อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 4 วันที่ 30 ต.ค. 57

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 4 วันที่ 30 ต.ค. 57

ที่บ้านวัฒนา โตเอากล่องใส่พระพุทธรูปตามออเดอร์มาให้ วัฒนาพอใจมากชมว่า

“เยี่ยม คุณนี่ร้ายจริงๆ ออเดอร์ไปไม่ถึงเดือนก็ได้ของมาเลย” โตบอกว่าออเดอร์ด่วนตนก็รีบเต็มที่ แต่ครั้งนี้ต้องขอพิเศษหน่อย วัฒนาไม่ทันพูดอะไร

ประไพพรรณก็ชิงต่อว่าขึ้นก่อนว่าคำก็พิเศษสองคำก็พิเศษที่นี่จ่ายเงินสดนะ

“ผมทราบดีครับ แต่พี่พรรณอย่าลืมนะครับ ระยะหลังตำรวจตอมพวกผมอย่างกับยุง”


“ไม่ต้องคุยกันมาก ครั้งนี้ผมเพิ่มให้ห้าแสน” วัฒนาตัดบทแล้วส่งเช็คให้ โตขอบคุณ วัฒนาถามว่า “แล้วที่ให้ตามเรื่องเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงว่าไง” โตบอกว่าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยู่กับใคร

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทุกคนมองหน้ากัน

ประไพพรรณสงสัยว่าปึกคงเอาของว่างมาให้ แต่พอเปิด ประตูกลายเป็นเมษา ประไพพรรณตกใจ วัฒนาบอกโตให้รีบเก็บของก่อน

เมษาสวัสดีแม่แล้วจะผลักประตูเข้าไป ประไพพรรณดันประตูไว้บอกว่าพ่อมีแขก เมษาบอกว่างั้นตนไปรอที่ห้องนั่งเล่นก็แล้วกัน ประไพพรรณเดินกลับมาพูดอย่างไม่หายตกใจว่าเกือบไปแล้ว อยู่ๆเมษาก็กลับมา

“แต่ผมว่าถึงคุณหนูจะรู้ แกก็ไม่กล้าจับพี่วัฒกับพี่พรรณหรอกครับ”

ประไพพรรณบอกให้โตกลับไปก่อนดีกว่า ให้เดินเลี่ยงๆไปหน่อยก็แล้วกันเพราะเมษาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

เมษาไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่งเล่นแต่กำลังเอาของจากท้ายรถให้ปึกเอาไปเก็บ เธอเห็นโตเดินเลี่ยงๆมา พอเห็นเมษาโตก็ตกใจไม่คิดว่าจะเจอ

“ทำไมเรามาบ้านทีไร เจอเพื่อนพ่อคนนี้ทุกที” เมษานึกสงสัยแล้วเดินเข้าบ้านไป เจอแม่กับพ่อเธอถามว่าเพื่อนพ่อคนนี้ครั้งที่แล้วมาก็เจอ เขามายืมสตางค์อีกหรือ วัฒนาบอกว่าเปล่า เขาเอาสตางค์มาคืนต่างหาก “แต่แปลกนะคะ เมื่อกี้เขาทำหน้าเหมือนตกใจ”

วัฒนาพูดขำๆว่าเขาเป็นคนขวัญอ่อน ส่วนประไพพรรณรีบชวนไปทานของว่างกันดีกว่า ตนทำไว้ เยอะเลย แล้วเดินนำเข้าไป แต่แอบสบตาวัฒนาอย่างกังวลไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ขณะปึกกวาดใบไม้ที่สนาม เมษาถือแก้วน้ำหวานเดินไปคุยด้วย ถามว่าอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ปึกบอกว่าก็ดีแต่ตนอยากหางานที่ได้เงินมากกว่านี้

เมษาถามว่าปึกเรียนจบชั้นไหน พอรู้ว่าจบมอสาม เมษาบอกว่าก็คงหางานได้ยากหน่อย ปึกบอกว่าตอนแรกที่มาตั้งใจจะมาหาผัวฝรั่ง เพราะใครๆบอกว่าฝรั่งรวย

ตนอยากได้เงินไปไถ่ที่นาของพ่อกับแม่ เมษาถามว่าปึกจะทนอยู่กับคนที่ไม่รักได้หรือ

“ทำยังไงได้ล่ะคะ ไม่งั้นที่นาของหนูปึกก็จะถูกยึด”

เมษาชมว่าปึกเป็นคนกตัญญูเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะต้องได้ดี ปึกเลยถามเมษาบ้างว่าไม่เคยเห็นพาแฟนมาด้วยเลย เมษาบอกว่าตนยังไม่มี ยังไม่เจอใครที่ ชอบเลย

ปึกอาสาจะหาให้บอกว่าไม่ใช่ฝรั่งแต่เป็นตำรวจหล่อ สูงใหญ่ หน้าตาคมเข้มอย่างกับพระเอกทีเดียว เมษาถามขำๆว่าเขาเป็นใครล่ะ ก็พอดีประไพพรรณเดินมาถามว่าคุยอะไรกัน พอรู้ว่าปึกจะแนะนำผู้ชายให้เมษา เลยด่าว่าอย่าสาระแน เมษามีแฟนแล้ว ขู่ว่าเดี๋ยวแฟนเขาได้ยินระวังจะถูกจับเข้าตะราง

“คุณแม่พูดถึงใครคะ” เมษาเห็นแม่พูดจริงจังเลยสงสัย ประไพพรรณชี้ชายชาติที่กำลังเดินมาว่านั่นไง ผู้กองชายชาติมาหา ชายชาติพูดแก้เกี้ยวว่าพอดีผ่านเลยซื้อของมาฝากคุณแม่

พอเห็นชายชาติมา เมษาก็บอกแม่ว่าเดี๋ยวจะกลับเพราะหัวหน้าโทร.เรียกด่วน วานชายชาติทานข้าวเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ด้วยก็แล้วกัน ปึกสังเกตอยู่คิดเองว่าเมษาไม่ชอบผู้กองชาย เลยคิดจะแนะนำผู้กองเทพให้แทน

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก ทั้งสามคุยอย่างเห็นพ้องกันว่าอยากให้เมษาลาออกจากตำรวจเสียที ประไพพรรณถามชายชาติว่าคุยเรื่องแต่งงานกับเมษาหรือยัง เขาบอกว่าคุยแล้วแต่พูดทีไรเธอก็โกรธทุกที บางทีไม่พูดด้วยไปตั้งหลายวัน แล้วชายชาติก็เปลี่ยนเรื่องเอามือถือมาเปิดรูปเศียรพระให้ดูบอกว่าวันก่อนมีคนส่งมาให้ดู เผื่อวัฒนาจะสนใจ

ooooooo

ไมค์กลับไปที่คาเฟ่วางมาดลูกพี่เก่า เจอฟูกับเหยิน กำลังเล่นตลกอยู่บนเวทีก็พูดกับสองสาวที่มาทักทายว่าไม่เห็นขำเลย เดี๋ยวดูลีลาตนแล้วพวกเธอจะหัวเราะจนขาดใจ บอกสองสาวให้เรียกฟูกับเหยินมาพบหน่อย

พอสองสาวไปบอกฟูกับเหยินที่กำลังลงจากเวที ทั้งสองมองมาที่ไมค์แล้วทำหน้าเอือมๆ พอมานั่งที่โต๊ะ ไมค์ก็วางตัวเป็นลูกพี่สอนทั้งสองว่าต้องเล่นอย่างนั้นรอจังหวะปล่อยมุกอย่างนี้ เหยินกับฟูแย้งว่าเล่นแบบพี่ไม่ทันกินแล้วกว่าจะขำก็เที่ยงคืนพอดี

“เฮ้ย...มึงพูดจาให้ดีหน่อยนะไอ้เหยิน กูรุ่นไหนมึงรุ่นไหน”

ทั้งฟูและเหยินต่างไม่เห็นด้วยกับไมค์ พอข่มทั้งสองไม่ได้ก็ลำเลิกว่า ถ้าไม่ใช่ตนสองคนจะมีกินได้ยืนอยู่ตรงนี้หรือเหยินโต้ว่า “แต่ถ้าไม่มีพวกเราพี่เลิศก็ไม่ได้มายืนตรงนี้เหมือนกันนะ”

“มึงนี่ปากดี เดี๋ยวปั๊ด” ไมค์ทำท่าจะชก ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงเสี่ยซ้งเจ้าของคาเฟ่ก้าวเข้ามาพูดเสียงดังว่า

“ถูกของไอ้เหยินมันนะไอ้บุญเลิศ”

ไมค์หันไปสวัสดีเสี่ยบอกว่าตนจะกลับมาทำให้ร้านเสี่ยดังอีกครั้ง เพราะตนดูพวกนี้เล่นแล้วไม่ไหว เสี่ยแย้งว่าพวกนี้เล่นได้ตลกกว่าและแขกก็ชอบด้วย ไมค์ถามว่าเสี่ยพูดเล่นใช่ไหม

“อั๊วไม่ได้พูดเล่น อั๊วพูดจริง แล้วอั๊วจะบอกให้ลื้อรู้นะ วันนี้ที่ลื้อกินลื้อต้องจ่ายเงินนะ ถ้าติดอีกอั๊วเอาตำรวจมาลากลื้อเข้าคุกแน่ ไอ้ฟูไอ้เหยินรีบไปกินอาหารเดี๋ยวจะได้ขึ้นอีกรอบ”

ไมค์เสียหน้า โมโหมาก ด่าว่าเสี่ยเนรคุณตนเป็นคนทำให้เสี่ยร่ำรวย แขกมาเที่ยวเพราะอยากดูตนไม่ใช่ดูพวกนี้ เสี่ยโดนด่าก็ของขึ้น แต่ยังไว้หน้าบอกไมค์ให้ออกจากร้านไปเลย

“กูไม่ไป กูมีสิทธิ์จะอยู่ที่นี่เพราะกูเป็นผู้มีพระคุณกับมึง กูทำเงินให้มึงเยอะแยะ นี่หรือคือสิ่งที่มึงตอบแทนกู” ไมค์โต้ แต่พูดไม่ทันจบดีก็ถูกยามเอากระบองฟาดหัว ไมค์หันมองก็ฟาดหน้าแล้วยังถูกอีกสามคนมารุมตีจนไมค์สลบ

“ลากมันออกไป” เสี่ยสั่ง พวกยามลากไมค์ออกไป ทิ้งที่กองขยะ พอไมค์รู้สึกตัวก็ลุกไปเกาะรั้วคาเฟ่พูดอย่างยโส

“นึกหรือว่าคนอย่างกูจะง้อพวกมึง”

ooooooo

เช้านี้ เทพเปิดประตูออกมาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นไมค์นอนหน้าเกรอะกรังไปด้วยเลือดอยู่บนกระโปรงรถ เข้าไปปลุกถามว่าไปฟัดกับหมามารึไง หน้าตาถึงเละเทะอย่างนี้

“เรื่องมันยาว” ไมค์ตอบอย่างไว้เชิงตามเคย เทพถามว่าจะกลับมาเอาเสื้อผ้าใช่ไหม ตนเก็บใส่กระเป๋าไว้ให้แล้วอยู่ในบ้าน พลางจะเข้าไปเอามาให้ “เดี๋ยวผู้กอง คืออย่างนี้ ฉันมาคิดๆดูแล้ว ฉันว่าถ้าฉันไปจากผู้กองแล้วปล่อยให้ผู้กองทำงานคนเดียว งานนี้คงไม่สำเร็จคนอย่างฉันเป็นลูกผู้ชายพอ เมื่อรับปากทำงานให้ใครแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ”

“แต่ฉันว่านายไม่มีที่ไปมากกว่าถึงกลับมาหาฉัน” เทพรู้แกว

“นี่...ผู้กอง... พูดมาเลย พูดมาคำเดียว ไอ้ไมค์คนนี้จะไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกต่อไป”

เทพตัดบทบอกให้ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาตนจะไปรออยู่ข้างนอก

“ฮี่โธ่...ในที่สุดผู้กองก็ขาดฉันไม่ได้” ไมค์หัวเราะอย่างเป็นต่อแล้วเดินเข้าบ้านไป เทพมองตามพึมพำอย่างสมเพช...

“ในที่สุด มันก็ไปไหนไม่รอด”

ooooooo

เมื่อไปนั่งกินกาแฟแฮมไข่ดาวที่ร้านกาแฟไมค์ถามว่ารู้หรือยังว่าใครเป็นคนมาวางระเบิดเรา เทพบอก ว่ายัง ไมค์ถามอีกว่าแล้วเขาสงสัยใคร

“มันคงเป็นใครสักคนที่ไม่อยากให้ฉันสืบเรื่องเควินสมิธ”

คาดเดากันไปหลายแง่มุม ไมค์ถามว่าหรือจะเป็นหัวหน้าของเทพเอง เทพถามว่าถ้าใช่ หัวหน้าจะสั่งให้ตนตามเควินทำไม จนมาฉุกคิดว่าหรือจะเป็นตำรวจคนอื่น ไมค์ถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตำรวจคนไหน เทพโพล่งไปว่า

“สวยเสมอ”

แต่พอไมค์ถามว่าสวยเสมอเกี่ยวอะไรด้วย เทพไม่บอกเร่งให้รีบกินแล้วจะได้รีบไปทำงาน

แล้วเทพก็พาไมค์ไปพบเมษาในร้านอาหารที่นัดกันไว้ ไมค์ดี๊ด๊าเข้าไปแสดงตัวเป็นคนรักของเมษา

ถูกเธอสะบัดใส่ บอกเทพว่า เราจะคุยเรื่องส่วนตัวเขาก็

ควรมาคนเดียวไม่เกี่ยวกับไมค์ แล้วชวนเทพไปนั่งโต๊ะอื่นกัน

ไมค์ทำท่าจะตามไป เทพบอกให้นั่งรอตรงนี้ก่อนเดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟังเอง ไมค์มองอย่างระแวงว่าเมษาเป็นกิ๊กกับเทพ

ooooooo

ย้ายโต๊ะไปนั่งกันสองคนแล้ว เทพเปิดฉากคุยอย่างไม่อ้อมค้อมถามเมษาว่าทำไมเธอถึงส่งคนไปวางระเบิดตน

เมษาฉุนกึกปรามว่าอย่ามากล่าวหากัน เทพยันว่าถ้าไม่ใช่เธอก็ต้องเป็นหน่วยงานของเธอ รุกอย่างดุดันว่า

“บอกผมมาดีกว่าว่าทำไมหัวหน้าคุณต้องการเก็บผม”

เมษาคิดถึงคำพูดของผู้การสถิตย์ทันทีที่บอกว่าผู้กองเทพพัวพันกับการลักลอบค้าวัตถุโบราณ แต่พูดอย่างไว้เชิงว่า

“ฉันว่าคุณควรจะรู้ตัวนะว่าคุณทำอะไรอยู่ พวกคุณอาจจะหักหลังกันเองก็ได้” พอถูกเทพถามว่าพูดเรื่องอะไร เมษาก็เฉไฉว่า “ถ้าคุณไม่รู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” แล้วลุกขึ้นจะไป

“เดี๋ยว” เทพคว้ามือไว้ “คุณยังไปไม่ได้ ถ้าคุณไม่บอก ว่าทำไมหัวหน้าคุณต้องการฆ่าผม”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้!” เธอเงื้อหมัดจะทุบก็ถูกเทพคว้าไว้ พอบิดข้อมือหลุดจะเงื้อสันมือฟัน ก็ถูกเทพรับไว้ได้อีก แต่สุดท้ายเธอก็ถูกเทพจับมือบีบแน่นจนขยับไม่ได้

ไมค์จับตาดูอยู่ ทั้งหึงหวงทั้งตกใจ ทนไม่ได้พรวดเข้าไปขวางบอกเทพให้ปล่อยเธอไม่เห็นหรือว่าเธอเจ็บจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ไมค์พูดไม่ทันขาดคำเมษาก็เป็นลมหมดสติ ไมค์โวยวายใส่เทพว่าทำอะไรลงไปรู้หรือเปล่า เทพบอกไม่ต้องเป็นห่วง เธอไม่ใช่ผู้หญิงหน่อมแน้มเธอเป็นคนวางระเบิดเรา ไมค์ไม่เชื่อ เทพชี้ให้ดูที่เอวบอกว่าเธอเป็นตำรวจ พอไมค์เห็นปืนก็หน้าเผือด ถาม “ตำรวจงั้นเหรอ?!” ไมค์จึงรู้ว่าตัวเองถูกเมษาหลอกใช้

พอเมษาฟื้น ไมค์ถามว่ามาหลอกให้ตนรักทำไม เธอบอกว่ามันเป็นหน้าที่ แล้วหันถามเทพว่าตนไปได้หรือยัง

“ก็ได้ ครั้งนี้ผมจะปล่อยคุณไป แต่ผมจะต้องรู้

ให้ได้ว่าหัวหน้าคุณทำไมถึงพยายามขัดขวางงานของผม” เมษาบอกว่าตนไม่รู้ ให้ไปถามหัวหน้าตนเอาเอง พอเมษาไปแล้ว เทพบอกไมค์ว่า “ฉันต้องหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ ผู้กองเมษา”

ooooooo

ฝ่ายคนของวัฒนาก็แจ้งข่าวทางโทรศัพท์มาว่าตอนนี้มีนายหน้าหลายสายพยายามติดต่อเสนอขายหลวงพ่อคำเกลี้ยงให้เควินสมิธ

ประไพพรรณเร่งวัฒนาว่าเขาต้องหาอะไรมาล่อใจเควินสมิธคนคนนี้ไม่ให้ไปซื้อของกับคนอื่น วัฒนาคิด

แต่ในแง่วัตถุสิ่งของเพราะเควินสมิธคนนี้ไม่ชอบเที่ยวผู้หญิง

“ฉันรู้ค่ะ ที่ฉันพูดฉันหมายถึงจะหาผู้หญิงให้ไปเป็นเมียเก็บไง” วัฒนาถามว่าจะไปหาที่ไหน พอดีปึกเอาน้ำชากับแตงโมเข้ามาให้ ประไพพรรณเสนอทันที “นังปึกไง”

“แล้วนังปึกมันจะยอมเป็นเมียเก็บเควินสมิธหรือ” ประไพพรรณบอกว่าปึกเคยบอกว่าอยากมีผัวฝรั่ง “ถ้างั้นก็เข้าล็อกพอดี” วัฒนากระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนล่อใจเควินสมิธที่ประไพพรรณเสนอ

เมื่อประไพพรรณคุยกับปึกว่าจะหาผัวฝรั่งให้แม้ปึกจะดีใจแต่ก็ขอเช็กความหล่อความแก่ก่อน คุณนายบอกว่าหล่อน้อยกว่าคุณผู้ชายหน่อย ถามขู่ๆว่าจะเอาหรือไม่เอา ซักอยู่ได้ทั้งที่ตัวเองมีแต่ตัว ปึกขอคิดคืนหนึ่งแล้วจะให้คำตอบ

จังหวะเหมาะ เมื่อเทพบอกไมค์ว่าวันนี้ให้ไมค์พักวันหนึ่งแต่อย่าออกไปไหน ตนจะไปทำงานแล้วเจอกันตอนเย็น ไมค์ขอเงินติดตัวสองพัน เทพให้พันเดียว ไมค์รีบรับแต่ก็บ่นอุบอิบ “ไอ้ผู้กองนี่มันงกจริงๆ”

พอเทพออกไป ไมค์ก็ได้รับโทรศัพท์จากปึกบอกว่าเดี๋ยวจะมาหา มีเรื่องจะปรึกษา

ปึกมาปรึกษาเรื่องคุณนายจะหาผัวฝรั่งให้จะทำอย่างไรดี ไมค์ให้ปึกตัดสินใจเองเพราะจะต้องไปอยู่กินใช้ชีวิตกับฝรั่งยังไงก็คงต้องเสี่ยงตาดีได้ตาร้ายเสีย ปึกปรารภว่าถ้าตนไม่เลือกฝรั่งก็คงต้องทำงานไปอีกนานที่นาของพ่อกับแม่ก็อาจต้องเสียไป ไมค์บอกให้ปึกเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก็แล้วกัน

ปึกบอกว่าไมค์เหมือนพี่ชายตนเป็นคนที่ตนไว้วางใจที่สุด ไมค์จึงแนะนำว่าให้ไปดูก่อนถ้าฝรั่งไม่ดีค่อยกลับมา ยังไงตนก็รอปึกอยู่ ปึกซึ้งใจจนน้ำตาคลอไมค์

ตัดบทว่ากินลาบส้มตำไก่ย่างกันดีกว่าเดี๋ยวจะชืดเสียหมด

ครู่หนึ่งฝนตกลงมา ไมค์ถอดเสื้อตัวเองคลุมกันฝนให้ปึก ทั้งสองหลบฝนใต้เสื้อตัวเดียวกัน ปึกเสนอไมค์มาผูกเสี่ยวกันดีกว่า เรามาสาบานกันว่าจะเป็นพี่น้องกันไปตลอดชีวิต ไมค์ตามใจ ยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวก้อยปึกที่ยื่นมาแล้วเดินเกี่ยวก้อยกันไปท่ามกลางสายฝนพรำ

ooooooo

เทพไปสอดแนมเมษาบ้าง เมษารู้โดยสัญชาต-ญาณนักสืบว่ามีคนตามแต่พอหันมองก็ไม่เห็นใคร

เมษาเข้าไปในร้านขายของเก่าโชว์บัตรตำรวจของตัวเองให้เจ๊เจ้าของร้านดูแล้วยกรูปถ่ายเทพถามว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาติดต่อซื้อขายของที่นี่บ้างไหม

เจ๊บอกว่าจำไม่ได้เพราะวันๆมีคนเข้าออกร้านเยอะมาก เธอพยักหน้ามอบนามบัตรให้ บอกเจ๊ว่าถ้าผู้ชายคนนี้มาให้โทร.บอกด้วย

พอเมษาออกไป เทพก็เข้าไปถามเจ๊ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี๊มาถามอะไรและให้ดูรูปอะไร เจ๊บอกว่ารูปของเขาเอง เธอยังถามว่าผู้ชายคนนี้เคยมาซื้อของที่นี่ไหม ตนบอกว่าจำไม่ได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าตนเป็นตำรวจและถ้าเขามาให้โทร.บอกด้วย

“อ๋อ...คุณไม่ต้องโทร.หรอกครับ ผมกำลังสืบดูพฤติกรรมว่าเขาเป็นตำรวจคอร์รัปชันรึเปล่า” เจ๊ถามว่า

ทำไมเธอถึงถามหาเขา “เรื่องมันยาวน่ะครับ ขอบคุณมากนะครับ” เทพตัดบทแล้วรีบออกไป

“ยุคนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ ตำรวจยังตามจับตำรวจด้วยกันเอง” เจ๊บ่นงึมงำ

เทพออกไปก็ไม่เห็นเมษาแล้ว ขณะเขากวาดตามองหาก็ถูกเมษาเอาปืนจ่อหน้า ถามว่าตามตนมาทำไม เทพทำไก๋พูดเยาะยั่วให้โมโหว่าอย่าหลงตัวเองเกินไป หรือคิดว่าตนแอบชอบเธอ ไม่มีทาง เพราะตนไม่ชอบผู้หญิงแนวนี้

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 4 วันที่ 30 ต.ค. 57

ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทประพันธ์โดย มีนมีนา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ กำกับการแสดงโดย บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ ผลิตโดย บริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับโดยผู้จัด : ยุวดี ไทยหิรัญ ดำเนินงาน : วิไลลักษณ์ พูลประเสริฐ
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ