อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[4] วันที่ 23 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[4] วันที่ 23 ต.ค. 57

หนูมาลี บอกความจริงทุกอย่าง “คุณโยทะกาเป็นแม่ของหนูมาลีค่ะ วันที่เกิดเรื่อง พอคุณโยรู้ เธอก็เลยบันดาลโทสะยิงคุณเมืองแมน เรื่องนี้ หนูมาลีจะแถลงต่อศาลเพื่อขอความเห็นใจ อย่าลงโทษ “แม่” ของหนูมาลี หนักเกินไป”

โยทะกาหันขวับกลับมาเมื่อได้ยินคำว่าแม่ ดีใจ ซาบซึ้ง มองหน้าหนูมาลีอย่างขอบคุณ
“คุณเมืองแมนกับคุณมีแผนหย่ากันจริงไหมคะ” นักข่าวถามขึ้น
โยทะกาหันหน้ามามองนักข่าว มัวแต่ซาบซึ้งไม่ได้ยินนักข่าว “ขอโทษ พอดีฉันไม่คุ้นกับคำว่าแม่...ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาเรียก”
หนูมาลีค่อยๆ เอามือไปโอบโยทะกาเข้ามา คราวนี้โยทะกาน้ำตาร่วงทันที


“หนูก็ไม่คุ้น เราจะเริ่มต้นกันใหม่ แม่ต้องสู้เพื่ออิสรภาพใช่ไหมคะ เราจะสู้ด้วยกัน”
โยทะกากอดลูกร้องไห้กัน นักข่าวรุมเข้ามาถ่ายรูป “ลูกแม่ ลูกแม่”

ที่ระเบียงบ้านพักของโรส โรสป่วยหนักใกล้ตาย มีแคธี่ป้อนซุปอยู่ข้างๆ โรสที่เอนนอนบนเตียง มีผ้าห่ม มีหมวก หนาวสั่นเพราะพิษไข้ โรสนอนมองร้านที่เจริญรุ่งเรืองด้วยความภาคภูมิใจ
“ซุปไก่ ฉันทำเอง ถ้าอ้วกออกมาอีกนะ จะเอาหลอดมาหยอดทางหูเลยนะ กินแล้วอ้วกแบบนี้เมื่อไหร่จะหายล่ะ” แคที่บ่นขึ้น
“ฉันไม่ถูกโรคกับไอ้เคมีบำบัดนี่เท่าไหร่เลย จะทนได้ถึงไหนก็ไม่รู้” โรสเหนื่อยอ่อน โรยแรงลงกว่าเดิม
แคที่แอบร้องไห้ออกมา พยายามสะกดไว้ “ไปพักผ่อนที่อื่นไหม จะได้สบายกว่าที่นี่”
“ชีวิตฉันอยู่ที่นี่ ทำงานไม่ไหว ได้นั่งดูร้านห่างๆ เห็นเจ๊ได้ทุนคืน ได้รู้ว่ากำลังจะปลดหนี้ ร้านนี้กำลังจะมีกำไรเลี้ยงดูทุกคนได้ อะไรจะสุขไปกว่านี้วะเจ๊”
แคที่ปาดน้ำตาอีก ดูก็รู้ว่าโรสกำลังจะจากไป “แกนะแก เมื่อก่อนแกสมยอมกับฉันก็จบเรื่อง ยอมรับรักฉันให้ฉันเลี้ยงดู งานการอะไรก็ไม่ต้องทำ นี่ดูซิ แกปล่อยให้ฉันรักแกข้างเดียวมันถึงเป็นอย่างนี้”
โรสหัวเราะ ทำหน้าล้อ “จริงเหยออออ“
“ฉันร้องไห้อยู่นะ” แคที่งอน
“ฉันก็รักเจ๊ ถ้าเจ๊มองเห็นความรักของฉันของคนอื่นบ้าง บางทีเจ๊ก็ไม่ต้องเหงา ไม่ต้องวิ่งวนหาผู้ชายเหมือนเมื่อก่อน ไอ้พวกนั้นนะ ข้างนอกมันหล่อ แต่ข้าวในแมงดาปีกทองตัวเป้งเลย” โรสเตือน
“แหม นี่ก็พยายามเอาธรรมะเข้าข่มมาตลอด แต่มันข่มไม่อยู่เจอปั๊บ มันวิ่งเข้าใส่ มันสู้ไม่ถอย จะให้กูทำไง หา”
โรส และแคที่หัวเราะให้กัน เป็นภาพความสุขมากกว่าความเศร้า

ภายในห้องประชุมของของสถานี บรมกับแซนดี้ นำการประชุม วิเชียรเจ้าหน้าที่กราฟิกก้มหน้าอยู่ เพราะเพิ่งถูกจับได้
บรมรายงาน “เรามีหลักฐานทุกอย่างผูกมัด ...นายวิเชียรเองก็ยอมรับแล้วว่า เขาโกงคะแนนให้คุณเบลในวันประกวด”
“นายภูมิส่งทนายมาฟ้องสถานีเราว่าหลอกลวงประชาชน ถ้าเราบอกความจริงว่าคุณเบลอยู่เบื้องหลัง สถานีเราก็อาจจะรอดจากข้อหานี้” แซนดี้ออกความเห็น
“แต่เราคงต้องยอมรับความผิด และประกาศออกไป ว่าการแข่งขันทั้งหมดถือเป็นโมฆะและคงต้องคืนเงินคนดูที่โหวตเข้ามาด้วย” บรมเสนอทางออกที่ดีที่สุด
กรรมการมองหน้ากันแล้วพยักหน้าตกลง “จัดการเลย ทำผิดต้องยอมรับผิด พวกเรายินดีชดใช้ให้ทุกคน”
บรมและแซนดี้สบายใจขึ้น พยักหน้าให้กันพร้อมลุยเต็มที่

ที่หน้าห้องประชุม แซนดี้กับภูมินั่งคุยกัน เคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น
“ทนายของทางสถานีจะแถลงทุกอย่าง แต่คงหลังจากจัดการกับคุณเบลแล้ว” แซนดี้อธิบาย
“ถ้าอย่างนั้นผมก็สบายใจ ครูแซนดี้ก็รู้ ผมเป็นคนเดียวที่ตั้งใจฝึกซ้อม รักษาตัวเอง มีวินัย และร้องเพลงได้ดีที่สุด แต่ผมก็ไม่ชนะ” ภูมิเอ่ยขึ้นอย่างเสียใจอยู่บ้าง
แซนดี้จับไหล่ ด้วยความจริงใจ “ต่อสู้ต่อไปอย่ายอมแพ้ เสียงเพลงที่จริงใจ มันจะบอกความจริงอยู่ตรงนั้นเสมอ คนดูคนฟังทุกคนเขารับรู้ได้ และจะอยู่ข้างภูมิไปตลอดชีวิตการทำงานของภูมิ...เชื่อครูนะ”
ภูมิพยักหน้าขอบคุณ

ที่ร้านเซอร์ไพรส์ บอยคอยดูแลร้านที่เคาน์เตอร์แทนโรส ชงโคกับการะเกดทำงานวุ่นวายแถวนั้น แขกที่ทานเสร็จเดินมาทักทาย
“หนูมาลี ไม่อยู่หรือคะ” ลูกค้าคนหนึ่งถามขึ้น
“เขาดูแลคุณพ่อน่ะค่ะ อยู่ที่บ้านพัก” ชงโคตอบ
“ฝากบอกนะคะ ป้าเป็นแฟนคลับจะเอาใจช่วย” ลูกค้าอีกคนเอ่ยให้กำลังใจหนูมาลี ลูกค้าอีกชุดเพิ่งเดินเข้ามา ถามหาหนูมาลีเช่นกัน
“นี่นะคะ ฝากขนมไว้ให้หนูมาลีนะคะ” ลูกค้าฝากของมาให้แล้วเดินจากไป
“มันกลายเป็นดาราไปแล้ว น่าปลื้มใจเนอะ แฟนคลับเยอะแยะเลย” การะเกดปลื้มแทนเพื่อน
“ตั้งแต่เช้า มีแต่คนโทรมาขอคิวหนูมาลี ไปแสดง” บอยเล่า
“เป็นคนแพ้ที่มีงานมากกว่าคนชนะ...สมน้ำหน้า” ชงโคเอ่ยอย่างสะใจ
“จริงหรือ ยายเบลไม่มีงานหรือ” การะเกดถามขึ้นอย่างอยากรู้

ที่บ้านของบุณฑริก เบลแต่งตัวสวยสีหน้ายิ้มแย้ม ปากซ้อมร้องเพลงไปด้วย ในใจคิดแต่ว่า เรานั้นเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว อารมณ์ปลาบปลื้มชื่นมื่น เดินลั้ลลาลงมาจากชั้นบน นีน่า และยาหยีเดินเครียดเข้ามาเจอเบล
“ซุปตาร์อัพหน้า วอร์มเสียงเรียบร้อย! วันนี้งานอะไรดีคะ ร้องเพลง สัมภาษณ์ เล่นละคร พร้อมทุกอย่างจ้า” เบลเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
“เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ค่ะ ทางสถานีขอหยุดงานทั้งหมดของคุณเบลไว้ก่อน” นีน่าเอ่ยขึ้นเสียงเครียด
“อะไรนะ....แล้ววันนี้ต้องไปงานอะไร” เบลตกใจ
“งานวาไรตี้โชว์ของแฮปปี้ทีวี พอเราโทรไป รู้ไหมคะเขาบอกว่าไง...เขาติดต่อหนูมาลี มาออกรายการแทนค่ะ” นีน่ารายงาน
เบลโกรธมาก ทั้งช็อก ทั้งโกรธ ตกตะลึงไม่อยากเชื่อถึงกับพึมพำออกมา “เป็นไปได้ยังไง….”

ที่ห้องแต่งตัว สถานีโททัศน์ช่องอื่น โรสแต่งหน้าให้หนูมาลีจนเสร็จ ช่างแต่งหน้า มองอยู่ข้างๆ ยิ้มๆ หนูมาลี กำลังเตรียมตัวอัดรายการ
“เป็นไงฝีมือผม” โรสเอ่ยถาม
“ไม่เลวเลย อย่าบอกนะ จะมาแย่งอาชีพกัน” ช่างแต่งหน้าหัวเราะ
“พ่อหนูเจ๋งเนอะ ต่อยกับผู้ร้ายก็ได้ แต่งหน้าก็ได้” หนูมาลีชื่นชมผู้เป็นพ่อมาก
โรสและหนูมาลีก็เอ่ยพร้อมกัน “ทูอินวัน”
โยทะกาเพิ่งมาถึง เอาเสื้อมาให้หนูมาลีใส่ออกอากาศ “ชุดมาแล้วจ้ะ...เป็นไง โอเคไหม”
“ขอบคุณนะคะ ที่ไปเช่าชุดให้หนู”
“งานง่ายๆ ของแม่ อยากมาดูหนูอัดรายการด้วยน่ะ”
“ครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าแบบนี้กำลังใจเพียบ เชิญตามสบายนะคะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชม แล้วเดินออกไป
โรสมองดูหนูมาลี เหลือขั้นตอนสุดท้ายในการแต่งหน้า คือเอาดอกไม้แห้งมาเสียบที่หูให้หนูมาลี “มีผู้หญิงคนหนึ่งชอบเอาดอกไม้ทัดหู เขาเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในชีวิตของพ่อ”
โรสมองโยทะกาด้วยความรักจนโยทะกาคาดไม่ถึง มองกลับโรสอึ้งไป
“นี่เธอ...พอดีฉันก็นึกไปว่า ระหว่างเรามันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันไม่รู้น่ะว่าเรื่องของเราตอนนั้น เอ้อ ....” โยทะกาอึกอัก
โรสจับมือโยทะกาแล้วดึงมาโอบ “จำไว้นะลูก ถึงพ่อกับแม่จะเป็นแค่วัยรุ่นที่คึกคะนอง แต่ลูกเกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ ความรัก...ที่จริง...มันไม่มีเพศ ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีแต่ความปรารถนาดีต่อกัน...ดีต่อกัน”
โยทะกากับหนูมาลีน้ำตาคลอ เพราะทุกอย่างที่โรสพูด คือการสั่งลา
“ขอบคุณค่ะ หนูดีใจที่ได้เป็นลูกพ่อกับแม่” หนูมาลีเอ่ยอย่างตื้นตันใจ
โรสจูบที่แก้มของโยทะกาและของหนูมาลีคนละครั้ง สามคนกอดกันไว้ด้วยความเข้าใจ

ห้องออกอากาศ เสียงพิธีกรกล่าวต้อนรับหนูมาลีเข้าสู่รายการ
“ปรบมือค่ะ น่ารักจริงๆ มาค่ะ เชิญนั่งตรงนี้ ต่อไปก็จะเป็นช่วงเยส ออร์ โน นะคะ เราจะมารู้จักสาวน้อยคนนี้ให้ดีขึ้น มาดูกันว่าเธอชอบไม่ชอบอะไร”
หนูมาลีถือป้ายที่เขียนว่า เยส อันหนึ่ง โน อันหนึ่ง ใช้ชูขึ้นเวลาตอบคำถามของพิธีกร
รถเข็นของต่างๆ ออกมา ของทุกชิ้นมีฝาครอบ คนที่เข็นแต่งตัวเป็นตัวมาสคอตปิดทั้งตัวและหัว ไม่เห็นหน้า มาสคอตยกจานอันแรก เปิดฝาให้กล้องถ่าย หนูมาลี และทุกคนเห็นพร้อมกัน
“ชีสค่ะ” พิธีก่อนเอ่ย
หนูมาลียกป้ายโน คนดูปรบมือ
“เอ้าทำไมล่ะคะ” พิธีกรถาม
“ก็หนูเด็กบ้านนอก ทานไม่เป็น” หนูมาลีตอบตรงๆ ซื่อๆ
“โอเคเข้าใจ ต่อไป... “ มาสคอตหยิบอันที่สองมาเปิดฝา พิธีกรขาน ”ตะหลิว ....หมายถึงทำอาหารนั่นเอง”
หนูมาลียกป้ายเยส คนดูปรบมือ “ชอบมากค่ะ หนูอยากเก่งเหมือนพี่ๆ ที่ร้าน เขาทำอาหารกันเก่งมาก ฝึกอยู่ค่ะ”
“ต่อไป เปิดฝา..” มาสคอตเปิดจานอันที่สามมาเปิดฝา พิธีกรทำเป็นตื่นเต้น รู้มาก่อนแล้ว “อุ๊ยอะไรคะเนี่ย”
“แหวนเพชร!” หนูมาลีงงมาก
มาสคอตถือจานที่สามเดินไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าหนูมาลี
พิธีกรทำเสียงตื่นเต้น “ว้ายๆ ลงไปนั่งแล้ว อะไรกันนี่ อะไรกัน ท่านผู้ชมดูค่ะดู”
ทีมงานเข้ามาล้อม ถอดหมวกให้มาสคอต ปรากฏเป็นทองทา คนดูกรี๊ดกันสนั่นห้องส่ง
“พี่ทองทา!”
พิธีกรหันมาเรียกคนดู “เอ้า เรามาช่วยกัน กรี๊ด”
ทองทาและโยทะกายิ้มให้กัน คนดูร้องกรี๊ดกันใหญ่
“ต่อหน้าพ่อและแม่ของหนู ต่อหน้าคนทั้งประเทศ พี่ นายทองทา ต้องการขอหนูมาลีแต่งงาน หนูจะตอบว่าไงครับ” ทองทาถามแบบเขินๆ
“คุณพ่อ คุณแม่หนูมาลีมาด้วยนะคะยิ้มใหญ่เลย มีป้ายสองอันอยู่ในมือหนู จะตอบ เยสหรือโน อยู่ในมือหนูมาลีแล้วค่ะ พี่จะนับนะคะ 1 2 3”
หนูมาลียิ้มอายๆ ยกเยสขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ทองทาดีใจลุกขึ้นยืน ออกอาการสุดๆ ยกมือเยสๆๆ เข้าไปกอดหนูมาลี มีดอกไม้ มีลูกโป่ง ร่วงลงมาสวยงาม
“ขอบคุณครับ” ทองทาบอกหนูมาลี แล้วหอมแก้ม
พิธีกรนำคนดูกรี๊ดดดด โรสกับโยทะกา มองหน้ากันยิ้มดีใจ

โรสและโยทะกาเดินออกมาดูวิวด้านนอกห้องส่ง
โรสหัวเราะมีความสุข “ให้หนุ่มสาวเขาคุยกัน เหมือนจะคุยกันเรื่องจะไปจดทะเบียนสมรสในทะเล หรือบนบอลลูนอะไรสักอย่าง”
“วันนี้เธอดูสดใสมาก”
“แล้วแต่ บางวันก็ดี บางวันก็แทบลุกไม่ขึ้น ชีวิตหนูมาลีจะเป็นยังไงต่อไปนะ ฉันจะได้เห็นไหมวันที่เขาแต่งงาน”
โยทะกาจับมือโรสไว้ “เขาจะมีความสุขเสมอเพราะเขาเข้มแข็งเหมือนเธอ”
“อย่าตามใจเขานะ อย่ากลัวเขาโกรธ ดุได้ต้องดุ เพราะมันจะเป็นหน้าที่ของเธอ นับจากนี้ไป”
โยทะกามองโรส น้ำตาคลอ เดินเข้าไปกอด โรสกอดตอบ
“พ่อฉันตายตั้งแต่เล็ก ผู้ชายคนแรกที่ให้ความอบอุ่นกับฉันคือเธอ แม้กระทั่งตอนนี้ เธอเป็นคนเดียว ที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยโทษ สายตาของเธอ มีแต่ความเข้าใจฉันเสมอ” โยทะกาเอ่ยขึ้นอย่างตื้นตันใจ
“ลูกสาวของเรา ต่อไปนี้จะเป็นความอบอุ่น ที่หาอะไรมาแทน เธอจะมีความสุขนับจากนี้ เชื่อฉัน”
โรสยิ้มเล็กๆ ในใบหน้า ทั้งสองยังกอดกันมีแต่ความเข้าใจมอบให้

ที่ห้องแต่งตัวศิลปินของสถานีเอ็มเอ็มแชนนัล ช่างกำลังแต่งหน้าให้เบล
เบลปากก็บ่นกับยาหยี และนีน่า “ก็แค่ออกรายการทีวีเล็กๆ คอนเสิร์ตก็มีแต่เวทีบ้านนอก ฉันจะไม่ยอมแพ้แกหรอก ซุปตาร์ตัวจริงคือฉัน พลังแฟนคลับของฉัน เขาจะอยู่กับฉัน กับซุปตาร์ตัวจริง” เบลแต่งตัวเสร็จ มองกระจกให้กำลังใจตัวเอง พยายามสะกดจิตตัวเอง เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต “ฉันเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว นี่คือคอนเสิร์ตครั้งแรกของฉัน ฉันจะร้องเพลงอย่างดีที่สุด เพื่อคนดูที่รอต้อนรับฉันทุกคน”
ยาหยี และนีน่าพยักหน้ามั่นใจเช่นนั้นเหมือนกัน

บนเวทีคอนเสิร์ตเล็กๆ หน้าสถานี
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมขอเชิญพบกับเดอะซูเปอร์สตาร์คนที่สองของประเทศไทยและนี่เป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ คุณเบล บุษบาบัณค่ะ” พิธีกรเอ่ยแนะนำตัวศิลปิน
เบลออกมาร้องเพลงอย่างยิ่งใหญ่ คนดูกลับรู้สึกตรงกันข้าม เริ่มโห่ ร้อง เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ “โห่ ...... ขี้โกง ขี้โกง ออกไป ออกไป”
เบลหน้าเสีย อดทน ร้องเพลงต่อไป
“เฮ้ย ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้” ยาหยีไม่อยากเชื่อ
การโห่ร้องเพิ่มมากขึ้น และเริ่มเปลี่ยนเป็นการเขวี้ยงของ “คนขี้โกง สถานีขี้โกง”
“เอาไงดีอ่ะ” นีน่าไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี
การเขวี้ยงของมากขึ้นเรื่อยๆ เบลใช้วิธีหลบเอา แต่ไม่ยอมหยุดร้องเพลง
“คนขี้โกง สถานีขี้โกง” คนดูยังไม่ยอมหยุดโห่ร้องขับไล่
“เข้ามาก่อนค่ะ เข้ามาก่อน” ยาหยี และนีน่าขึ้นเวทีไปดึงเบลออกมา เบลสะบัดไม่ยอมลงไป นาทีนั้นมีขวดน้ำใบหนึ่งลอยมาโดนหัวเบล ยาหยี และนีน่าร้องกรี๊ด
“อร๊าย อย่าค่ะอย่า” ยาหยีร้องห้าม
เบลเขวี้ยงไมค์ทิ้งทันที บุกเข้าไปด่ากลุ่มคนดู “โอ๊ย อีบ้า อีชั่ว ฉันจะฆ่าพวกแก ฉันเป็นซูเปอร์สตาร์นะ พวกแกมันตาต่ำ”
นีน่าเข้าไปดึงเบล เพื่อเตือนสติ “หยุดค่ะ อย่าพูด มานี่ค่ะ”
นีน่าพยายามรั้งตัวเบลให้เข้าข้างเวทีไปแต่ไม่ได้ผล เพราะเบลถอดรองเท้าออก แล้วหยิบรองเท้าเขวี้ยงกลับไป คนดูร้องฮือแตกออกเป็นวงกว้าง ยาหยี และนีน่าร้องว้าย
“อุ๊ย ไม่เหวี่ยง เขวี้ยงไปแล้ว” นีน่ารับมือไม่ถูก
เบลด่าคนดูต่อ “นังหนูมาลี มันแค่เด็กเสิร์ฟ ร้องเพลงก็ไม่ดีเด่อะไร หนอย ไปหลงใหลมันทำไมกัน พวกโง่ พวกไร้รสนิยม”
“พอค่ะ หยุดค่ะ เข้าไปก่อน” นีน่าพยายามห้ามเบล
“อีบ้า นี่ๆ เอาคืนไป” เบลเป็นบ้าไปแล้ว เอาของที่ถูกเขวี้ยงมา เขวี้ยงกลับไปใส่คนดู ทั้งก้อนหินและขวดน้ำ
อธิขึ้นเวทีมา พร้อมตำรวจอีกนาย “หยุดเดี๋ยวนี้นะ อยากเพิ่มข้อหาให้ตัวเองหรือไง”
“ตำรวจ!” เบลตกใจ คนดูข้างล่างช็อกไปหมดเหมือนกัน หยุดการเขวี้ยงปาทุกอย่าง
“คนที่คุณใช้ให้ไปจับหนูมาลี ให้การซัดทอดคุณ ขอเชิญคุณไปโรงพักข้อหาลักพาตัวและทำร้ายร่างกายหนูมาลีด้วยครับ” อธิแจ้งข้อหาให้เบลรับรู้
“แย่แล้ว....เอาไงดีอ่ะ” ยาหยีหันไปถามนีน่า
เบลดิ้น “แกกล้าจับฉันหรือ แกรู้ไหมฉันเป็นใคร” หญิงสาวอาละวาด อธิกับลูกน้องต้องช่วยกันจับตัวไว้ “ฉันจะฟ้องเจ้านายแก ฉันจะไล่แกออกให้หมด ปล่อยๆ นะ”
“จะเป็นใครก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากฎหมายหรอกครับ” อธิเอากุญแจมือมาสวม เบลช็อก
“เฮ้ย จับจริงแล้วทำไงดี” นีน่าตั้งตัวไม่ทัน
เบลนิ่ง มองกุญแจมือ รับไม่ได้ที่ถูกจับ “ไม่ ไม่จริง จุดจบฉันไม่ใช่แบบนี้” หญิงสาวกรี๊ดยาวออกมาแล้วสลบไป
อธิตกใจ “คุณเบล คุณเบล”

วันต่อมา สองพิธีกรจากรายการวิจารณ์บันเทิงชื่อดัง กำลังเอ่ยเรื่องข่าวของเบลที่กลายเป็นกระแสที่คนสนใจในวงกว้าง
“ภาพศิลปิน ถูกตำรวจจับกลางเวที น่าตกใจมากนะครับ” พิธีกรโชว์ภาพจากหนังสือพิมพ์ “จบเลยครับ จบแล้วสำหรับนักร้องคนนี้ ทั้งคดีทำร้ายร่างกายและคดีหลอกลวงประชาชน ที่นายภูมิฟ้องไว้ หลักฐานทั้งหมดก็พุ่งไปที่เธอ”
พิธีกรร่วมอีกคนเอ่ยขึ้น “งานนี้ สถานีเอ็มเอ็มแชนนัล แถลงยอมรับแล้วนะครับ ขอยกเลิกการแข่งขัน คืนเงินให้กับคนที่โหวตมา ใครที่โหวตรายการนี้ก็รอเช็คเงินคืนได้เลย”

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนอวสาน[4] วันที่ 23 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ