนื้อนางเอาผ้ากดห้ามเลือดที่คอประกาย
“ไปเรียกคนงานมา ม่อนดอย มาช่วยกันพาประกายไปโรงพยาบาล” คำฝายสั่ง
ประกายจับมือเนื้อนางที่กำลังช่วยกดห้ามเลือด “ฉัน..ไม่ไหว..แล้ว”
“ไม่... ประกาย” เนื้อนางใจเสีย
“แกทนอีกนิดนะ ประกาย แกอย่าเป็นอะไรนะ” คำฝายเองก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกัน
“เนื้อนาง” ประกายพยายามหายใจ น้ำตาเรื้อ มองเนื้อนาง คำฝาย รู้ว่าตัวเองคงไม่รอด “ฉัน...เห็น ... หน้ามัน” เนื้อนาง คำฝายร้องไห้
ประกายสูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย เปล่งเสียงออกมา “บุญ ....ลือ” สิ้นเสียงประกายหมดแรง มือที่จับเนื้อนางตกลง
เนื้อนางร้อง “ประกาย ไม่... ประกาย... อย่าตายนะ”
เนื้อนาง คำฝายกอดร่างประกายเขย่าด้วยความตกใจ
“ประกาย... แกอย่าทิ้งฉันไปแบบนี้” คำฝายเสียใจ รับไม่ได้ ที่จู่ๆ ประกายก็มาตายจากไป
เนื้อนาง คำฝายร้องไห้โฮ มองประกายที่หมดลมหายใจในอ้อมกอดเพื่อน
ม่อนดอยกำหมัดแน่น เจ็บใจที่ช่วยประกายไม่ได้ “ไอ้บุญลือ ... ฉันจะไปตามพ่อเลี้ยง” ม่อนดอยวิ่งออกไปอย่างเร็ว

ในกระท่อม ประตูผลักเข้ามา แขไขมีโซ่ล่ามขาไว้ กำลังยืนมองไปด้านนอก สะดุ้ง หันไปมองเห็นบุญลือกับปิงเข้ามา ก้าวเข้าหาแขไขด้วยรอยยิ้มเหี้ยม “ในที่สุด แกก็ต้องตายด้วยมือฉันอีกครั้ง แขไข”
แขไขถอย บุญลือพุ่งเข้าไปบีบคอแขไขทันที แขไขปัดป้องดิ้นรนสุดชีวิต บุญลือตบแขไข แขไขกระเด็น ไปสุดโซ่
ปิงเข้าไปช่วยจับแขไข แขไขกรีดร้อง ดิ้นอาละวาด ทั้งข่วน ทั้งกัดปิง บุญลือเข้ามาจับขาแขไข แขไขดิ้น ถีบบุญลือกระเด็น
“อีบ้าแขไข” บุญลือพุ่งเข้าไปขย้ำคอแล้วจับหัวแขไขกระแทกกับพื้น แขไขร้องด้วยความเจ็บ
“มึงน่าจะตายไปตั้งแต่คราวที่แล้ว”
บุญลือกระแทกหัวแขไขแรงอีก แขไขร้องลั่นที่หัวกระแทกกับพื้นอย่างแรง แขไขนึกถึงตอนถูกวันดีกับบุญลือทำร้าย
บุญลือบีบคอแขไข แขไขจ้องหน้าบุญลือแล้วเอ่ยออกมา “แก...ผลักฉันตกเหว ... ไอ้บุญลือ”
บุญลือตาวาววาบความโกรธที่แขไขจำชื่อได้ แขไขจ้องบุญลือที่บีบคอ

เนื้อนาง คำฝายนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างศพประกาย
“ประกาย ... ยกโทษให้ฉันด้วย เธอต้องมารับเคราะห์แทนฉันแท้ๆ
“คนที่ต้องขอโทษ คือไอ้บุญลือนะเนื้อนาง .. มันเป็นคนฆ่าประกาย”
แสงคำ อรองค์ขึ้นเรือนมา พอเห็นศพประกายก็ตกใจ “ประกาย”
เนื้อนางหันไปบอกแสงคำ “ไอ้บุญลือ มันขึ้นมาฆ่าประกายถึงในนี้”
“บุญลือ .. มึง” แสงคำแค้น
ม่อนดอยวิ่งเข้ามา “หาพ่อเลี้ยงไม่เจอ ไม่รู้หายไปไหน”
แสงคำรู้ทันทีว่าณไตรต้องไปที่กระท่อมแขไข อรองค์นั่งลงข้างเนื้อนางมองด้วยความตกใจ
“เรื่องร้ายแรงขนาดนี้ ต้องรีบบอกคุณณไตร” แสงคำพรวดพราดออกไป ทุกคนมองตามแสงคำ

บุญลือกำลังบีบคอแขไขที่พยายามดิ้น “วันนี้มึงต้องตาย”
แขไขไม่ยอม มือเปะปะไปโดนโซ่ แขไขกำขึ้นมาตวัดไปที่หน้าบุญลือ โซ่ฟาดโดนทั้งบุญลือ ทั้งปิง สองคนกระเด็นผละจากแขไข แขไขพยายามลุก คลานหนี ปิงจับขาแขไขยึดไว้ แขไขถีบปิงล้ม บุญลือวิ่งไปปลดโซ่ที่มัดไว้กับขาเตียงออกแล้วดึงปลาย กระตุกอย่างแรง แขไขล้มทั้งยืน
“ไอ้ปิง หากุญแจ เร็ว”
ปิงมองหาไปรอบๆ เห็นปิ่นโตวางอยู่ ปิงปัดปิ่นโตออก เห็นดอกกุญแจที่วางซ่อนอยู่ บุญลือใช้โซ่กระชากลากแขไขเข้ามา แขไขฝืนตัวไม่ยอม มือครูดไปกับพื้น ปิงเอากุญแจมาส่งให้บุญลือ บุญลือดึงโซ่ลากแขไข จนมาถึงตัว แล้วเหยียบหลังแขไขไว้ ไขกุญแจปลดโซ่ที่ขาแขไขออกจนได้
บุญลือกำโซ่ไว้ในมือ แขไขจะคลานหนี บุญลือเอาโซ่ไปรัดคอแขไข แขไขดิ้นรนมือไขว่คว้าอากาศกำลังจะหมดลม
ณไตรพุ่งเข้าประตูมา “แขไข” บุญลือปล่อยมือ หันไป ณไตรจ้อง “ไอ้บุญลือ ... แกเอง”
ณไตรกำลังจะพุ่งเข้าไปช่วยแขไข ปิงเข้ามาด้านหลังคว้าปิ่นโตฟาดหัวณไตรอย่างแรง ณไตรเซ บุญลือชักปืนในเอวยิงใส่ ณไตรโดดหลบ
บุญลือสั่งปิง “ฆ่ามัน”
บุญลือกระชากลากแขไขไปที่ประตู ณไตรชักปืนเล็ง แต่กลัวกระสุนโดนแขไขที่บุญลือล็อคคออยู่ บุญลือได้โอกาสยิงอีกนัด ณไตรม้วนตัวหลบ บุญลือรีบลากแขไขออกไป
ณไตรจะตาม ปิงยกเก้าอี้ทุ่มใส่ณไตร แล้วคว้ามีดพร้าปาดเข้าใส่ไม่ยั้ง ณไตรยกปืนยิงปังนัดเดียวเข้ากลางอกปิงตายคาที่ แล้ววิ่งตามบุญลือออกไปทันที
บุญลือเหนี่ยวคอลากแขไขวิ่งไปตามทาง มือหนึ่งถือปืน
ณไตรวิ่งตามมาใกล้ “ไอ้บุญลือ ... ปล่อยแขไข”
บุญลือหันไปเห็นก็ยิง ณไตรต้องหลบ ณไตรจะยิงก็กลัวแขไขถูกลูกหลง บุญลือลากแขไขห่างไป ณไตรวิ่งตามไม่ลดละ

แสงคำพรวดเข้ากระท่อมมา เห็นศพปิงถูกยิงตาย กวาดตามองสภาพในกระท่อม
“คุณแขไข ..ไอ้บุญลือ” แสงคำคิดได้แล้ววิ่งออกไปทันที

บุญลือลากแขไขมาถึงปากเหว แขไขมองลงไปแล้วกลัว
“อย่าผลักฉันลงไป อย่า บุญลือ อย่าทำฉัน ฉันไหว้แล้ว”
บุญลือล็อคคอแขไข ณไตรวิ่งมาถึง บุญลือจ่อปืนแขไขทันที
ณไตรพยายามเกลี้ยกล่อม “อย่า ... บุญลือ..อย่าทำร้ายแขไขอีก แกจะเอาอะไร ฉันให้แกทุกอย่าง”
“อะไรเหรอ ชีวิตพวกแกไงที่ฉันต้องการ วางปืน !! วาง” บุญลือสั่ง
ณไตรมองเห็นแขไขกลัวสุดขีด “ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” ณไตรตัดสินใจ ก้มลงจะวางปืน บุญลือมองระวัง ณไตรเอาปืนวางลงบนพื้น
“แกมันสุภาพบุรุษเกินไป ไอ้พ่อเลี้ยง” บุญลือเหนี่ยวไกยิงเข้าต้นขา ณไตรร่วงล้มลงไป บุญลือตามเข้าไป จ่อปืนจะยิงซ้ำแต่กระสุนหมด บุญลือกระทืบลงที่แผลณไตรอย่างแรง ณไตรเจ็บ แต่พยายามจะลุกขึ้นสู้
บุญลือตัดสินใจผลักแขไขไปทางปากเหว แขไขร้องกรี๊ด กำลังจะร่วงลงไปข้างล่าง ทันใดแสงคำกระโดดตัวลอยมาคว้าแขไขไว้ได้ ทั้งสองร่างกำลังห้อยอยู่ปากเหวอย่างน่าหวาดเสียว
ณไตรคลานด้วยความเจ็บปวด จะคว้าปืน บุญลือเตะเข้าปลายคางณไตรอีกที ณไตรกระเด็นแทบหมดสติ บุญลือมองแล้วตัดสินใจวิ่งหนีเอาตัวรอดก่อน

เนื้อนาง คำฝายกำลังเช็ดเลือดตามร่างกายให้ประกาย
อรองค์รับผ้าที่เช็ดมาจากมือเนื้อนาง วางลงไปในกาละมังที่น้ำมีแต่สีแดงฉาน แล้วถามขึ้นอย่างสงสัย “บุญลือฆ่าประกายเพราะเข้าใจว่าเป็นเธอ เนื้อนาง บุญลือกับเธอมีความแค้นอะไรกันมา”
เนื้อนางนิ่ง ใช้ความคิด แล้วตอบขึ้น “ไม่มี ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันต้องเกี่ยวกับผีแขไข แล้วก็เรื่องเมื่อ 5 ปีก่อน พอเนื้อนางกลับมา ไอ้บุญลือถึงพยายามจะฆ่าปิดปาก” ทุกคนสีหน้าสงสัยเรื่องบุญลือ

แสงคำจับมือแขไขไว้แน่น ร่างแขไขห้อยอยู่ที่หน้าผา “คุณแขไข อย่าปล่อยมือผม”
น้ำหนักแขไขถ่วงลง ลากร่างแสงคำไถไปกับพื้นทีละนิด “ช่วยด้วย”
“จับผมแน่นๆ แขไข” แสงคำพยายามฝืนแรงโน้มถ่วง ดึงแขไขขึ้น แต่แขไขดิ้นขาห้อย แสงคำถูกลากไปด้วย แขไขไหลต่ำลงไปอีก
“แขไข อย่าดิ้น ผมจะดึงคุณขึ้นมา”
“ฉันไม่อยากตาย ช่วยด้วย ฉันไม่อยากตาย”
ณไตรที่ถูกยิงถูกกระทืบ ฝืนความเจ็บ ลากขาคลานมา เห็นเลือดเป็นทาง “แขไข”
แสงคำพยายามดึงแขไข แต่เหงื่อเปียกชุมมือทั้งสอง มือแขไขที่กำลังจะหมดแรง ค่อยคลายออก แสงคำไม่ยอม กระชับมือแขไขไว้ แสงคำครูดไปกับพื้น จนเกือบจะสุดปากเหว แขไขไหลต่ำลง เสียงแขไขร้องกรี๊ด
ณไตรพุ่งเข้ามาจับขาแสงคำไว้ แขไขห้อยกลางอากาศ ณไตรกัดฟัน ฝืนความเจ็บ ดึงร่างแสงคำกลับมาสุดแรง แขไขถูกดึงตามขึ้นมาทีละคืบ ณไตรดึงขาแสงคำ เลือดที่ขาณไตรทะลัก ณไตรข่มความเจ็บทั้งหมดใช้แรงฮึดสุดท้าย ดึงร่างแสงคำขึ้นมาพ้นปากเหว
แขไขไต่สูงขึ้นมาจนพาดปากเหว ณไตรรีบเข้ามาช่วยดึงแขนแขไขคนละแขนกับแสงคำ แขไขถูกดึงขึ้นมา กลิ้งลงนอนบนพื้น ณไตรเข้าไปประคองแขไข แขไขกอดณไตรร้องไห้โฮ ตัวสั่นด้วยความตกใจที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

เนื้อนางกำลังแต่งตัวให้ประกายด้วยชุดที่สวยที่สุด คำฝายวางชุดเปื้อนเลือดไว้ห่าง อรองค์มองเนื้อนางกับคำฝายที่ยังสะอื้น
เนื้อนางเอาแป้งทาลงไปบนหน้าประกาย “ประกายคนสวย” นิ้วเนื้อนางไล้แป้งแต่งหน้าให้เพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย “ไม่ว่าจะอยู่ในคุ้ม ในคณะรำวง ในปาง ..ประกายไม่เคยสวยน้อยกว่าใคร”
เนื้อนางกับคำฝายน้ำตาไหล อรองค์สะเทือนใจ น้ำตาร่วงไปด้วย ม่อนดอยพิงกรอบประตูมอง กลั้นน้ำตา มองไปด้านนอก
“ไม่ต้องไปหาบ้านใหม่ที่ไหนแล้วนะ ประกาย อยู่ซะที่นี่ พักผ่อนให้สบาย พวกเราทุกคนรักเธอ พวกเราจะคิดถึงประกายคนสวยตลอดไป”
เนื้อนางปล่อยมือ ประกายในชุดใหม่ แต่งหน้าสวย เนื้อตัวสะอาด มีเพียงรอยมีดเลือดที่ยังซึมตรงคอ ทุกคนมองภาพประกายเป็นครั้งสุดท้ายและจดจำไว้ทั้งน้ำตา

ในกระท่อมแขไข ณไตรกัดฟันขณะที่แสงคำเอาผ้ารัดเหนือแผลที่ขา ห้ามเลือดที่ถูกยิง สายตาณไตรมองไปที่แขไขตัวสั่น พอแสงคำปฐมพยาบาลเบื้องต้นเสร็จ
ณไตรลากขาขยับเข้าไปปลอบแขไข “แขไขครับ ไม่ต้องกลัว บุญลือมันหนีไปแล้ว”
แขไขย้อนคิดถึงคืนที่ถูกบุญลือกับวันดีทำร้าย “บุญลือ .. ผู้หญิง” ณไตรมองแขไขแปลกใจ
แสงคำบอกกับณไตร “เมื่อเช้า คุณแขไขก็บอกแบบนี้ .. มีผู้หญิง”
“คุณจำได้มั้ยว่าผู้หญิงคนนั้น ... ชื่ออะไร” ณไตรซัก
แขไขกุมหัว สีหน้าพยายามนึก “ผู้หญิง ตีหัว..ตีหัวเนื้อนาง”
“ค่อยๆ นึกแขไข ใครตีหัวเนื้อนาง”
“ผู้หญิง ......”
ณไตรทวนคำด้วยสายตาที่เริ่มเดา “ผู้หญิง”

หน้าเรือนเนื้อนาง เนื้อนางเข้าไปประคองณไตรที่ยืนไม่ถนัด ถามขึ้นด้วยเสียงห่วงใย “เจ็บมากมั้ย พ่อเลี้ยง เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“กระสุนทะลุกล้ามเนื้อ ไม่โดนกระดูก ไม่เป็นไรครับ”
ทุกคนมองเป็นห่วงณไตร แสงคำบอกขึ้น “บุญลือเกือบฆ่าพ่อเลี้ยงมันหนีไปได้”
“เอาคนงานไปตามล่ามัน ฆ่ามันให้ตาย” ม่อนดอยโกรธที่บุญลือเหิมเกริม ถึงขนาดจะฆ่าณไตร
ณไตรยังใจเย็น “ฉันไม่ปล่อยมันไว้หรอก แต่เราต้องจับมันให้ได้พร้อมกัน”
อรองค์ฟังณไตรพูดก็สงสัย “พร้อมกัน หมายความว่าอะไร บุญลือกับใครอีกคนเหรอคะ”
ทุกคนมองไปที่ณไตร แต่ณไตรตอบด้วยเสียงสุขุม “ตอนนี้ผมขอให้ทุกคนอดทนรอ พรุ่งนี้..ผมจะเอาตัวฆาตกรที่ก่อเรื่องทั้งหมดมาที่นี่ ความเลวร้ายที่อัดแน่นมาตลอด 5 ปี จะต้องเปิดเผยความจริงออกมาแน่”
“คุณรู้แล้วว่าเป็นใคร ใครกัน .. ใครฆ่าคุณแขไข ใครทำร้ายเนื้อนางเมื่อ 5 ปีก่อน”
ทุกคนมองคาดคั้น สีหน้าณไตรเต็มไปด้วยความเครียด

ในบ้านหิมวัต แม่นายหันขวับมามองพวกรัญจวนที่มารายงาน จันตากับวันดีรอรับใช้แม่นายอยู่ทางด้านหลัง
รัญจวนใส่ไฟทันที “พ่อเลี้ยงมันฟังแต่เนื้อนาง พวกเราถึงโดนไล่ออก”
สร้อยฟ้ารีบบอก “กลับไปปางก็ไม่ได้ พ่อเลี้ยงบอกว่าจะยิงเราค่ะ”
กำปุ้งใส่ไฟ “เนื้อนางมันใส่ร้ายแม่นายสารพัด กำปุ้งทนฟังไม่ได้ พอไปเอาเรื่องมัน พ่อเลี้ยงก็มาเห็น”
จันตาตัดบท “พอแล้ว สรุปว่าพวกแกทำอะไรเนื้อนางมันไม่ได้เลย แถมยังต้องระเห็จออกมาด้วย”
กำปุ้งเถียง “ก็นังเนื้อนางมันใส่ไฟให้พ่อเลี้ยงเกลียดแม่นายนี่คะ”
แม่นายฟังแล้วยิ่งรำคาญ “หยุดได้แล้ว จันตา .. เอาพวกมันออกไป”
รัญจวนถาม “แม่นายไม่รับดูแลพวกเราหน่อยเหรอคะ”
กำปุ้งประจบ “เราอุตส่าห์ทำงานถวายหัวให้แม่นายคนเดียว”
แม่นายไม่สนใจ “ฉันไม่เก็บพวกไร้ประโยชน์ไว้ใกล้ตัว”
จันตามองเยาะ พวกกำปุ้งตกใจ
“แต่เราโดนไล่ออกเพราะทำตามคำสั่งแม่นาย” กำปุ้งทวง
แม่นายด่าซ้ำ “แกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน เจ้าเล่ห์ ลิ้นสองแฉก แต่ไม่มีสมอง ปัญญาทึบ” สามคนตกใจที่โดนด่าซึ่งหน้า “ออกไปให้พ้นหน้าฉัน แล้วอย่าเอ่ยชื่อฉัน เพราะถ้าแกเอาความเดือดร้อนมาให้ฉัน ฉันจะไม่ปรานีให้แกเหลือชีวิตไว้สอพลอใครอีก”
จันตาไล่ “ไปสิ หรือจะให้ฉันเรียกคนงานมาลากแกออกไป”
กำปุ้งโมโห “ใจร้าย ใจดำเหลือเกิน คอยดู แม่นายจะต้องได้รับกรรมที่ทำกับทุกคน”
“ถ้ายังไม่ไป แกจะโดนก่อนคนแรก นังแมงมุมยักษ์... ไป๊” จันตาไล่เสียงแข็ง แม่นายจ้อง รัญจวนรีบดึงกำปุ้งวิ่งออกไปกันสามคน วันดีมองเหยียดยิ้มแล้วเดินออกไป
แม่นายสายตาโกรธ ไม่พอใจเรื่องเนื้อนาง หันขวับไปอีกทาง ก็เห็นลูกชายคนโตณไตรที่ทำแผลเรียบร้อย กำลังเดินเข้ามาหา

วันดีเดินมาเห็นธรรพ์ที่นอนกอดขวดเหล้าแผ่อยู่กลางเตียง รีบเข้าไปดึงขวดเหล้า ประคองธรรพ์ขึ้นมา
ธรรพ์ยังไม่สร่างเมาถามขึ้น “แม่นายเหรอครับ”
แววตาวันดีวาบด้วยความเสียใจ “ไม่ใช่แม่นาย มองสิ คุณธรรพ์ มองให้ดี” วันดีประคองหน้าธรรพ์ไว้ มองด้วยสายตาเทิดทูนสุดรัก
ธรรพ์พอเห็นเป็นวันดีก็ผลัก “ไป ไปให้พ้นๆ หน้าฉัน ไม่ใช่แม่ ... อย่ามายุ่ง” ธรรพ์ลุกขึ้นยืนโงนเงน
วันดีน้ำตาคลอแล้วหยดลงมา มองธรรพ์ด้วยความขมขื่นใจ “ชาตินี้ วันดียอมทำทุกอย่างเพื่อคุณธรรพ์”
ณไตรเอ่ยเสียงเข้ม ดุดันต่อหน้าแม่นาย จันตา “คนเลวที่กล้าทำทุกอย่าง สนองความเคียดแค้น ชิงชัง กระทั่งชีวิตคนก็ฆ่าได้ ฆาตกรมือเปื้อนเลือดคนนี้มันสมควรจะถูกเปิดเผยตัวได้แล้ว”
“ฆาตกรจะเป็นใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันไม่ไป” แม่นายปฏิเสธ
“ต้องไปครับ ทุกคนที่นี่ต้องไปที่ปางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
“จันตาไม่เกี่ยวนะ พ่อเลี้ยง”
ณไตรตวัดสายตามอง จันตาเงียบ
ธรรพ์เดินเข้ามาได้ยินที่ณไตรพูด ก็ถามขึ้นอย่างร้อนใจ “พี่จับตัวมัน คนที่ฆ่าแขไข ใส่ร้ายผมกับเนื้อนางได้แล้วใช่มั้ยพี่ณไตร มันเป็นใคร”
“ฉันอยากให้ทุกคนไปรู้ความจริงด้วยตัวเอง”
แม่นายประชดทันที “แขไขก็ตายไปแล้ว ที่แกทำทั้งหมดเพราะแกจะล้างคาวให้เนื้อนางที่มันเป็นชู้กับธรรพ์ต่างหาก”
วันดีเดินตามเข้ามาเงียบๆ มองจ้องไปที่ณไตร

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ